Saturday 10 October 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE  ·  HOUSE  ·  09 Oct 2026

รีวิว Wisdom First Residence บ้านเดี่ยวหรูติด Rugby School เขาไม้แก้ว ชลบุรี

บ้านเดี่ยวซูเปอร์ลักชัวรีจากวิสดอม พร็อพเพอร์ตี้ เขาไม้แก้ว ชลบุรี ติด Rugby School Thailand ออกแบบโดย A49 314–511 ตร.ม. เริ่ม 19.8 ล้าน กานต์พาเดินบ้านตัวอย่าง

Words & Photography ·
ภาพมุมสูงบ้านเดี่ยวหลังคาจั่วในโครงการ Wisdom First Residence
PROPERTYQuick Facts: รีวิว Wisdom First Residence บ้านเดี่ยวหรูติด Rugby School เขาไม้แก้ว ชลบุรี
TypeLuxury Property
ByKANT
Updated9 Oct 2026

ENGLISH SUMMARY

Wisdom First Residence is the first luxury housing phase of Wisdom Valley, a 1,400-rai master-planned district at Khao Mai Kaeo, Bang Lamung, Chon Buri, developed by Wisdom Property Development under CEO Thaya Teepsuwan. The project sits next to Rugby School Thailand, the first overseas sister school of England's Rugby School, with a private link that brings residents onto campus in one to two minutes. Designed by A49 in a Mid-Century Modern idiom, the 47-unit first phase offers three house types from 315 to more than 511 sq.m. on plots of 115 to 180 sq.wah, served by a 3,000 sq.m. clubhouse on 22 rai around a lake. KANT reads the project as Proof before Promise: the school came first, the houses after. Prices start at 19.8 million baht.

สรุปตรง

Wisdom First Residence คือโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรีของบริษัท วิสดอม พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในพื้นที่ Wisdom Valley กว่า 1,400 ไร่ ที่เขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โครงการอยู่ติด Rugby School Thailand และมีทางเชื่อมให้ลูกบ้านเข้าโรงเรียนได้ภายใน 1–2 นาที โดยไม่ต้องข้ามถนนสายหลัก เฟสแรกมี 47 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านสามแบบ ZEN มี 3 ห้องนอน บนที่ดินเริ่มต้น 115 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 315 ตารางเมตร ELEGANCE ขยับเป็น 4 ห้องนอน 413 ตารางเมตร จอดรถได้ 3 คัน ส่วน TIMELESS อยู่บนที่ดิน 180 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยกว่า 511 ตารางเมตร และเพิ่มห้องอเนกประสงค์ ราคาเริ่มต้น 19.8 ล้านบาท งานสถาปัตยกรรมเป็นของ A49 ในสไตล์ Mid-Century Modern หลังคาจั่วลาดชันกับกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน พื้นที่ส่วนกลางคือ Clubhouse 3,000 ตารางเมตรบนพื้นที่ 22 ไร่รอบทะเลสาบ มีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส ซาวน่าและห้องสตีม กอล์ฟซิมูเลเตอร์ Kids Club ครัวส่วนกลางสำหรับ Chef’s Table และติดตั้งโซลาร์เซลล์ โครงการห่างใจกลางเมืองพัทยาราว 20 กิโลเมตร และเข้ากรุงเทพฯ ผ่านมอเตอร์เวย์ได้ในราว 1 ชั่วโมง 30 นาที

“𝐅𝐨𝐫 𝐨𝐮𝐫 𝐡𝐨𝐮𝐬𝐞 𝐢𝐬 𝐨𝐮𝐫 𝐜𝐨𝐫𝐧𝐞𝐫 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐰𝐨𝐫𝐥𝐝. 𝐀𝐬 𝐡𝐚𝐬 𝐨𝐟𝐭𝐞𝐧 𝐛𝐞𝐞𝐧 𝐬𝐚𝐢𝐝, 𝐢𝐭 𝐢𝐬 𝐨𝐮𝐫 𝐟𝐢𝐫𝐬𝐭 𝐮𝐧𝐢𝐯𝐞𝐫𝐬𝐞, 𝐚 𝐫𝐞𝐚𝐥 𝐜𝐨𝐬𝐦𝐨𝐬 𝐢𝐧 𝐞𝐯𝐞𝐫𝐲 𝐬𝐞𝐧𝐬𝐞 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐰𝐨𝐫𝐝.” —ปี 1958 Gaston Bachelard เขียนไว้ใน The Poetics of Space ว่า “บ้านของเราคือมุมหนึ่งของโลกที่เป็นของเรา อย่างที่มีคนพูดกันอยู่เสมอว่า มันคือจักรวาลแรกของเรา เป็นจักรวาลจริง ๆ ในทุกความหมายของคำ”

เขากำลังบอกว่าบ้านคือจักรวาลแรกที่เด็กคนหนึ่งได้รู้จัก เพราะเด็กคนหนึ่งจะเรียนรู้ว่า ยามเช้าหน้าตาเป็นอย่างไรได้ ก็จากแสงที่ตกลงบนพื้นห้อง และเรียนรู้ว่ามื้อเย็นจะได้มาจากกลิ่นที่ลอยออกมาจากครัว และเรียนรู้ว่าใกล้กับไกลวัดกันด้วยอะไร จากระยะระหว่างบ้านกับโรงเรียน ทั้งชีวิตหลังจากนั้น เด็กจะเอาทุกที่ที่เขาไปเทียบกลับมาที่มาตรวัดชุดนี้ โดยไม่รู้ตัวสักนิด สังเกตให้ดีครับว่าเครื่องมือที่เด็กคนนั้นใช้วัดโลก ไม่มีสักชิ้นที่เป็นไม้บรรทัด … แต่คือ “เวลา”

เวลาในความหมายของวันธรรมดา คือเช้าที่ไม่ต้องเร่ง เย็นที่กลับถึงบ้านทันก่อนลูกหลับ ระยะทางจากโต๊ะกินข้าวถึงประตูโรงเรียนที่วัดกันเป็นนาที ไม่ใช่ชั่วโมง สำหรับกานต์ นี่คือสินค้าที่แพงที่สุดในเมืองไทยเวลานี้ และเป็นสินค้าที่เงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ เพราะมันต้องอาศัยการวางแผนมาตั้งแต่ต้น

Wisdom First Residence คือบ้านที่เกิดจากแนวความคิดนั้นครับ

Key Facts
DeveloperWisdom Property Development
Typeบ้านเดี่ยว
Locationเขาไม้แก้ว · บางละมุง · ชลบุรี
Priceเริ่มต้น 19.8 ล้านบาท

Proof before Promise สร้างโรงเรียนก่อน แล้วค่อยสร้างบ้าน

เรื่องที่กานต์ว่าน่าสนใจที่สุดของโครงการนี้ อยู่ที่การวางแผนผัง เพราะโครงการบ้านจัดสรรเกือบทั้งหมดเดินทางแบบเดียวกัน คือ ซื้อที่ดิน ขึ้นบ้าน ขายให้หมด แล้วค่อยหวังว่าสิ่งดี ๆ รอบตัวจะทยอยตามมาทีหลัง แต่ที่เขาไม้แก้ว บางละมุง ครอบครัวทีปสุวรรณกลับทำสลับด้านกัน ด้วยการสร้าง Rugby School Thailand จากสหราชอาณาจักร ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1567 ก่อน จากนั้นถึงจะสร้างบ้านขาย เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี และเปลี่ยนสถานะของทำเลไปคนละเรื่องเลยครับ เพราะสิ่งที่ผู้ซื้อกำลังจะได้ คือโรงเรียนระดับโลกที่มีเด็กเรียนอยู่จริง มีชุมชนผู้ปกครองตั้งหลักอยู่ก่อนแล้วจริง ๆ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่ใครจะเซ็นใบจองสักหลัง

กานต์เรียกกลไกแบบนี้ว่า Proof before Promise ถือเป็นต้นทุนความไว้วางใจที่คู่แข่งลอกตามได้ยากมาก

Learn—Live—Lifestyle สามเสาของ Wisdom Valley

คุณทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิสดอม พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้นิยามไว้ว่าเป็น “เมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” วางโครงบนสามเสา คือ Learn—Live—Lifestyle โดยมี Wisdom First Residence เป็นที่อยู่อาศัยระดับ Luxury หลังแรกของหุบเขาแห่งนี้

งานสถาปัตยกรรมเป็นฝีมือ A49 ที่ออกแบบในสไตล์ Mid-Century Modern บ้านมีหลังคาจั่วสูงที่ให้สัดส่วนสง่างามโดยไม่ต้องประดับอะไรเพิ่ม เปิดช่องแสงขนาดใหญ่ที่ดึงให้สวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภายใน และความต่อเนื่องระหว่างในบ้านกับนอกบ้านที่ภาษางานออกแบบเรียกว่า indoor–outdoor living เพราะมี Clubhouse ขนาดใหญ่ 3,000 ตร.ม. บนพื้นที่ส่วนกลาง รวม 22 ไร่ มีทะเลสาบและเทรลธรรมชาติเป็นแกนกลาง มีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนสสตูดิโอ คลับเล้าจ์ สปาทรีตเมนต์ ซาวน่า ห้องสตีม กอล์ฟซิมูเลเตอร์ เกมรูม ห้องซิการ์ ไดนิ่งรูมพร้อมเชฟส์บาร์ Kids Club สนามเทนนิส และสวนสาธารณะกลางโครงการ

กานต์ไล่อ่านรายการนี้แล้วเห็นอย่างหนึ่งชัดมากว่า มันถูกจัดวางตามช่วงเวลาของวัน มากกว่าจะจัดตามหมวดกีฬาหรือหมวดพักผ่อน ว่ายน้ำตอนเช้า ประชุมตอนสาย นวดตอนบ่าย ซิการ์ตอนค่ำ ส่วนกลางของที่นี่จึงถูกออกแบบมาให้ชีวิตทั้งวันเกิดขึ้นได้ในรัศมีเดินถึง ซึ่งทำให้เกิดคุณค่าของเวลาเต็มเปี่ยม

กานต์พาไปชมบ้านตัวอย่างและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันต่อด้านในนะครับ

ทำเลเขาไม้แก้ว ระหว่างหุบเขากับเมืองพัทยา

โครงการ Wisdom First Residence เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบระดับซูเปอร์ลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท วิสดอม พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (Wisdom Property Development Co., Ltd.) ภายใต้การนำของคุณทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการสร้างสรรค์ “เมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” โครงการนี้คือการสร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตขนาดมหึมาที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Wisdom Valley” อาณาจักรพื้นที่สีเขียวและการเรียนรู้ขนาดกว่า 1,400 ไร่ ในทำเลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

โครงการตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3240 (ถนนหนองปรือ – เขาไม้แก้ว) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดรองที่เชื่อมต่อระหว่างเส้นทางหลักสายยุทธศาสตร์ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 36 ที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง และทางหลวงหมายเลข 331 ที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่อุตสาหกรรมตอนใน

ภาพมุมสูงบ้านเดี่ยวหลังคาจั่วในโครงการ Wisdom First Residence

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเขาไม้แก้วเป็นพื้นที่ราบสลับเนินเขา (Hilly Terrain) ซึ่งนอกจากจะมอบทัศนียภาพที่สวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์กว่าบริเวณชายฝั่งแล้ว ยังเป็นปราการธรรมชาติที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอุทกภัยได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ทำเลเขาไม้แก้วคือความสามารถในการรักษาสมดุลระหว่าง “ความสันโดษ” (Isolation) และ “การเชื่อมต่อ” (Connectivity) อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้อยู่อาศัยมีอิสระในการเลือกที่จะดื่มด่ำกับธรรมชาติในหุบเขา หรือขับรถเพียงไม่กี่นาทีเพื่อเข้าสู่ศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลกในพัทยา

การอยู่อาศัยใน Wisdom Valley จึงเปรียบเสมือนการพักผ่อนใน Retreat ส่วนตัวที่หลีกหนีจากความวุ่นวาย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ตัดขาดจากความเจริญของสังคมเมืองแต่อย่างใดเลยครับ

การเดินทางจากโครงการสามารถเข้าถึงจุดศูนย์กลางความเจริญได้อย่างรวดเร็ว โดยห่างจากใจกลางเมืองพัทยาเพียง 21 กิโลเมตร หรือใช้เวลาขับรถเพียง 15-30 นาที และหากต้องการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครหรือสนามบินสุวรรณภูมิ ก็สามารถใช้มอเตอร์เวย์สายพัทยา-ชลบุรี ซึ่งทำระยะทางเพียง 125 กิโลเมตร หรือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น

เว็บไซต์โครงการระบุระยะจาก Wisdom First Residence ไว้ดังนี้ Rugby School Thailand 50 เมตร Pattaya Country Club 5.7 กิโลเมตร Parichat International Golf Links 6.6 กิโลเมตร Siam Country Club 8.7 กิโลเมตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา 11.1 กิโลเมตร โรงพยาบาลบางละมุง 16.3 กิโลเมตร Bangkok Hospital Pattaya 17.1 กิโลเมตร Terminal 21 Pattaya 19.7 กิโลเมตร และ Central Pattaya 20 กิโลเมตร*

ภาพมุมสูง Clubhouse ที่ติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา

คุณทยา ได้วางวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองขนาดย่อมนี้ผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ Live, Learn และ Lifestyle การควบคุมพื้นที่ระดับ 1,400 ไร่โดยผู้พัฒนาเพียงรายเดียว (Single Developer Control) เป็นการรับประกันว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบจะถูกรักษาให้มีมาตรฐานสูงสุด ปราศจากการรุกล้ำของอุตสาหกรรมมลพิษหรือชุมชนแออัดในอนาคตครับ

Learn — จุดศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ระดับโลก

ภาพมุมสูงถนนทางเข้าและป้ายโครงการ

กานต์มองว่าที่น่าสนใจคือโครงการนี้ อยู่ติดกับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ (Rugby School Thailand – RST) และมีระบบทางเชื่อมลูกบ้านเข้าสู่พื้นที่โรงเรียนได้อย่างปลอดภัยภายในเวลาเพียง 1-2 นาทีโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการข้ามถนนสายหลักและไม่กังวลเรื่องรถติด

ครอบครัวพาลูกเดินไปโรงเรียน Rugby School Thailand

เท้าความกันสักนิด Rugby School Thailand เป็นโรงเรียนเครือข่าย (Sister School) แห่งแรกนอกสหราชอาณาจักรของสถาบัน Rugby School ดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 457 ปี (ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1567) และเป็นต้นกำเนิดของกีฬารักบี้ โรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่กว้างขวางกว่า 180 ไร่ รองรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 2 ถึง 18 ปี (ระดับ Pre-Nursery ถึง Year 13) ด้วยจำนวนนักเรียนปัจจุบันกว่า 1,100 คน

แนวคิดหลักของการศึกษาที่นี่คือ The Whole Person ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และทักษะชีวิต (Life Skills) ผ่านระบบโรงเรียนประจำ (Boarding School) และแบบไป-กลับ (Day School)

ภายในวิทยาเขตของโรงเรียนประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ที่เทียบเท่าสปอร์ตคลับหรือมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ สระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกความยาว 50 เมตร, สระฝึกซ้อม 25 เมตร, อาคารกีฬา Webb Ellis Sports Centre (WEC) พร้อมสนามบาสเกตบอลมาตรฐาน FIBA, ลู่วิ่งกรีฑามาตรฐาน, ศูนย์ศิลปะการแสดง (Performing Arts Centre) ที่มีโรงละคร Black Box Theatre และสตูดิโอบันทึกเสียงระดับมืออาชีพ รวมถึงอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา (Senior Science Centre) ที่ทันสมัย

Lifestyle — บูรณาการสุขภาวะและกิจกรรมกลางแจ้ง

สระว่ายน้ำหน้า Clubhouse ยามเย็น

วิสัยทัศน์ในด้านไลฟ์สไตล์คือความต้องการให้แต่ละครอบครัว ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ เฉพาะ Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ Wisdom First Residence ก็มีเนื้อที่มากถึง 22 ไร่ และเมื่อรวมกับ Wisdom Valley ทั้งหมดจะมีพื้นที่กว่า 500 ไร่ ที่ถูกจัดสรรให้เป็น Outdoor Education Centre (OEC) และพื้นที่กิจกรรมสันทนาการเชิงรุก (Active Recreation)

ระเบียง Clubhouse มองออกไปเห็นทุ่งหญ้าและภูเขา
เลานจ์ภายใน Clubhouse
เลานจ์ผนังหินอ่อนสำหรับสังสรรค์ใน Clubhouse

Clubhouse ของโครงการ Wisdom First Residence ออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนย่อย เพื่อรองรับกิจกรรมที่แตกต่างกันของสมาชิกครอบครัวทุกช่วงวัย โดยมีฟังก์ชันการใช้งานมากกว่า 26 ฟังก์ชัน ที่โอบล้อมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของทัศนียภาพ (Lake View) มีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์มากมาย รวมถึงห้องสำหรับสังสรรค์ของนักธุรกิจ

ลู่วิ่งรอบโครงการ

โซนสุขภาพและกีฬา (Fitness & Wellness) ประกอบด้วยห้องออกกำลังกาย (Fitness) ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการออกกำลังกายได้ครบทุกสัดส่วน รอบโครงการก็สามารถวิ่งออกกำลังกายได้

ลานฝึกโยคะของโครงการ
ห้องทรีตเมนต์ใน Clubhouse

ห้องฝึกโยคะ (Yoga Room) สำหรับผู้ที่ต้องการสมาธิและความยืดหยุ่น หรือใครอยากใช้พื้นที่กลางแจ้งสำหรับฝึกโยคะก็ได้เช่นกัน ห้องทรีตเม้นท์สำหรับผ่อนคลาย เราสามารถให้เทราพิสต์จากภายนอกมาให้บริการเราได้

ห้องซาวน่าใน Clubhouse

โซนผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกาย (Relaxation & Recovery) โครงการได้จัดเตรียมห้องอบไอน้ำ (Steam) และห้องซาวน่า (Sauna) โดยแยกฝั่งชาย-หญิงอย่างชัดเจน ภายในมาพร้อมกับห้องล็อกเกอร์ ห้องสุขา และห้องอาบน้ำที่กว้างขวางและสะอาดตา

ห้องกอล์ฟซิมูเลเตอร์
ห้องดนตรีใน Clubhouse
ห้องเกมใน Clubhouse

โซนสันทนาการและสังคม (Entertainment & Socializing) ก็สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์เหนือระดับด้วยห้องจำลองการเล่นกอล์ฟ (Golf Simulator) สำหรับฝึกซ้อมวงสวิงโดยไม่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศภายนอก มีทั้งห้องดนตรี (Music Room) ห้องเด็กเล่น (Kids Club) และห้องเกม (Game Area)

สระว่ายน้ำระบบเกลือของ Clubhouse
ภาพมุมสูงระเบียงไม้ริมสระว่ายน้ำ

นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำส่วนกลางให้บริการ พร้อมพื้นที่ระเบียงไม้ (Deck Area) สำหรับนั่งรับลมและพักผ่อนริมสระ

พื้นที่ครัวส่วนกลาง (Co-Kitchen) ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดกิจกรรมเชฟเทเบิ้ล (Chef’s Table) หรือสำหรับใช้จัดพื้นที่ปาร์ตี้ส่วนตัว

Clubhouse ยามค่ำ มองจากภายนอก
สระว่ายน้ำของ Clubhouse ยามเย็น

ในด้านการบริหารจัดการพลังงาน พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดได้รับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองภายใน Clubhouse เป็นการลดการใช้พลังงานจากสายส่งหลัก ทั้งยังช่วยควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนกลางในระยะยาว ทำให้การดำเนินงานของนิติบุคคลมีความยั่งยืนและลดภาระทางการเงินของลูกบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรยากาศภายใน Clubhouse

การลงทุนสร้าง Clubhouse ขนาดใหญ่ 22 ไร่เพื่อรองรับลูกบ้านเพียง 47 ยูนิตในเฟสแรกเป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจนว่าจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีมีคุณภาพ ท่ามกลางธรรมชาติ และการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มีดีไซน์สวยงาม หรูหราและมีเอกลักษณ์ได้อย่างดีเยี่ยม

Live — การอยู่อาศัยที่สมดุลและหรูหรา

ปรัชญาการออกแบบที่พักอาศัยภายใต้โครงการ Wisdom First Residence คือการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงวิถีชีวิตแห่งการเรียนรู้และการทำกิจกรรมกลางแจ้งเข้าด้วยกัน ด้วยการมอบพื้นที่พักอาศัยที่โอ่อ่า โปร่งสบาย และผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ คือการ “ชาร์จพลังชีวิต” คืนสมดุลให้กับสมาชิกในครอบครัวหลังจากต้องเผชิญกับชีวิตที่เร่งรีบในสังคมเมือง การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับอาณาจักร Wisdom Valley

โครงการได้เลือก Architects 49 Limited (A49) บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับแนวหน้าของไทย มารับหน้าที่ออกแบบแนวคิดสถาปัตยกรรมหลัก โดยเน้นการหลอมรวมความเป็นมนุษย์และธรรมชาติเข้าด้วยกัน โดยเน้นสถาปัตยกรรม Mid-Century Modern ซึ่งมีต้นกำเนิดในช่วงทศวรรษที่ 1940-1960

ปรัชญาของงานดีไซน์คือการมุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอย เส้นสายที่สะอาดตา และการใช้วัสดุธรรมชาติ ผสานกับการออกแบบที่เชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ เสน่ห์ของสไตล์ดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของตัวบ้านคือหลังคาทรงจั่วที่ลาดชัน ซึ่งมอบความสวยงามเหนือกาลเวลา และยังมีฟังก์ชันในการเพิ่มพื้นที่อากาศใต้หลังคา ช่วยกระจายความร้อนและสร้างปรากฏการณ์ระบายอากาศตามธรรมชาติ

การทลายเส้นแบ่งระหว่างภายในและภายนอก การใช้กระจกบานใหญ่ที่ทอดตัวจากพื้นจรดเพดาน เป็นการเปิดรับแสงธรรมชาติให้สาดส่องเข้ามาในทุกมุมของบ้าน ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นกรอบรูปธรรมชาติที่ดึงเอาความร่มรื่นของสวนส่วนตัวภายนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งภายใน

โครงการให้ความสำคัญกับความคงทนแข็งแรงและความยืดหยุ่นในการปรับปรุงพื้นที่ในอนาคต โดยใช้โครงสร้างผนังเป็นแบบ Conventional ก่ออิฐฉาบปูน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อผนัง 2 ชั้นในทิศทางที่ต้องรับแสงแดดโดยตรง โดยการสร้างช่องว่างอากาศระหว่างชั้นผนัง ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและฉนวนกันเสียงช่วยรักษาอุณหภูมิภายในตัวบ้านให้เย็นสบายและลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

โครงสร้างหลังคาใช้ระบบ Flat Slab ซึ่งเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่เคลือบด้วยน้ำยากันซึมโพลียูรีเทน (PU Waterproofing) พร้อมการเจาะช่องแสงบริเวณโถงบันไดหลักเพื่อดึงแสงสว่างจากด้านบน และติดตั้งระบบปรับอากาศแบบฝังฝ้า 4 ทิศทาง เพื่อความเย็นที่ทั่วถึงและสุนทรียภาพของฝ้าเพดานที่เรียบเนียน

แบบบ้าน ZEN · ELEGANCE · TIMELESS

บ้านเดี่ยวหลังคาจั่วยามเย็น

บ้านในโครงการ Wisdom First Residence มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ ประกอบด้วย

TYPE ZEN (S) แบบบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้ พื้นที่ที่ดินเริ่มต้นที่ใหญ่ถึง 115 ตารางวา (ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดที่ดินของบ้านเดี่ยวระดับบนสุดในโครงการบางแห่งในกรุงเทพฯ) พื้นที่ใช้สอย 315 ตารางเมตร เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถรังสรรค์สวนสวยงาม ฟังก์ชัน 3 ห้องนอนเป็นขนาดที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวเดี่ยว โดยเฉพาะห้องนอนหลัก (Master Bedroom) ที่มีความกว้างขวาง สามารถจัดวางเตียงขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่รองรับการทำตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet และมุมแต่งตัวส่วนตัว

หน้าบ้าน TYPE ELEGANCE กับระเบียงชั้นบน

TYPE ELEGANCE (M) แบบบ้านขนาดกลางที่ยกระดับฟังก์ชันขึ้นเป็น 4 ห้องนอน และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยรวมเป็น 413 ตารางเมตร ออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวขยาย (Extended Family) ที่อาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ร่วมด้วย การเพิ่มศักยภาพที่จอดรถยนต์เป็น 3 คัน ตอบสนองต่อพฤติกรรมของครอบครัวที่สมาชิกเริ่มเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัยและต้องการยานพาหนะส่วนตัว การแบ่งพื้นที่ภายในถูกจัดสรรให้มีความลื่นไหล พร้อมโอบรับทัศนียภาพภายนอกผ่านบานกระจกสูง ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของบ้านดูโอ่อ่าประดุจคฤหาสน์ขนาดย่อม

บ้าน TYPE TIMELESS กับสนามหญ้าหน้าบ้าน

TYPE TIMELESS (L) บ้านขนาดใหญ่บนที่ดินเกือบครึ่งไร่ (180 ตารางวา) และพื้นที่ใช้สอยกว่า 511 ตารางเมตร ตัวอาคารให้ความรู้สึกเหมือน Luxury Resort Villa ที่โอ่โถง การเพิ่มฟังก์ชันของห้องอเนกประสงค์ (Multi-purpose Room) เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นขั้นสุดยอด เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นโฮมออฟฟิศ (Home Office), ห้องสมุด, ห้องชมภาพยนตร์ (Home Theater), หรือห้องพระได้อย่างเป็นสัดส่วน

ภาพมุมสูงสระว่ายน้ำส่วนตัวของบ้าน

นอกจากนี้สัดส่วนของพื้นที่เชื่อมต่อภายนอกและกึ่งภายนอก ยังออกแบบให้กว้างขวางเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการจัดงานสังสรรค์ส่วนตัว (Private Gatherings) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นแบบบ้านที่กานต์พามาชมกันในพาร์ทนี้ครับ

เดินดูบ้านตัวอย่าง TIMELESS ชั้นล่าง

ทางเข้าของบ้าน Type L (TIMELESS) ให้ความรู้สึกของความเป็นวิลล่าในรีสอร์ตมากกว่าบ้านจัดสรรทั่วไป มีชายคายื่นยาวคลุมลานจอดรถไว้ก่อนหนึ่งชั้น ผนังประดับไม้ระแนงแนวตั้งโทนแดงน้ำตาลวางเรียงเต็มผืนกับประตูไม้บานใหญ่ที่เข้าลายตามแนวนอน มือจับประตูเป็นบาร์เหล็กดำยาวติดสองด้าน โคมผนังทรงสี่เหลี่ยมโครงเหล็กดำกระจกฝ้าดวงเดียว รอบตัวบ้านเป็นสวนเขียวหนา มีทั้งต้นปาล์ม มอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน ไม้ใบใหญ่ที่ให้เงาลายบนพื้นในช่วงสาย ๆ สวยดีครับ

เปิดประตูเข้ามาแล้ว จะเป็นพื้นแบบเล่นระดับต้องขึ้นบันไดอีกสามสี่ขั้นก่อน ราวจับเป็นกระจกใสไร้เฟรมยึดด้วยสเตนเลส ตรงนี้เป็นรายละเอียดที่กานต์ชอบที่สุดครับ เพราะมันคือการทำ Compression แล้วค่อย Release ความรู้สึกด้วยโถงรับเพดานลาดต่ำ ทำเป็นห้องเก็บรองเท้าแบบวอล์กอินและคอนโซลไม้พร้อมเก้าอี้นั่งสำหรับสวม-ถอดรองเท้า แต่พอเราก้าวขึ้นบันไดไป โถงสูงสองชั้นจะเปิดออกพร้อมกับแสงสะท้อนจากผืนน้ำในสระ ทำให้ความรู้สึกต่างกันคนละเรื่องกับบ้านที่เปิดประตูแล้วเจอห้องนั่งเล่นทันที

ระเบียงริมสระของบ้านตัวอย่าง

ชั้นล่าง พื้นปูด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่ผิวมันโทนครีม ยาวต่อเนื่องออกไปจนถึงเทอเรซริมสระ ผนังเป็นแผ่นหินโทนชาร์โคลผิวด้าน เรียงตั้งเต็มความสูงสองชั้น คั่นแต่ละแผ่นด้วยเส้นเรียวสีทองเหลือง

พื้นที่นั่งเล่นหลัก ออกแบบให้มีเพดานสูงแบบ Double Volume สร้างบรรยากาศที่โอ่อ่า กว้างขวาง และสะท้อนถึงความหรูหราอย่างแท้จริง ผนวกกับการออกแบบฟังก์ชันบ้านแบบเล่นระดับที่สร้างมิติและสัดส่วนที่น่าสนใจให้กับการพักอาศัย

ห้องอเนกประสงค์ที่จัดเป็นห้องเปียโน

ฝั่งหน้าบ้านมีห้องเอนกประสงค์ที่แยกออกไปสำหรับจัดวางแกรนด์เปียโน (Grand Piano) โซฟาขนาดใหญ่ และสร้างมุมสังสรรค์หรือเล่นดนตรีของครอบครัวได้อย่างลงตัว

ห้องอเนกประสงค์มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำ
ครอบครัวเล่นดนตรีในห้องอเนกประสงค์
ห้องนั่งเล่นฝ้าไม้

หัวใจหลักของบ้านคือพื้นที่นั่งเล่นที่มีความสูงเปิดโล่งแบบ Double Volume โดดเด่นด้วยฝ้าเพดานกรุไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ผนังกระจกบานใหญ่แบบ Floor-to-ceiling กรอบอลูมิเนียมสีดำ ทำหน้าที่ดึงเอาวิวสระว่ายน้ำส่วนตัวระบบน้ำเกลือและสวนสีเขียวภายนอก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งภายใน ทำให้ตอนกลางวันไม่ต้องเปิดไฟเลยสักดวงครับ ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ว่างด้านข้างที่สามารถทำเป็นสวนส่วนตัว ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้อีกด้วย

มุมรับแขกกลางบ้าน

ตรงกลางบ้านเป็นมุมรับแขกที่จัดวางโซฟาสีเทาควันบุหรี่ขนาดใหญ่หลายที่นั่งติดกัน เป็นพื้นที่รับประทานอาหารและโฮมบาร์

ครอบครัวทานอาหารด้วยกันในโซน Open Plan

ออกแบบ Open Plan ทำให้พื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อเป็นส่วนเดียวกับโซนรับประทานอาหารที่มีการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์บาร์กรุหินอ่อนหรูหรา และชั้นวางเครื่องดื่มแบบเปิดซ่อนไฟ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การจัดปาร์ตี้ หรือจัดเป็น Private Chef’s Table แบบส่วนตัวกันภายในบ้าน

ถัดเข้าไปด้านในเป็นครัวไทยที่แยกออกไปเป็นห้องปิด วางเป็นแกลลีย์สองแถว ตู้สีเทาอ่อนไร้มือจับท็อปเป็นหินแกรนิตดำ ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนทานต่อการใช้งาน มีเตาแก๊สฝัง เครื่องดูดควันปล่องดำและประตูบานเลื่อนออกสู่คอร์ตบริการที่ปลูกไม้ใบใหญ่บังไว้ การแยกครัวไทยออกไปและให้มีทางออกของแม่บ้าน แปลว่าผู้พัฒนาเข้าใจว่าบ้านระดับนี้มีผู้ช่วยงานบ้าน และเข้าใจว่ากลิ่นอาหารไทยกับโถงสูงสองชั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้ เป็นรายละเอียดที่โครงการทำออกมาได้อย่างเข้าใจ

ตรงกลางบ้านมีช่องเปิดโล่งสูงสองชั้น กรุกระจกเหล็กดำทั้งสี่ด้าน มี Sky Light อยู่บนสุด ฝ้าบุไม้ต่อเนื่องจากห้องนั่งเล่นสำหรับครอบครัวด้านบน

ในคอร์ตปลูกไม้ยืนต้นทรงโปร่งหนึ่งต้นเป็นประธาน ล้อมด้วยต้นอโลคาเซีย มอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน พื้นปูกรวดขาวสลับกรวดดำ วางแผ่นหินเป็นทางเดิน ซึ่งกานต์ชอบคอร์ตกลางบ้านแบบนี้มากเพราะให้ประโยชน์ในหลายแบบ เช่น ให้แสงธรรมชาติเข้าสู่กลางบ้านซึ่งเป็นจุดที่มืดที่สุด ให้การระบายอากาศตามหลัก Stack Effect และให้วิวสวนแบบส่วนตัวภายในบ้าน

ส่วนบันไดขึ้นชั้น 2 จะวางขนานไปกับคอร์ตนี้ ลูกนอนไม้บนแม่บันไดสีขาว ราวจับไม้ยึดด้วยขาเหล็กดำเรียว มองจากลิฟวิ่งจะเห็นคนเดินขึ้นลงผ่านกระจก โดยมีสวนกระจกคั่นอยู่ตรงกลาง

ชั้นบน ห้องนอนใหญ่และห้องนอนลูกอีกสามห้อง

เมื่อขึ้นบันไดไม้มาถึงชั้น 2 สิ่งแรกที่เจอจะเป็นแกลเลอรีที่เดินเลียบไปกับกล่องกระจก ด้านหนึ่งเป็นผนังทึบแขวนภาพเขียนแอบสแตรกต์กรอบทอง อีกด้านเป็นกระจกกรอบเหล็กดำแบ่งช่องแบบตารางที่ไล่รูปตามความลาดของหลังคาจั่วขึ้นไปจนสุด จากจุดยืนตรงนี้จุดเดียว มองเห็นได้พร้อมกันสี่อย่าง ได้แก่ ท้องฝ้าไม้ของโถงสูง, ห้องนั่งเล่นชั้นล่างและโซฟา, สระว่ายน้ำกับสวนข้างนอก และท้องฟ้าผ่านช่องแสงบนจั่ว

Family Area ชั้นบน

ชั้นบนมี Family Area สำหรับสมาชิกในครอบครัว ตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เน้นความอบอุ่นและโปร่งโล่งด้วยกระจกกรอบเหล็กดำวางตามความชันของจั่ว มีบานเปิดแทรกอยู่ในกริดนั้นด้วย ส่วนผนังฝั่งตรงข้ามเป็นบานเลื่อนกระจกเต็มความสูงออกสู่ระเบียงที่มองลงไปเห็นสนามและแนวต้นไม้ พร้อมช่องแสงขนาดใหญ่

มุมนี้จัดวางโซฟารูปตัวแอลกำมะหยี่โทนโกโก้-เทา ปุยหนา เก้าอี้ลาวจ์หมุนเทาพร้อมสตูลวางเท้า โต๊ะกลางหินอ่อนสองตัวต่างระดับ สตูลหนังแทนตัวใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งโต๊ะและที่นั่ง พรมทอเรียบโทนเทา และฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวี

ห้องนอนหลักของบ้านตัวอย่าง

ห้องนอนหลักโปร่งด้วยประตูบานเลื่อนกระจกเต็มความสูง เปิดออกสู่ระเบียงส่วนตัวที่มีราวกระจกใส มองออกไปเห็นวิวภายนอกบ้าน สามารถเปิดออกไปเดินรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ หัวเตียงเป็นแผ่นหินอ่อนโทนเทาเข้มลายเส้นขาว ผิวเงา ตั้งเต็มความสูงจนถึงฝ้า เตียงเป็นหัวเตียงบุผ้าเทาเย็บลายข้าวหลามตัดสองแผง ผ้าปูโทนทอปกับเทา เพิ่มสีด้วยหมอนส้มอิฐทรงปมและหมอนลายกราฟิก ปลายเตียงวางเบาะยาวหนังสำหรับนั่งพักผ่อนก่อนนอน ฝั่งตรงข้ามมีโต๊ะบิลต์อินไม้ท็อปหินยาวตลอดผนัง ทำหน้าที่เป็นทั้งโต๊ะทำงานและที่วางของ

ส่วนห้องแต่งตัวแยกออกมาเป็นห้องต่างหากก่อนเข้าห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้าบิลต์อินไม้โอ๊กเต็มผนัง ทำบานเซาะร่องเป็นกรอบ มือจับกลมสีดำ หน้าต่างสูงติดมู่ลี่ไม้ระแนงสีดำ ผนังฝั่งโต๊ะเครื่องแป้งบุวัสดุโทนเบจ ตกแต่งในสไตล์อาร์ตเดโคที่จับคู่กับกระจกทรงรีขอบโค้งซ่อนไฟด้านหลัง โต๊ะไม้ลอยท็อปหินเข้ม

ด้านในสุดเป็นห้องน้ำที่ปูหินโทนเบจทั้งผนังทั้งพื้น แยกโซนเปียกแห้งและแบ่งชัดเจน มีทั้งตู้อาบน้ำกระจกใส สุขภัณฑ์แขวนผนังฝาอัตโนมัติอยู่โซนเดียวกัน มีอ่างอาบน้ำลอยตัวทรงรีวางกลางห้อง และมีอ่างล้างหน้าคู่บนเคาน์เตอร์ยาว ตู้ใต้เคาน์เตอร์ผิวไม้ กระจกเงาบานตู้ยาวตลอดแนว ภายในห้องน้ำใช้กระจกฝ้าบานใหญ่เต็มความสูง ทำให้ได้แสงธรรมชาติเต็มห้องทั้งวันโดยไม่เสียความเป็นส่วนตัว และช่วยระบายอากาศได้ดี

ห้องนอนหัวเตียงบุหนัง

ชั้นบนยังมีอีก 3 ห้องนอน ห้องแรกมีผนังหัวเตียงบุหนังสีคอนญักเป็นแผงแนวตั้งเรียงติดกัน ปลายบนตัดเป็นทรงโค้งคล้ายกลีบพัด คั่นแต่ละแผงด้วยเส้นทองเหลืองบาง ๆ ไล่ขึ้นไปจนจรดฝ้าลาด ผนังหัวเตียงทำเป็นหน้าต่างสูงเต็มผนังติดมู่ลี่ไม้ระแนงสีดำ ทำให้ตอนกลางวันแสงลอดระแนงมาทอดเป็นเส้นนอนพาดผนังกับพื้นไม้ได้ฟีลอบอุ่น มีโต๊ะข้างเตียงเป็นตู้แล็กเกอร์สีส้มกรอบทองเหลือง จับคู่กับโคมฐานแก้วใสโป๊ะส้ม ตั้งคู่กันซ้ายขวา วางตู้คอนโซลลอยตัวเอาไว้ปลายเตียงหน้าประตูทางเข้า

ห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet

ด้านในเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ปิดด้วยบานกระจกสีชากรอบเหล็กดำ ด้านในกรุผนังไม้ลายก้างปลาสีเข้ม ราวแขวนซ่อนไฟ LED ตู้เสื้อผ้าเลยกลายเป็นของโชว์แทนที่จะเป็นของเก็บ มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว ที่เปิดผ่านช่องประตูกรอบไม้วอลนัท มองเข้าไปเห็นอ่างล้างหน้ากับตู้ใต้เคาน์เตอร์ผิวไม้

ห้องนอนเด็กตกแต่งสดใส

ห้องนอนต่อมา ตกแต่งในสไตล์น่ารักสดใสสำหรับเด็ก มีผนังหัวเตียงเป็นแผงลอนตั้งโทนเทาอ่อน ร่องถี่และตื้น ไล่เต็มความสูงจนจรดฝ้าลาด หัวเตียงบุผ้าเย็บร่องแนวตั้งเข้าชุดกับผนัง หน้าต่างทรงสูงทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้น ด้านในห้องจัดวางเตียงควีนไซส์ ผ้าปูสีขาว ผ้าคลุมสีเทาอมเขียว มีหมอนเหลืองมัสตาร์ดสองใบ และตุ๊กตาปลาหมึกสีเหลืองตัวใหญ่นอนกลางเตียง น่ารักดีครับ ล้อไปกับพรมทอลายคลื่นสีครีมที่รองอยู่ใต้ปลายเตียง

มุมทำการบ้านในห้องนอนเด็ก

ฝั่งตรงข้ามมีเคาน์เตอร์ติดผนังพร้อมชั้นวางหนังสือและเก้าอี้พนักสูง แบบที่นั่งได้นานสำหรับให้เด็ก ๆ ได้นั่งทำการบ้านอ่านหนังสือ มีโคมไฟอ่านหนังสือเป็นแขนพับติดผนังสีดำ ปรับองศาได้ เชื่อมต่อกับอีกห้องเล็ก ๆ ที่แยกออกไปเป็นตู้หนังสือพร้อมโต๊ะลอยวางยาวติดแนบหน้าต่าง หันหน้าออกวิวนอกบ้าน

ห้องนอนลูกสาวโทนเบจครีม

ส่วนห้องนอนสุดท้าย ดีไซน์หวานสดใสสำหรับเด็กสาว บ้านตัวอย่างลองเปลี่ยนโทนจากสีเทาดำมาเป็นเบจ ครีม ส้มอิฐ ดูบ้างก็น่ารักไปอีกแบบครับ

เดย์เบดกับโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนลูกสาว

ภายในจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ หัวเตียงบุหนังครีมเย็บร่องแนวตั้ง ผ้าปูโทนเบจ ผ้าคลุมขนยาวสีขาว หมอนอิงสีส้มอิฐสี่ใบ สลับหมอนลายดอกขาวดำ ผนังหัวเตียงบุกำมะหยี่โทนเบจอมชมพู เป็นแผงลอนตั้งนุ่มหนา ร่องกว้างไล่เต็มความสูง โคมหัวเตียงเป็นทรงกลมโป๊ะขาวก้านทองเหลือง พรมขนสั้นสีครีมวางเฉียงที่ปลายเตียง ผนังฝั่งโต๊ะทำเป็นสีครีมเรียบ ตัดกับผนังกำมะหยี่ฝั่งเตียง ข้างเตียงทำเป็นเดย์เบดบิลต์อิน ยาวตลอดผนังฝั่งกำมะหยี่ เบาะเบจกับหมอนอิงส้มและหมอนลายดอก ติดกันเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเชื่อมต่อกับมุมแต่งตัวแบบเรียบ ๆ ด้านในสุดเป็นห้องน้ำในตัว

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ www.wisdomfirst.net

คำถามที่พบบ่อย

Wisdom First Residence อยู่ที่ไหน เดินทางสะดวกแค่ไหน

โครงการอยู่ในพื้นที่ Wisdom Valley ทำเลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บนทางหลวงหมายเลข 3240 สายหนองปรือ–เขาไม้แก้ว เส้นนี้ต่อกับทางหลวงหมายเลข 36 ไปทางระยอง และทางหลวงหมายเลข 331 ไปทางปราจีนบุรี ใจกลางเมืองพัทยาอยู่ห่างราว 20 กิโลเมตร ขับรถ 15–30 นาที ส่วนกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิใช้มอเตอร์เวย์สายพัทยา–ชลบุรี ราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ใกล้โครงการมี Pattaya Country Club ราว 5.7 กิโลเมตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ราว 11.1 กิโลเมตร และ Bangkok Hospital Pattaya ราว 17.1 กิโลเมตร*

บ้านในโครงการมีกี่แบบ ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่

บ้านมีสามแบบ ZEN (S) อยู่บนที่ดินเริ่มต้น 115 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 315 ตารางเมตร 3 ห้องนอน เหมาะกับครอบครัวเดี่ยว ELEGANCE (M) มี 4 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 413 ตารางเมตร จอดรถได้ 3 คัน ออกแบบไว้ให้ครอบครัวขยายที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย ส่วน TIMELESS (L) อยู่บนที่ดิน 180 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยกว่า 511 ตารางเมตร เพิ่มห้องอเนกประสงค์ไว้ทำโฮมออฟฟิศ ห้องสมุด ห้องชมภาพยนตร์ หรือห้องพระ ราคาเริ่มต้น 19.8 ล้านบาทตามที่เว็บไซต์โครงการประกาศไว้ เฟสแรกมีทั้งหมด 47 ยูนิต

อยู่ใกล้ Rugby School Thailand แค่ไหน และส่วนกลางมีอะไรบ้าง

โครงการอยู่ติดกับ Rugby School Thailand เว็บไซต์โครงการระบุระยะไว้ 50 เมตร และมีทางเชื่อมให้ลูกบ้านเข้าพื้นที่โรงเรียนได้ภายใน 1–2 นาที โดยไม่ต้องข้ามถนนสายหลัก โรงเรียนนี้เป็น Sister School แห่งแรกนอกสหราชอาณาจักรของ Rugby School ที่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1567 รับนักเรียนอายุ 2–18 ปี ทั้งแบบประจำและไป-กลับ ส่วนกลางของโครงการคือ Clubhouse 3,000 ตารางเมตรบนพื้นที่ 22 ไร่รอบทะเลสาบ แบ่งเป็นสี่โซน มีฟิตเนส ห้องโยคะ ห้องทรีตเมนต์ ห้องสตีมและซาวน่าแยกชายหญิง กอล์ฟซิมูเลเตอร์ ห้องดนตรี Kids Club ห้องเกม สระว่ายน้ำระบบเกลือ ครัวส่วนกลางสำหรับ Chef’s Table ห้องซิการ์ และสนามเทนนิส

*ระยะทางอ้างอิงจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาโครงการ ระยะเวลาเดินทางจริงเปลี่ยนตามสภาพการจราจร ข้อมูลราคาและรายละเอียดโครงการ ณ เดือนตุลาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับผู้พัฒนาโครงการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.