Monday 17 August 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  LEISURE TRAVEL  ·  INDIA & HIMALAYA  ·  21 Oct 2019

พาราณสี เมืองแห่งวิถีชีวิตริมแม่น้ำคงคา อินเดีย

Words & Photography ·

Last Updated: 16 August 2026

EDITORIALQuick Facts: พาราณสี เมืองแห่งวิถีชีวิตริมแม่น้ำคงคา อินเดีย
ByKANT
Updated16 Aug 2026

“พาราณสี” เมืองแห่งวิถีชีวิต

ขออนุญาตตั้งชื่อแบบนี้ครับ

เพราะประสบการณ์จากการเดินทางไปอินเดียเป็นเวลากว่า 10 ปี พบว่า พาราณสี เป็นเมืองที่ให้บทเรียนชีวิตได้ดีที่สุด

และเป็นเมืองที่ผมชอบที่สุด

พาราณสี เป็นฉากสะท้อนวิถีชีวิตของอินเดียยุคโบราณที่งดงาม ตามลีลาแขก มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมโดยที่ไม่มีใครสามารถแทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงได้

แม้ครั้งที่อังกฤษเข้ามาปกครองและเปลี่ยนชื่อเป็น “เบนารัส” (Benarus) แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้ “พาราณสี” (Varanasi) เช่นเดิม

ผมว่าผมตื่นเช้าแล้ว แต่คนอินเดียตื่นเช้ากว่า ตื่นก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าเสียอีก ทุกคนมุ่งหน้าสู่ “ท่าทศอัศวเมธ” 1 ใน 5 ท่าน้ำใหญ่จากทั้งหมด 84 ท่าริมฝั่งแม่น้ำคงคา ที่ไหลผ่านเมืองพาราณสี

“พาราณสี” เป็นต้นกำเนิดของสายน้ำแห่งชีวิต “พระแม่คงคา” มหานที ก็เริ่มที่นี่

อาบน้ำบูชาสุริยเทพยามเช้า ยามเย็น เพื่อเป็นการชำระล้างบาป ทำลายความชั่วในจิตใจ เป็นภาพที่มีให้เห็นกันเจนตา

ถือว่ามีสีสันจัดจ้านที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ว่าจะเป็นมหารานี เศรษฐี ยาจก วณิพก ขอทาน วัวเดินเพ่นพ่าน รถราบีบแตรเสียงดัง … แต่ก็ยังอยู่กันได้

เมื่อตายไป ก็ต้องพยายามนำร่างที่ไร้วิญญาณมาเผาที่นี่ เป็นเวลากว่า 4 พันปีแล้วที่กองไฟไม่เคยดับมอด ก่อนจะเผาและกวาดเถ้ากระดูกลงสู่แม่น้ำคงคา

พาราณสี จึงเป็นเมืองที่เกี่ยวพันกับชีวิตคนอินเดียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกเรื่องที่คนไทยหลายคนอาจไม่รู้ พาราณสีเคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ชาวฮินดูถือว่าที่นี่คือเมืองที่พระศิวะสถิต เป็นเมืองอมตะที่ทั้งชาวฮินดูและชาวพุทธจากทั่วโลกเดินทางมาแสวงบุญ

สิ่งที่ผมสังเกตคือ คนไทยกับคนอินเดียมองแม่น้ำสายนี้ต่างกัน คนไทยมาลอยประทีปขอขมาพระแม่คงคาตามความเชื่อ ส่วนคนอินเดียมองว่านี่คือสายน้ำล้างบาปที่ไหลลงมาจากสวรรค์ ใครได้ลงอาบก็เท่ากับได้ชำระบาปให้หมดสิ้น ยิ่งถึงคืนเพ็ญเดือนสิบสอง ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงบ้านเรา ชาวฮินดูนับแสนก็หลั่งไหลมาที่ท่าน้ำแห่งนี้ เพื่อจุดประสงค์เดียวคือล้างบาปที่ริมฝั่งคงคา

วิถีชีวิตริมฝั่งคงคา

ไม่ว่าจะเดินทางมาอินเดียกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมก็ยังพบว่า “พาราณสี” มีความเป็นอมตะเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน

เช้าๆ เราจะเจอโยคี ฤาษี เต็มท่าน้ำไปหมดครับ มาร่ายรำทำพิธีกรรมตามความศรัทธาของแต่ละคน

กลางแม่น้ำคงคา มีเรือนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมานั่งเรือเพื่อพิสูจน์ศรัทธา เพื่อมาชมสายัณห์สวัสดิ์ และวิถีชีวิตของบรรดาชาวฮินดูทั้งหลายริมฝั่งแม่น้ำคงคา

ส่วนทีมไทยพุทธ ก็มีพิธีบูชาพระแม่คงคาตามความศรัทธาเช่นกัน

ภาพประทีปกลางน้ำเช่นนี้สวยงามมากครับ

ตี 4 ตี 5 แม้จะเป็นเวลานอนของใครหลายคน แต่สำหรับที่ พาราณสี ทุกคนตื่นมาใช้ชีวิตกันหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า เศรษฐี โยคี ยาจก ตื่นกันหมดแล้ว

ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างเราก็ตื่นเช้าไม่แพ้กัน ปักหลักตั้งขากล้อง เก็บภาพเพื่อมาร้อยเรียงเรื่องราวมีชีวิตเหล่านี้ออกสู่สาธารณชน

เอาจริง พาราณสี เป็นเมืองที่คนชอบถ่ายภาพ life ควรมา เพราะว่า real มากๆ ครับ

สถาปัตยกรรมและย่านท่าน้ำ

นอกจากภาพวิถีชีวิตแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่บ่งบอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้อย่างน่าสนใจ

Golden Light & Golden Life

สีสันจากหลอดไฟที่สะท้อนความกว้างใหญ่ของแม่น้ำคงคารูปนี้ ผมว่าสวยดีครับ

ตีห้า คนเริ่มมามากขึ้น บนฝั่งเริ่มวุ่นวาย เป็นภาพที่คนอินเดียทั่วไปเจนตา แต่ว่าในมุมของนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ นั้น ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากครับ

ในขณะที่ย่านท่าน้ำ มีผู้คนมากมาย แต่ถัดไปไม่ไกล เป็นย่านที่อยู่อาศัย กลับเงียบสงบ

ท่าน้ำหลักที่พาราณสี คือ ท่าทศอัศวเมธ (DashAshwamedh ) มีที่มาจากการทำพิธีบูชายัญด้วยม้าในสมัยโบราณ เป็นท่าที่มีชาวฮินดูมาประกอบพิธี สุริยเทพในตอนเช้า และมีการประกอบพิธีคงคาอราตี การสวดมนต์บูชาของศาสนาฮินดูในตอนค่ำ

ผมชอบรูปนี้ ดูหน้าครุ่นคิด แต่จิตกลับสงบนิ่ง

ล่องเรือชมแม่น้ำคงคา

มาเที่ยวเมืองพาราณาสี นอกจากจะได้ชมเมืองทางบกแล้ว เรายังสามารถล่องเรือกลางแม่น้ำคงคา เพื่อชม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนริมฝั่งแม่น้ำได้อีกด้วย ทั้งฝั่งมนุษย์และฝั่งสวรรค์

ใครอยากเที่ยวอินเดียพร้อมสัมผัสวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำและความเชื่อของศาสนาฮินดู ผมว่าพาราณสีเป็นเมืองที่เหมาะที่สุดครับ

เราจึงได้เห็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พากันเดินทางมาที่นี่ครับ

ริมฝั่งก็จะคึกคักหน่อย มีเรือมาจอดคอยบริการนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด

ได้เวลาล่องเรือกันแล้ว ใครที่สนใจมาล่องเรือแม่น้ำคงตาก็ติดต่อได้ที่ท่าเรือเลยครับ ต่อรองราคากันให้เต็มที่ ได้คือได้ ไม่ได้ก็ไม่ต้องเอาครับ หาเจ้าอื่นต่อไป

ส่วนใหญ่ที่ท่าน้ำนี้จะเจอคณะทัวร์พุทธที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญ

ลอยประทีปขอขมาพระแม่คงคา

ประทีปก็หาซื้อได้จากเรือที่พายมาขายเทียบเรือเราเลยครับ ราคา 10-20 รูปี ประมาณนี้

อาหารนกก็มีขาย ให้อาหารนกกันกลางแม่น้ำคงคา

ริมฝั่งก็มีคนมาอาบน้ำกันเต็มไปหมด ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่พิธีอาบน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอินเดีย คือ “มหากุมภะ เมลา” (Maha Kumbh Mela) มีผู้คนชาวฮินดูนับร้อยล้านคนมาร่วมพิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อกันว่าจะเป็นการช่วยชำระล้างบาป และเสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ชีวิต

ช่วงสายๆ หลายชีวิตเริ่มเคลื่อนไหว ภาพที่เราจะพบเห็นกันได้ทุกวันที่นี่ คือจะมีผู้คนมากมายจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมาทำความเคารพ บูชา อาบน้ำ ซักผ้า เผาศพหรือแม้แต่ดื่มกินน้ำในแม่น้ำ!!

ตัดภาพกลับมาที่นักท่องเที่ยว ก็ยังคงพายเรือชมวนไป

ท่าน้ำแห่งชีวิตและความตาย

ท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำคงคามีทั้งหมด 84 ท่า แต่จะมีท่าน้ำหลักอยู่ 2 ท่า ที่ใช้ประกอบพิธีเผาศพของชาวฮินดู คือ ท่ามณีกรรณิการ์ ที่มีการเผาศพตลอด 24 ชั่วโมงมานานกว่า 4 พันปีแล้ว ส่วนอีกท่าน้ำคือ ท่าหฤทธิ์จันทรา ที่มีขนาดเล็กกว่า และกำหนดช่วงเวลาในการทำพิธีในแต่ละวัน

ถ้าเป็นศพผู้ชายมักจะห่อด้วยผ้าสีขาว ส่วนผู้หญิงจะห่อด้วยผ้าสีอื่น พิธีการคือนำศพมาไว้ริมท่าน้ำวางบนแคร่ไม้ ซึ่งต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมงจากเวลาที่เสียชีวิต จากนั้น ญาติก็จะซื้อฟืนที่มีขายแถวนั้น เพื่อเตรียมทำพิธี

ก่อนเผาก็จะมีการนำเอาศพที่ห่อผ้าแล้วไปจุ่มแม่น้ำคงคา ใช่แล้วครับ แม่น้ำสายเดียวกันกับที่มีคนอาบน้ำและดื่มกินนี่แหละ

จะมีการจุ่มศพลงแม่น้ำ 3 ครั้ง เพื่อเป็นการชำระล้างบาปครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่ความสุขสงบ ณ ดินแดนอันไกลโพ้น จากนั้นก็จะนำศพมาขึ้นวางบนกองฟืน

ส่วนบรรดาเศรษฐีคนมีเงิน นิยมมามาปลูกบ้านทิ่งไว้ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมื่อป่วยหนักแล้วคิดว่าใกล้จะเสียชีวิต ก็จะย้ายร่างตัวเองมาอยู่ที่นี่ หรือบางครอบครัวก็นิยมมาเช่าโรงแรมรอความตาย ซึ่งอยู่ใกล้ท่าน้ำ เพื่อที่ตายก็จะได้สะดวกในการเผาที่ริมแม่น้ำและกวาดเถ้ากระดูกลงแม่น้ำคงคาต่อไป

ตามความเชื่อของผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูแล้ว มักจะไม่ยี่ระกับเรื่องความเป็นความตายมากนัก เพราะชาวฮินดูเชื่อว่า การตายก็คือการได้กลับปสู่อ้อมกอดของพระเจ้า ส่วนการเผาก็คือการการชำระบาปครั้งสุดท้าย เป็นการเผาความชั่วร้าย เผากิเลสทั้งปวงออกเสียก่อนที่จะไปพบพระเจ้า

ซึ่งตามความเชื่อของชาวฮินดูนั้น จะมีคนเพียง 5 ประเภทที่จะไม่ถูกเผา ได้แก่ เด็กแรกเกิด สาวพรหมจรรย์ นักบวช คนถูกงูกัด และคนถูกฟ้าผ่า แต่จะใช้วิธีผูกศพกับหินเพื่อเอาไปถ่วงทิ้งน้ำแทน เพราะชาวฮินดูเชื่อว่าคนเหล่านี้ได้ถูกชำระล้างบาปแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเพื่อเผาไหม้ร่างอีก

สำหรับใครที่อยากเจริญมรณานุสติหลักสูตรเร่งรัด แนะนำให้มาที่พาราณสี เพราะที่นี่มีแบบเรียนเรื่องความเป็นความตายและความหมายของชีวิตแบบครบวงจรเลยล่ะครับ

ฤษี โยคี เหล่านี้ ขอถ่ายรูปได้นะครับ น่าจะกลายเป็นอาชีพหนึ่งไปแล้ว

เดินชมเมืองพาราณสีทางบก

ขึ้นฝั่งไปชมเมืองพาราณสีทางบกกันบ้างครับ

คนอินเดียนี่นัยย์ตาสวยดี ว่าไหมครับ

ชอบภาพนี้ ดูคอนทราสดี ในขณะที่คนทั่วไปกำลังทำมาหากินเลี้ยงปากท้องตัวเอง ก็ยังมีคนอีกหลายคนที่สนใจปัญหาสังคม ผ่านสื่อ

แววตาที่ดูลุ้น ว่า อีนี่ช่างจะตัดผมช้าน ออกมาเป็นทรงอะไรว้า

ผมชอบภาพนี้ ตั้งชื่อว่า อินเดีย ฮิปสเตอร์

คำถามที่พบบ่อย — พาราณสี

พาราณสีอยู่ที่ไหน เดินทางไปอย่างไร

พาราณสี (Varanasi) เป็นเมืองริมแม่น้ำคงคาในรัฐอุตตรประเทศ ทางเหนือของอินเดีย ในอดีตคือเมืองหลวงของแคว้นกาสี ชาวฮินดูถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์อายุกว่าสี่พันปี นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่บินเข้าเดลีแล้วต่อเครื่องภายในประเทศมาลงสนามบินพาราณสี ก่อนเข้ามาที่ย่านริมท่าน้ำซึ่งเป็นหัวใจของเมือง ที่นี่เดินเที่ยวได้ทั้งวัน แต่ช่วงที่สวยที่สุดคือเช้ามืดริมฝั่งคงคา

ท่าน้ำ (Ghat) ที่พาราณสีมีอะไรน่าสนใจ

ริมแม่น้ำคงคามีท่าน้ำเรียงรายถึง 84 ท่า ท่าหลักที่นักท่องเที่ยวลงเรือคือท่าทศอัศวเมธ (Dashashwamedh) ทุกเช้ามืดผู้คนจะมาอาบน้ำบูชาสุริยเทพและชำระบาปตามความเชื่อ อีกท่าที่สำคัญคือท่ามณิกรรณิการ์ ซึ่งประกอบพิธีเผาศพตลอด 24 ชั่วโมงมานานกว่าสี่พันปี กานต์แนะนำให้ล่องเรือชมท่าน้ำยามเช้า จะเห็นวิถีชีวิตริมคงคาได้ครบถ้วนที่สุด

ควรไปพาราณสีช่วงไหน

ช่วงที่เหมาะที่สุดคือฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายเดินเที่ยวริมท่าน้ำได้ทั้งวัน หากมาช่วงวันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของไทย จะได้เห็นชาวฮินดูนับแสนหลั่งไหลมาประกอบพิธีที่ริมคงคา เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่ผู้คนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ ควรวางแผนที่พักล่วงหน้า

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.