#เป็นหัวหินที่ไม่เหมือนหัวหิน งงมะ![]()
ANANTARA HUA HIN RESORT
Anantara Hua Hin Resort: หนีฝุ่นไปรับลมทะเล
เบื่อฝุ่นกรุงเทพ หนีไปรับลมทะเลที่หัวหินมาครับ อากาศดี ลมเย็น แสงแดดอุ่นๆ อ่อนๆ ตอนเช้า พอให้ได้สดชื่นบ้าง
พาร์ทนี้กานต์ไปพักที่อนันตรา หัวหิน รีสอร์ตครับ เลยอุโมงค์ทางลอดสนามบินมานิดเดียว ยังไม่ถึงตัวเมืองหัวหิน เป็นอีกหนึ่งที่ที่ดูจะให้ความเป็นส่วนตัวมาก
ป้ายทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือต้องสังเกตดีๆ มีความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกนซ่อนอยู่ เมื่อขับรถเข้ามาด้านใน เหมือนหลุดไปยังอีกดินแดน อาณาจักรไทยยิ่งใหญ่เว่อร์ๆ มันมีความสีเขียวฉ่ำๆ ต้นไม้เยอะมาก ตัดกับสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของน้ำทะเล
ห้องพัก Club Anantara สไตล์บ้านไทย
เป็นบ้านทรงไทยเรียงรายกันไป ฟีลเหมือนมาบ้านพักตากอากาศที่เราสามารถมาได้บ่อยๆ ห้องที่เรานอน Club Anantara Seaview Suite เป็นวิลล่าริมทะเลชั้นบน นั่งเฉลียงด้านนอกบ้านรับลมได้ทั้งวัน หอบเอางานมาทำด้วย สลับกับกิน ออกกำลัง ได้พักผ่อน และสามารถเข้า Clublouge ได้ด้วย น่าจะเป็นสถานที่ที่ชาร์จแบตพลังใจได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ไกลกรุงเทพมาก มานอนสัก 2 คืนแล้วค่อยตื่นไปทำงานต่อ
ที่นี่กิจกรรมเยอะมาก เดี๋ยวเอาไว้ไปเล่าต่อในแคปชั่นนะครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.anantara.com/th/hua-hin แนะนำให้จองห้องพักโดยตรงกับทางรีสอร์ตจะได้รับสิทธิ์ พัก 3 คืน รับฟรี 1 คืน พร้อมรับเครดิตสปาและกิจกรรมสูงสุด 1,000 บาท ได้นวดตัว 30 นาที และได้ส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับสมาชิก ก็คุ้มดีนะครับ โทรสอบถามก่อนนะครับ เบอร์ +6632520250
![]()
ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th

รีวิวการเข้าพัก: บ้านไทยริมทะเลหัวหิน
หัวหินเป็นเมืองตากอากาศที่ยังมีเสน่ห์ทุกครั้งที่มาเลยนะครับ บรรยากาศดี มีต้นมะพร้าวพริ้วไหว เราชอบใจทุกครั้งที่ได้มาพักตากอากาศ

ตัวซีเครสของหัวหินคือต้องตื่นเช้าครับ เพราะอยู่ฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น เรามาพักที่อนันตรา รีสอร์ต ได้ตื่นเช้ามาสูดอากาศเต็มปอดทุกวัน นอนรับวิตามินดียามเช้าริมทะเล สบายใจเว่อร์

บรรยากาศรีสอร์ตและกิจกรรม
บรรยากาศดีมากครับ สระว่ายน้ำกลางคือใหญ่มาก ด้านในมีโซนใหม่ Pool Acces สำหรับใครที่บ้านมีเด็กเล็กน่าจะชอบ

วิวทะเลหัวหินยามเช้า ให้เรามารับพลังจากแสงแรกของวัน

เอาจริงๆ นะ มาที่นี่กิจกรรมเยอะมาก จนแทบไม่ได้ทำการทำงาน ก็แน่ละ มาพักผ่อนอะเนอะ

ทางเข้าด้านหน้าอาจจะเล็กๆ ไม่อยากให้สะดุดตา เพื่อสื่อสารถึงความไพรเวซี่ แต่พอขับรถเข้ามาด้านในนี่ซิ คนละเรื่อง เหมือนมาเยือนอีกเมืองหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก ไม่รู้ไปหาที่ดินมาจากไหน ติดถนนใหญ่ยาวไปจนถึงหน้าหาด

พนักงานต้อนรับมาทักทาย แขกทุกคนชอบมาก อยากคุยกับนก

โถงต้อนรับแบบ open air ลมเย็นสบายๆ ตกแต่งสไตล์ไทยที่ดึงเอาอัตลักษณ์ของภาคเหนือ ภาคกลางมาไว้ที่นี่

Lobby สวยมาก บรรยากาศน่าจะถูกใจต่างชาติ แต่เราก็ชอบนะ ศิลปะไทยอยู่ที่ไหนก็งดงาม นั่งพักผ่อนกันก่อน ชอบเฟอร์นิเจอร์มาก เหมือนมาพักบ้านเจ้านายทางภาคเหนือ

เดินต่อมาจะไปวิลล่า ผ่านสถาปัตยกรรมแบบไทยที่สอดแทรกไว้ในทุกพื้นที่ ร่มรื่นดีนะครับ มีม้านั่งให้ออกมานั่งรับลมสบายๆ

มุมนี้สวยมาก ให้ฟีลแบบไทยสไตล์โมเดิร์น

แสงแดดส่องกระทบเรือนไทยที่กระจายกันไป ทำให้แขกไม่รู้สึกแออัด เพราะพื้นที่กว้างมาก ห้องพักแบ่งเป็น 2 ชั้น ห้องเยอะอยู่นะ

เห็นละวิลล่าของเรา อยู่ชั้นบน Club Anantara Seaview Suite มองออกไปเห็นวิวทะเลจากเฉลียง ต้นไม้เยอะมาก ลมทะเลพัดใบไม้ปลิวไสวทั้งวัน

ด้านในสุดเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ หนานุ่มดีมาก เชื่อมต่อกับเฉลียงด้านนอก สามารถมองเห็นวิวออกไปจากในห้อง บนเตียงนอนได้เลยครับ

อีกด้านเป็นห้องน้ำ ดีไซน์เป็นอัตลักษณ์ของอนันตรามาก เปิดประตูจะเป็นอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ แช่ตัวพร้อมกัน 2 คนได้สบายเลยครับ

ห้อง Club Anantara Seaview Suite จะได้ Amenities ที่เก๋เว่อร์ใช้ของ Diptyque (ดิป-ทีค) ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ กานต์ชอบน้ำหอมแบรนด์นี้มาก กลิ่นดีงามสุดๆ ชื่อมาจากภาษากรีกโบราณของคำว่า Diptych ที่แปลว่างานประติมากรรม มีไดร์เป่าผมของ Dyson วางเอาไว้ ห้องน้ำกว้างมากแยกส่วนเปียกแห้งชัดเจนดี มีห้องสุขาด้านใน

อีกด้านของเตียงนอนเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ มีที่นั่งขนาดใหญ่ในดูทีวีหรือนอนรับลมที่ด้านนอกได้เช่นกัน มีมุมโต๊ะทำงานด้วยนะครับ

เครื่องชงกาแฟจาก Nespresso รุ่นนี้หาโรงแรมที่จะนำมาให้แขกใช้ยากมาก แต่เป็นรุ่นเดียวกับที่บ้านเลยครับ สตรีมนมได้ ชอบมาก

นั่งรับลมชมวิวทะเล ถ่ายรูปจากในห้องได้เลยครับ

แอบเห็นทีมงานมาจัดโต๊ะเตรียมดินเนอร์ บรรยากาศโรแมนติกน่าดู

บ่ายแก่ๆ เราไปนั่งเล่นที่เล้าจน์ของรีสอร์ตครับ นั่งทำงาน กินขนมกันไป

ด้านในมีห้องให้เดินไปตักอาหาร ขนม ของทานเล่นได้ เครื่องดื่มเราสั่งจากพนักงานได้เลยครับ

เย็นๆ แวะไปเดินเล่นริมชายหาด วันไหนน้ำลงก็มีหาด ช่วงไหนน้ำขึ้นก็ค่อนข้างสูงเหมือนกัน แต่บรรยากาศดีได้ยินเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งทั้งวัน

มื้อค่ำไปทานอาหารไทยที่ห้องอาหารริมน้ำ เพราะอยู่ริมสระว่ายน้ำ เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นเมี่ยงคำให้เราทำเองได้เลยครับ ชอบซอสเมี่ยงคำมาก อร่อยกลมกล่อม

จากนั้น น้องพนักงานจะมาเสิร์ฟข้าวให้ มีทั้งเลือกหลากหลายแบบ น้องถือมาเป็นกระบุงเลยครับ

อาหารรสชาติดีนะ จัดจ้านและกลมกล่อม เราชอบเนื้อย่างจิ้มแจ่วที่สุด เนื้อนุ่ม หวานมาก อีกจานที่ชอบก็คือ กุ้งผัดซอสมะขาม – กุ้งตัวใหญ่เว่อร์ รสชาติหวานอมเปรี้ยวอร่อยมาก

สั่งเครื่องดื่ม Signature มาชิมๆ เห็นแก้วเป็นช้าง น่ารักดี ชื่อเมนู Rim Nam Twist เปรี้ยวๆ ฉ่ำๆ ลื่นคอ

ปิดท้ายด้วยของหวาน สั่งเป็นข้าวเหนียวมะม่วงครับ ทำออกมาซะสวยเลย

กลับมาถึงห้องบรรยากาศดีมาก มองเห็นวิวทะเลในกระจก

แม่บ้านนำขนมมาให้ พร้อมการ์ดอวยพรที่ทำจากใบไม้ เขียนด้วยลายมือ ชอบการทำสิ่งเล็กๆ ที่ดูยิ่งใหญ่แบบนี้มาก

แสงแดดตอนเช้าสะท้อนเงากระจกสวยมาก

หัวหินเหมาะสำหรับใครที่ชอบตื่นเช้ามาฟินกับวิวพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลครับ นั่งเปลฟังเสียงคลื่นสบายใจ

หรือจะไปนั่งเมดิเทชั่นรับพลังจากแสงอาทิตย์ริมหาดที่ยกขึ้นจากทะเลขึ้นมาก็ได้เช่นกันครับ เช้านี้แดดดี พลังปังเว่อร์

ตอนเช้ามีเซสชั่น โยคะ บางวันเป็นจี้กง บอกแล้วครับว่าที่นี่กิจกรรมแน่น

ระหว่างเดินไปทานอาหารเช้า ผ่านสระว่ายน้ำใหญ่มาก วางที่นั่งไว้เรียงรายรอบสระ เช้าๆ แดดดี แต่ยังไม่มีใครมาว่ายหรอกไปกินข้าวกันก่อน

มองจากห้องอาหารเช้าเราจะเห็นวิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ตกแต่งให้ฟีลทะเลสุดๆ

เดินมาห้องอาหารเช้ากันดีกว่า มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไทย จีน ฝรั่ง อินเตอร์คอนติเนนทัล

เลือกนั่งด้านในห้องปรับอากาศก็ได้นะครับ

ส่วนเราเลือกนั่งรับลมธรรมชาติด้านนอก ดื่มบูสเตอร์ตอนเช้า เพื่อเรียกเอนเนอจี้

เช้านี้ขอเริ่มที่สลัดกันก่อนเลยครับ

น้ำผลไม้คั้นสดจะอยู่ที่บาร์ด้านในห้องครับ ชอบน้ำแตงโมมาก

นั่งทานสักพักจะมีแม่ค้า เอ๊ยย!! น้องพนักงานหาบของทานเล่นมาบริการถึงโต๊ะ เป็นกิมมิคที่น่ารักดีครับ

ตอนสายๆ รอให้ย่อยแล้วก็ไปออกกำลังกายกัน มีฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง

ไฮไลท์ที่เราชอบคือปีนเขาจำลองครับ มีพี่สต๊าฟช่วยสอนและดูแลความปลอดภัย

เรามันลูกลิงนักปีนป่ายอยู่แล้ว สบายมาก

ติดกันมีสนามมวยด้วยครับ นัดเทรนเนอร์ได้เลย

ส่วนใครที่อยากได้ฟีลลูกคุณก็ไปเล่นเทนนิสนะครับ

เบื่อๆ ก็มานอนเล่นเปลที่ผูกไว้ใต้ต้นไม้กระจายไปทั่วรีสอร์ตเลยครับ

หน้าหาดตอนสายๆ แดดดี ลมเย็น

มาเดินเล่นถ่ายรูปกัน ชอบมุมนี้ครับ

จากนั้นก็เดินเอาของไปเก็บที่ห้องของเราซึ่งห่างไม่กี่ก้าวจากชายหาด

กิจกรรมสำหรับเด็ก แว๊บเข้าไปดูคิดส์คลับ น่ารักมาก ใครสายแฟมน่าจะชอบ

จากนั้นก็ไปดูฟาร์ม เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ปลูกผัก ปลูกกล้วยไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

มีห้องสมุดให้เข้าไปอ่านหนังสือด้วยนะครับ หนังสือเยอะมาก อย่างกับหอสมุดแห่งชาติ

จากนั้นบ่ายๆ ไปทำสปากัน นัดไว้ก่อนแล้วครับ พอได้เวลาเทอราพิสก็มาเสิร์ฟเวลคัม ดริงก์ และทำคอนซัลกันก่อน

เทอราพิสจะนำน้ำมันนวดมาให้เราเลือกกลิ่น นาทีนี้ขอเรียกเอนเนอจี้ๆ กลับคืนมาครับ

สปาสวยมาก ใหญ่เว่อร์ เดินไปต้องระวังหลงนะครับ เพราะมีห้องทรีตเมนท์เรียงราย บรรยากาศเงียบสงบเพราะอยากโซนออกไป ไม่มีเสียงดังกวนใจเลยครับ

ห้องทรีตเมนต์กว้าง มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ชอบตอนเปิดห้องโล่งๆ คือดูสดชื่นเพราะมีต้นไม้ตลอดเวลาเหมือนสปาในสวน แต่ถ้าใครอยากให้มืดก็แนะนำให้ปิดม่านครับ

เลือกโปรแกรมสปาแบบ Anantara Signature เพราะอนันตราขึ้นชื่อเรื่องสปาที่เป็นระดับโลกอยู่แล้ว ดึงเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้ามาผสมผสานกับการนวด คือมันดีย์มาก ผ่อนคลายสุดๆ

ออกจากสปามาจะมองเห็น Private Pool ชอบมุมนี้มาก เพราะเป็นสระที่ไม่ให้เด็กเข้า ไม่ให้เสียงดัง เหมาะสำหรับคนมานั่งพักผ่อน ว่ายน้ำ อ่านหนังสือ หรือจิบอะไรเพลินๆ

กลางวันแนะนำให้มาทานที่ห้องอาหาร Sea Fire Salt ไฮไลท์คือการย่างบนเกลือหิมาลายันสีชมพู เก็บความชุ่มชื้นของเนื้อสัตว์ที่เรากำลังย่าง แต่ที่ชอบที่สุดคือบรรยากาศริมทะเลครับ มีทั้งห้องปรับอากาศและแบบ Open Air รับลมเย็นๆ

เราสั่งมื้อกลางวันเป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนผสมผสาน เชฟแนะนำให้สั่ง Italian Burrata Cheese เออ!! อร่อยมาก เนื้อเหนียวเนียนนุ่ม สปาเกตตี้กุ้งกะเทียมผัดน้ำมันมะกอกก็อร่อย เดี๋ยวลงรีวิวละเอียดใน https://www.tripadvisor.com/Profile/kantcoth อีกที

เครื่องดื่มเย็นๆ สีสวยมาก เข้ากับทะเลท้องฟ้า เมฆขาว รสชาติละมุนสุดๆ

ดื่มด่ำกับวิวทะเลและอาหารก่อนกลับเข้าไปทำงานในเมืองกรุงต่อครับ


