Naoshima Art Island

#ภารกิจตามล่าหาฟักทองคุณป้าลายจุด

ตะลุยนาโอชิมะ เกาะศิลปะแห่งญี่ปุ่น

จากซานุกิ เราขับรถต่อมายังคากาวะ จะไปท่าเรืออูโน่ เพื่อข้ามไปยังเกาะนาโอชิมะ (Naoshima Art Island) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่อาร์ต (เยอะ) มาก

.

เป้าหมายของเราคือการไปถ่ายรูปกับฟักทองลายจุดสีเหลืองของ “ยาโยอิ” ศิลปินตัวป้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชิ้นงานใหม่ หลังของเดิมโดนพายุพัดตกทะเลไปเมื่อปีก่อน และตั้งใจว่าจะไปดูงานสถาปัตยกรรมของสถาปนิกตัวพ่อแห่งปูนเปลือย “ทาดาโอะ อันโดะ”

.

เรือเทียบท่าก็มีฟักทองลายจุดสีแดงรอทักทายนักท่องเที่ยว ถ่ายรูปเสร็จก็ไปเช่าจักรยานไฟฟ้าปั่นกัน แต่ใครเดินไหวก็ลองได้นะ (แต่คิดว่าเช่าเถอะ ถือว่าขอ …)

.

ร้านเช่ารถจะมีแผนที่บอกจุดที่มีงานศิลปะแสดงอยู่รอบเกาะ บางจังหวะอาจจะเป็นทางชันต้องออกแรงปั่นนิดนึง บางช่วงมีขี่ลงเขาอาจจะต้องระวังเรื่องความเร็วหน่อยนะครับ

.

เกาะนาโอชิมะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอันน่าหลงใหลที่ตั้งอยู่ในทะเล Seto ของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงในด้านการผสมผสานศิลปะร่วมสมัยและภูมิทัศน์ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นสถานที่อันโดดเด่นสำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะและธรรมชาติ

.

การเปลี่ยนเกาะให้กลายเป็นสวรรค์แห่งศิลปะเริ่มขึ้นในปลายศตวรรษที่ 20 เมื่อบริษัท Benesse Corporation เริ่มดำเนินโครงการที่ทะเยอทะยานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ ด้วยความร่วมมือกับศิลปิน สถาปนิก และนักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก พวกเขาพยายามที่จะสร้างการประสานกลมกลืนระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

.

ปัจจุบัน นาโอชิมะจัดแสดงคอลเล็กชันงานศิลปะร่วมสมัย การติดตั้ง และสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่น่าประทับใจ ซึ่งผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมที่งดงามได้อย่างลงตัว มีพิพิธภัณฑ์ Benesse House ซึ่งออกแบบโดยอันโดะ ผสมผสานความสวยงามแบบมินิมอลเข้ากับทัศนียภาพแบบพาโนรามาของทะเลได้อย่างลงตัว เป็นที่ตั้งของคอลเล็กชันศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยมากมาย เชื้อเชิญให้เราเข้าไปสำรวจจุดตัดระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติ และยังมีสถานที่จัดแสดงศิลปะที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Chichu พิพิธภัณฑ์ Lee Ufan ซึ่งแต่ละแห่งมอบประสบการณ์ทางศิลปะที่ไม่เหมือนใคร (ด้านในห้ามถ่ายรูปนะครับ)

.

ทั่วทั้งเกาะ เราสามารถปั่นจักรยานไปชมงานกลางแจ้ง ที่ซึ่งผสมผสานเข้ากับภูมิประเทศชายฝั่งได้อย่างลงตัว แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันกว่าจะปั่นไปถึงฟักทองลายจุดซึ่งอยู่ใกล้กับร้านอาหารของ Benesse แต่เราต้องอ้อมไปเข้าอีกด้าน

.

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Art House เปลี่ยนบ้านแบบดั้งเดิมที่ถูกทิ้งร้างให้เป็นงานศิลปะจัดวาง สร้างการผสมผสานที่น่าสนใจระหว่างของเก่าและของใหม่ แน่นอนว่าเราไม่ลืมที่จะไปพิพิธภัณฑ์ของคุณอันโดะเป็นบ้านไม้เล็กๆ

.

นาโอชิมะ ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและความงามตามธรรมชาติอันน่าทึ่ง ด้วยชายหาด เนินเขา และหมู่บ้านชาวประมง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังการเปลี่ยนแปลงของศิลปะและความสามารถในการกำหนดพื้นที่และชุมชนใหม่ ส่งเสริมสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างศิลปะ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณของมนุษย์ เกาะแห่งนี้จึงเป็นฉากหลังอันเงียบสงบสำหรับใครที่ชอบเสพศิลปะกับธรรมชาติครับ

#Naoshima#NaoshimaArtIsland#NaoshimaIsland#NaoshimaKagawa#NaoshimaJapan#yayoikusama#tadaoandoarchitecture

จากซานุกิ ขับรถมาประมาณชั่วโมงนึงก็ถึง จริงๆ ขึ้นจากท่าเรือที่นั่นก็ได้ แต่จะนั่งเรือนานกว่า เลยยอมขับรถมาทางนี้จะได้ขึ้นเกียวโตได้ง่ายๆ

.

ภารกิจของเราในทริปนี้คือการตามล่าหาฟักทองลายจุด (อันใหม่) ตั้งอยู่ริมทะเลห่างประมาณเมตรนึง เดินมาถ่ายรูปได้

จากท่าเรืออูโน่ จะนั่งเฟอร์รี่มาประมาณ 20 นาทีก็ถึง ใครขับรถมาสามารถนำรถขึ้นเรือได้เลย แต่เราจอดไว้ที่ท่าแล้วกะว่าจะไปปั่นจักรยานเอาจะได้จอดง่ายๆ

บรรยากาศบนเรือสบายๆ vibes ดีมาก ฝรั่งเยอะ มีให้เลือกนั่งให้ในห้องแอร์และดาดฟ้า

แน่นอนว่าเราคนไทยก็ต้องนั่งใน … ห้องแอร์ แดดแรงมากแก … กลัวดำอ่ะ ปล่อยให้ฝรั่งนั่งตากแดดไป

ที่ท่าเรือมีฟักทองสีแดงที่เพิ่งทำใหม่ไม่นานมาตั้งไว้ รอทักทายนักท่องเที่ยว แวะมาถ่ายรูปก่อนได้เลย

จากนั้น เดินไปฝั่งตรงข้ามเช่าจักรยานไฟฟ้ากัน คันละ 1,500 เยน เท่าที่เห็นมีอยู่ 3-4 ร้าน เราเช่าร้านซ้าย ดูจักรยานดีไซน์เท่ห์กว่า แต่ถ้าใครชอบแนวแม่บ้านเชิญร้านสีเหลืองได้เลย

ปั่นจักรยานหรือใดๆ ต้องดูความเร็วที่กำหนดด้วยนะครับ บางจุด 20 30 40 ไม่เท่ากัน

มาละงานศิลปะจุดแรกใกล้ๆ ท่าเรือ Naoshima Pavilion ผลงานของโดยศิลปินชาวญี่ปุ่นชื่อ Sou Fujimoto

ระหว่างทางก็มีอาร์ตกระจุกกระจิกของชาวบ้านบ้าง นักท่องเที่ยวบ้างจัดวางเอาไว้ เราก็แวะไปเรื่อย

Chichu Art Museum งาน Master Piece ของ Tadao Ando ซื้อตั๋วตรงนี้แล้วไปเข้าอีกจุดห่างไปประมาณ 300 เมตร

“Lee Ufan Museum” ของศิลปินร่วมสมัยชาวเกาหลี Lee Ufan ที่เห็นนี่เป็นเพียงด้านหน้าอาคารเท่านั้น ต้องเดินเข้าหลังก้อนหิน

ตัวโครงสร้างอาคารออกแบบโดย Ando (อีกแล้ว)ด้านในจัดแสดงภาพวาดและงานประติมากรรมโดย Lee Ufan ที่เริ่มทำงานศิลปะมาตั้งแต่ปี 1970

ความเรียบง่ายที่ซับซ้อน … เราตั้งชื่อให้เอง

ด้านนอกมีอาร์ตจัดวางไว้หลายจุด บรรยากาศดี มีความริมทะเลเก๋ๆ

นี่คืออาร์ต … ใครดูแล้วไม่เข้าใจ อนุญาตให้ผ่านได้ครับ

เหมือนมั้ย …

มุมมหาชน ผลงานของ Lee Ufan และ Kohei Samira Nawa

อ่างอาบน้ำริมทะเล เป็นอีกหนึ่งอาร์ตที่เก๋มาก

“Three Squares Vertical Diagonal” ผลงานของ George Rickey ที่จัดแสดงในลานกลางแจ้งของ Benesse House Museum

งานคอนกรีตและปูนเปลือย เอกลักษณ์ของ ทาดาโอะ อันโดะ

ชอบงานนี้มาก “Seen/Unseen Known/Unknown” เห็นหรือไม่เห็น, รู้หรือไม่รู้

เนื่องจากเราไม่ได้เข้าพักที่ Benesse House จึงไม่สามารถเดินลัดเลาะลงมายังบริเวณนี้ได้ ต้องปั่นจักรยานข้ามเขา 3 ลูกเหนื่อยชิบ… หาย กว่าจะได้เจอฟัก…ทองของป้ายาโยอิ

ใกล้ๆ มีสวนให้นั่งเล่นพร้อมงานศิลปะจัดวางเอาไว้ ถัดไปเป็นร้านอาหารของ Benesse House

เราปั่นจักรยานมาจะรอบเกาะแล้วครับ ขอบคุณที่ไม่ตัดสินใจเดินเพราะไกลมากกกกก ปั่นจักรยานไปถ่ายรูปบ้านสวยๆ ไปดีกว่าเยอะครับ ผู้คนที่นี่ดูมีความเข้าใจในงานศิลปะดีนะ บ้านส่วนใหญ่จะมีความอาร์ตความเก๋ในตัว

ปั่นอ้อมมาจนถึง พิพิธภัณฑ์อันโดะ

จักรยานต้องนำไปจอดอีกจุดเป็นลานกว้างๆ แล้วเดินมา ด้านหน้ามีป้ายเล็กๆ บอก

แค่ทางเข้าก็ว๊าวแล้ว ด้านในจัดแสดงผลงาน ส่วนมากเป็นภาพถ่ายและสเก็ตต

เป็นอีกทริปที่สนุกและชอบมาก หายเหนื่อยเมื่อได้มาดูทั้งงานของคุณป้ายาโยอิ และคุณพ่ออันโดะ

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน