SINGAPORE SIGNATURE

กานต์แชร์เช็คลิสต์เที่ยวสิงคโปร์

SINGAPORE SIGNATURE

_____________________________________________

A journey of a thousand miles begins with a single step.

คิดว่าหลายคนเป็นเหมือนกันกับผม

แค่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้าน ก็มีความสุขแล้ว

จะใกล้ หรือจะไกล ขอให้ได้สวมหัวใจของนักเดินทาง

เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ว่ามั้ยครับ

เวลานึกไม่ออกว่าจะไปไหน

สิงคโปร์ น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางแรกที่หลายคนคิดถึง

เพราะสิงคโปร์เที่ยวง่าย ใช้เวลาไม่นาน

และมักจะมีอะไรให้เราตื่นเต้นได้ตลอดเวลา

แม้ว่าจะ (เคย) เป็นประเทศที่ไม่มีอะไรเลยมาก่อน

Jewel Changi Airport คือตัวอย่างล่าสุดที่เราเห็น

ถ้าเราไม่มีป่า เราไม่มีน้ำตก เราก็ยกมันมาไว้ในเมืองเสียเลย

ทำให้ชางงี เป็นมากกว่าสนามบิน

เพราะตอนนี้ใครๆ ก็อยากมาเช็คอินที่นี่

Marina Bay Sands ก็เป็นอีกแลนด์มาร์กที่น่าสนใจ

โรงแรมไพ่ 3 สำรับ ที่มีเรือออนท๊อป

กลายเป็นความใฝ่ฝันที่หลายคนอยากไปพักบนนั้น

และถ่ายรูปกับสระว่ายน้ำที่เห็นวิวสิงคโปร์มุมสูง

แถมยังพัฒนาพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นเมืองใหม่

ทั้งยาว ทั้งใหญ่ ยิ่งกว่าบักแตงโม

กานต์ รวมลิสต์จุดเช็คอินสิงคโปร์เอาไว้ เผื่อเป็นไอเดียครับ

เรียกว่า SS : Singapore Signature

• ห้าง JEWEL สนามบิน Changi

• Marina Bay Sands โรงแรมสุดหรู

• Garden by the Bay สวนป่าที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม

• Flower Dome โดมดอกไม้หลากสีสัน

• Cloud Forest น้ำตก 7 ชั้นกลางป่าฝนเขตร้อน

• Marina Barrage พื้นที่สาธารณะเหนือเขื่อนที่วิวสวยสุด

• พิพิธภัณฑ์ศิลป์และศาสตร์ ArtScience Museum

• Red Dot Design ศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์งานออกแบบ

• Fort Canning จุดถ่ายรูปที่ต่อคิวกันนานมาก

• พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์

• นั่งกระเช้าไปเกาะ Sentosa

• โลกใต้ทะเล S.E.A. Aquarium

• พิพิธภัณฑ์เดินสมุทร

• ตึกหลากสีที่อาคารกองบัญชาการตำรวจแห่งสิงคโปร์

• Henderson Bridge สะพานบิดเกลียว

ส่วนใครสายมูต้องมาเที่ยววัด แต่กานต์สายกินต้องจัดหนักในทุกมื้ออาหาร

บางคนเวลาน้อยก็ทยอยเก็บไปทีละจุด

ส่วนผมว่างจัดอยู่ที่สิงคโปร์เป็นอาทิตย์

เก็บเข้าลิสต์ทีเดียวเลย

สิงคโปร์เที่ยวง่าย เพราะผมมีตัวช่วยในการจัดการ

จองตั๋ว ทำกิจกรรมผ่าน Traveloka Xperience

ใช้งานง่าย ได้ตั๋วทันที แถมราคาดีอีกด้วยครับ

ป่ะ!! ถ้าพร้อมแล้วก็ไปเช็คอินด้วยกันนะครับ

#KANT#KΔNT#leisuretravel#hotellifestyle

#journalisttravel#hotelsblogger

#travelblogger#luxuryblogger#luxurytravel

#SINGAPORE#TRAVELOKA#TravelokaXperience

กานต์พาเช็คอินถิ่นสิงคโปร์
Singapore Signature

จองตั๋วเข้าชม และบัตรเที่ยวสิงคโปร์ได้ที่ app Traveloka
และที่ www.traveloka.com

ไม่น่าเชื่อว่า จากเกาะเทมาเส็กในอดีตหรือ “เมืองทะเล” ในอดีต

จากที่ไม่เคยมีอะไรเลยกลายมาเป็นจุดแวะพักของเรือเดินสมุทร ทั้ง เรือสำเภาจีน เรืออินเดีย เรือใบอาหรับ และเรือรบของโปรตุเกส ไปจนถึงเรือใบบูจินีส จนกลายเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญ โดยการบุกเบิกของเซอร์ โทมัส สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์

เมื่อห้าสิบกว่าปีที่แล้ว สิงคโปร์ยังเป็นเมืองที่มีภาพลักษณ์คือความยากจน คนงานส่วนใหญ่เป็นกุลีตามท่าเรือ ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ

แต่เมื่อมีเอกราชสมบูรณ์ในปี 1965 ผู้นำประเทศได้เริ่มสร้างชาติด้วยการวางรากฐานทางการศึกษาจนได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างประเทศในศตวรรษ 20

มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว การมีงานทำเต็มที่ของประชากร การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน คุณภาพของระบบการศึกษา และการสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน มีจุดขายด้านการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้

และกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลายคนนึกอยากมา

แม้หลายคนปรามาสว่า สิงคโปร์ ไม่เห็นมีอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง

แต่รู้หรือไม่ “วัฒนธรรม” คือสิ่งที่สั่งสมกันมา โดยไม่เกี่ยงว่าใครมีก่อนมีหลัง แต่เป็นการสร้างโดยพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจากของเดิม เหมือนเช่นที่สิงคโปร์เป็นอย่างทุกวันนี้

มาดูกันดีกว่าครับว่า สิงคโปร์มีอะไรน่าสนใจให้เที่ยวบ้าว

• ห้าง JEWEL สนามบิน Changi

กลายเป็นจุดหมายแรกสำหรับใครที่มาเที่ยวสิงคโปร์ ตอนนี้ต้องมาเช็คอินที่นี่ก่อนเลยครับ กับห้างสรรพสินค้าในสนามบินที่ยกน้ำตกสูงกว่า 40 เมตรมาไว้ในห้าง พร้อมบรรยากาศแบบป่าร้อนชื้น แต่ข้างในเดินเพลินสบายมาก

ร้านรวงก็เยอะ ฝากท้องได้ที่นี่ แถมมีจุดเช็คอิน โหลดกระเป๋าเสร็จก็เดินช้อปต่อได้สบายใจ มีเล้าจน์ไว้ให้บริการด้วยครับ

• Marina Bay Sands โรงแรมสุดหรู อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของสิงคโปร์ ที่ทุกคนต้องมา

นอกจากจะถ่ายรูปกับเมอร์ไลออนแล้ว ก็ต้องให้ติดแบ๊กกราวน์เป็นโรงแรมทรงไพ่ ออนท๊อปด้วยเรือลำใหญ่ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำด้วย ซึ่งเป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยมาก (แต่คนเยอะไปหน่อย) ส่วนใครที่ไม่ได้พักที่นี่ก็สามารถซื้อบัตรขึ้นมายังจุดชมวิวได้ รับรองว่าคุ้มต่าตั๋วแน่นอน

แม้ห้องพักจะไม่หรูหราสมราคาคืนละหมื่นกว่าๆ แต่ก็แลกมาด้วยวิวที่อลังการซึ่งจะหาชมที่ไหนไม่ได้ นอกจากแขกของโรงแรมเท่านั้น

ที่สำคัญจุดขายคือสระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool สามารถดูวิวของสิงคโปร์ในมุมสูงบนชั้น 57 ของโรงแรมได้อย่างสะใจ

เป็นราคาที่ต้องจ่ายหากอยากได้วิวแบบนี้

กานต์ เอารูปวิวจากมุมสูง ถ่ายจากขอบสระว่ายน้ำมาให้ชมกัน ว่ามันสวยขนาดไหน โดยเฉพาะในเวลาพลบค่ำแบบนี้

• Garden by the Bay สวนป่าที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม

เดินจากห้าง The Shoppes ทะลุเข้ามายังตัวโรงแรม Marina Bay Sands เพื่อจะผ่านไปยัง Garden by the Bay ไปชม Super Tree ที่สูงเท่าอาคาร 9 -16 ชั้น โซนนี้ดูฟรี แต่หากใครจะขึ้นไปด้านบนทางเดินลอยฟ้า OCBC Skyway ก็สามารถซื้อตั๋วผ่าน Traveloka ได้ จะเป็นทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมระหว่างซูเปอร์ทรีส์สองต้นเพื่อชมวิวสวนจากมุมสูง ส่วนตอนค่ำจะเป็นโชว์แสง สี เสียง ที่ Garden Rhapsody วันนึงมี 2 รอบ ระหว่าง 19:45 น. และ 20:45 น. แต่ว่าเราอดดู เพราะตั้งใจจะไปรอชมวิวพระอาทิตย์ที่ Marina Barrage แทน

• * Cloud Forest น้ำตก 7 ชั้นกลางป่าฝนเขตร้อน
หนีร้อนมาเข้าโดมกันดีกว่า ที่ Cloud Forest อากาศเย็นสบายดีมาก ชุ่มฉ่ำด้วย (อดีต) น้ำตกในร่วมที่สูงที่สุดในโลก 35 เมตร ก่อนจะถูกทำลายสถิติด้วย JEWEL (40 เมตร) คนออกแบบก็คือคนเดียวกันนี้แหละ

ซื้อตั๋วออนไลน์ผ่าน Traveloka เช่นเคย ดีหน่อยไม่ต้องไปต่อคิว ไม่ต้องไปแลกบัตร โชว์บาร์โค๊ดก็สแกนได้เลยง่ายๆ แถมยังถูกกว่าหน้าเค้าท์เตอร์อีก

เข้ามาก็เจอแต่ดอกไม้ พันธุ์ไม้ เน้นไม้ป่า เป็นหลัก มีเขียนคำอธิบายให้ความรู้ไว้บ้างบางจุด แต่ที่ชอบคือเอาเลโก้มาต่อเป็นดอกไม้สายพันธุ์ใหม่ เก๋ไก๋ดี สมแล้วที่เป็นเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์

• Flower Dome โดมดอกไม้หลากสีสัน
อยู่ติดกันกับ Cloud Forest ตอนซื้อตั๋วจาก app Traveloka ก็ให้เลือกเป็นแบบแพ็กเกจคู่ไปเลยเพราะราคาถูกกว่าซื้อแยก และแน่นอนว่าถูกกว่าหน้าเค้าท์เตอร์

เช่นเคยก็แค่สแกนบาร์โค๊ดแล้วเดินเข้ามาด้านใน ก็จะมีดอกไม้หลายสายพันธุ์ แบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามทวีป สายเอเชียก็คุ้นตาหน่อยแต่ก็สวยไปอีกแบบ ส่วนสายทางแอฟริกา ก็น่าสนใจ ตอนที่ไป เป็นเทศกาลดอกทิวลิป แต่กลัวไม่สมจริง เลยยกกังหันมาให้ถ่ายรูปคู่เสียเลย แถมมีรองเท้าไม้ด้วย ดีเทลเก่งงงงงง

• Marina Barrage พื้นที่สาธารณะเหนือเขื่อนที่วิวสวยสุด

มารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage) เป็นเขื่อนกั้นน้ำที่ต่อขยายมาจาก Marina Garden จุดเด่นคือเป็นสวนลอยฟ้าเหมือนสนามหญ้าขนาดใหญ่ในมุมสูง ลมเย็นสบายดี จึงมีคนมาเล่นว่าวบนนี้เยอะมาก มาวิ่งออกกำลังกายก็มี บางกลุ่มก็เปิดเพลงดังลั่น บางคู่ก็มานั่งชมพระอาทิตย์ตกปิกนิกกัน บรรยากาศดีมากครับ แนะนำว่าควรจะมาช่วงเย็นๆ เพื่อที่จะได้มองเห็นทั้ง Landmark สำคัญของสิงคโปร์บริเวณได้เกือบทั้งหมด เช่น Garden By the Bay โรงแรม ชิงช้าสวรรค์ และพอค่ำ ตึกต่างๆ เปิดไฟกันมันก็จะเป็นภาพที่สวยมากครับ

ช่วงค่ำนี่คือไฮไลท์เลยครับ ถ้าอยากได้วิวนี้

การเดินทางสามารถเดินเท้าจาก Garden By the Bay มาได้เลย ประมาณ 750 เมตร ส่วนขากลับเวลาเข้าเมือง มีแท๊กซี่จอดรถอยู่ หรือเรียก Grab ก็ได้ แต่หากใครจะนั่งรถเมล์ก็มีสาย 400 ไว้คอยให้บริการด้านหน้าเลยครับ

• Wonder Full-Light & Water การแสดงแสงสีสุดอลังการ

เรียกได้ว่า ถูกบรรจุไว้ในลิสต์เที่ยวสิงคโปร์ในช่วงค่ำของทุกคนครับ สำหรับการแสดงแสง สี เสียง Wonder Full-Light & Water จัดอยู่บริเวณอ่าวมารีน่า ด้านหน้าของโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ ในทุกคืนเวลา 2 ทุ่มและ 3 ทุ่ม ส่วนวันศุกร์-เสาร์ เพิ่มรอบ 4 ทุ่มด้วยจ้า

หลายคนบอกว่า เป็นการแสดงน้ำพุประกอบแสง สี เสียงที่มีชีวิตชีวา และสวยงามตระการตามาก คนเลยเยอะเป็นพิเศษในช่วงค่ำ จะใช้เวลาแสดงประมาณ 15 นาที บริเวณที่สามารถชมการแสดงได้ดีที่สุดจะอยู่ฝั่งมารีน่า เบย์ แซนด์ หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า ลานพรอมมานาด แต่ถ้าใครอยากเห็นการแสดงแสงบนยอดตึกมารีน่า เบย์ แซนด์ด้วย ให้ไปนั่งชมที่ฝั่งเมอร์ไลออน

แต่มาสิงคโปร์คราวนี้ ผมได้เพิ่มความพิเศษด้วยการนั่งชมจากยอดตึกมารีน่า ก็เป็นมุมที่แปลกตากว่าที่เคยเห็นครับ

• Fort Canning อุโมงค์ต้นไม้จุดถ่ายรูปที่ต่อคิวกันนานมาก

เพราะรู้ว่าคนเยอะเลยต้องมาแต่เช้า ถ้าอยากได้แบบโล่งๆ ไม่ค่อยมีคน สำหรับ Fort Canning Park อุโมงค์ต้นไม้ ขวัญใจสายไอจี เพราะใครอัพที่นี่ลงไปก็เก๋อ่ะแกร๋ เดินทางไม่อยาก นั่ง MRT มาลงสถานี Dhoby Ghaut ออก Exit B จากนั้นเดินข้ามถนนเลียบกำแพงมาจะเจออุโมงค์ เดินเข้ามาก็เจอ จริงๆ เดินตามๆ กันมาก็ได้ เพราะสวนไม่มีอะไรมากนอกจากอุโมงนี้แหละ

• Red Dot Design ศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์งานออกแบบ

สิงคโปร์เป็นสวรรค์ของคนชอบงานออกแบบจริงๆ ครับ Red Dot Design Museum Singapore ก็เป็นสถานที่หนึ่งที่ “ต้องมา” ที่นี่นอกจากจะรวมเอางานออกแบบท่ีได้รับรางวัลจุดแดงไว้มากมายจากทั่วโลกแล้ว ยังเป็นชุมชนสำหรับคนมีความคิดสร้างสรรค์ มีร้านกาแฟ มุมหนังสือ และนิทรรศการให้ชม

ผมซื้อตั๋วออนไลน์จาก Traveloka เช่นเคย เมื่อไปถึงก็สามารถแสกนโค๊ด ผ่านเข้าไปชมด้านในได้เลย ง่ายมากๆ

เข้ามาก็ตื่นตาตื่นใจ ผมเป็นคนชอบเรื่องดีไซน์อยู่แล้ว ยิ่งเห็นก็ยิ่งเพิ่มแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ ทั้งศิลปะที่มาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์และการออกแบบ รวมไปถึงศิลปะในการออกแบบชีวิตของเราด้วย

พิพิธภัณฑ์เรด ดอท ดีไซน์ ย้ายมาอยู่ตรง Marina Boulevard ใกล้กับห้าง The Shoppes แล้วนะครับ

• พิพิธภัณฑ์ศิลป์และศาสตร์ ArtScience Museum

อยู่โซนเดียวกับมารีน่า ติดกับห้าง The Shoppes ครับ เดินมาจาก Red Dot ได้ ไม่ไกลนัก

เราคงเคยเห็นอาคารที่เป็นเหมือนกลีบดอกไม้ แต่หลายคนก็มองว่าเป็นเหมือนมือมากกว่า ก็จินตนาการกันไป ด้านหน้าอาคารเป็นกระจก คนนั่งกันเต็มไปหมด นั่นแหละครับคือ ArtScience Museum

เช่นเคยผมซื้อตั๋วจาก Traveloka ซึ่งต้องดูให้ดี เพราะมีตั๋วขายแบบคอมโบกับสถานที่อื่นๆ ด้วย แต่เรื่องราคานั้น ถูกจนน่าตกใจ ผมเลยจับคู่เป็น ArtScience Museum + Future Canvas ซึ่ง Installation Art อยู่ในห้าง The Shoppes

ArtScience Museum เป็นสถานที่จัดงานนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์และศิลปะระดับโลกมากมาย โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดนิทรรศการเจ๋ง ๆ ให้ได้ชมกันตลอดทั้งปี รวมถึงผลงานที่จัดแสดงถาวรซึ่งผสานรวมศาสตร์ของการออกแบบและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

ส่วนตัวผมชอบนิทรรศการ Future World : Where Art Meets Science เป็นนิทรรศการจาก Teamlab ที่เคยไปชมที่ญี่ปุ่นมาแล้ว ที่สิงคโปร์ก็จะคล้ายๆ กัน มีการนำโปรเจ็กเตอร์มาฉายแบบอินเทอร์แอ็กทีฟเป็นภาพต่างๆ มีสนามเด็กเล่นไว้สร้างสรรค์จินตนาการ แถมยังเป็นสถานที่ถ่ายรูปออกมาสวยตระการตาสุดๆ

• พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์

ผมต้องซื้อบัตรออนไลน์จาก app Traveloka มาชมที่นี่ถึง 2 วัน เพราะตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เลยมาเอาตอนใกล้จะปิด ที่ไหนได้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ชอบมาก

ตัวอาคารขลังมากครับเป็นสถาปัตยกรรมทรงนีโอคลาสสิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1849 เดิมทีเคยเป็นห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ด้านสัตวศาสตร์และพฤกษศาสตร์ เพิ่มความโมเดิร์นให้กับอาคารด้วยการใช้กระจกและโลหะเข้ามาเสริมให้ร่วมสมัยมากขึ้น ข้างในมีร้านอาหารระดับมิชลิน คอยให้บริการด้วยครับ

ต้องขนานนามว่าเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเลยครับ สำหรับที่นี่ เพราะบอกเล่าประวัติศาสตร์และการสร้างชาติของสิงคโปร์ได้สนุกมาก มีการนำเอาสื่อมัลติมีเดียมาใช้เล่าเรื่อง การลำดับเรื่องให้เหมือนการตัดต่อภาพยนตร์ การดีไซน์พื้นที่ทำได้ดีมาก ถือเป็นแถวหน้าของพิพิธภัณฑ์แนวประวัติศาสตร์ของโลกได้สบาย

• นั่งกระเช้าไปเกาะ Sentosa

ปกตินั่งรถมา แต่ว่าคราวนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะเชื่อว่าหลายคนก็ไม่รู้ว่าในการเดินทางมาเซ็นโตซ่านั้น สามารถนั่งกระเช้ามาได้ด้วย
วิธีมาก็แสนง่าย นั่ง MRT มาลงที่ Vivo City จากนั้นเดินตามป้ายบอกทางไป Cable Cars จัดการจองตั๋วมาแล้วจาก Traveloka พอมาถึงหน้าเค้าทเตอร์ก็แลกรับตั๋วจริงอีกที เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องเช็คตลอดว่าเรานั่งจากไหนไปไหน

ที่กระเช้าลอยฟ้า จะมีทั้งเส้นทางข้ามเกาะ 3 สถานี และเส้นทางภายในเกาะอีก 3 สถานี วิวมุมสูงก็สวยดีครับ ใช้เวลาไม่นานนัก ระหว่างนั่งก็จะผ่านทะเลและผ่านป่า เพื่อเชื่อมไปยังเกาะเซ็นโตซ่า เกาะที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

ใครมาถึงแล้วก็อย่าลืมเช็คอิน ถ่ายรูปคู่กับ Sentosa Merlion เป็นเมอร์ไลอ้อนที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ตัวนี้ สามารถขึ้นไปชมวิวได้ 2 ชั้น แต่เสียตังค์นะครับ

ลงจากระเช้ามาจะแบ่งออกเป็นหลายโซนนะครับ ทั้งไปยูนิเวอร์แซล ไปโรงแรม คาสิโน

แต่เราจะไปที่อาคารหน้าตาแบบนี้ครับ มีของดีซ่อนอยู่

• โลกใต้ทะเล S.E.A. Aquarium

S.E.A. Aquarium ซีอะความเรียม-พิพิธภัณฑ์โลกใต้ทะเล

จองตั๋วผ่าน Traveloka เพราะได้ราคาดี และไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวแลกบัตรครับ แสกนปุ๊บ เข้าชมได้ทันที

ที่นี่มีสัตว์ทะเลหลายชนิดเลยไม่ว่าจะเป็นฉลาม โลมา แมงกระพรุน ฯลฯ แบ่งโซนกันเดินง่าย ตามๆ กันไปเลย ไฮไลท์ก็จะเป็นจุดชมฉลาม พร้อมกับนิทรรศการถาวรช่วยกันอนุรักษ์ฉลาม จากนั้นก็เดินลอดใต้อุโมงค์ในโซน Shark Seas มีไฮไลท์เป็นเหล่าฉลามพันธุ์ต่างๆ ที่ว่ายไปมาบนหัวเรา ด้านในก็จะมีแท๊งค์ขนาดใหญ่ Open Ocean มีโชว์ดำน้ำให้อาหารปลา และอีกจุดคือ Touch zone ที่เราจะได้สัมผัสปลาดาวและปลิงทะเลแบบตัวเป็นๆ แต่ที่ผมชอบคือ Ocean Journey เป็นโซนมืดๆ แต่มีไฮไลท์ก็คือเหล่าแมงกะพรุนที่ลอยน้ำเรืองแสง มีหลายแบบ หลายตู้ ถ่ายรูปออกมาดูสวยดีครับ

•พิพิธภัณฑ์การเดินสมุทร

อยู่อาคารเดียวกับอความเรียมเลยครับ ทีแรกคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร แต่เห็นซื้อตั๋วผ่าน Traveloka ควบกับอวาเรียมซึ่งอยู่ติดกันแล้วถูกกว่ามาก เพิ่มตังค์อีกนิดหน่อย ก็เลยไป พอเข้ามาแล้วชอบมาก ได้รู้เรื่องเส้นทางการเดินเรือจนนำมาสู่การค้นพบและพัฒนาสิงคโปร์ทั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ถึงศตวรรษที่ 19 มีการเล่าเรื่องความน่าเกรงขามของขุมทรัพย์เจียงโฮ (CHENG HO) และเรือโบราณในพิพิธภัณฑ์ พวกเรือ Noah เรือ Dhow และการจัดแสดงสิ่งของล้ำค่า

ส่วนใครชอบอ่านตำนานการผจญภัยเกี่ยวกับการเดินเรือและโจรสลัดก็ไม่ควรพลาด และที่นี่ยังมีโรงหนังไต้ฝุ่น 4 มิติ (4D MULTI-SENSORY TYPHOON THEATRE) แห่งแรกของโลก สมจริงเหมือนตอนเดินเรือมาก เจอทั้งพายุ ลมกระโชกแรง ฝนสาดก็มี สนุกดีครับ

ที่นี่ออกแบบโดย Ralph Appelbaum Associates ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

• ตึกหลากสีที่อาคารกองบัญชาการตำรวจแห่งสิงคโปร์

แต่ก่อนเคยเป็น กองบัญชาการตำรวจแห่งสิงคโปร์ แต่ตอนนี้คือ Ministry of Communications & Information (MCI) หรือกระทรวงวัฒนธรรมชุมชนและเยาวชนที่มีจุดเด่นคือหน้าต่างหลากสีสัน จำนวน 927 บานไล่โทนไปจนกลายป็นสีรุ้ง แต่ตอนถ่ายรูปอาจจะต้องระวังเพราะถนนค่อนข้างกว้างและรถราเยอะมาก นั่ง MRT มาลงที่สถานี Clarke Quay เดินต่อมานิดเดียวก็ถึง

• National Gallery Singapore พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่

เนื่องจากกานต์จองตั๋วผ่าน Traveloka เมื่อได้ e-ticket มาก็ติดต่อที่เค้าท์เตอร์อีกครั้ง เป็นช่องพิเศษสำหรับใครที่ซื้อตั๋วออนไลน์ ไม่ต้องต่อคิวกับบุคคลทั่วไป จากนั้นจะได้รับสติ๊กเกอร์ จะได้เดินได้ทั่วทุกจุด ข่้อดีอีกอย่างคือราคาถูกกว่าหน้าเค้าท์เตอร์ครับ

ใครสายอาร์ตต้องไม่พลาดพิพิธภัณฑ์แห่งชาติใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมเอางานศิลปะร่วมสมัยไว้เยอะมาก แค่ตัวตึกก็สวยแล้ว เป็นการรวมเอาอาคารยุคโคโลเนียลของสิงคโปร์ คือ Supreme Court และ City Hall เข้าด้วยกัน เดินทั้งวันก็ไม่หมด แถมยังหลงทาง และหลงรักในความอลังการงานสร้างนี้ไปพร้อมๆ กัน

ที่นี่มีการจัดแสดงผลงานของศิลปินไทยในระดับมาสเตอร์พีชหลายชิ้นและหลายท่านด้วยกัน อาจจะต้องใช้เวลาไล่ดูสักหน่อยเพราะแสดงร่วมกับผลงานของศิลปินร่วมสมัยหลายท่านมากจากทั่วโลก ที่ผมหาเจอก็มีงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์คามิน เลิศชัยประเสริฐ อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ คุณมณเฑียร บุญมา คุณอารยา ราษฎร์จำเริญสุข เรียกได้ว่า รวมผลงานของศิลปินชั้นครูจากทั่วโลกไว้ที่นี่

นอกจากนิทรรศการศิลปะแล้ว อย่าลืมขึ้นไปดูวิวที่ชั้นบน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบาร์สวย Smoke & Mirrors และ Aura Sky Lounge สามารถมองเห็นมารีน่า เบย์ แซนด์ และหมู่ตึกน้อยใหญ่ของสิงคโปร์ได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนชั้นล่างบริเวณทางออกก่อนกลับจะมีร้านขายของดีไซน์เก๋ๆ ที่ชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ มีกระเป๋า Frigtag ดีไซน์พิเศษขายที่นี่ด้วย

หอศิลป์ที่มีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้มีนิทรรศการของศิลปินระดับโลกหลายรายมาจัดแสดงหมุนเวียนกันตลอดเวลา มาสิงคโปร์ครั้งหน้าก็ต้องมาแวะใหม่ เพราะงานอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้

• Henderson Bridge สะพานบิดเกลียว

เรื่องงานออกแบบดีไซน์ก็คงต้องยกให้พี่สิงค์เค้าเลยนะ งานศิลปะมีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่สะพานที่ยังออกแบบให้มีมิติได้ ในความยาว 274 เมตร อาจจะเหนื่อยหอบหน่อยตอนที่ขึ้นมา แต่ว่าสามารถนั่งชมธรรมชาติสีเขียวเบื้องหน้าได้อย่างสบายใจ แถมยังมีตึกสูงกลายเป็นฉากหลัง ซึ่งตรงข้ามกับความกับเมืองของสิงคโปร์มากๆ เดินทางก็ง่าย ใช้ MRT ลงสถานี Harbourfront ต่ออรถเมล์สาย 145 หรือว่าจะใช้ Grab ก็สะดวกดี 10 นาทีก็ถึง

ใครสายมู แถมโปรแกรมเช็คอินไหว้พระวัดพระเขี้ยวแก้ว อยู่แถวไชน่าทาวน์ครับ

เป็นวัดจีนในศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ที่มีสถาปัตยกรรมของอาคารที่โดดเด่นในสมัยราชวงศ์ถัง มีทั้งหมด 5 ชั้น ภายในก็ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระเขี้ยวแก้วจะประดิษฐานอยู่ในสถูปใหญ่ โดยมีน้ำหนัก 3,500 กิโลกรัม ทำจากทองแท้หนัก 320 กิโลกรัม โดยทองคำจำนวนหนึ่งได้มาจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ถือว่าเป็นวัดที่อลังการสวยงามมากในสิงคโปร์ครับ

ส่วนใครชอบเรื่องกิน คงไม่พลาดข้าวมันไก่ Tian Tian ในฟู๊ดคอร์ด MAX สังเกตเอาว่าร้านไหนแถวยาวสุด ก็จุดนั้นเลยครับ ต่อคิวราวครึ่งชั่วโมงถ้าไม่ตรงกับมื้อเที่ยง

อีกเจ้าคือบ๊ะกุ๊ดเต๋ SONG FA ราคาสูงพอสมควร แต่ข้อดีคือเติมซุปได้ไม่อั้น เพราะจุดเด่นก็คือซุปสมุนไพรที่หอมหวานด้วยกระดูก อร่อยมากครับ เดี๋ยวนี้ที่เมืองไทยก็มีสาขาแล้ว

ส่วนอีกอย่างที่ผมชอบและเจอโดยบังเอิญคือ ลอปสเตอร์ ย่านไชน่าทาวน์ อยู่ก่อนทางไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ใกล้กับร้านหมูแผ่นชื่อดัง ผมลองสุ่มเลือกเป็นแบบผัดซอสสไตล์สิงคโปร์ รสชาติเผ็ดดี ตัดกับความหวานของลอปสเตอร์ และความหอมของขนมปังที่ย่างมาจนกรอบนอกนุ่มใน โดนใจมากๆ ครับ

แต่ลองสั่งแบบฮาฟๆ เนื้อปูมาด้วย ไม่ค่อยชอบเท่าไร แนะนำว่าสั่งเป็นลอปสเตอร์เพียวๆ โดนใจว่าครับ ราคาก็แรงใช้ได้ ชิ้นละ 23 ดอลล่าร์สิงคโปร์

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน