noble TERRA Rama 9–Ekamai — Noble TERRA Rama9 Ekamai 51.

noble TERRA Rama 9–Ekamai

Project Overview — noble TERRA Rama 9–Ekamai

PROPERTYQuick Facts: noble TERRA Rama 9–Ekamai
TypeLuxury Property
ByKANT
Updated21 Feb 2025

ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW

A comprehensive property review of noble TERRA Rama 9–Ekamai by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.

“𝐍𝐚𝐭𝐮𝐫𝐞 𝐢𝐬 𝐭𝐡𝐞 𝐚𝐫𝐭 𝐨𝐟 𝐆𝐨𝐝.” เราได้ยินวลีนี้เป็นครั้งแรกจากบทกวีของ Dante Alighieri ศิลปินชาวอิตาลี ที่พลอยชวนให้นึกถึงการอยู่อาศัยในบ้านหรูหลังใหญ่ดีไซน์สวย ทำเลใจกลางเมืองท่ามกลางธรรมชาติและต้นไม้น้อยใหญ่

.

Design & Architecture

ในยุคที่เมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว พื้นที่สีเขียวและความสงบกลายเป็นสิ่งหายาก หนึ่งในโครงการที่อยากแนะนำคือ noble TERRA Rama 9–Ekamai (โนเบิล เทอร์รา พระราม 9-เอกมัย) บ้านหรูระดับ Super Luxury 3 ชั้น ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ไม่เพียงแต่หรูหราและทันสมัย แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติท่ามกลางความสะดวกสบายของเมืองใหญ่ noble TERRA Rama 9–Ekamai จึงเป็นโครงการที่นิยามความหมายของ “Urban Nature Living” อย่างแท้จริง

.

Unit Layout & Facilities

ไอเดียการออกแบบโครงการ เราเรียกว่าเป็น “Oneness with Nature” หรือ การออกแบบที่เชื่อมโยงธรรมชาติ คือการออกแบบที่เชื่อมโยงผู้คนและที่อยู่อาศัยให้เข้ากับธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ (Well-being) ของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้น ผ่านการเข้าถึงธรรมชาติ เน้นการไหลเวียนของอากาศ และพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ทำให้บ้านแต่ละหลังไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็น “พื้นที่แห่งความสงบ” ท่ามกลางความเร่งรีบของเมือง

.

Location & Value

เราเคยเขียนรีวิวถึงโครงการ noble AQUA ไปแล้วซึ่งเปรียบเหมือนตัวแทนแห่งสายน้ำ ส่วน noble TERRA มีที่มาจากผืนดินซึ่งจะมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เราเรียกภาพรวมของโครงการว่า be different, be noble ที่สำคัญเป็นการตีความการอยู่อาศัยที่หรูหราท่ามกลางธรรมชาติ บนทำเลพระราม 9 ที่ถือเป็น Rare Location สามารถเชื่อมต่อไปยังทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิทได้อย่างรวดเร็ว

.

Rare Design เป็นการนำเสนองานออกแบบที่คำนึงถึงการเชื่อมโยงระหว่างผู้อยู่อาศัยกับธรรมชาติในทุกมิติเพื่อแก้ Pain Point เรื่องการอยู่อาศัยใจกลางเมืองแต่กลับห่างไกลธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่การจัดวางบ้านที่เอื้อให้ทุกยูนิตได้รับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม มีต้นไม้ในทุกจุดของบ้าน ตลอดจนการออกแบบพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่แทรกซึมอยู่ในทุกมุมของโครงการ

.

บ้านตัวอย่างที่กานต์พามาชมเป็นแบบบ้าน FOLIUM เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 74.2 – 74.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 498 ตร.ม. ไฮไลท์คือโถงต้นไม้กลางบ้าน (Triple-Volume Connecting Tree Court) ที่ดึงธรรมชาติจากภายนอกสู่ภายใน ด้วยต้นไม้ใหญ่ที่บริเวณคอร์ทกลางบ้านแบบ Indoor ชั้นบนมี Outdoor Terrace ระเบียงกึ่ง Outdoor ที่สามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อกายและใจของผู้อยู่อาศัยเพื่อให้เกิด Rare Experience นั่นคือ ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่างนั่นเอง

.

กานต์จะพาไปชมบรรยากาศของโครงการ บ้านตัวอย่างพร้อมพื้นที่ส่วนกลางของ noble TERRA พระราม 9–เอกมัย ติดตามต่อด้านในได้เลยครับ

.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-251-9955 หรือ Line @noblerarity

คลิก https://lin.ee/rLxCiZR

noble TERRA พระราม 9-เอกมัย เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ระดับ Super Luxury ตั้งอยู่บนที่ดิน 8 ไร่ มีบ้านให้เลือก 4 ดีไซน์สร้างบนที่ดินขนาด 50-88 ตารางวา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในทำเลย่านพระราม 9 ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์เดินทางสะดวกสบายและมียูนิตไม่มากเพียง 29 ครอบครัวจึงให้ความเป็นส่วนตัวสูง โดยบ้านในแต่ละซอยก็จะมีเพื่อนบ้านเพียง 2–6 ยูนิตเท่านั้น
โครงการออกแบบโดยใช้ดีไซน์คอนเซปต์แปลกใหม่ที่เราไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนักโดยเฉพาะความเป็นบ้านใจกลางเมืองแบบนี้ มีความ Unique ตามสไตล์ noble ที่ดูแล้วไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนโดยการดึงเอาธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัย ทำให้เรามีพื้นที่สีเขียวได้ในทุกจุดของบ้านทั้งภายในและภายนอก
ส่วนการออกแบบบรรยากาศภายในโครงการคือ Urban with the Nature จริงๆ ครับ เรียกได้ว่าทำเลคือ Rare Location อย่างแท้จริง เพราะอยู่ใจกลางเมืองสุดๆ เพราะทางโครงการได้นำข้อจำกัดของการพัฒนาบ้านเดี่ยวในเมืองซึ่งแน่นอนว่า ปัจจุบันที่ดินผืนใหญ่เริ่มหาได้ยาก และที่ดินทำเลดีๆ มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ดังนั้นทำให้การที่จะมีพื้นที่สวนภายในบ้านจึงเป็นไปได้ยาก การออกแบบจึงเน้นแก้โจทย์นี้เพื่อพัฒนางานดีไซน์และการอยู่อาศัยให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
โครงการตั้งอยู่ในทำเลพระราม 9 เข้าซอยประดิษฐ์มนูธรรม 1 มาเล็กน้อยราวๆ 300 เมตร มีร้าน Golden Place อยู่ใกล้ๆ และห่างจากจุดขึ้นลงทางด่วนพิเศษฉลองรัชเพียง 2.5 กิโลเมตรเท่านั้น เชื่อมต่อกับทำเลใกล้เคียงได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นเลียบด่วนรามอินทรา ลาดพร้าว อโศก ทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิทและรามคำแหง
โครงการยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานเพราะตั้งอยู่ใกล้กับแยกพระราม 9 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง CBD ที่สำคัญของกรุงเทพ เพียง 10 นาที ถึงย่านทาวน์อินทาวน์ เชื่อมต่อชีวิตในบ้านสู่สถานที่ทำงานและไลฟ์สไตล์ได้อย่างง่ายดาย อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทาผ่านถนนพระราม 9 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกครับ

อีกทั้งยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ที่อยู่ใกล้ๆ ถัดออกไปมีโรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลพระราม 9 และโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เอาจริงๆ noble TERRA พระราม 9-เอกมัย น่าจะเป็นโครงการที่อยู่ใกล้หมอและหมอควรมาซื้ออยู่มากๆ เลยครับ นอกจากจะเดินทางสะดวกเข้าโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วลดความเครียดจากการเดินทางได้แล้ว พื้นที่สีเขียวยังช่วยฮีลใจในเวลาที่กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่า นี่คือการพักผ่อนที่ดีที่สุด
ที่น่าสนใจคือมีโรงเรียนนานาชาติ ที่อยู่ใกล้เคียง noble TERRA พระราม 9-เอกมัย เยอะมาก โครงการนี้จึงเหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาโรงเรียนใกล้บ้านให้กับเด็กๆ ไม่ต้องเดินทางไกล เด็กๆ ก็ไม่เหนื่อยจากการนั่งรถ ทำให้สุขภาพกายและใจของลูกเราดีขึ้นได้ในทุกวัน

ในวันที่เข้าไปถ่ายรีวิว เราได้เห็นภาพเด็กน้อยจาก Regent’s International School Bangkok เดินเข้าประตูโครงการมาเพราะว่าอยู่ติดกับโรงเรียนเลยครับ นับว่าสะดวกมาก นอกจากนี้ยังมี Singapore International School Bangkok (SISB) ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร Saint Dominic School KIS International School, Shrewsbury International School Bangkok City Campus และ St.Andrews International School Bangkok เป็นต้น
ด้านหน้าโครงการมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้เป็นทางเข้าและ Clubhouse ของโครงการไปในตัว เป็นงานออกแบบที่เราชอบมากเพราะสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผนังด้านนอกจะดีไซน์เป็นแบบทึบทั้งหมดทำให้เป็นโครงการมีความเป็นส่วนตัว การรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ Double Security Gate มีซุ้มประตู 2 ชั้น และออฟฟิศของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร และรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 1.5 เมตรและติดตั้งกล้อง CCTV ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น
พื้นที่ส่วนกลางแบ่งออกเป็น 2 จุด เริ่มจากด้านหน้าเป็น Clubhouse ที่เป็นฟังก์ชันหลัก สำหรับใช้รับรองแขกได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปภายใน Residential Area จะได้ไม่รบกวนลูกบ้านท่านอื่นและให้ความปลอดภัย ส่วนด้านในเป็นพื้นที่สวนที่เป็นส่วนตัวสำหรับลูกบ้านใช้งานร่วมกัน
ส่วนตัวเราชอบการออกแบบทางเข้าของ Clubhouse มากให้ความรู้สึกลึกลับนิดๆ เหมือนเรากำลังก้าวข้ามจากความวุ่นวายของโลกภายนอก เข้าไปสู่ประตูของดินแดนแห่งการพักผ่อนในวันสบายๆ เพราะเบื้องหน้าจะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ดีไซน์สวยมากเล่นกับแสงและเงาของแดดที่ตกกระทบทำให้ในทุกช่วงเวลาเราจะมองเห็นสระว่ายน้ำในความสวยที่แตกต่างกันออกไป ช่วยเติมเต็มอารมณ์ในวันเบื่อหน่ายให้สดชื่นขึ้นได้และให้ความเป็นส่วนตัวสูงเลยครับ
สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือขนาด 4×16 เมตร มีแยกฟังก์ชันของสระว่ายน้ำสำหรับเด็กและ Jacuzzi ออกไปแต่อยู่ติดกัน พร้อมกับม่านน้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ทำให้บรรยากาศของสระว่ายน้ำดูสดชื่นจากเติมเต็มเสียงน้ำตกกระทบให้ความรู้สึกสบายเย็นใจ ราวกับได้พักผ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของรีสอร์ตหรูโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปไหนก็สามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราเอง
ด้านในยังจัดวางชุดที่นั่งสำหรับพักผ่อนใช้เวลาร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวในวันหยุดสบายๆ ได้อีกด้วยครับ
เดินขึ้นไปชมชั้นบนกันบ้าง โถงบันไดมีขนาดใหญ่ เปิดช่องแสงธรรมชาติเอาไว้ทำให้พื้นที่รับรองของ Clubhouse ค่อนข้างโปร่งรู้สึกสบายๆ ชั้นบนเราจะพบกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Welcome Lounge ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่นั่งพักผ่อนและพื้นที่สำหรับรับรองแขกไปในตัว
นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีชุดโซฟาที่นั่งดีไซน์ฟรีฟอร์มและหลากหลายจัดวางกระจายกันออกไปในหลายจุดเพื่อรองรับทุกการใช้งานของทุกคนได้อย่างพอเพียง
ส่วนอีกด้านเป็น Co – Kitchen Space ออกแบบให้มีเคาน์เตอร์สำหรับจัดเตรียมอาหารว่างง่ายๆ ชงกาแฟหรือจิบชายามบ่าย จัดวางเก้าอี้สตูลบาร์ทรงสูงเอาไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่บาร์เก๋ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกไปไหนไกลๆ ก็เอนจอยได้ครับ ส่วนประตูระเบียงสามารถเปิดออกไปเพื่อเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำและสวนภายนอกได้ ตลอดจนสมาชิกที่กำลังพักผ่อนว่ายน้ำอย่างสบายใจก็ช่วยให้เรา Connect กันได้
ออกแบบให้มีบันไดขึ้นไปอีกชั้นเพื่อไปสู่ Business Lounge เราสามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงาน อ่านหนังสือหรือรับรองแขกที่มาพบปะพูดคุยเจรจาธุรกิจได้
ด้านในมีห้องแยกออกไปเป็น Exclusive Fitness Center ที่มีขนาดใหญ่ มีความโปร่งโอ่โถงด้วยกระจกใสและกระจกเงารอบทิศทาง มาพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆจาก Technogym ให้ใช้งานครบครันจัดวางเอาไว้โดยรอบ
ที่เราชอบคือการออกแบบให้เครื่องออกกำลังกายแบบคาดิโออยู่ริมผนังกระจกใส ช่วยให้เราวิ่งออกกำลังกายไปพร้อมกับการชมวิวสระว่ายน้ำและมีต้นไม้สีเขียวช่วยฮีลใจ
ใครอยากจะไปสัมผัสธรรมชาติก็สามารถไปเล่นโยคะที่ Sensory Garden ซึ้่งเป็นสวนสำหรับพักผ่อนของลูกบ้านที่อยู่ด้านในได้เช่นกัน
จาก Clubhouse เราพาไปชมบ้านตัวอย่างกันบ้างครับ การออกแบบจะใช้คอนเซ็ปต์ Oneness with Nature ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 คอนเซ็ปต์หลัก
Self Sufficient: การอยู่อาศัยที่พึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน noble TERRA ได้ปฏิวัติแนวคิดการออกแบบบ้านด้วยหลักการที่มุ่งเน้นการพึ่งพาธรรมชาติและลดการใช้พลังงาน โดดเด่นด้วย Sky Roof นวัตกรรมการออกแบบที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างชาญฉลาด ทำให้บ้านสว่างสดใสตลอดวันโดยแทบไม่ต้องพึ่งพาแสงไฟฟ้า ระบบ Air Quality System จาก SCG ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวบ้าน ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ตลอด 24 ชั่วโมง ภายในบ้านยังได้ติดตั้งสัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor / กล้อง CCTV / IP Camera และระบบ Home Automation ให้แล้วทุกหลัง
Connecting: สานสัมพันธ์ครอบครัวผ่านพื้นที่แห่งธรรมชาติ
ไฮไลท์สำคัญของการออกแบบบ้านคือ Triple-Volume Connecting Tree Court โถงสูง 11 เมตรที่เชื่อมต่อทุกชั้นของบ้านเข้าด้วยกัน สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการอยู่อาศัยที่ผสานความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน โดยบ้านแต่ละแบบจะได้รับต้นไม้ที่แตกต่างกันออกไป (สามารถหามาปลูกใหม่เองในภายหลังได้นะครับ) มีพื้นที่สำหรับเปิดรับแสงธรรมชาติและสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านตลอดวัน พื้นที่นี้ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกันได้แม้จะอยู่คนละชั้น สร้างความอบอุ่นและความใกล้ชิดในครอบครัวผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตร่วมกัน
Grounding: สัมผัสความสงบในทุกอณูของการอยู่อาศัย

noble TERRA ได้รับการถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตเมืองและธรรมชาติ ทุกมุมของบ้านถูกเชื่อมโยงด้วยพื้นที่สีเขียวที่ไหลต่อเนื่องตลอดทั้งบ้าน พร้อม Outdoor Terrace ระเบียงกึ่งกลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น การออกแบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความสงบ ทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง เสมือนเป็นรีสอร์ทส่วนตัวที่ช่วยชาร์จพลังชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยทุกครั้งที่ก้าวเข้าบ้าน ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่

noble TERRA จึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการออกแบบที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ยั่งยืนและสมดุล พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกว่าให้กับทุกครอบครัว
ด้วยความที่โครงการมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีจำนวนเพียง 29 ยูนิตและมีบ้านในแต่ละซอยเพียง 2-6 หลังเท่านั้น จัดวางผังโดยคำนึงทิศทางลมและแดด บรรยากาศจึงค่อนข้างโปร่งสบายและให้ความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังนำสายไฟลงดินทั้งโครงการ จึงไม่มีสิ่งใดมาบดบังทัศนียภาพและธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่นของทั้งโครงการ
แบบบ้านมีด้วยกัน 4 แบบ ประกอบด้วย

-RADIX บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 50.1 – 74.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 382 ตร.ม. – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / ลิฟต์โดยสารส่วนตัว

-POLLINIS บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 57.1 – 79 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 409 ตร.ม. – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 1 ห้องแม่บ้าน / ลิฟต์โดยสารส่วนตัว

-CORTEX บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 62.7 – 87.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 457 ตร.ม. – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 1 ห้องแม่บ้าน / ลิฟต์โดยสารส่วนตัว

-FOLIUM บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 74.2 – 74.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 498 ตร.ม. – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 5 ที่จอดรถ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 1 ห้องแม่บ้าน / ลิฟต์โดยสารส่วนตัว

FOLIUM จะเป็นแบบบ้านที่เราพามาชมกันในรีวิวนี้ครับ 
โครงสร้างของบ้านเป็นระบบ Conventional หรือผนังก่ออิฐมวลเบา จึงทำให้มีความแข็งแรงและสามารถต่อเติมได้ง่าย ประตูรั้วบ้านจะเป็น Aluminium แบบรางเลื่อน 3 ตอน ติดตั้งระบบอัตโนมัติควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 5 คัน รวมถึงมีพื้นที่จอดรถคันที่มีขนาดใหญ่อย่างอัลพาร์ท H1 หรือรถตู้ พื้นลานจอดลงเสาเข็มมาให้ลึกเท่ากับตัวบ้าน ปูพื้นด้วยกระเบื้อง Porcelian ขนาด 60 x 60 นอกจากนี้ โครงการยังได้จัดเตรียม Junction ของ EV Charger เป็นระบบไฟ 3 Phase 50/150 เอาไว้ให้ด้วย รองรับสำหรับใครที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ ติดกันมีตู้เก็บของสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องนำไปไว้ในตัวบ้านเช่น ถุงกอล์ฟ จักรยานพับได้ เป็นต้น 
ประตูบ้านเข้าได้ทั้งจากลานจอดรถซึ่งเป็นประตูกระจกใสบานใหญ่สามารถเปิดแล้วตรงเข้าสู่พื้นที่รับประทานอาหารได้เลย ด้านในสุดมีทางเข้าสำหรับแม่บ้านเป็น Back of House ทำให้ไม่รบกวนการพักอาศัยและใช้พื้นที่ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น 
ส่วนประตูหลักเข้าบ้านจะเป็นบานไม้สักขนาดใหญ่ ติดตั้ง Digital Doorlock เอาไว้ให้แล้ว เมื่อเปิดประตูจะพบกับ Foyer ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการพักผ่อนที่ยิ่งใหญ่ภายในบ้าน ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน จากนั้นเราจะพบกับ Common Area ขนาดใหญ่ใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นและรับแขกไปในตัว บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาบุผ้าขนาดใหญ่สีเทาควันเอาไว้ให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมกับวิวจากผนังกระจกใสที่อยู่รายรอบทั้ง 3 ด้าน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาในบ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟซึ่งก็เป็นไปตามหลัก Self Sufficient รวมทั้งสามารถเปิดรับลม และเพิ่มการถ่ายเทอากาศได้จากทุกมุมของบ้าน รวมถึงติดตั้ง ระบบ Air Quality System จาก SCG มาเพื่อช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้านให้ได้มากยิ่งขึ้น 
แนวคิดการออกแบบบ้านจากภายในสู่ภายนอกและเชื่อมต่อกับธรรมชาติในทุกอณู ทำให้เกิดความพอดีและดีพอในการอยู่อาศัย ถือเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงความใส่ใจคุณภาพชีวิตและสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่าง 
ด้านนอกบ้านยังสามารถใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นลานสำหรับนั่งสมาธิ โยคะ มีพื้นที่ว่างด้านข้างสำหรับติดตั้งน้ำพุ ทำบ่อเลี้ยงปลาคราฟ ปลูกต้นไม้ หรือจะใช้เป็นพื้นที่บ้านของสัตว์เลี้ยงตัวน้อยก็ได้เช่นกัน ทำให้เราเกิดความรู้สึกผูกพันและเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติรอบตัว อีกทั้งยังสังเกตว่า การออกแบบที่ดียังสามารถเชื่อมโยงผู้คนทั้งภายในและภายนอกบ้านเข้าไว้ด้วยกันอีกด้วย 
ถัดมาเป็น Dining Area พื้นที่ของครัวและส่วนรับประทานอาหาร เชื่อมต่อกับ Inner Court กลางบ้าน เป็นพื้นที่สำหรับสมาชิกทุกคนใช้งานร่วมกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ การลงรายละเอียดในแทบทุกจุดที่คำนึงถึงการพักอาศัยได้ในชีวิตจริง คัดสรรวัสดุที่มีความสวยงามและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพื่อความคงทนและยั่งยืน คำนวนถึงสภาวะต่างๆ ทั้งทิศทางของแดด สภาพภูมิอากาศ ความชื้น ทั้งยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวในทุกจุดรับสายตาและพื้นที่เปิดโล่งมากมาย ให้เรารู้สึกอยากอยู่บ้านและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่โปร่ง สบาย เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ 
บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารเอาไว้ ส่วนด้านในเป็น Island ที่จัดวางแบบเรียบง่าย สำหรับจัดเตรียมอาหารและนั่งจิบกาแฟยามเช้าก่อนออกไปทำงานได้ 
เรา สามารถติดตั้งเตาไฟฟ้าและอ่างล้างจานได้แบบบ้านตัวอย่าง พร้อมเคาน์เตอร์ด้านหลังและตู้เก็บของที่ปิดบิลด์อินไว้กับผนังเป็นหนึ่งเดียวกันจนแทบดูไม่ออก ส่วนครัวไทยจะอยู่ถัดเข้าไปด้านในแยกส่วนปิดมิดชิด เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นเข้าบ้านได้และเชื่อมต่อกับ Maid Area เพื่อความสะดวกในการทำงานของแม่บ้านและให้ความเป็นส่วนตัว 
ด้านในสุดถัดจากโถงบันไดจะเป็นพื้นที่การใช้งานทั้งในส่วนของห้องน้ำแบบ Powder Room ที่มีมีช่องหน้าต่างระบายอากาศและติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้ในห้องน้ำ ติดกันจะเป็นส่วนของ Laundry โครงการได้เว้นพื้นที่สำหรับให้เรา Built-in ตู้และชั้นวางของ เพื่อให้เราสามารถออกแบบฟังก์ชันได้เองตามต้องการ โดยมีการเตรียมท่องานระบบต่างๆเอาไว้ให้แล้ว ใกล้ๆ มีลิฟต์ส่วนตัวภายในบ้านของ Hitachi ติดตั้งมาให้แล้วเช่นกัน ดังนั้น จึงสะดวกมากหากบ้านไหนมีผู้สูงอายุก็ไม่จำเป็นต้องกั้นห้องชั้นล่างแต่อย่างใด เพราะการขึ้นลงด้วยลิฟต์สะดวกมากครับ อีกทั้งยังออกแบบให้ลิฟต์เชื่อมต่อกับประตูลานจอดรถทำให้สามารถกดลิฟต์ขึ้นห้องนอนชั้นบนได้ในทันที 
นอกจากลิฟต์แล้วยังมีบันไดที่เชื่อมต่อการใช้งานทุกชั้นภายในบ้านเข้าด้วยกัน บันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ประสานสีน้ำตาลเข้ม ติดตั้งไฟส่องสว่างระหว่างทางเดินเอาไว้ให้เพื่อความปลอดภัย 
โถงบันไดจะค่อนข้างสว่างเนื่องจากเชื่อมต่อช่อง Void ตรงกลางบ้านแบบ Triple Volume รับแสงจาก Sky Roof ที่อยู่ด้านบนสุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจ 
โครงการออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในบ้านโครงการจะปลูกเป็นไม้มงคลให้ ซึ่งบ้านแต่ละ Type จะได้ต้นไม้ที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ โครงการได้จัดเตรียมท่องานระบบน้ำ/ไฟ เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการสังเคราะห์แสงจากแดดจะรับผ่าน Sky Roof ครับ

เมื่อวันเวลาผ่านไปต้นไม้ต้นนี้ก็จะค่อยๆ โตและสูงขึ้นผ่านชั้น 2 มาจนถึงชั้น 3 ทำให้เราได้ใช้ชีวิตเชื่อมต่อกับธรรมชาติและยังเชื่อมต่อทุกความสัมพันธ์ของสมาชิกภายในบ้านอีกด้วยเนื่องจากจะมองเห็นกันและกันอยู่ในแทบทุกจุดของบ้านนั่นเองครับ 
บรรยากาศชั้นบนของบ้าน ชวนนึกไปถึงประโยคที่ Ludwig Mies van der Rohe สถาปนิกผู้บุกเบิกวงการสถาปัตยกรรมสมัยใหม่พูดอยู่บ่อย ๆ ว่า “God is in the Details” กลายเป็นแนวคิดหลักให้กับสถาปนิกทั่วโลกในเวลาต่อมา เพราะงานออกแบบของเขาเต็มไปด้วยรายละเอียดและความพิถีพิถัน ทว่านำเสนองานออกมาอย่างเรียบง่ายที่สุด noble TERRA ก็เช่นกันครับ ทำให้เราได้สัมผัสถึงงานดีไซน์ที่โดดเด่นแตกต่างจากบ้านทั่วไป 
แปลนบ้านเป็นแบบ Open Plan ที่มีลูกเล่นในการออกแบบเยอะมาก อยากเช่นมุมนั่งเล่นชั้นบนก็ปรับแบบจากพื้นที่ห้องนอนตามบ้านมาตรฐานมาเป็น Family Area แทน ใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับสมาชิกในครอบครัว สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ พูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ เราสามารถนำไปเป็นไอเดียได้ออกแบบบ้านตัวเองได้นะครับ เรียกได้ว่าทุกจุดผ่านกระบวนการคิดเชิงสถาปัตย์มาหมดแล้ว ภายในออกแบบสวย จัดวางฟังก์ชันได้ดี มีลิฟต์ภายในบ้าน ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้าง มี Facade Tree พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ ด้วยความที่ผนังรอบบ้านโดยมากเป็นกระจกใส ช่วยทำให้เปิดรับแสงสว่างเข้ามาภายในบ้านได้อย่างเต็มที่ มองเห็นวิวต้นไม้และสวนภายนอกที่เชื่อมต่อความรู้สึกเข้าหากันเวลาที่นั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน 
ดังนั้นชั้น 2 ของบ้านตัวอย่างจะมี 3 ห้องนอน เริ่มจากห้องแรกอยู่ทางด้านขวาของบ้านใกล้กับ Family Area ห้องนี้ออกแบบให้มีเตียงนอนสีเทาควันบุหรี่ สีน้ำตาลและสีครีม หัวเตียงกรุด้วยไม้แบบเรียบง่ายเพื่อให้สัมผัสถึึงความเป็นธรรมชาติ พร้อมโคมไฟส่องสว่างตั้งไว้ที่บริเวณหัวเตียง กานต์ว่าการออกแบบตกแต่งภายในเข้ากันได้ดีไปทั้งหมด สอดรับกับสีน้ำตาลของไม้ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่เรียบง่าย ปลายเตียงมีชั้นวางทีวีที่ออกแบบไว้ให้รู้สึกเปิดโล่ง ประตูกระจกสามารถเปิดออกไปเพื่อรดน้ำต้นไม้หรือยืนรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหลังตื่นนอนได้ครับ 
บ้านที่นี่ออกแบบห้องนอนให้เป็นแบบ En Suite Bedroom คือมีห้องน้ำส่วนตัวให้ทุกห้อง ซึ่งออกแบบและตกแต่งอย่างเรียบง่ายเช่นกัน 
ห้องนอนต่อมาจะอยู่อีกฝั่ง ด้านหน้าประตูเมื่อเปิดเข้าไปจะพบกับเตียงนอนขนาดใหญ่ที่อยู่หลบมุมเข้าไปด้านซ่้ายเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว หัวนอนบุนวมสีเดียวกับเตียงนอน ผนังด้านหน้าบ้านเป็นกระจก Full Height เข้ามุม ห้องจึงโปร่งด้วยผนังกระจกใสบานใหญ่ เปิดมุมมองสู่ภายนอกได้กว้างกว่า มองออกไปเห็นต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ที่คอยชูช่อรอโบกมือทักทายเราอยู่ในตอนเช้า 
ทั้งยังเปิดช่องแสงธรรมชาติด้านหน้าบ้านส่องผ่านเข้ามาสู่เตียงนอนได้ทันที ช่วยในการประหยัดพลังงาน สามารถเปิดหน้าต่างออกเพื่อระบายอากาศได้ ห้องนี้จึงดูโปร่ง โล่งอยู่สบายไม่รู้สึกอึดอัด ตามหลัก Natural Ventilation ส่วนปลายเตียงเป็นโต๊ะทำงานวางยาวขนานไปเป็นมุมพักผ่อน พร้อมเก้าอี้สำหรับทำงาน ด้านในสุดเป็นพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำในตัว 
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าห้องนอนทุกห้องมีขนาดใหญ่จนไม่อยากจัดลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้เอื้อต่อการพักอาศัยและใช้งานได้จริง เน้นการพักอาศัยที่อยู่สบาย ไม่อึดอัด โดยใช้หลักของการออกแบบเข้ามามีส่วนช่วย อย่างเช่นห้องนี้ที่ตกแต่งภายในห้องสไตล์มินิมอล เน้นความขาวคลีนที่ตกแต่งแบบคุมโทนได้ดี โดยจัดแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถวางเตียงนอนขนาด King Size ได้สบายเลยครับ พร้อมกับมีพื้นที่นั่งทำงานที่แยกออกไปจากหัวเตียง 
ด้วยการเลือกใช้โทนสีเทา สีน้ำตาล สีขาวและขอบสีดำ ประกอบกับวัสดุส่วนใหญ่เป็นไม้ให้ความรู้สึกถึงการพักอาศัยที่สบายใจได้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตหรู ทว่า นี่คือบรรยากาศของบ้านในกรุงเทพมหานครที่ชักชวนให้เราหลีกหนีความวุ่นวายมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งเต็มไปด้วยความเงียบสงบและให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก 
เมื่อเดินไปบนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ Multi – Purposed ที่ให้ฟีลลิ่งค่อนข้างโปร่งโล่งสบาย มีประตูกระจกเปิดออกไปด้านนอกซึ่งเป็นระเบียงขนาดใหญ่ จัดวางชุดโซฟาที่นั่งเอาไว้สำหรับพักผ่อนแบบส่วนตัว พูดคุยกันในบรรยากาศของครอบครัว นั่งเล่นรับลมชมวิว อ่านหนังสือหรือว่าจิบกาแฟยามเช้า เราสามารถปลูกไม้กระถางเพิ่มได้

การออกแบบมีความเป็น Flexible Layouts คือเราสามารถปรับฟังก์ชันภายในได้ด้วยตัวเองให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ หรือหากต้องการความเป็นส่วนตัวของเจ้าบ้าน สามารถออกแบบให้เป็นพื้นที่ชั้นปิดเพื่อให้เป็นลักษณะของ Penthouse ได้เลยครับ ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่ทั้งหมดของชั้น 3 ได้อย่างเป็นส่วนตัว 
ขณะที่บ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่นสไตล์ญี่ปุ่น สามารถจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด นั่งอ่านนิตยสารที่เปิดค้างเอาไว้หรือฟังเพลงเบาๆ ให้สบายใจในบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากๆ ได้เลยครับ 
ด้านในเป็น Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่มาก สถาปนิกออกแบบให้ห้องนอนหลักเป็นมากกว่าห้องนอนทั่วไป จะเห็นว่าภายในห้องแบ่งฟังก์ชันการใช้สอยได้หลากหลายและลงตัวดีครับ ราวกับเป็นบ้านอีกหนึ่งหลัง เมื่อเดินเข้าประตูไปจะไม่สามารถมองเห็นพื้นที่พักผ่อนได้ในทันที เตียงนอนถูกจัดเหลื่อมไว้บริเวณประตูทางเข้าโดยหลบเข้าไปด้านในเล็กน้อย ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว เราสามารถจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้เลยครับเพราะมีพื้นที่กว้างเดินได้รอบเลย 
หัวเตียงตกแต่งด้วยไม้ในสไตล์ที่มีกลิ่นอายโมเดิร์นวินเทจด้วยการเลือกใช้ดีไซน์ของเตียง โต๊ะหัวเตียง โคมไฟและการจับคู่สีและวัสดุที่ทำออกมาได้น่าสนใจ ห่้องนอนมีระยะห่างมากพอที่จะติดตั้งทีวีจอใหญ่บริเวณปลายเตียง สามารถติดตั้ง Cabinet สำหรับวางทีวีขนาดใหญ่ สำหรับนั่งดูได้จากปลายเตียง แต่ถ้าจะแนะนำให้แขวนทีวีติดผนังจะดูเรียบกว่าช่วยให้ห้องดูโมเดิร์นขึ้น ให้เรานอนชมซีรีย์เรื่องโปรดจาก Netflix บนเตียงเลยได้สบายๆ เลยครับ รอบห้องเปิดช่องแสงขนาดใหญ่ด้วยผนังกระจกแบบเข้ามุมทำให้ห้องนอนดูกว้างและโปร่งโล่ง อยู่สบายไม่รู้สึกอึดอัด ปลายตียงอีกด้านออกแบบให้เป็นมุมโต๊ะทำงาน มีเก้าอี้สำหรับนั่งเซ็นต์เอกสาร ตอบอีเมลล์ เอาไว้เคลียร์งานเล็กๆ น้อยๆ ช่วงก่อนนอนหรือตื่นตอนเช้าได้ 
ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ห้องแต่งตัวติดตั้งตู้เสื้อผ้ามีขนาดใหญ่ขนานไปกับผนัง สามารถจัดเก็บเสื้อผ้าได้เยอะมาก แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ฝั่งซึ่งสะดวกสำหรับการใช้งานของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง 
คั่นกลางด้วยห้องน้ำที่ติดตั้งอ่างล้างหน้าแบบ His & Her แยกส่วนของ Shower ส่วนเปียกแห้งและมีอ่างอาบน้ำในตัว ซึ่งข้อดีก็คือเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วสามารถแต่งตัวจบในโซนได้เลยครับ นับว่าสะดวกมาก 
#สรุป noble TERRA พระราม 9-เอกมัย เหมาะสำหรับใครที่มองหาบ้านเดี่ยว 3 ชั้น มีงานดีไซน์ที่สวยเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางโลเคชั่นของพระราม 9 ถือเป็นที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้ง่ายและสะดวก เพราะต้องบอกเลยว่านับวันเราจะหาโครงการบ้านทำเลใจกลางเมืองที่เพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันได้ยากเต็มที

โครงการนี้กานต์ว่าสามารถตอบโจทย์สำหรับ Urbanista มากๆ เลยครับ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-251-9955 หรือ Line @noblerarity
คลิก https://lin.ee/rLxCiZR 

FAQFrequently Asked Questions

Where is noble TERRA Rama 9–Ekamai located?

noble TERRA Rama 9–Ekamai is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.

Design features of noble TERRA Rama 9–Ekamai?

KANT visited and reviewed noble TERRA Rama 9–Ekamai covering architecture and amenities.

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน