Thursday 2 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·29 Aug 2024

รีวิว Shawn – Panyaindra บ้านเดี่ยว Luxury จาก SINGHA ESTATE

Words & Photography · KANT
façade บ้านโมเดิร์นพร้อมโรงจอดรถและสวน

Last Updated: 23 June 2026

ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW

SHAWN Panya Indra is a luxury detached-house project by Singha Estate in Modern Tropical Contemporary style, with around 72 homes on plots starting near 100 square wah and five-bedroom layouts of roughly 335–473 square metres. Prices run about 22–45 million baht, on Liab Khlong Song Road near Fashion Island and Safari World. Its appeal is large-plot homes for extended families in a low-density, private community. KANT reads it as a space-and-privacy proposition aimed at the eastern suburbs’ upgrade buyers.

สรุปตรง

SHAWN Panya Indra คือบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีจาก Singha Estate ออกแบบสไตล์ Modern Tropical ผสาน Modern Contemporary ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสอง เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ วางผังเพียง 72 ยูนิต เน้นสังคมส่วนตัว บ้านอยู่บนที่ดินเริ่มต้นราว 100 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 335–474 ตารางเมตร 4 ถึง 5 ห้องนอน ราคา 22–45 ล้านบาท ดีไซน์เลือกใช้โทนเอิร์ธโทน ลายไม้และหินธรรมชาติ เพื่อให้บ้านดูอบอุ่นและกลมกลืนกับสภาพอากาศเขตร้อน จุดยืนของ Singha Estate ในการขยายพอร์ตแนวราบคือการเจาะกลุ่มบ้านหรูโซนรามอินทรา–ปัญญาอินทรา ที่ใกล้ Fashion Island และเดอะ พรอมานาด ซึ่งเป็นทำเลที่มีกำลังซื้อระดับบนและซัพพลายบ้านลักชัวรียูนิตน้อยค่อนข้างจำกัด

Key Facts
DeveloperSingha Estate
Typeบ้านเดี่ยว
Locationคลองสามวา · ปัญญาอินทรา · กรุงเทพฯ
Price22–45 ล้านบาท

“𝑳𝒊𝒗𝒊𝒏𝒈 𝒊𝒏 𝒂 𝒉𝒐𝒖𝒔𝒆 𝒕𝒉𝒂𝒕 𝒅𝒐𝒆𝒔𝒏’𝒕 𝒓𝒆𝒇𝒍𝒆𝒄𝒕 𝒘𝒉𝒐 𝒚𝒐𝒖 𝒂𝒓𝒆 𝒊𝒔 𝒂 𝒍𝒊𝒕𝒕𝒍𝒆 𝒃𝒊𝒕 𝒍𝒊𝒌𝒆 𝒘𝒆𝒂𝒓𝒊𝒏𝒈 𝒔𝒐𝒎𝒆𝒐𝒏𝒆 𝒆𝒍𝒔𝒆’𝒔 𝒄𝒍𝒐𝒕𝒉𝒆𝒔,”

คำพูดของคริสเตียน ดิออร์ที่ว่า “การอาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่สะท้อนตัวตนของคุณก็เหมือนกับการสวมเสื้อผ้าของคนอื่น” วลีนี้สะท้อนไปไกลเกินกว่ารันเวย์ แต่แทรกซึมเข้าสู่บ้านของเราได้อย่างคมคายและชัดเจนมาก

ดิออร์ เน้นย้ำไปถึงความสำคัญของการแสดงออกซึ่งตัวตนในที่อยู่อาศัยของเรา เปรียบไปก็เหมือนเสื้อผ้าที่จะสะท้อนบุคลิกของเราจากภายนอกให้คนได้เห็น ดังนั้น บ้านก็ควรจะเป็นภาพสะท้อนตัวตนของเราออกมาได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ที่เรียบง่าย โมเดิร์น มินิมอล ฟาร์มเฮาส์ หรือทรอปิคอล บ้านของเราควรสะท้อนรสนิยมของเราออกมาให้ดีที่สุด

พาร์ทนี้กานต์พาไปชมบ้าน 𝐒𝐇𝐀𝐖𝐍 (ฌอน) ปัญญา-อินทรา บ้านหรูจาก Singha Estate ที่มาพร้อมกับไอเดียของการอยู่อาศัยที่อยากให้เราได้มีความเป็นตัวเองสูงสุด กับคอนเซปต์ 𝐋𝐢𝐯𝐞 𝐒𝐡𝐚𝐰𝐧 𝐖𝐚𝐲, 𝐋𝐢𝐤𝐞 𝐧𝐨 𝐨𝐧𝐞 𝐞𝐥𝐬𝐞. โดดเด่นด้วยงานดีไซน์สไตล์ Modern Tropical Contemporary ที่ให้ความเป็นส่วนเอกสิทธิ์เพียง 72 ยูนิตเท่านั้น

โครงการได้นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน โดยผสมผสานต้นไม้ วัสดุจากธรรมชาติ และงานดีไซน์ที่ให้ความเป็นออร์แกนิก อาทิ หน้าต่างบานใหญ่ ระเบียงกว้างและสวน ด้วยความที่เป็นบ้านเดี่ยวบนที่ดินผืนใหญ่ 100 ตร.ว. ขึ้นไป ทำให้มีพื้นที่สวนเพิ่ม ทำให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญคือเรื่องฟังก์ชันในการออกแบบและพื้นที่ใช้สอย จุดเด่นของบ้าน SHAWN คือ บ้านที่บ่งบอกเรื่องราวความสำเร็จ สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย เพราะตัวบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน ให้สอดรับกับรสนิยม และความต้องการใช้งานจริงของสมาชิกในแต่ละครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันออกไป

บางคนเน้น Work from Home ต้องการพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่ ก็สามารถปรับใช้พื้นที่ห้องนอนชั้นล่างให้กลายเป็นห้องทำงานได้ หรือหากครอบครัวไหนอยู่อาศัยกันหลายเจนเนอเรชั่นก็สามารถรองรับได้เพียงพอเพราะมี 4-5 ห้องนอน แต่ถ้าคิดว่าห้องนอนยังไม่พอ ก็สามารถปรับพื้นที่โถง Double Volume ชั้นบนให้เป็นห้องนอนหรือห้องอเนกประสงค์เพิ่มได้ เพราะโครงการได้วางโครงสร้างไว้สำหรับการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ในอนาคตให้อยู่แล้วครับ แต่ถ้าสมาชิกในบ้านชอบเข้าครัวแบบกานต์ รับรองว่าจะต้องถูกใจเพราะบ้านตัวอย่างที่เราพาไปชมกันในพาร์ทนี้ มีพื้นที่ของ Dining Pantry และครัวไทยที่ใหญ่มาก ทำให้สนุกในการปรุงอาหารแต่ละมื้อ แต่ละเดย์ได้ เอนจอยมากยิ่งขึ้นครับ

ส่วนบ้านไหนนิยมทานข้าวนอกบ้านกันบ่อยๆก็สะดวกมากเลยครับเพราะด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนบนถนนเลียบคลองสอง ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่เก๋ๆ เยอะมาก ใกล้โรงพยาบาล มีสถานศึกษาชั้นนำอย่างโรงเรียนสาธิตพัฒนา ทำให้ชีวิตของเราสะดวก ง่ายและสนุกขึ้นได้ในทุกวัน

ดังนั้น บ้านจึงเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย บ้านคือภาพสะท้อนของการเดินทางของชีวิต ไลฟ์สไตล์และแพชชั่นของเรา ควรปล่อยให้บ้านได้สร้างผลงานชิ้นเอกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บอกเล่าเรื่องราวของด้วยลายเส้นที่กล้าหาญและรายละเอียดที่ซับซ้อน เหมือนเช่นที่บ้าน 𝐒𝐇𝐀𝐖𝐍 (ฌอน) ปัญญา-อินทรา กำลังทำอยู่นี้

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 1221

หรือลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ https://bit.ly/4detsff

façade บ้านดีไซน์โมเดิร์นของ Shawn Panyaindra ยามค่ำ
“SHAWN” (ฌอน) ปัญญา-อินทรา โครงการบ้านหรูระดับ Luxury ที่ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสอง ย่านรามอินทรา คู้บอน ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ มีโครงการที่พักอาศัยในทำเลนี้เยอะมาก รอบโครงการเต็มไปด้วยร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล ตลาดสด ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ระหว่างขับรถมาชมโครงการ เราเห็นว่ามีโรงเรียนสาธิตพัฒนาเป็นโรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้สะดวกต่อการเดินทางของเด็กๆ มากครับ
คีย์วิชวลโครงการ Shawn Panyaindra บ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์น
อีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลคือ การเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ทำให้สัญจรเข้าออกได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางนา ถนนคู้บอนเชื่อมต่อทางคู่ขนานเพื่อตรงไปขึ้นทางด่วนจตุโชติ หรือจะใช้ถนนรามอินทราเชื่อมต่อกับเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกและรวดเร็วมาก อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่อยู่ไม่ไกล มีถนนตัดใหม่ส่วนต่อขยายที่กำลังอยู่ระหว่างการขอทำเรื่องเวนคืน
ผู้อยู่อาศัยเล่นกีตาร์ริมหน้าต่างในบรรยากาศผ่อนคลาย
โครงการ SHAWN ปัญญา-อินทรา มาพร้อมกับบ้านหรูสไตล์ Modern Tropical Contemporary ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Singha Estate ที่เรามองเห็นแล้วก็จะรู้เลยครับ ทว่า มีการปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยมากขึ้น ตรงกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์ชัดเจน ต้องการอยู่บ้านหลังใหญ่บนขนาดแปลงที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว. ขึ้นไป
ห้องนั่งเล่นพร้อมหมอนสีสันสดใสตกแต่งสไตล์เอกเลกติก
เราชอบการออกแบบฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยที่มีลักษณะเป็น Open Plan ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องต่างๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และความชอบของสมาชิกในบ้านได้มากที่สุดครับ
บ้านโมเดิร์นพร้อมสระว่ายน้ำและผนังกระจกยามโพล้เพล้
โครงการพัฒนาบนเนื้อที่ประมาณ 33 ไร่ เป็นส่วนตัวในสังคมคุณภาพเพียง 72 ยูนิตเท่านั้น ออกแบบเป็นบ้านอารมณ์รีสอร์ตที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมทำให้ความสวยงามของบ้านอยู่เหนือกาลเวลา (Timeless) และหรูหรา โดดเด่นด้วยเส้นสายที่สะอาดตา สัดส่วนที่สมมาตร มีสีสันเรียบง่ายสบายตา เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งไม้และหินเข้ามาเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดหลัก Crafted to Last จาก Singha Estate คือการให้คุณค่ากับความสวยงาม ความยั่งยืน และง่ายต่อการบำรุงรักษา ตลอดจนคัดสรรวัสดุที่มีความสวยงามและเต็มไปด้วยคุณภาพ เพื่อความคงทนและยั่งยืน
ภาพรวมรายละเอียดงานออกแบบ ลายกระเบื้องสระและพรรณไม้
เราจึงได้เห็นงานดีไซน์ในบ้าน SHAWN ที่เน้นพื้นที่เปิดโล่งและโปร่งสบาย มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ เป็นสไตล์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับให้เข้ากับการตกแต่งภายในได้หลากหลาย ทำให้บ้านคงความสวยงาม ท่ามกลางความเรียบง่าย ถ้าเรามองในภาพรวมจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกถึงความสง่างามทว่าแฝงไว้ด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อนของงานออกแบบ

ดังนั้น บ้านในโครงการ SHAWN ปัญญา-อินทรา จึงประกอบด้วยความงดงามตามแบบฉบับ Modern Tropical Contemporary ที่ผสานพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติเข้ามา ตลอดจนสีสันสดใสซึ่งมีความหมายถึงการใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ เพื่อให้บ้านสามาร
คลับเฮาส์ Shawn พร้อมป้ายโครงการและทางรถวิ่ง
เราขับรถมาตามถนนเลียบคลองสอง ตรงเข้ามาประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะพบกับโครงการ SHAWN ปัญญา-อินทรา มีป้ายไฟขนาดใหญ่บอกชื่อโครงการเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล Main Gate เข้าออกโครงการเป็นซุ้มประตูในสไตล์ Modern Tropical Contemporary ที่ให้อารมณ์เรียบหรู รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้สีเขียวสบายตา ด้านหน้ามีน้ำพุเพิ่มความสดชื่น ได้บรรยากาศสไตล์รีสอร์ตตามซิกเนเจอร์จาก Singha Estate ประตูทางเข้าออกควบคุมด้วยระบบ RFID ที่จะเปิดปิดอัตโนมัติแบบ Easy Pass ให้กับผู้อยู่อาศัย ส่วนแขกที่มาติดต่อลูกบ้านจะต้องแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ในช่องทางขวาก่อนครับ มีประตูเล็กเป็นเหล็กสีดำสำหรับคนเดินเข้าออก มีป้อมยามอยู่ตรงกลางโดยมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วโครงการ รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร และมีรั้วโปร่งต่อเพิ่ม
บ้านโมเดิร์นพร้อมสระว่ายน้ำและสวนในเวลากลางวัน
จาก Main Gate ขับรถต่อเข้าไปด้านใน ถนนสายหลักมีความกว้าง 12 เมตร ข้ามคลองไปเล็กน้อยจะพบกับ Clubhouse ที่ให้ความ Privacy ตั้งอยู่ใจกลางโครงการ ทำให้บ้านทุกหลังสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย สามารถมองเห็นความสวยงามและ Clubhouse ได้ตลอดเวลา
บ้านโมเดิร์นพร้อมสระว่ายน้ำและระแนงบังแดด
Clubhouse ออกแบบภายนอกโดยใช้กระเบื้องลายหินสีเทาเข้มตัดกับระแนงลายไม้สีน้ำตาล ทำให้สัมผัสได้ถึงความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังจัด Landscape เพื่อให้มีพื้นที่สีเขียวโอบล้อมอาคารเอาไว้และช่วยทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวขณะเข้าใช้บริการ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ขนานไปตามแนวถนนหลัก ท่ามกลางพื้นที่สวนสีเขียวและไม้ดอกหลากสี หลายสายพันธุ์ที่คอยชูช่อรอทักทายเราตลอดเวลาเมื่อขับรถกลับเข้ามาบ้าน
สระว่ายน้ำพร้อมเก้าอี้เอนนอนและสวน
สระว่ายน้ำมีขนาดใหญ่มากแบบ Half-Olympic ขนาด 6.3×25 เมตร สามารถใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริงจัง เป็นสระระบบเกลือที่แยกส่วนของสระเด็กออกไป ออกแบบให้อยู่ใกล้กับมุมนั่งพักผ่อนที่จัดวางชุดที่นั่งไว้ใกล้กับสระเด็ก ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนั่งรถเด็กๆ ที่กำลังเล่นน้ำสนุกสนานได้สบายเลยครับ ส่วนใครที่ไม่ได้ชอบว่ายน้ำแต่อยากพักผ่อนสบายๆ ก็สามารถมาใช้บริการ Jacuzzi ที่อยู่ติดกันได้ หากมาว่ายน้ำช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก็ถือว่าเป็นเวลาดีในการออกกำลังกาย บริเวณสระว่ายน้ำจะร่มรื่น เพราะมีอาคารสโมสรช่วยบังแดดเอาไว้
ศาลาริมสระว่ายน้ำดีไซน์โมเดิร์นยามโพล้เพล้
สำหรับลูกบ้านที่มาใช้บริการสระว่ายน้ำ สามารถใช้โถงทางเดินยาวที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านในสุดได้ในการเปลี่ยนเสื้อผ้าและพื้นที่อาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ ทำให้สะดวกและมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเก็บของและเสื้อผ้าไว้ใน Locker ในห้องน้ำได้อีกด้วย ห้องน้ำและโถงทางเดินมีขนาดใหญ่ออกแบบให้รองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์ได้สะดวกเลยครับ เพราะ Clubhouse ได้รับการออกแบบโดยใช้หลักการ Universal Design คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นสำคัญ
เลานจ์พร้อมโซฟา งานศิลปะ และเก้าอี้สีสันสดใส
ด้านใน Clubhouse จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งเป็นห้องโถงใหญ่ เรียกว่า Leisure Lounge มีพื้นที่กว้างขวาง ดูหรูหรา โอ่โถง โดยรอบผนังประดับด้วยกระจกใสเปิดช่องแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาได้ตลอดทั้งวัน
เลานจ์พร้อมชุดโซฟาและชั้นโชว์ของตกแต่งอย่างหรูหรา
ภายในตกแต่งในสไตล์ Homey ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านของเราเอง เพราะบางทีเราแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากภายในบ้าน แต่ก็ไม่อยากเดินทางไปไหนไกลๆ ตรงนี้ผมว่าตอบโจทย์ได้สบายๆ เลยครับ
เลานจ์เปิดมุมมองสวนพร้อมที่นั่งและพื้นหินอ่อน
Leisure Lounge มีการจัดชุดโซฟาดีไซน์และสีสันหลากหลายเอาไว้ให้เพื่อรองรับการพักผ่อนของลูกบ้าน แบ่งฟังก์ชันการใช้งานพร้อมกันได้ 2 กลุ่มสำหรับนั่งพูดคุยในวันสบายๆ อ่านหนังสือหรือหากจะนัดหมายแขกให้มาพบปะพูดคุยกันที่ Clubhouse โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในบ้านก็ได้เช่นกันครับ กานต์ประทับใจในบรรยากาศและการตกแต่งสวยมาก ใช้เป็นพื้นที่รับรองแขกได้อย่างดีเป็นหน้าเป็นตาให้กับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ
ห้องประชุมพร้อมจอทีวีและโต๊ะกรุไม้
ห้องติดกันเป็น Biz Lounge ห้องประชุมส่วนตัวออกแบบมาเพื่อการนัดหมายทีมงานหรือลูกค้าให้มาประชุมกันที่นี่ มีโต๊ะประชุมพร้อมเก้าอี้ขนาด 8 ที่นั่งจัดไว้รองรับการใช้บริการพร้อมจอทีวีในกรณีที่ต้องมีการนำเสนองานเป็นการอำนวยความสะดวกให้ครับ
ภาพรวมฟิตเนสของโครงการพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ส่วนชั้นบนเป็น S Gym ซึ่งก็มีอุปกรณ์ออกกำลังกายจัดเตรียมไว้อย่างครบครันทั้ง Weight Training และ Cardio มีทั้ง Treadmill, Elliptical และ Spin Bike รวมถึงเตรียม Gym Ball และ Yoga Mat เอาไว้ให้แล้วท่ามกลางวิวสวนสีเขียวขนาดใหญ่และสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้นล่าง กานต์ชอบรายละเอียดของการจัดวางเครื่องออกกำลังกาย ให้เราได้ปั่นจักรยานหรือวิ่งบนลู่ไฟฟ้า ไปพร้อมกับการชมวิวต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ภายนอกอาคารไปด้วย ช่วยให้เราหายเหนื่อยได้ดีมากเลยครับ
ผู้อยู่อาศัยเดินเล่นในสวนของโครงการ
กานต์ชอบ Clubhouse ของที่นี่มากครับ ได้เข้ามาใช้บริการแล้วรู้สึกสบายใจดี
ภาพมุมสูงลู่วิ่งคดเคี้ยวในสวน
ออกแบบให้มีพื้นที่สวนสีเขียวขนาดใหญ่มีพื้นที่รวมประมาณ 1 ไร่ มีสนามหญ้าให้ได้มาทำกิจกรรม วิ่งเล่น นั่งปิคนิกในสวนหรือจะตีแบดมินตันกันเบาๆ ก็ได้เช่นกัน
ลู่วิ่งคดเคี้ยวท่ามกลางพรรณไม้เขียว
สวนขนาดใหญ่มาพร้อมกับสนามเด็กเล่นและ Jogging Path ให้เราได้ใช้เวลาในช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือจะเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงานในการออกกำลัง วิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ หรือใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจ้งที่ติดตั้งไว้ให้ ตลอดจนจัดพื้นที่ทิ้งขยะในช่วงจังหวะที่สมาชิกในโครงการพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นยังพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อช่วยกันรักษาความสะอาดและจัดให้มีจุดจอดจักรยานด้วยครับ
สนามเด็กเล่นพร้อมสไลเดอร์ในสวน
พื้นที่ส่วนหนึ่งจัดเป็น Children’s Playground ขนาดใหญ่ โดยความตั้งใจคือต้องการให้เด็กๆ ได้ออกมาใช้ชีวิตสัมผัสเรียนรู้อยู่กับธรรมชาตินอกบ้าน ออกมารับวิตามินดีให้กับร่างกายบ้าง มีสนามเด็กเล่นกลางแจ้งขนาดใหญ่พร้อม ม้าโยกและสไลเดอร์สำหรับปีนป่ายเน้นให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกัน ได้ปลดปล่อยและใช้ชีวิตสมวัยในแบบที่ต้องการได้เต็มที่
ผู้อยู่อาศัยออกกำลังกายกลางแจ้งในสวน
เล่นสเก็ตบอร์ดเสร็จก็พักเหนื่อยจิบเครื่องดื่มโซดาเย็นๆ เติมความสดชื่น
สวนพร้อมซุ้มและพรรณไม้เขียวขจี
Leisure Park ยังจัดให้มี Pavillion สำหรับพักกายพักใจพร้อมกับติดตั้งงาน Sculpture ชื่อว่า “The Equilbrium of Nature” เป็นรูปวงกลมซ้อนกันสัญลักษณ์ของความสมดุลเพื่อให้มนุษย์ ครอบครัวและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
façade บ้านโมเดิร์นพร้อมโรงจอดรถและสวน
มาดูบ้านตัวอย่างในโครงการ SHAWN ปัญญา-อินทรา กันบ้าง บ้านทุกแบบสามารถรองรับครอบครัวใหญ่หลาย Generations ได้สบายเลยครับ มีให้เลือก 3 แบบ คือ RESIDENCE III ที่ดินเริ่มต้น 101 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 335 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องพักผ่อน, 1 ห้องครัว, 1 ห้องแม่บ้าน และ 3 ที่จอดรถ

RESIDENCE II ที่ดินเริ่มต้น 101 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 388 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 2 ห้องพักผ่อน, 1 ห้องครัว, 1 ห้องแม่บ้าน และ 4 ที่จอดรถ

RESIDENCE I ที่ดินเริ่มต้น 124 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 474 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้าน 5 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 2 ห้องพักผ่อน, 1 ห้องครัว, 1 ห้องแม่บ้าน และ 4 ที่จอดรถ ซึ่งเป๋็นแบบบ้านที่เราจะพามาชมกันในพาร์ทนี้ครับ

โครงการวางผังบ้านในทิศเหนือและทิศใต้เป็นหลัก ข้อดีก็คือเป็นการวางแปลนให้สอดรับกับทิศทางของลมเมืองไทย ช่วยให้บ้านมีอากาศไหลเวียน อยู่สบายไม่รู้สึกร้อน และไม่ปะทะกับแดดในช่วงเช้าและบ่ายโดยตรง หมดปัญหาเรื่องบ้านร้อนไปได้ ทว่าใครที่ซื้อบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ จะทำให้หน้าบ้านจะโดนแดดในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายแดดจะอ้อมไปด้านหลังทำให้หน้าบ้านร่มเย็น แต่ถ้าเป็นบ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้ จะให้ร่มเงาในตอนเช้าและรับแดดบางส่วนในช่วงบ่าย ถ้าเป็นกานต์ก็ว่าจะเลือกบ้านหันทางทิศใต้เพราะเป็นคนนอนตื่นสายครับ นอกจากนี้ บ้านทุกหลังของโครงการ SHAWN ปัญญา-อินทรา ยังได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยอีกด้วยเพื่อให้บ้านอยู่สบายทั้งกายและใจ อาทิ Master Bedroom ไม่อยู่เหนือที่จอดรถและให้อยู่ด้านหลังเพราะเป็นประธานของบ้าน ส่วนห้องน้ำจะไม่อยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน ไม่หันชักโครกออกทางหน้าบ้าน เตาไฟอยู่ห่างจากอ่างล้างจานและก๊อกน้ำ เป็นต้น 
façade บ้านโมเดิร์นพร้อมโรงจอดรถในเวลากลางวัน
Finishing ของบ้านเป็นงานดีไซน์แบบ Modern Tropical Contemporary ที่ให้ฟีลแบบรีสอร์ตซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโครงการระดับ Flagship อย่างสันติบุรี บ้านให้มีความร่วมสมัย ทว่า ออกแบบฟังก์ชันให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตรงตามความต้องการและการใช้งานจริง ภาพรวมเลือกใช้เอิร์ธโทนอย่างสีขาว สีเทา สีน้ำตาล เพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายตาและเพิ่มลูกเล่นด้วย Facade ด้านหน้าคล้ายระแนงไม้ซี่ให้บ้านดูมีดีไซน์และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว หลังคาบ้านทรงปั้นหยา ออกแบบให้รองรับการติดตั้ง Solar Roof ของลูกบ้านในอนาคตได้ เพื่อช่วยในการประหยัดค่าไฟ 
โถงทางเข้าพร้อมประตูในโทนมินิมอล
Singha Estate ในฐานะผู้พัฒนาโครงการยังออกแบบด้วยความใส่ใจในรายละเอียดของผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ นั่นคือการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ที่มีทั้งบันไดและทางลาดกว้าง 1 เมตร ระดับความชัน Ramp ที่ 1 : 12 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ทำให้ผู้ใช้งานวีลแชร์สามารถเข็นขึ้นเองได้โดยไม่ต้องอาศัยคนช่วย เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดของการออกแบบแบบที่กานต์ไม่อาจมองข้ามและอยากพามาชมกัน

หน้าบ้านบริเวณเชื่อมต่อกับลานจอดรถ ออกแบบให้มีทางลาดสำหรับเข้าสู่ภายในบ้าน เพื่อรองรับผู้ใช้งานรถเข็น วีลแชร์ ตลอดจนการใช้หลักการออกแบบนี้ในพื้นที่ส่วนกลางด่้วยครับ เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่คำนึงถึงการใช้งานของลูกบ้านทุกคนได้อย่างเท่าเทียม

ลานจอดรถลงเสาเข็มให้แล้วเท่ากับตัวบ้าน พื้นบริเวณนี้เป็นแบบทรายล้าง ด้านในจะมีตู้เก็บของสำหรับเคลื่อนย้ายออกจากรถยนต์เอาเข้าไปเก็บได้สะดวกเช่น ถุงกอล์ฟ รถจักรยานพับได้้ หรือเอาไว้ใช้เก็บอุปกรณ์ทำสวน ทั้งนี้ยังได้วางระบบไฟ 3 เฟส รองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ พร้อมกับติดตั้ง Smart Outdoor Camera เพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้าน ส่วนประตูรั้วบ้านมาตรฐานจะได้เป็นเหล็กล้อเลื่อนทำสีพร้อมเดินสายไฟติดตั้งระบบอัตโนมัติเอาไว้ให้แล้ว 
ประตูทางเข้าไม้พร้อมพรรณไม้เขียว
เราสามารถเข้าสู่ตัวบ้านได้ 2 ทางคือประตูเล็กตรงเข้าจากลานจอดรถสู่ห้องครัวได้เลยครับ ส่วนประตูหลักจะเข้าสู่ Grand Living Room ประตูทางเข้าบ้านมีขนาดใหญ่ สามารถขนเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เข้าบ้านได้สบายเลยครับ วัสดุเป็นอะลูมิเนียมลายไม้บานไม้ขนาดใหญ่ของ Hafele เจาะช่องแสงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอก 
ห้องนั่งเล่นพร้อมผนังทีวีและโซฟาสีสันสดใสเปิดวิวสวน
เมื่อเข้ามาภายในบ้าน เราจะสัมผัสได้ทันทีถึงความโปร่งจากช่องแสงที่รายล้อมบ้าน มองออกไปจะเห็นพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้และไม้ดอกที่ปลูกเอาไว้ รอทักทายเราในทุกเช้า ทำให้เรารู้สึกถึงความเย็นสบายได้ในทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน ถ้าไม่เชื่อต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองครับ

Grand Living Room เป็นพื้นที่รับแขกขนาดใหญ่ ที่ได้ความโปร่งแบบ Double Volume จากพื้นจรดเพดานชั้นบน รายล้อมด้วยผนังกระจกแบบเข้ามุมทำให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง สามารถเปิดรับวิวสวนได้ทั้งหน้าบ้านและด้านข้างบ้าน มีประตูบานเลื่อนให้เปิดเชื่อมต่อกับสวนด้านนอกได้เลย ออกแบบมาเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวหากต้องการนัดหมายแขกให้มาพูดคุยธุระกันที่บ้าน 
ห้องนั่งเล่นพร้อมโซฟา พรมสีสันสดใส และวิวสวน
มุมนี้จัดวางที่นั่งเป็นโซฟาสีเทาควันบุหรี่ ตัดด้วยหมอนอิงสีแดงหนังกลับหลากสีดูเรียบหรู พร้อมสตูลที่นั่งสไตล์โมเดิร์นสีเทา ตรงกลางเป็นโต๊ะกลางจัดวางเป็นพื้นที่วางนิตยสาร แก้วกาแฟ ของประดับตกแต่ง เพื่อต้อนรับแขก ท่ามกลางบรรยากาศของสวนหน้าบ้านและด้านข้างเพื่อสร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย พื้นชั้นล่างปูด้วยกระเบื้อง Porcelain ลายหินอ่อนสวยงามช่วยเติมเต็มความหรูหราให้แก่บ้าน โครงการยังได้ติดตั้ง Magnetic Sensor เอาไว้ให้ ซึ่งจะมี Home Panel เป็นจอควบคุมระบบ Smart Home ติดตั้งไว้ให้ด้วย 
ผู้อยู่อาศัยนั่งพักผ่อนบนโซฟาอย่างสบาย
“I’m not lazy, I’m just very relaxed.”

จริงๆ ก็เป็นอีกหนึ่งมุมในบ้านที่กานต์รู้สึกว่าเป็นพื้นที่พักผ่อนสบาย ดู Lazy มาก อยากนอนเอกเขนกก็ได้ตามใจ หรือสั่งพิซซ่ามาพร้อมกับจิบเครื่องดื่มโซดารสซ่า ให้เราดูนอนซีรีย์เรื่องโปรดอยู่บนโซฟาทั้งวันก็สามารถทำได้ ไม่ต้องมีใครว่าเลยครับ 
ผู้อยู่อาศัยวาดภาพบนขาตั้งในสวน
เราสามารถเปิดประตูจาก Grand Living Room ออกมานั่งเล่นที่ลานด้านข้างบ้านได้ครับ บ้านตัวอย่างจัดเป็นโต๊ะสำหรับนั่งจิบกาแฟยามเช้า หรือเราจะใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ก็ได้ตามใจ ด้วยความที่บ้านที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว. ออกแบบให้วางตัวบ้านไว้ชิดรั้วฝั่งหนึ่ง จึงทำให้เราได้พื้นที่สวนด้านข้างบ้านที่มีขนาดใหญ่ 
ห้องนอนพร้อมงานตกแต่งโทนเหลือง-แดงเปิดมุมมองสวน
นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าออกได้จากห้องนอนชั้นล่าง ที่ออกแบบมาให้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ เราสามารถปรับเป็นห้องอเนกประสงค์หรือ Home Office ก็ได้เช่นกัน 
มุมแต่งตัวพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งและกระจก
ด้วยความที่คอนเซปต์โครงการได้จัดวางฟังก์ชันเผื่อเอาไว้ให้สำหรับครอบครัวที่อาศัยอยู่กันหลายเจนเนอเรชั่น สถาปนิกจึงออกแบบให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุโดยคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานจริงในทุกจุด อาทิ จัดวางเตียงนอนขนาดควัีนไซส์ไว้อยู่ตรงกลาง มีพื้นที่รอบเตียงเหลือเพื่อรองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์หรือเดินเหินได้อย่างสะดวกสบาย พื้นห้องปูด้วย SPC มีความคงทน สวยงามและให้สัมผัสคล้ายไม้ หัวนอนเปิดช่องแสงไปพร้อมกับหน้าต่างด้านหลัง ส่วนด้านข้างอีกฝั่งหากมองออกไปผ่านประตูกระจกเราจะเห็นสวนสีเขียวหน้าบ้านสามารถเปิดออกไปเดินเล่นชมสวน ออกกำลังกายแกว่งแขวนเบาๆ รับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าครับ 
พื้นที่ซักล้างและห้องน้ำพร้อมบานประตูสีขาว
ประตูห้องนอนและห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ ออกแบบให้มีพื้นราบเสมอกันโดยไม่มีธรณีประตูเพื่อป้องกันการสะดุด 
ห้องนั่งเล่นพร้อมโซฟาเปิดมุมมองสวนในโทนสีสันสดใส
ติดกันเป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด ได้แก่ Living+Dining+Pantry+Kitchen เข้าไว้ด้วยกัน โดยแยกออกเป็น 1 โซนของชั้นล่างออกไปทำให้เราสามารถต่อเติมประตูเปิด-ปิดจากแยกจาก Grand Living Room ออกไปได้เลยครับ เมื่อเวลาต้อนรับแขกคนสำคัญพร้อมกันจัดเตรียมอาหารก็จะได้ไม่เป็นการส่งเสียงดังรบกวนการพูดคุย หรือแยกฟังก์ชันการใช้งานของสมาชิกในครอบครัวบางส่วน กรณีที่มีแขกมาเยี่ยมบ้านและนั่งพูดคุยกันอยู่ที่ Grand Living Room 
ภาพรวมผู้อยู่อาศัยพักผ่อนบนโซฟาพร้อมนิตยสาร
พื้นที่นั่งเล่น จัดเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่คุมโทนสีเทาควันบุหรี่ ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีเป็นแนวยาวเราสามารถติดตั้งสมาร์ททีวีหน้าจอ 100 นิ้วได้สบายเลยครับ ด้านข้างเป็นรีับวิวสวนยาวไปจนถึงโต๊ะรับประทานอาหาร ทำให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้บรรยากาศสบายๆ ราวกับได้พักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตตลอดทั้งวัน 
ห้องรับประทานอาหารพร้อมโต๊ะเปิดมุมมองสวน
ด้านในจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ 8-10 ที่นั่ง พื้นที่กว้างขวางสามารถปรับเพิ่มที่นั่งได้ 
ผู้อยู่อาศัยในชุดสีเหลืองเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม
บรรยากาศของ Dining Area ให้ความรู้สึกค่อนข้างสบาย เราสามารถนั่งกินข้าว พูดคุยระหว่างมื้อกันได้นานๆ โดยไม่รู้สึกอึดอัด มีความสูงโปร่งเปิดช่องแสงผ่านกระจกรอบบ้านให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่อ่าและผ่อนคลายสบายใจ 
ภาพรวมรายละเอียดมุมรับประทานอาหารและของแต่งโต๊ะ
ติดกับโต๊ะรับประทานอาหารเป็นพื้นที่จัดเตรียมอาหาร (Pantry) หรือ Cooking เบาๆ ติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวด้านหลังพร้อมเปิดพื้นที่สำหรับตู้เย็นขนาดใหญ่ เราสามารถปรับ Island ครัวให้เป็นมุมบาร์ชิลล์ไปได้ในตัว หรือจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวก็ได้เพราะมีพื้นที่เปิดอยู่ติดกับสวนด้านนอกบ้านสามารถเปิดออกได้ ทำให้ SHAWN ปัญญา-อินทรา เป็นบ้านที่ออกแบบบรรยากาศภายในได้ดี เหมาะต่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นรางวัลให้กับชีวิต

ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารจะเป็นประตูเล็กที่เชื่อมต่อจากลานจอดรถ ซึ่งในความเป็นจริงจะเป็นประตูที่เราใช้งานบ่อยมาก เนื่องจากสามารถตรงเข้าภายในบ้านจากลานจอดรถ ผ่านทางประตูนี้ได้เลย ยิ่งหากวันไหนเราไปช้อปปิ้งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตมาก็สามารถขนข้าวของ อาหารผลไม้ ตรงไปเก็บไว้ในห้องครัวได้เลยทันทีครับ

นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับใช้งานร่วมกันบริเวณชั้นล่างด้านข้างประตูเล็กอีกจุดหนึ่งด้วยครับ 
ครัวโทนเข้มดีไซน์โมเดิร์นพร้อมตู้เย็น
ครัวไทยด้านหลังบ้านเป็นห้องกระจกกั้นทำให้กันกลิ่นจากการทำครัวได้ดี และมีความเป็นส่วนตัว ตลอดจนสะดวกในการเปิดพื้นที่ให้แม่บ้านได้ทำงานโดยไม่กระทบกับพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัวเนื่องจากให้เข้าออกทางประตูหลังบ้านแทน โครงการจัดวางเคาน์เตอร์โดยรอบห้องครัว จัดให้มีเคาน์เตอร์ครัวท็อปหินแกรนิตสีดำ พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับวาง Sink เตาและ Hood มาให้ตามบ้านมาตรฐาน ด้านข้างเปิดพื้นที่สำหรับติดตั้งตู้เย็นขนาดใหญ่เอาไว้ให้แล้ว ทางโครงการยังได้ติดตั้ง Heat Detector ในห้องครัวเพื่อความปลอดภัย

ส่วนด้านหลังบ้านจะเป็นลานซักล้าง ที่มีการเตรียมงานระบบน้ำ-ไฟให้เรียบร้อย พร้อมทั้งติดตั้งปั๊มน้ำและถังสำรองน้ำบนดินมาให้แล้วครับ ติดกันจะเป็นเป็นห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำครับ 
ผู้อยู่อาศัยนั่งพักบนบันไดในมุมผ่อนคลาย
โถงบันไดจะอยู่กลางบ้าน ด้านล่างเป็นห้องเก็บของใต้บันไดมีการติดตั้ง Smoke Detector ไว้ให้เพื่อความปลอดภัย ใช้เป็นพื้นที่ของห้องควบคุมระบบและเป็นห้องเก็บข้าวของที่มีขนาดใหญ่และนานๆ จะใช้งานสักทีนึงเช่น กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น

สังเกตว่าบันไดขึ้นลงค่อนข้างกว้างกว่าปกติ เราสามารถเดินสวนกันขึ้นลงได้สบายเลยครับ ส่วนโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วย SPC ลายไม้ให้ความแข็งแรงและเรียบหรู มาพร้อมราวกันตกและมือจับลายไม้สีอ่อนกว่า วางยาวไปตลอดแนวบันได ชานพักเป็นรูปสี่เหลี่ยมก็มีขนาดใหญ่เช่นกีัน โถงบันไดมีช่องแสงขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศได้ แนะนำให้ติดตั้ง Chandelier ขนาดใหญ่บริเวณโถงบันไดเพื่อทำให้บ้านดูมีมิติที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ภายในตัวบ้านยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการถ่ายเทอากาศอย่าง S-Air System เป็นระบบหมุนเวียนอากาศในตัวบ้านแบบ Active Air Flow เพื่อให้เราได้ทั้งอากาศบริสุทธิ์สดใหม่ไหลเวียนภายในบ้านตลอดทั้งวัน ด้วยการดูดอากาศภายในขึ้นไปไล่อากาศร้อนบริเวณใต้หลังคาให้ไหลออกไปทางชายคา ช่วยให้บ้านอยู่สบายไม่ร้อน ติดตั้ง Emergency Light System ที่จะสว่างขึ้นอัตโนมัติเมื่อไฟฟ้าดับ 
ห้องนั่งเล่นพร้อมชั้นลอยเปิดมุมมองสวน
ชั้นบนจะมี 4 ห้องนอนพร้อมกับ 2 พื้นที่อเนกประสงค์เป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับสมาชิกในบ้าน จุดแรกคือ Family Area ที่เชื่อมต่อกับโถงบันไดและทางเดินร่วมชั้นบน พื้นชั้นบนปูด้วย SPC ทนความชื้นได้ดีกว่าพื้นไม้จริง มีระยะฝ้าสูง 2.85 เมตร พร้อมบรรยากาศเปิดโล่งของวิวสวนขนาดใหญ่ 
ครอบครัวสังสรรค์กับผู้อยู่อาศัยในชุดสีเหลือง
ชั้นบนกานต์ว่าฟีลลิ่งค่อนข้างโปร่งโล่งสบาย เพราะมีประตูกระจกเปิดออกไปด้านนอก ซึ่งเป็นระเบียงขนาดใหญ่ราวกันตกเป็นกระจกใสทำให้บ้านดูโมเดิร์นมากขึ้น เราสามารถปลูกไม้กระถางเพิ่มได้ หรืออยากจะแนะนำให้หาเก้าอี้โยกเป็นไม้ดีไซน์วินเทจเก๋ๆ สักตัวมาวาง เพื่อจะได้นั่งเล่นรับลมชมวิว อ่านหนังสือหรือว่าจิบกาแฟยามเช้า ให้ความเป็นส่วนตัวด้วย Facade ด้านหน้า อีกจุดที่ผมชอบคือจะได้เรื่องแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา บ้านตัวอย่างหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทำให้แสงตอนเช้าส่องเข้ามาภายในบ้าน 
ห้องนั่งเล่นเปิดมุมมองสวนในโทนสีสันสดใส
ข้อดีของการแยกฟังก์ชันทำให้เราสามารถรับแขกที่ชั้นล่างได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่เป็นการรบกวนสมาชิกคนอื่นที่อยากพักผ่อนหรือดูทีวีอยู่ที่ชั้นบน ออกแบบให้เป็นมุมนั่งเล่นส่วนตัว ทำการบ้าน นั่งอ่านหนังสือหรือนั่งคุยกันก่อนนอนที่มุมนี้ได้ 
มุมรับประทานอาหารและทำงานพร้อมชั้นวางของเปิดวิวสวน
Multi-purpose Area อีกจุดจะอยู่ถัดจากโถงบันไดตรงกลาง เป็นพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่ที่สามารถใช้เป็นมุมทำงาน ทำการบ้านอ่านหนังสือหรือเล่นดนตรีก็ได้เช่นกัน ออกแบบให้เชื่อมต่อกับ Grand Living Room ชั้นล่างด้วยโถงสูงแบบ Double Volume ขนาด 6.7 เมตร เพดานประดับด้วยโคมไฟทรงกลม ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ทั้งชั้นล่างและชั้นบนไปด้วยในตัว 
ระเบียงพร้อมเก้าอี้และมุมนั่งเล่นเปิดมุมมองสวน
หัวใจหลักคือเป็นบ้านออกแบบสวย เน้น Space และ Function การอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย ทำให้จุดเด่นของมุมนี้คือการออกแบบพื้นที่ให้รองรับการต่อเติมในอนาคต 
มุมมองจากด้านบนของโซฟาพร้อมหมอนสีสันสดใส
ด้วยความที่ตัวบ้านใช้โครงสร้างแบบ Conventional และการออกแบบไม่ให้มีเสาขวางในจุดที่จำเป็นต้องทุบออกเพื่อผนังขยายห้อง เราจึงสามารถปรับพื้นที่เพื่อต่อเติมได้หากต้องการใช้ Space เพิ่ม ทำให้เป็นห้องนอนหรือห้องอเนกประสงค์ ก็สามารถขยายพื้นที่ออกไปกลายเป็นการทำพื้นปิดทับ Double Volume เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอบเพิ่มมากขึ้นและเพียงพอต่อการรองรับการใช้งานในอนาคตได้ เนื่องจากโครงการได้ออกแบบคานรับน้ำหนักเผื่อเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ นับว่าเป็นบ้านที่มองการณ์ไกลและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี 
ห้องนอนพร้อมโซฟาเปิดมุมมองสวนตกแต่งอย่างประณีต
มาดูในส่วนของห้องนอนกันบ้างครับ เริ่มจากส่วนพื้นที่ครึ่งหนึ่งของบ้านในปีกขวาด้านหลังบ้าน จะเป็น Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่มาก ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้สอยภายในเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว ที่สำคัญออกแบบโดยคำนึงถึงหลักฮวงจุ้ยเป็นสำคัญด้วยครับ หรือถ้าหากปรับพื้นที่ให้เชื่อมต่อกับ Working Area ด้านนอกเพื่อต่อเติมให้เป็นห้องนอนก็จะทำให้บริเวณนี้ทั้งหมดเป็นพื้นที่ของห้องนอนหลักซึ่งมีขนาดใหญ่มาก

เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเป็นพื้นที่ของ Foyer ก่อน ดีไซน์เป็นชั้นโชว์หรือจะทำเป็นตู้หนังสือก็ได้ ส่วนเตียงนอนจะถูกจัดไว้หลบเอาเข้าไปด้านใน ทำให้ได้ความเป็นส่วนเมื่อมีคนเปิด-ปิดประตูเข้ามา ดังนั้น ด้านหน้าจึงเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางเก้าอี้ที่นั่งพักผ่อนสบายๆ รู้สึกถึงความโปร่งด้วยช่องแสงจากด้านข้างบ้านทั้งหมด 
ห้องนอนพร้อมมุมนั่งเล่นเปิดมุมมองสวน
ที่สำคัญ โครงการออกแบบโดยคำนึงถึงหลัก Cross Ventilation เป็นการวางตำแหน่งของหน้าต่างบนผนังห้อง ช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวกและช่วยลดความอบอ้าว ซึ่งทุกห้องภายในบ้านจะใช้หลักการไหลเวียนของลมภายในทำให้ทุกห้องมีลมผ่าน และช่วยให้บ้านอยู่แล้วเย็นสบายในทุกห้อง

พื้นที่ด้านในห้องนอนกว้างขวางมากครับ เราสามารถจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้เลย เพราะมีพื้นที่กว้างเดินได้รอบ ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นด้วยการเลือกใช้ดีไซน์ของเตียง โต๊ะหัวเตียง โคมไฟและการจับคู่สีที่ทำออกมาได้น่าสนใจ เตียงนอนมีระยะห่างมากพอที่จะติดตั้งทีวีจอใหญ่บริเวณปลายเตียง สามารถติดตั้ง Cabinet สำหรับวางทีวีขนาดใหญ่ให้เรานอนชมซีรีย์เรื่องโปรดจาก Netflix บนเตียงเลยได้สบายๆ เลยครับ แต่ถ้าจะแนะนำให้แขวนทีวีติดผนังจะดูเรียบกว่าช่วยให้ห้องดูโมเดิร์นขึ้น บ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่ได้กั้นมาให้ดูเป็นไอเดียเช่นนี้ ก็ทำให้เราสามารถที่จะรังสรรค์ทุกความต้องการใส่เข้าไปในพื้นที่ห้องนอนหลักของเราได้ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีระเบียงสำหรับเปิดออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหลังตื่นนอน ชมวิวสีเขียวของต้นไม้ให้สบายใจ ก่อนออกไปทำงาน 
ห้องแต่งตัววอล์กอินกั้นกระจกพร้อมทางเดิน
ถัดจากเตียงนอน แบ่งฟังก์ชันเป็น Walk-in Closet Space ด้วยความที่ห้องนอนหลักมีพื้นที่เยอะมาก ทำให้มุมแต่งตัวปรับให้มีขนาดใหญ่และพื้นที่ใช้สอยภายในเยอะตามไปด้วย โดยมีโต๊ะเครื่องแป้งเป็นตัวแบ่งกึ่งกลางพื้นที่ห้อง สามารถแต่งหน้าแต่งตัวพร้อมกับเปิดรับแสงจากภายนอกด้วย ทำให้ Total Look เราก่อนออกจากบ้านพลอยดูดีแบบมีความเป็น Natural Look ตามไปด้วย 
ผู้อยู่อาศัยแต่งตัวที่กระจกในมุมมีระดับ
ด้านซ้ายเป็นในส่วนของตู้เสื้อผ้าทางโครงการจัดให้ดูเป็น Build-in Wardrobe เชื่อมต่อกับโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ตรงกลาง มาพร้อมกับกระจกตู้สีชาช่วยให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ไอเดียในการติดตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่รอบห้องเพื่อให้เราได้ใช้พื้นที่ส่วนตัวอย่างเต็มที่ เราเชื่อเลยว่าคนที่รักในการแต่งตัวแล้วออกไปปาร์ตี้จะชอบห้องนอนนี้มาก 
ห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ และผนังหิน
Master Bathroom จะอยู่ฝั่งตรงข้ามภายในห้องน้ำมีพื้นที่กว้างขวาง แยกส่วนการใช้งานแบบเปียกแห้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ภายในห้องน้ำมีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her ที่มาพร้อมกับเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่และกระจกเงาสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มบานขนานไปกับตัวห้อง ใกล้กันเป็นสุขภัณฑ์อัตโนมัติ จาก Cotto ตรงข้ามเป็นพื้นที่ของชาวเวอร์ที่กั้นกระจกเรียบร้อยแล้ว และโครงการยังได้ติดตั้งอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ของ Kohler มาให้แล้ว ภายในมีหน้าต่างบานเลื่อนที่สามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศและไล่ความชื้นได้ 
ห้องนอนตกแต่งงานศิลปะในโทนนวลอย่างประณีต
ห้องนอนรองห้องแรกจะอยู่ติดกับห้องนอนหลัก เมื่อเดินขึ้นบันไดมาจะเจอห้องนอนนี้ก่อนเลยครับ จุดเด่นของห้องนี้ความที่คืออยู่ทางด้านหลังบ้านทำให้ได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบ ตกแต่งภายในห้องโดยจัดแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถวางเตียงนอนขนาดควีนไซส์ ได้สบายเลยครับ 
มุมแต่งตัวและทำงานพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งและทางเดิน
ห้องนี้ตกแต่งในโทนสีน้ำตาลอ่อนดูสบายตา ชวนให้น่านอนพักผ่อน หัวเตียงไม่หันออกไปทางด้านหลังบ้าน ทำให้เปิดรับแสงจากด้านข้างเตียงแทน ส่วนอีกฝั่งติดกับประตูทางเข้าห้องจะเป็นพื้นที่ของโต๊ะทำงาน อ่านหนังสือ ตรงข้ามกันจะเป็นพื้นที่แต่งตัว บ้านตัวอย่างติดตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ไว้ให้ดูเป็นไอเดีย โดยออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว 
ห้องน้ำพร้อมห้องอาบน้ำกระจกและอ่างล้างหน้า
ห้องน้ำจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย ด้านหน้าเป็นอ่างล่างมือพร้อมตู้บานปิดด้านล่าง ผนังเซาะร่องเอาไว้สำหรับวางของใช้กระจุกกระจิก ติดตั้งกระจกเงาไว้เต็มบาน ด้านข้างเป็นสุขภัณฑ์ ติดกันด้านในสุดจะเป็น Shower Box ครับ ทำให้สะดวกในการใช้งานแบบครบจบในจุดเดียว ฟังก์ชันแบบนี้สะดวกดีนะครับ 
ห้องนอนเปิดมุมมองสวนพร้อมหมอนสีสันสดใส
ห้องนอนรองห้องต่อมาจะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ห้องนี้ตกแต่งในสไตล์ศิลปินตัวน้อยที่มีความสดใส เลือกใช้สีพาสเทลโทนชมพู ฟ้า เขียวเพื่อให้ห้องดูซอฟท์ 
ห้องนอนพร้อมมุมแต่งตัวในโทนชมพูนวล
ด้วยความที่เป็นห้องมุมอยู่ทางด้านหน้าทำให้เปิดรับช่องแสงผ่านหน้าต่างได้จากฝั่งหัวเตียงและด้านข้างทั้ง 2 ด้าน ภายในห้องถือว่ามีขนาดกว้างขวางอยู่ครับ จัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลางพร้อมพื้นที่เปิดกว้างโดยรอบเตียง ส่วนปลายเตียงกั้นผนังเพื่อให้อีกฝั่งเป็นเก้าอี้สำหรับนั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือและใช้เป็นมุมส่วนตัวได้ ดีไซน์เป็นเคาน์เตอร์ยาวขนานไปกับผนัง 
ห้องน้ำพร้อมสุขภัณฑ์ เคาน์เตอร์อ่าง และดอกไม้
ด้านหลังเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดกำลังดี ติดตั้งเอาไว้ให้ดูเป็นไอเดีย เชื่อมต่อกับห้องน้ำซึ่งจัดวางฟังก์ชันครบครัน เหมือนกับห้องนอนก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าอยู่บริเวณประตูทางเข้า ด้านในเป็นสุขภัณฑ์ ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่อาบน้ำ Shower Box ครับ 
ห้องนอนพร้อมโซฟาสีน้ำเงินและงานตกแต่งโทนอบอุ่น
ห้องนอนรองห้องสุดท้ายจะอยู่ฝั่งด้านหลังบ้านออกแบบมาสำหรับลูกชายคนโตที่มีความเท่ๆ แบบวัยรุ่น เน้นการเลือกใช้สีสันของเฟอร์นิเจอร์ที่สดใสสมวัย จับคู่สีน้ำเงิน-เหลือง ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นสไตล์ที่วัยรุ่นชอบ 
ห้องนอนวัยรุ่นพร้อมคอมพิวเตอร์และงานตกแต่งโทนเหลือง
ภายในห้องนอนจัดวางฟังก์ชันได้ค่อนข้างลงตัว ภายในออกแบบเป็นพื้นที่พักผ่อน จัดวางเตียงนอนไว้เกือบชิดผนัง มีพื้นที่โดยรอบเตียงสามารถเดินได้สบายเลยครับ มาพร้อมกับระเบียงด้านข้างที่สามารถเปิดออกไปเดินเล่นได้ สามารถเปิดผ้าม่านเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอกได้ 
ภาพรวมครอบครัวเล่นบอร์ดเกมด้วยกันในบรรยากาศอบอุ่น
ข้างเตียงจัดวางโคมไฟและข้าวของตกแต่งเอาไว้ดูเท่มากเลยครับ หัวเตียงบุนวมและมีงานดีไซน์เป็นงานอาร์ตสไตล์ พื้นที่ปลายเตียงจัดวาง Bean Bag สำหรับชวนสมาชิกในบ้านมานั่งเล่นบอร์ดเกมกันสนุกๆ
มุมทำงานพร้อมชั้นวางของและงานศิลปะตกแต่ง
พื้นที่ติดผนังออกแบบเป็นเคาน์เตอร์อเนกประสงค์แนวยาว สามารถติดตั้งตู้ขนาดเล็กด้านล่างได้ สำหรับเก็บข้าวของ ส่วนด้านบนใช้วางทีวีและยังใช้เป็นโต๊ะนั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือหรือแคสต์เกมคลายเครียด และเป็นโต๊ะเครื่องแป้งไปในตัว เป็นห้องนอนที่มาพร้อมกับมุมแต่งตัวและห้องน้ำในตัวเช่นกัน โดยจัดวางฟังก์ชันภายในเอาไว้ให้แล้วครบครัน 
façade บ้านโมเดิร์นของ Shawn Panyaindra ท่ามกลางสวน
“SHAWN” (ฌอน) ปัญญา-อินทรา โครงการที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ที่สนับสนุนให้ทุกคนได้นำเสนอตัวตนที่ชัดเจนใน Space ของตัวเอง จุดเด่นของบ้านคืองานดีไซน์ที่มีกลิ่นอาย Modern Tropical Contemporary ที่ดูสวยงาม สดชื่นน่าอยู่ตลอดเวลา กับบ้านไซส์ใหญ่ขนาด 100 ตร.วา ขึ้นไปทุกหลัง ตั้งอยู่ท่ามกลางแหล่งชุมชนถนนเลียบคลองสอง โดยรอบโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ โรงเรียนนานาชาติ สถานพยาบาล ฯลฯ อีกเรื่องที่โดดเด่นคือเป็นทำเลที่มีการสัญจรสะดวกมาก เราสามารถเชื่อมโยงเส้นทางเข้าออกได้กับถนนหลายสาย ทำให้สามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 1221
หรือลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ https://bit.ly/4detsff 

คำถามที่พบบ่อย

SHAWN Panya Indra อยู่ตรงไหน เดินทางอย่างไร

SHAWN Panya Indra ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสอง เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ย่านปัญญาอินทรา–รามอินทรา เข้าออกได้ทั้งถนนรามอินทรา หทัยราษฎร์ และเชื่อมทางด่วนจตุโชติได้สะดวก ใกล้ศูนย์การค้า Fashion Island เดอะ พรอมานาด และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ทำเลนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับบนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพ ที่มีกำลังซื้อสูงและการเดินทางเข้าเมืองสะดวกขึ้นจากโครงข่ายทางด่วนใหม่

ราคาเท่าไร และน่าลงทุนหรือไม่

ราคา 22–45 ล้านบาท บนที่ดินเริ่มต้นราว 100 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 335–474 ตารางเมตร วางตำแหน่งระดับบ้านหรูยูนิตน้อยเพียง 72 หลัง ความหนาแน่นต่ำช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวและมูลค่าระยะยาว จุดน่าสนใจเชิงลงทุนคือทำเลปัญญาอินทราที่มีซัพพลายบ้านลักชัวรีจำกัด ขณะที่ดีมานด์จากครอบครัวกำลังซื้อสูงในย่านรามอินทรายังเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับแบ็กกราวด์ Singha Estate ที่หนุนความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพงานก่อสร้าง

จุดเด่นด้านดีไซน์คืออะไร

จุดเด่นของ SHAWN Panya Indra คือภาษางานออกแบบ Modern Tropical Contemporary ที่เลือกใช้เอิร์ธโทน ลายไม้ และหินธรรมชาติ เพื่อให้บ้านดูอบอุ่น สงบ และไม่ตกยุค ฟังก์ชันบ้านขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอนบนที่ดินกว้างรองรับครอบครัวใหญ่ ขณะที่ส่วนกลางมีทั้งฟิตเนส โคเวิร์กกิ้ง และสระว่ายน้ำ ความเป็นส่วนตัวจากจำนวนเพียง 72 ยูนิตคือซิกเนเจอร์ที่ Singha Estate ใช้วางจุดยืนระดับลักชัวรีในตลาดบ้านแนวราบ

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.