Last Updated: 22 June 2026
ENGLISH SUMMARY — HOTEL REVIEW
Mandarin Oriental Tokyo crowns a tower in the historic Nihonbashi district, with rooms beginning around the thirtieth floor. This KANT review covers its sweeping city-and-Mount-Fuji views, its multiple Michelin-starred restaurants and its spa, which together place it among Tokyo's most decorated luxury hotels. Rates start around THB 47,000 per night.
สรุปตรง
Mandarin Oriental, Tokyo คือโรงแรมหรูในย่าน Nihonbashi ใจกลางกรุงโตเกียว อยู่บนชั้นบนของอาคาร Nihonbashi Mitsui Tower มีห้องพักราว 178 ห้อง ล็อบบี้อยู่บนชั้น 38 และสปาบนชั้น 37 ที่มองเห็นเมืองแบบพาโนรามา ค่าห้องเริ่มต้นราว 47,000 บาทต่อคืน งานออกแบบได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียะญี่ปุ่น ทั้งพื้นไม้ไผ่และผ้าทอที่สั่งทำพิเศษ จุดที่กานต์ประทับใจคือวิวเมืองและภูเขาไฟฟูจิจากห้องพักชั้นสูง เหมาะกับนักธุรกิจ คู่รัก และนักชิมที่อยากพักใกล้ร้านระดับมิชลินของ Nihonbashi
| KANT Rating | 4.8 / 5 |
|---|---|
| Location | Tokyo |
| Price | เริ่มต้นราว 47,000 บาท/คืน |
| Class | 5-star |

Mandarin Oriental Tokyo
#โรงแรมกลางโตเกียววิวคือชนะเลิศ
กานต์เข้าพักที่ Mandarin Oriental (M.O. Tokyo) โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่บน 9 ชั้นสูงสุดของอาคาร Nihonbashi Mitsui นี่คือหลักกิโลเมตรที่ 0 ของโตเกียว นิฮองบาชิ จุดเริ่มต้นย่านเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญของญี่ปุ่น ห่างจากพระราชวังโตเกียวอิมพีเรียลเพียง 2 กม. และใกล้กับสถานีโตเกียว ดังนั้นการเดินทางจึงเป็นเรื่องง่าย
M.O. Tokyo ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอาร์เจนตินาชื่อดัง César Pelli ไฮไลท์คือวิวโตเกียวมุมสูงทอดสายตายาวไปจนถึงภูเขาไฟฟูจิทางทิศตะวันตก โตเกียวสกายทรีและแม่น้ำสุมิดะทางทิศตะวันออก และอ่าวโตเกียวทางทิศใต้ โรงแรมถึงกับเตรียมกล้องส่องทางไกลเอาไว้ให้เราเลยครับ
งานดีไซน์เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ออกแบบตัวอาคารมีลักษณะคล้ายต้นไม้ โดยมีทางเข้าที่ด้านล่างของหอคอยซึ่งเป็นตัวแทนของฐาน ที่ชั้นบนสุดมีผ้าและพรมบ่งบอกถึงใบไม้และกิ่งก้าน ให้ความรู้สึกเหมือนร่มไม้
เรากดลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นบนสุดซึ่งเปรียบเสมือนหลังคาของป่า มองเห็นโถงล้อบบี้ขนาดสูงใหญ่ ตรงกลางจัดวางที่นั่งเอาไว้ ส่วนด้านหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์เช็คอินที่มีฉากหลังเป็นโตเกียวฝั่งตะวันออก ส่วนไฮไลท์คือจุดชมวิวตะวันตกดินผ่านกระจกใสที่มีฉากหน้าเป็นอาคารน้อยใหญ่ และมองไปไกลถึงภูเขาไฟฟูจิ
ห้องพักมีทั้งหมด 157 ห้องและห้องสวีท 22 ห้องได้รับการตกแต่งภายในโดย Ryu Kosaka ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น นำเสนอลวดลายสวยงาม เช่น ต้นบอนไซและลวดลายดอกซากุระ สร้างจากธีมการออกแบบ “ไม้และน้ำ” นำเสนอผ่านผ้าและเฟอร์นิเจอร์ที่แสดงถึงป่าไม้และฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง รู้สึกได้ถึงความสงบ โรงแรมมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียชัดเจนมาก
เราพักที่ห้องแบบ Mandarin Grand Room ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก พื้นปูด้วยไม้เนื้อแข็ง ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในบ้านญี่ปุ่น หน้าต่างกว้างขวางทำให้ห้องสว่างขึ้นอย่างเพียงพอ มี โต๊ะทำงานขนาดใหญ่หันหน้าไปทางหน้าต่างและมีโซฟา มีเบาะนั่งและโต๊ะอยู่ระหว่างหน้าต่างและเตียง โรงแรมวางชุดของว่างต้อนรับเอาไว้เป็นชารสเข้มและคุ๊กกี้ และมีของที่ระลึกสำหรับ Fan of M.O. แบบเราอีกด้วย
เตียงนอนจัดวางไว้กลางห้องปูด้วยชุดเครื่องนอนผ้าฝ้ายอียิปต์ 450 เส้นด้าย ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินขนาดใหญ่อยู่ทางด้านขวาของทางเข้าห้องช่วยให้ห้องไม่แออัด ห้องน้ำหินอ่อนพร้อมอ่างอาบน้ำทรงกลมและฝักบัวที่นั่งอาบ Amenities ใช้ของ Natura Bissé แบรนด์สกินแคร์จากสเปน พร้อมเกลืออาบน้ำถูกจัดวางเอาไว้ให้แล้ว
ภายในห้องยังมีชุดยูกาตะ กล้องส่องทางไกล เครื่องชงกาแฟ Nespresso และเสื่อโยคะ มู่ลี่และไฟควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ต้องยอมรับว่าค่อนข้างผ่านการใช้งานมานาน ก่อนนอนแม่บ้านจะเตรียมน้ำมันหอมระเหยเอาไว้เพื่อการผ่อนคลายเป็นกลิ่นที่เบลนด์ขึ้นมาใหม่สำหรับ M.O. Tokyo โดยเฉพาะ
ตอนเช้าตรู่เผยให้เห็นภาพพาโนรามาของโตเกียว เราสามารถเลือกได้ว่าจะทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารหรือจะเลือกทานในห้องแบบ In Room Service ซึ่งเราพบว่าแบบหลังดูสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวกว่ามาก ยังไม่ลืมที่จะสั่ง Eggs Benedict เมนูไฮไลท์ของที่นี่ นำเสนอวัตถุดิบที่ปลูกเอง คัดเอง ปรุงและเสิร์ฟเองจากทีมเชฟ
ข้อดีอีกอย่างคือโรงแรมเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าที่มีแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร 140 แห่งพร้อมตัวเลือกที่หลากหลายในทุกระดับราคา
มีสปาอยู่ชั้น 37 และฟิตเนสอยู่ชั้นเดียวกับล้อบบี้ แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ M.O. Tokyo ไม่มีสระว่ายน้ำให้บริการ และเสียใจที่ไม่ได้ทาน Sushi Shin by Miyakawa เพราะว่าจองไม่ทัน!









































จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com
คำถามที่พบบ่อย — Mandarin Oriental, Tokyo
Mandarin Oriental, Tokyo อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร
Mandarin Oriental, Tokyo ครองเก้าชั้นบนสุดของอาคาร Nihonbashi Mitsui Tower ในย่านนิฮอนบาชิ ย่านการค้าเก่าแก่ที่อยู่ติดกับสถานีโตเกียวและตลาดหลักทรัพย์ ห้องพักเริ่มตั้งแต่ชั้น 30 ขึ้นไป ทำให้เห็นวิวเมืองและภูเขาไฟฟูจิในวันฟ้าใส เดินเชื่อมถึงสถานีรถไฟใต้ดินมิตสึโคชิมาเอะได้โดยตรง จากสนามบินฮาเนดะใช้เวลาราว 30 นาที ส่วนนาริตะราวหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์ เป็นทำเลที่สะดวกทั้งสายช้อปและสายประชุมงาน
Mandarin Oriental, Tokyo มีจุดเด่นด้านงานออกแบบอย่างไร
อาคารหอคอยออกแบบโดยสำนักงาน Pelli Clarke & Partners ส่วนงานตกแต่งภายในของโรงแรมหยิบธีมป่าและน้ำมาเล่ากับวัสดุญี่ปุ่นอย่างไม้ ไผ่ และกระดาษวาชิ ล็อบบี้บนชั้นสูงเปิดออกสู่วิวรอบทิศของโตเกียว และใช้แสงธรรมชาติเป็นพระเอกของพื้นที่ จุดเด่นคือการผสานงานคราฟต์ดั้งเดิมเข้ากับสเกลของตึกระฟ้าได้อย่างกลมกลืน สปาบนชั้นบนยังเคยติดอันดับสปาที่ดีที่สุดในโลกจากการโหวตของผู้อ่านนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำ
Mandarin Oriental, Tokyo เหมาะกับใคร
โรงแรมเปิดตั้งแต่ปี 2005 และวางตัวเป็นหนึ่งในที่พักหรูที่มีร้านอาหารระดับมิชลินมากที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ทั้ง Sense, Signature และ Tapas Molecular Bar ล้วนเคยได้ดาว เหมาะกับนักชิมที่อยากกินมื้อสำคัญในที่เดียวกับที่นอน นักเดินทางเชิงธุรกิจที่ต้องการทำเลใจกลางเมือง และคู่รักที่มองหาวิวสูงเหนือนิฮอนบาชิ กานต์มองว่าจุดแข็งของแมนดาริน โอเรียนทอล โตเกียว คือการใช้อาหารเป็นแม่เหล็กดึงลูกค้าระดับบน มากกว่าจะพึ่งจำนวนห้องหรือขนาดของโรงแรม



