Last Updated: 25 July 2026

ทำความรู้จัก #โรงแรมที่ดีที่สุดในโลกปีนี้
Passalacqua, Moltrasio Italy![]()
ฟีลเหมือนไปนอนบ้านเพื่อน แต่เป็นเพื่อนที่โคตรรวย![]()
ทะเลสาบโคโม่ และรางวัลระดับโลก
Lake Como ทะเลสาบสุดโรแมนติกในอิตาลี ไม่เคยหายไปจากความประทับใจของเรา ยิ่งหมาก-คิม ไปจัดงานแต่งที่นั่น ทำให้คุณกานต์อยากไปเที่ยวที่นี่อีกสักครั้ง
ยิ่ง The Worlds 50 Best ประกาศผลรางวัล 50 โรงแรม รีสอร์ตที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้ และมีชื่อของ Passalacqua, Moltrasio อยู่อันดับ 1 ก็อยากรู้ว่าทำไมกรรมการที่จัดอันดับถึงเลือกว่าประทับใจโรงแรมนี้ที่สุด
ที่มา และแนวคิด
Passalacqua เป็นโรงแรมใหม่ล่าสุดของทะเลสาบโคโม่ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ปรับปรุงขึ้นจากวิลล่าเก่าใน\ปี 1767 สร้างขึ้นโดย Count Andrea Lucini Passalacqua อดีตเคยเป็นบ้านเก่าของนักแต่งเพลงชื่อดัง Vincenzo Bellini
เจ้าของปัจจุบันคือตระกูล De Santis ซึ่งเป็นเจ้าของ Grand Hotel Tremezzo รีสอร์ทแนวโอเปร่าริมชายฝั่งที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือราวๆ 20 นาที
งานออกแบบ
Passalacqua มีลักษณะเป็นโรงแรมอยู่บนเนินเขาที่ทำเป็นสวนขั้นบันไดขนาดใหญ่ สิบกว่าไร่ ประดับน้ำพุ 16 จุด และมีต้นสนไซเปรสอายุ 300 ปีปลูกเอาไว้ ท่ามกลางสวนกุหลาบ ดอกแมคโนเลีย สนซีดาร์และต้นมะกอก
เจ้าของตั้งใจให้งานดีไซน์ได้ฟีลเหมือนโรงแรมในหนังของ Wes Anderson แต่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์แบบดั้งเดิมของอิตาลี มีห้องสวีท 24 ห้อง ทั้งหมด 3 อาคารให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านพักส่วนตัวที่มองเห็นวิวทะเลสาบ
ห้องพัก และห้องสวีท
ห้องสวีทในวิลล่าตั้งชื่อตามตัวละครของ Bellini แต่ละห้องได้รับการออกแบบที่แตกต่างกันไป ทั้งงานสไตล์บาโรคที่เน้นโชว์งานฝีมือแบบอิตาลีคลาสสิก ตั้งแต่โคมระย้าแก้วมูราโน่เป่ามือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบดั้งเดิมและการแกะสลักบนเพดานที่ประดับเพิ่มเติมด้วยกระจกปิดทอง ภาพวาดบุคคลในศตวรรษที่ 19
โต๊ะโบราณเคลือบแลคเกอร์ สิ่งทอและเฟอร์นิเจอร์มาจาก Rubelli โคมไฟที่หุ้มด้วยผ้าไหมสั่งทำพิเศษ โดย Fortuny งานกระจกแกะสลักฝีมือจากตระกูล Barbini ตู้มินิบาร์ที่มีกระจกเหมือนกล่องดนตรี ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ปูด้วยหินอ่อน และมีพื้นผิวสะท้อนเข้ากับแสงระยิบระยับของทะเลสาบ
ส่วนห้องสวีทในอาคารด้านหลังตกแต่งเดิมเป็นที่ตั้งของคอกม้า นำมาสร้างเป็น Palazzo ตกแต่งด้วยสีแดงเข้มและสีเขียวมะกอก คานเปลือย บางห้องมีเตาผิงและระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นสวนขั้นบันไดทอดยาวไปจนถึงทะเลสาบโคโม่
สิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกนอกจากสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ประดับด้วยร่มสนามลายดอกไม้จากฝีมือการออกแบบของ JJ Martin มีฟิตเนสสนามเทนนิส ซาวน่าและสตีมที่อยู่ในห้องใต้ดิน โรงหนังกลางแจ้ง ลาน Bocce Ball และสวนผักที่ปลูกสำหรับใช้ในครัวของโรงแรม
อาหาร และบทสรุป
อาหารทั้งหมดดูแลโดยเชฟชาวอิตาเลี่ยน เน้นการนำเสนออาหารแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล โดยเราสามารถเดินไปคุยกับเชฟได้ว่าดินเนอร์คืนนี้อยากจะทานอะไรเป็นพิเศษและต้องการให้จัดโต๊ะนั่งบริเวณไหนในโรงแรมที่จะทำให้แขกมีประทับใจที่สุด ส่วนอาหารเช้าก็เหมือนเรามานั่งกินข้าวอยู่ที่บ้านเชฟ
จึงไม่แปลกใจว่าทำไม Passalacqua, Moltrasio Italy จึงคว้ารางวัลอันดับ 1 ของโรงแรม รีสอร์ตที่ดีที่สุดในโลกจาก The Worlds 50 Best ไปครองได้สำเร็จ
Passalacqua, Moltrasio Italy


















































คำถามที่พบบ่อย — Passalacqua, Moltrasio
Passalacqua อยู่ที่ไหน และโดดเด่นเรื่องอะไร
Passalacqua ตั้งอยู่ที่เมือง Moltrasio ริมทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี เป็นโรงแรมที่ The World s 50 Best ยกให้เป็นอันดับ 1 ของโลกในปีที่ประกาศรางวัล ตัวโรงแรมปรับปรุงขึ้นจากวิลล่าเก่าปี 1767 ที่สร้างโดย Count Andrea Lucini Passalacqua และเคยเป็นบ้านของนักแต่งเพลงชื่อดัง Vincenzo Bellini เจ้าของปัจจุบันคือตระกูล De Santis ซึ่งเป็นเจ้าของ Grand Hotel Tremezzo ที่อยู่ห่างขึ้นไปทางเหนือราวยี่สิบนาที
งานออกแบบและห้องพักของ Passalacqua เป็นอย่างไร
โรงแรมตั้งอยู่บนเนินเขาที่จัดเป็นสวนขั้นบันไดขนาดสิบกว่าไร่ ประดับน้ำพุ 16 จุด มีต้นสนไซเปรสอายุกว่า 300 ปี ท่ามกลางสวนกุหลาบ ดอกแมกโนเลีย สนซีดาร์ และต้นมะกอก เจ้าของตั้งใจให้งานดีไซน์ได้อารมณ์โรงแรมในหนังของ Wes Anderson แต่ยังคงเสน่ห์อิตาลีดั้งเดิมไว้ มีห้องสวีท 24 ห้องใน 3 อาคาร ตั้งชื่อตามตัวละครของ Bellini ตกแต่งด้วยโคมระย้าแก้วมูราโนเป่ามือ สิ่งทอ Rubelli โคมไฟผ้าไหม Fortuny และงานกระจกจากตระกูล Barbini
มีสิ่งอำนวยความสะดวกและอาหารอย่างไร และควรเตรียมตัวแค่ไหน
นอกจากสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ประดับร่มสนามลายดอกไม้ออกแบบโดย JJ Martin ยังมีฟิตเนส สนามเทนนิส ซาวน่าและสตีมในชั้นใต้ดิน โรงหนังกลางแจ้ง ลาน Bocce Ball และสวนผักที่ปลูกส่งเข้าครัวของโรงแรมเอง อาหารดูแลโดยเชฟชาวอิตาเลียน เน้นสูตรดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาและวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล แขกเดินไปคุยกับเชฟได้เลยว่าอยากทานอะไรและอยากนั่งโต๊ะตรงไหน ด้วยจำนวนเพียง 24 สวีท การจองล่วงหน้าจึงจำเป็นมาก


