The CITY, Charan-Pinklao

ในยุคกลางของอังกฤษ สถาปัตยกรรมทิวดอร์ (Tudor Architecture) เป็นสิ่งก่อสร้างที่เฟื่องฟู ดูหรูหราและยังคงความคลาสสิคต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

.

Tudor เป็นการตั้งชื่อตามราชวงศ์ทิวดอร์ซึ่งปกครองอังกฤษตั้งแต่ปี 1485-1603 ด้วยงานที่มีโครงสร้างอันโดดเด่น เป็นตัวอย่างของงานออกแบบที่ไร้กาลเวลา (Timeless)

.

เวลาที่เราไปเที่ยว Norfolk ก็เพื่อจะไปชมเสน่ห์ของ Oxburgh Hall คฤหาสน์​สีแดงที่โดดเด่นด้วยหน้าต่างทรงสูงและแคบ ซุ้มประตูโค้งมนและปล่องไฟอันประณีต รวมถึงโครงสร้างครึ่งไม้อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในอดีตเป็นวิธีแก้ปัญหาการขาดแคลนวัสดุก่อสร้างของอังกฤษยุคกลาง

.

อีกหนึ่งตัวอย่างสถาปัตยกรรมทิวดอร์ที่เรารู้จักกันดีก็คือพระราชวังแฮมป์ตันคอร์ต (Hampton Court Palace) ตั้งอยู่ในลอนดอน วังที่สร้างถวายแด่กษัตริย์เฮนรีที่ 8 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ต่างพากันชื่นชมความสวยงาม อลังการ

.

ทว่ากลิ่นอายของสถาปัตยกรรมอังกฤษสุดหรูหรา ได้ถ่ายทอดมาสู่ The CITY จรัญ-ปิ่นเกล้า โครงการที่อยู่อาศัยระดับ Luxury ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมทิวดอร์ ซึ่งเป็นยุคที่มีความเฟื่องฟูของวิทยาการและงานศิลปะ งานดีไซน์จึงรุ่มรวยด้วยเสน่ห์ ความหรูหราโอ่อ่า เมื่อนำมาประยุกต์กับความเป็นบ้านเมืองไทย จึงเป็นการเพิ่มฟีลลิ่งของความเป็นประวัติศาสตร์และเสริมความสง่างามให้กับบ้านสมัยใหม่ได้

.

บ้านตัวอย่างที่กานต์พาไปชมมีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งชื่อว่า Oxburgh ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของงานดีไซน์ที่มี Facade ด้านหน้าเป็นงานก่ออิฐ ผนังทาสีขาวตัดกับสีเทาควันบุหรี่สุดคลาสสิค หน้าต่างทรงสูงและแคบ เพื่อเปิดให้มีช่องแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาเพียงพอ หลังคาแหลมสูงชันแบบเดียวกัน ผสมผสานการตกแต่งภายในที่เน้นเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมและสมัยใหม่เข้าด้วยกัน เช่น มุมรับแขกจัดวางโซฟาหนังกลับรูปทรงวินเทจเย็บกระดุม โต๊ะรับประทานอาหารหินอ่อนสุดหรูหรา หน้าต่าง Powder Coating สีดำพร้อมกระจกใสเปิดรับวิวสวนสไตล์อังกฤษที่รายรอบ เหล่านี้สามารถสร้างบรรยากาศของบ้านสไตล์อังกฤษได้อย่างมีเอกลักษณ์และน่าสนใจ เพราะผสมผสานสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองยุคสมัยเข้าด้วยกัน เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่สวยงาม สะดวกสบายและใช้งานได้จริง

.

ไปชมภาพถ่ายในคอลเลคชั่น The CITY จรัญ-ปิ่นเกล้า พร้อมกับอ่านเรื่องราวของสถาปัตยกรรมทิวดอร์สู่หรูหราที่กานต์นำมาถ่ายทอดต่อในแคปชั่นกันครับ

.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

Call Center : 1623

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ https://apth.ly/7wc

#TheCity#เดอะซิตี้#บ้านเดี่ยว#จรัญปิ่นเกล้า#APThai#เอพี

The CITY จรัญ-ปิ่นเกล้า เนื้อที่โครงการประมาณ 27 ไร่ จำนวนทั้งสิ้น 58 ยูนิต

บ้านตัวอย่างที่กานต์พามาชมกันในครั้งนี้ คือแบบบ้าน Oxburgh ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่สุด ที่ดินมาตรฐาน 123.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม. มี 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ห้องพักผ่อน 1 ห้องพระ และมีห้องแม้่บ้านด้านหลัง หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 4 คัน

ภาพรวมของงานดีไซน์ภายนอก ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมในยุค Tudor ของอังกฤษ งานดีไซน์จึงโดดเด่นด้วยศิลปะแห่งยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ ไฮไลท์คือ Facade ด้านหน้าบ้านเป็นลายก่ออิฐให้ความรู้สึกวินเทจนิดๆ มีหน้าต่างบานใหญ่เต็มผนังที่รับกับหลังคาทรงสูง

โครงการตั้งอยู่บนถนนแก้วเงินทองในโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยมมาก จุดเด่นก็คืออยู่ใกล้ทางพิเศษศรีรัชด่านตลิ่งชัน มุ่งหน้าจตุจักรและเชื่อมต่อพระราม 9 เข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว เป็นทางด่วนที่ผมใช้เดินทางบ่อยที่สุดแล้วครับ

นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้ MRT สถานีแยกไฟฉาย ถนนราชพฤกษ์ ถนนจรัญสนิทวงศ์และถนนบรมราชชนนี สามารถเชื่อมไปสู่แหล่งคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์บนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, The Circle ราชพฤกษ์ คอมมูนิตี้มอลล์สุดเก๋, ตลาดสดและศูนย์อาหาร Food Villa ราชพฤกษ์, ตลาดน้ำตลิ่งชัน, ตลาดน้ำบางขุนศรี, โรงเรียนนานาชาติ สิงคโปร์ธนบุรี (SISB), โรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนด์, โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ธนบุรี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลเจ้าพระยา

ที่สำคัญคือใกล้โรงพยาบาลศิริราช ผมลองขับรถออกไปทางถนนจรัญสนิทวงศ์ผ่านทางบางขุนนนท์เข้าวังหลังใช้ระยะเวลาประมาณ 15 นาที* ถือว่าทำเวลาได้ดีมากครับ

โดยรอบโครงการไม่พลุกพล่าน เป็นย่านที่พักอาศัยทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการพัฒนาเป็นโครงการบ้านหรูที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง

โครงการนี้กานต์ถือว่าค่อนข้างชำนาญเพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้านตัวเองนัก เพราะอาศัยอยู่ย่านนี้มานานเกือบ 20 ปี ทำให้คุ้นเคยเรื่องทำเลเป็นอย่างดี

ด้านหน้าโครงการแม้จะอยู่ติดถนนรองแต่อยู่หากจากถนนสายหลักอย่างราชพฤกษ์ ประมาณ 1-2 นาที ข้อดีก็คือได้เรื่องความเงียบสงบแทบไม่ได้ยินเสียงรถราที่วิ่งอยู่ข้างนอกเลยครับ

ด้านหน้าบ้านเป็นลานจอดรถได้ 4 คัน โครงสร้าง Slab on Ground แยกจากตัวบ้าน บริเวณลานจอดรถสามารถเดินอ้อมเข้าด้านข้างบ้านเพื่อเป็นทางเข้าออกสำหรับแม่บ้านไปยังพื้นที่ทำงานด้านหลังได้ โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่พักอาศัยทำให้ได้เรื่องความเป็นส่วนตัว

ส่วนหน้าบ้านจะมีประตูเล็กสำหรับเข้าบ้านได้จากลานจอดรถ อำนวยความสะดวกหากเราซื้อของมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือมีแขกมาเยี่ยมบ้าน ไม่ต้องผ่านประตูหลักด้านหน้า เพื่อที่ว่าจะได้เป็นการไม่รบกวนบรรยากาศการสนทนาธุระสำคัญ

เราสามารถวางระบบในการติดตั้ง EV Charger เป็นระบบไฟฟ้า 3 เฟส เพิ่มเติมเพื่อรองรับสำหรับบ้านไหนที่มีรถยนต์ไฟฟ้าได้ ส่วนรอบๆ บ้านจะมีที่ดินเหลือไว้ให้จัดตกแต่งสวนได้อีก เพื่อรังสรรค์ให้เรากับธรรมชาติได้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

ทางเข้าหลักด้านหน้าบ้านโดดเด่นด้วยประตูไม้สักบานใหญ่พร้อมติดตั้งตัวล็อคมือจับ Life Smart เมื่อเปิดประตูเข้าไปเราจะพบกับ Common Area ที่มีขนาดใหญ่มาก เชื่อมต่อส่วนของมุมรับแขก มุมนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร ครัวฝรั่งด้านในและครัวไทยด้านนอกเข้าไว้ด้วยกัน

บ้านตัวอย่างจัดวางผนังด้านในออกแบบให้เป็นชั้นวางทีวี จัดวางคาบิเนททรงเตี้ยเป็นแนวยาวขนานกันไป ขณะเดียวกันออกแบบให้ทีวีเป็นแบบแขวนเพื่อนให้บ้านดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น ระยะการรับชมมากพอสมควร ผมว่าเราสามารถติดตั้งสมาร์ททีวีจอใหญ่ระดับ 100 นิ้วได้สบายเลยครับ 

บ้านตัวอย่างตกแต่งในสไตล์ Modern English ออกแบบให้พื้นที่รับแขกอยู่ด้านหน้าบ้านบริเวณโถงทางเข้า ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยเพดานทรงสูงแบบ Double Volume

กอปรกับหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับวิวสวนสีเขียวรอบบ้านราวกับเป็นภาพจิตรกรรมที่มีชีวิต ติดตั้งผ้าม่าน 2 ชั้นสูงจากพื้นจรดเพดาน ส่งผลทำให้มุมนี้ดูกว้างขวางและโปร่งสบาย

ฟังก์ชั่นภายในบ้านเป็นแบบ Open Plan เพื่อให้เราสามารถออกแบบและสร้างสรรค์ได้ตรงตามใจและไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัว

ทางโครงการออกแบบให้มี Living Area ขนาดใหญ่ ถัดเข้าไปด้านใน สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้านของสมาชิกในครอบครัว และเป็นพื้นที่ไว้สำหรับต้อนรับแขกไปในคราวเดียวกัน

เป็นพื้นที่แบบเปิดโล่งเพื่อเชื่อมต่อกับห้องรับแขก คั่นกลางด้วยประตูกระจกเพื่อให้สามารถเปิดออกไปสู่เฉลียงด้านข้างเพื่อนั่งหรือเดินชมสวนภายนอกบ้านได้ โดดเด่นด้วยกระเบื้องหินอ่อนแผ่นใหญ่ที่ดูเล่นลายนำสายตาไปสู่ทางเดิน

ผนังรอบบ้านรายล้อมด้วยกระจกใส Floor to ceiling ทำให้เปิดรับช่องแสงได้มากขึ้น ผนังเป็นชั้นหนังสือขนาดใหญ่ เพื่อให้เราได้นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด จิบน้ำชายามบ่ายไปพร้อมๆ กับการชมวิวสวนสไตล์อังกฤษภายนอกได้อย่างเต็มที่

หรือหากเช้าๆ เราก็สามารถมานั่งจิบกาแฟ ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่าน iPad ที่บริเวณนี้ได้เช่นกันครับ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ตอบโจทย์ความเป็นบ้านสไตล์ Modern English ที่ดีมากครับ

เห็นได้จากบ้านตัวอย่าง ออกแบบพื้นที่ให้ด้านในให้เป็น Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ Long Table ขนาด 10 ที่นั่ง หรือมากกว่านั้นได้สบายเลยครับ

เนื่องจากมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง จัดวางไว้ในบรรยากาศที่โปร่ง โล่งและมองเห็นวิวสวน ต้นไม้สีเขียวด้านนอก สำหรับจัดเลี้ยงต้อนรับแขกและจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ได้ เพราะเชื่อมต่อกับพื้นที่ Living ที่อยู่ติดกัน ซึ่งผมมองว่าสามารถใช้เป็น Pre-dinner สำหรับนั่งพูดคุยกันพร้อมจิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนที่จะรับประทานอาหารด้วยกัน

ใกล้กันกับโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็น Island สำหรับเตรียมอาหาร ด้านในติดตั้งตู้เก็บของ สามารถโชว์คอลเลคชั่นจานชามแบรนด์หรูจากยุโรปที่เราสะสมมาได้ด้วยครับ

เราสามารถจัด Private Chef เชิญมาทำอาหารที่บ้านเป็นดินเนอร์มื้อพิเศษกับแขกคนสำคัญและสมาชิกในครอบครัว รับประทาน Fine Dining ร่วมกันในบรรยากาศของคนกันเองได้เลยครับ

เนื่องจากผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพบ้านตัวอย่างตลอดทั้งช่วงเช้าและบ่าย ทำให้ได้เห็นการหักเหของแสงและเงาเข้าบ้าน ถ่ายทอดผ่านผนังกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน กลายเป็นเฉดสีที่สวยงามตามธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา

โดยเฉพาะมุมด้านในซึ่งไม่ค่อยได้เห็นโครงการไหนที่เปิดพื้นที่ด้านข้างได้โปร่ง โล่งอยู่สบายเช่นนี้มาก่อน เป็นมุมที่ผมค่อนข้างประทับใจในการออกแบบมากๆ ครับ

ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบการออกแบบบ้านเปล่าที่เป็น Open Plan เพราะจะทำให้เราสามารถรังสรรค์จัดวางฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในบ้านได้ตรงตามใจ และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวได้ดีกว่า เพื่อให้เกิดความสุขที่แท้จริงในการอยู่อาศัยภายในบ้านของคนทุก Generations

เมื่อเข้ามาด้านในก่อนจะตรงไปเข้าสู่พื้นที่ครัวด้านหลังบ้าน จะมีประตูทางเข้ารองจากลานจอดรถซึ่งโดดเด่นด้วยประตูไม้สักบานใหญ่เช่นเดียวกับประตูทางเข้าหลักด้านหน้าบ้าน เชื่อมไปสู่ครัวด้านในโดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านห่้องรับแขกโซนด้านหน้าบ้าน ทำให้สะดวกมากหากเราซื้อของมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วสามารถถือเดินไปเก็บไว้ในครัวได้ทันที หรือเวลาที่มีแขกผู้ใหญ่มาคุยธุระสำคัญ

ด้านหน้าประตูรอง ออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับใส่รองเท้าและยังมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือเพื่อให้เราสามารถติดตั้งตู้รองเท้า หรือ Buit-in ตู้เก็บของเพิ่มได้ในบริเวณนี้ และใกล้กันยังมีห้องน้ำแบบ Powder Room อีกหนึ่งห้องสำหรับรับรองแขก

ชั้นล่างเชื่อมต่อกับ Common Area ออกแบบให้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ สำหรับครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน 3 Generations เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับรองรับการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุให้สะดวกสบายในหลายจุด เช่น ประตูห้องนอนและห้องน้ำเป็นแบบบานเลื่อนที่มีขนาดใหญ่รองรับการใช้รถเข็นวีลแชร์

ส่วนภายในห้องนอนชั้นล่างและห้องน้ำออกแบบให้พื้นจะราบเสมอกันไม่มีธรณีประตูเพื่อป้องกันการสะดุด ในห้องน้ำโครงการได้ติดตั้งราวจับกันลื่นเพื่ออำนวยความสะดวกมาให้แล้ว เช่นเดียวกับ บริเวณทางเชื่อมจากลานจอดรถสู่ Terrace หน้าบ้านก็ทำออกมาให้เป็นทางลาดที่สามารถขึ้นลงได้สะดวกและตรงเข้าห้องนอนผู้สูงอายุได้ทันที

ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รอบเตียงค่อนข้างกว้าง สามารถเดินเหินหรือเข็นวีลแชร์ได้อย่างสะดวกสบาย มีตู้หัวเตียงสำหรับวางโคมไฟและข้าวของเครื่องใช้สำคัญ บรรยากาศภายในห้องโปร่งสบายด้วยช่องแสงในหลายจุด พร้อมทั้งจัดให้มีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งไว้เรียบร้อย

ห้องครัวไทยออกแบบให้อยู่ในจุดที่ทำให้แม่บ้านสามารถประกอบอาหารได้สะดวก มีประตูเชื่อมต่อกับห้องซักผ้าและลานซักล้างด้านหลัง ทั้งยังสามารถใช้ระบายอากาศจากการทำครัวได้นอกเหนือไปจากหน้าต่าง เพื่อให้ปราศจากกลิ่นรบกวนเข้ามาในตัวบ้าน

ทั้งยังได้ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากจะอยู่บริเวณเดียวกับ Maid Plaza โซนทำงานและห้องนอนของแม่บ้านซึ่งแยกส่วนชัดเจนออกมาจากพื้นที่หลักของตัวบ้าน เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวระหว่างพักอาศัย

บ้านตัวอย่างออกแบบให้เคาน์เตอร์ครัวอยู่ชิดผนังขนานไปกับความยาวของตัวบ้านทั้ง 2 ฝั่ง Top เป็นหินอ่อนสีดำ

บ้านตัวอย่างจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งเตา Induction เครื่องดูดควัน เว้นพื้นที่ด้านในสำหรับจัดวางตู้เย็น Side by Side ขนาดใหญ่ ใกล้กันเป็นอ่างล้างจานพร้อมตู้เก็บของบนล่างติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วดูหรูหราสวยงาม

ส่วนพื้นปูด้วยแกรนิตโต้แผ่นใหญ่ขนาด 60 x 60 ซม. เพราะในห้องครัวค่อนข้างจะเลอะไวกว่าปกติ จึงออกแบบพื้นมาให้สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย

บันไดขึ้นลงชั้นบนจะเชื่อมกับมุมรับประทานอาหาร ที่อยู่โถงกลางบ้าน ตัวโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกตั้งลูกนอนเป็นไม้จริง พร้อมราวจับไม้ระแนงเหล็ก บันไดมีความกว้างกว่าปกติ เป็นโถงบันไดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ระหว่างชั้นจะมีชานพักสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ให้เราเดินขึ้นลงได้อย่างสบายใจไม่มีสะดุด

ด้านข้างมีช่องแสงขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่บริเวณโถงบันไดซึ่งเป็นกระจกใส อย่างไรก็ดีแนะนำให้ติดตั้งผ้าม่านเพิ่มครับหากต้องการปรับลดแสงและเพิ่มความเป็นส่วนตัว

เราจะพาเดินขึ้นไปชมชั้น 2 ของบ้านซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวกันดูบ้างครับ ชั้นบนปูด้วยพื้นไม้ปาร์เกต์ ประกอบด้วย 4 ห้องนอนพร้อมชั้นลอยสไตล์ลอฟท์ใต้หลังคา และห้องสมุดเพื่อเป็นพื้นที่เอนกประสงค์สำหรับสมาชิกในครอบครัว 

มุมนี้ผมชอบมาก สถาปนิกออกแบบให้มี Library ที่จัดวางเก้าอี้ดีไซน์สวยนั่งสบาย แต่ยังมีพื้นที่ว่างเหลือค่อนข้างมาก สามารถปรับฟังก์ชั้่นให้เป็นมุมสำหรับทำการบ้าน อ่านหนังสือของเด็กๆ ได้หรือเป็นมุมสำหรับทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้าน

เพราะเอาเข้าจริงสมาชิกในแต่ละครอบครัวล้วนมีหลากหลายเจนเนเรชั่น การออกแบบจึงต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของส่วนรวมทุกคน แต่ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนตัวภายในบ้านอยู่ จนดูเป็นการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกของสมาชิกทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นโจทย์ที่สถาปนิกแก้คำตอบมาให้ได้ดีมากครับ

Library บนชั้น 2 ถือเป็นไฮไลท์ที่โดดเด่นของบ้าน เพราะออกแบบให้มี ที่เชื่อมต่อกับ Living Area ชั้นล่างผ่านโถงทรงสูงที่มองเห็นกันและกัน ออกแบบให้มีตู้โชว์ขนาดใหญ่และเป็นชั้นหนังสือไปในตัว ตกแต่งในโทนสีเบจดูเรียบหรูและมีเสน่ห์โดดเด่นมากเมื่อต้องแสงไฟ Warm Light ต้องยอมรับว่า ดีไซน์เนอร์ได้ตกแต่งภายใน Library ให้มีความโดดเด่นจริงๆ

บนชั้น 2 มีห้องนอนทั้งหมด 4 ห้อง ผมเริ่มจากห้องด้านในขวาสุดของตัวบ้านเมื่อขึ้นมาจากบันได เป็นห้องนอนรองที่มีขนาดใหญ่ เปิดรับวิวได้มากกว่า ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา โดดเด่นด้วยการจัดวางเตียงนอนขนาดควีนไซส์ไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจะลงตัวกับระยะผนังที่เว้นปิดทึบเอาไว้ช่วงบริเวณหัวเตียงพอดี

ด้านข้างเตียงออกแบบให้เป็นกระจกเงาบานใหญ่เพื่อเพิ่มมิติให้กับห้องสี่เหลี่ยม หัวเตียงจัดวางตู้เล็กๆ สำหรับวางของจุกจิกหรือชาร์จโทรศัพท์มือถือเพราะมีปลั๊กไฟบริเวณนี้ด้วย หัวเตียงอีกฝั่งติดตั้งโคมไฟส่องสว่างขนาดเล็กสำหรับอ่านหนังสือก่อนนอน 

ปลายเตียงสามารถจัดวางตู้คาบิเนทเตี้ยสำหรับวางทีวีได้ เพื่อให้เราสามารถนอนดูซีรีย์เรื่องโปรดได้จากบนเตียง หรือจะนั่งดูในมุมนั่งเล่นภายในห้องก็ได้เช่นกัน

โดยจัดให้มีชุดโซฟาขนาดใหญ่แบบเข้ามุม ซึ่งทำให้ห้องดูแกรนด์มากจนเกือบคิดว่าเป็นห้องนอนหลัก

ติดกันเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อเปิดพื้นที่เข้าสู่มุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ด้วยการ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดตั้งไว้ใกล้กับห้องน้ำ

ห้องนอนนี้มีห้องน้ำในตัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำให้เป็นของ Kohler ดูหรูหราดี พื้นที่นี้ได้แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย แต่ไฮไลท์ของห้องนี้ก็คือเป็นห้องที่มีอ่างอาบน้ำในตัว ซึ่งไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนักในห้องนอนรองของบ้านครับ

ห้องนอนรองห้องต่อมาเป็นห้องนอนที่เปิดรับช่องแสงจากพื้นที่บริเวณมุมด้านหลัง ข้อดีก็คือได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบ เปิดรับช่องแสงได้ 2 ฝั่งทำให้ภายในห้องดูสว่างมากในตอนกลางวันจนแทบไม่ต้องเปิดไฟและยังได้ประโยชน์เรื่องการไหลเวียนถ่ายเทของอากาศภายในบ้านจากผนังกระจกบานใหญ่อีกด้วย

บ้านตัวอย่างออกแบบเป็นห้องนอนสำหรับวัยรุ่นผู้ชาย เตียงนอนดีไซน์ดูเรียบเท่ดีครับ เพดานตกแต่งด้วยเส้นสายที่ให้ฟีลลิ่งของความเป็นสปอร์ตแมน ปลายเตียงเป็นโต๊ะทำงานพร้อมชั้นวางหนังสือแบบเปลือยทำให้ดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น ด้านในเป็นมุมแต่งตัวพร้อมห้องน้ำในตัว 

ติดกันเป็นห้องนอน 4 ที่ออกแบบให้เป็นห้องนอนสำหรับเด็กเล็ก มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน ห้องนี้จะอยู่บริเวณกึ่งกลางบ้านติดกับบันได

ผมคิดว่าหากครอบครัวไหนมีจำนวนสมาชิกไม่มากก็สามารถปรับห้องนอนนี้ให้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้เช่นกัน

สำหรับจัดทำเป็นห้องดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ROV หรือแคสต์เกมส์ก็ได้ สตูดิโอไลฟ์ขายของก็ได้ครับ เป็นห้องที่ให้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง

สามารถติดตั้งผ้าม่านทึบแสงหากต้องการความมืดหรือเปิดออกได้เพื่อรับแสง เพราะมีช่องแสงผ่านกระจกบานใหญ่ส่องเข้ามาภายในห้อง

มาดูในส่วนของ Master Bedroom กันบ้างครับ ห้องนอนหลักของบ้านตัวอย่าง ตกแต่งได้สวยงามดูคลาสสิคมาก

บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างโปร่ง ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่รายรอบห้องและเพิ่มความสว่างด้วยกระจกใสและกระจกเงาที่ติดตั้งไว้ตามมุมต่างๆ ภายในห้อง

ออกแบบให้ห้องนอนเป็นมากกว่าห้องนอนทั่วไปราวกับเป็นบ้านอีกหนึ่งหลัง ภายในห้องจึงถูกแบ่งฟังก์ชันการใช้สอยระหว่างพื้นที่ส่วนทำงานกับพักผ่อนออกจากกัน

ห้องนอนมีพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของตัวบ้านชั้นบน ถือเป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่มาก เริ่มจากด้านหน้าเป็นพื้นที่สำหรับทำงาน อ่านหนังสือหรือดูทีวี จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้ริมผนังเพื่อให้สามารถนั่งชมวิวภายนอกบ้านได้ ถัดเข้ามาด้านในเป็นโต๊ะทำงาน

อีกด้านเป็นส่วนของห้องน้ำ โดยที่ด้านหน้าห้องน้ำเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ตู้เสื้อผ้ามีขนาดใหญ่มาก ตรงกลางจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกเงา 2 บานแบบ His & Her มีตู้ลิ้นชักขนาดใหญ่ติดตั้งไว้เป็นแนวยาวเต็มผนังสำหรับจัดเก็บเครื่องประดับและทำให้ห้องดูสวยงามหรูหรามากขึ้น

ภายในโซนพักผ่อนยังคุมโทนสีได้ดี จัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลางห้องหัวเตียงบุนวมสีน้ำตาลเข้มดูเรียบหรูรับกับสีเบจของชุดผ้าปูที่นอนและสตูลที่วางอยู่ปลายเตียง พร้อมชั้นวางทีวีหินอ่อนแบบลอยตัว ส่วนทีวีเลือกใช้วิธีแขวนเรียบไปกับผนัง ทำให้ห้องดูโมเดิร์นและเปรียบดุจแกลอรีที่จัดแสดงผลงานศิลปะ

บริเวณหัวเตียงทั้ง 2 ข้างมีโต๊ะเตี้ยและโคมไฟประดับ ที่ว่างริมผนังกระจกจัดวางเก้าอี้เดย์เบดสีเดียวกันเอาไว้ให้เราได้นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือสบายๆ

บ้านตัวอย่างยังได้เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องนอนนี้ด้วยแจกันดอกกุหลาบตั้งไว้บนตู้โชว์ภายในห้อง ผมลองถ่ายแบบสะท้อนกระจกเงาเพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ภายในห้อง ช่วยทำให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความเรียบหรูดู Modern Timeless มากยิ่งขึ้น

ห้องนอนมาพร้อมกับวิวและช่องแสงขนาดใหญ่จากระเบียงด้านข้างที่สามารถออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และจิบกาแฟยามเช้า ให้เราเกิดความรู้สึกสบายใจเมื่อได้มองเห็นวิวธรรมชาติภายนอก โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวที่อยู่รายรอบบ้าน

ถ้าถามใจผมนะ ก็อยากจะหาโต๊ะกาแฟแบบกลางแจ้งสักตัวเอาไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือจิบกาแฟ และอยากจะทำเป็นสวนไม้กระถางเล็กๆ เพิ่มความเป็นธรรมชาติให้มาเชื่อมต่อกับเราถึงภายในห้อง

Master Bathroom มีพื้นที่กว้างขวาง เปิดช่องแสงจากธรรมชาติโดยรอบให้ส่องลงมาพอดี เป็นภาพที่คลาสสิคมาก โดดเด่นด้วยผนังหินอ่อนสีดำ ออกแบบให้เป็นห้องน้ำแบบ Full Function ภายในมีการแยกส่วนเปียก-แห้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ที่พิเศษคือห้องนี้มีอ่างอาบน้ำด้วยครับ อยู่ติดกับหน้าต่างซึ่งสามารถเปิดออกได้ เพื่อระบายอากาศและไล่ความชื้น

ด้วยความที่ห้องน้ำมีขนาดใหญ่ทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดและสามารถใช้เวลาอยู่ภายในห้องนี้ได้อย่างเต็มที่ สามารถนอนแช่อ่างไปพลางอ่านหนังสือหรือจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด เปิดเพลงคลอไปด้วยเบาๆ เท่านี้ก็ทำให้การพักผ่อนอยู่บ้านของเรา สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นครับ

ถัดกันด้านในเป็นโซนอาบน้ำ ทางโครงได้ติดตั้งด้วยการติดตั้งฉากกั้นกระจก Tempered Glass สุขาและห้องอาบน้ำเอาไว้ให้แล้ว ภายในที่มีทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ชั้นวางของ ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นอ่างล้างหน้า มาพร้อมกับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือขนาดใหญ่แบบ His & Her และกระจกเงาบานสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มผนัง

ไฮไลท์ที่โดดเด่นของบ้านและเป็นจุดที่ผมชอบมากก็คือ Loft Space บนชั้นลอยคล้ายห้องใต้หลังคา เชื่อมต่อกับโถงกลางซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกประมาณครึ่งชั้น

สถาปนิกออกแบบให้เป็นแบบ Free Space พื้นที่พิเศษสำหรับใช้เป็นมุมอเนกประสงค์ที่ค่อนข้างส่วนตัว เราสามารถปรับฟังก์ชั่นได้ตามใจ จะทำเป็นห้องพระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็ดูจะปลีกวิเวกดี หากบ้านไหนมีเด็กเล็กๆ อาจจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำการบ้าน อ่านหนังสือหรือดูไอแพด เล่นเกมดูหนังฟังเพลงหรือไลฟ์สดขายของออนไลน์ก็ได้ครับ หรือหากใครชอบท่องเที่ยวก็สามารถใช้เป็นพื้นที่เก็บของที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางได้เช่นกัน

จากชั้นบนเราจะเดินไปชมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันบ้างครับ

Main Gate ทางเข้าโครงการเป็นงานฟรีฟอร์ม ที่เน้นความไหลลื่นของสายน้ำสื่อสารผ่านเส้นสายและรูปทรงโค้งมนพริ้วไหว ล้อไปกับอาคาร Clubhouse ที่อยู่ด้านหน้า เลือกใช้สีขาวและเทาควันบุหรี่ เพื่อให้มีความสอดรับกันกับบ้านด้านใน

พื้นที่ส่วนกลางด้านในเต็มไปด้วย Facility ที่มีมาให้ครบถ้วน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสูงสุด ติดตั้งกล้อง CCTV ทุกจุดทั่วโครงการ

ลูกบ้านสามารถเข้าออกผ่านระบบ Smart Pass และมีระบบรักษาความปลอดภัยของ AP Thai ที่ใช้ชื่อว่า KATSAN นำมาให้ลูกบ้านได้ใช้บริการ เช่นประทับตราจอดรถ แจ้งทะเบียนรถแปลกที่ไม่ใช่แขกของบ้านเรา เรียกรปภ. เพื่อขอความช่วยเหลือและอื่นๆ อีกมากมาย

Clubhouse อยู่ด้านหน้าทางเข้าโครงการเลยครับ แต่เนื่องด้วยโครงการมีขนาดไม่ใหญ่มากเพียงแค่ 58 ยูนิต จึงถือว่ามีขนาดพอเหมาะเพื่อรองรับลูกบ้านได้ครบถ้วน อาคารจะเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำที่จัดพื้นที่สำหรับพักผ่อนแบบ Outdoor เอาไว้

Clubhouse ออกแบบในสไตล์ Modern ที่ยังคงความ Luxury สอดรับกับภาพรวมของงานดีไซน์ทั้งโครงการ มีขนาด 2 ชั้น ภายนอกเป็นสวนและสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือแบ่งเป็น 2 สระแบบเล่นระดับ

โดยสระผู้ใหญ่ ขนาด 13.5 x 7 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็ก ขนาด 2.7 x 3 เมตร ลึก 0.75 เมตร ผมชอบทางลงสระว่ายน้ำ มีความดีเทลด้วยงานดีไซน์เป็นทรงโค้งขนาดใหญ่ใกล้ๆ กันมีจากุซชี่ให้เราได้นอนนวดตัวเพลินๆ สบายๆ 

โดยรอบสระว่ายน้ำจัดวางเก้าอี้นั่งพักผ่อนและ Sunbed สำหรับนอนเล่นในช่วงเย็นๆ ตอนที่ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า และมี Sunken Seating สำหรับให้เหล่าคุณแม่่จับกลุ่มคุยกันระหว่างที่รอเด็กๆ กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

ดีไซน์ภาพรวมของสโมสรมีความเรียบหรูดี พื้นที่ด้านในของ Clubhouse ก็มีทั้ง Living Room พื้นที่รับแขก กรณีที่เราไม่ต้องการให้แขกเข้าไปภายในโซน Residential เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวของการพักอาศัย ถือเป็นข้อดีของการที่จัดให้มี Clubhouse อยู่โซนด้านหน้าทางเข้าโครงการเลยครับ

นอกจากนี้ ภายในยังมี Co-Working Space ให้นั่งทำงาน อ่านหนังสือหรือนั่งคุยกันในบรรยากาศสบายๆ สำหรับลูกบ้าน เอาไว้นั่งทำงาน มีการจัดวางที่นั่งแบบกระจายกันไปตามความต้องการทั้งเดี่ยว คู่และแบบหมู่คณะ

หากใครต้องการความเป็นส่วนตัวสามารถเข้าใช้ Meeting Room เพื่อประชุมหรือพรีเซนต์งานได้

ส่วนตัวผมชอบมุมอ่านหนังสือที่มีพื้นยกระดับพร้อมกับวางบีนแบ็กเอาไว้ด้านหน้าชั้นวางหนังสือ ดูแล้วอบอุ่นดี มีความโคซี่เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนที่ Clubhouse โครงการในวันว่างๆ ที่เราไม่อยากออกไปไหน ก็สามารถนัดเพื่อนมานั่งทำงาน อ่านหนังสือด้วยกันได้ที่ Clubhouse

ส่วน Clubhouse ชั้นบนยังเป็นที่ตั้งของฟิตเนสด้วยครับ บรรยากาศโล่งๆ ดีมาก ภายในมีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training Machine

แต่ที่ผมชอบคือการจัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าให้หันหน้าออกไปทางสวนต้นไม้มองผ่านกระจกใสมีแสงลอดผ่านรับวิตามินดีเบาๆ ยามเช้า บรรยากาศดูแล้วสดชื่นดีเวลาที่เห็นต้นไม้สีเขียวๆ ระหว่างที่เรากำลังวิ่งออกกำลังกาย ช่วยให้หายเหนื่อยได้ครับ

ด้านในมีสวนส่วนกลางขนาดใหญ่อีกหนึ่งจุด ที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานา ไม่ว่าจะเป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก ช่วยให้บริเวณนี้ดู ร่มรื่น สดชื่น สบายตา สบายใจ เหมาะแก่การเปลี่ยนบรรยากาศจากการพักผ่อนภายในบ้านมานั่งเล่นที่ส่วนกลางดูบ้างครับ

นอกจากนี้ยังจัดให้มีสนามเด็กเล่น สไลเดอร์ Trampoline เชือกให้ปีนป่ายเสริมพัฒนาการเด็กๆ กลางสวนอีกด้วยครับ

#โดยสรุป The CITY จรัญ-ปิ่นเกล้า เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูที่นำเสนอกลิ่นอายของความเป็นอังกฤษในยุค Tudor นำมาแต่งเติมต่อยอดใหม่เพื่อให้รองรับกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยเน้นที่ความสวยงามและฟังก์ชั่นครบ อยู่สบาย พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่รองรับลูกบ้านได้หลากหลายและครบครัน

ที่สำคัญเป็นโลเคชั่นที่ผมมองว่าเดินทางได้สะดวกมาก เพราะเชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสาย ใกล้รถไฟฟ้า สถานีไฟฉายและไม่ไกลจากโรงพยาบาลศิริราช ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงที่หมาย

The CITY จรัญ-ปิ่นเกล้า จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่มองหาบ้านเดี่ยวดีไซน์สวยในย่านจรัญสนิทวงศ์และปิ่นเกล้าครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ Call Center โทร 1623

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://apth.ly/7wc

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน