Louis Vuitton Hotel Bangkok

พาร์ทนี้กานต์จะพาไปโรงแรมที่จองยากที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนนี้ เพราะถูกจองเต็มไปแล้วจนถึงสัปดาห์หน้ากับ Louis Vuitton Hotel Bangkok ณ บ้านตรอกถั่วงอกครับ

.

ความประทับใจแรกที่เข้าไปเช็คอินคือ “กลิ่น” ครับ … ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหนัง Louis Vuitton ผสมกับกลิ่นของตึกเก่าอายุกว่า 100 ปี มันเป็น Combination ที่แปลกแต่ดีมาก เหมือนเรากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งของกาลเวลา

.

บรรยากาศตกแต่งฟีลโรงแรมวินเทจ ด้วยเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับด้านหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของ Louis Vuitton และลาย Monogram อันเป็นไอคอนิกตั้งแต่ปี 1896

.

ชั้น 2 เป็น Lobby จัดแสดงเรื่องราวของกระเป๋า Keepall เพื่อยกย่องกระเป๋าเดินทางไอคอนิก Keepall กานต์ก็มีอยู่กับเค้า 1 ใบ ใช้เดินทางไปแล้วทั่วโลกเช่นกัน!!

.

กานต์ชอบวิธีเล่นกับแสงมากๆ ครับ สังเกตดูนะครับว่าเขาไม่ได้สาดไฟใส่กระเป๋าจนสว่างจ้า แต่ใช้ไฟ Spot ดวงเล็กๆ ยิงไปที่ตัว Monogram ท่ามกลางห้องที่ค่อนข้างมืด ทำให้กระเป๋าดูเหมือนอัญมณีที่เรืองแสงออกมาเองได้

.

เคยได้ยินวลีที่ว่า Wabi-Sabi หรือความงามในความไม่สมบูรณ์ไหมครับ?

.

ในวาระครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram ที่เราคุ้นตากันดี ปกติจะเห็นในเวอร์ชันที่เนี้ยบกริบ เส้นสายคมชัดระดับมิลลิเมตรใช่ไหมครับ?

.

แต่ในคอลเลกชันเฉลิมฉลองนี้ ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นดีเทลของ “ความไม่สมบูรณ์” ที่ใส่เข้ามาเหมือนย้อนเวลากลับไป ด้วยลายเส้นที่ดูเหมือนวาดด้วยมือ น้ำหนักสีที่ไม่เท่ากันเป๊ะๆ มันคือการบอกเล่าว่า ตลอด 130 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ขับเคลื่อนด้วยมือของมนุษย์เป็นสำคัญ

.

และเมื่อความไม่สมบูรณ์ของลาย Monogram นี้ มาถูกจัดวางอยู่ท่ามกลางโครงสร้างของบ้านตรอกถั่วงอกที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา กลายเป็น Perfect Harmony ที่น่าขนลุกครับ

.

ส่วนในเชิงจิตวิทยาการออกแบบ การใช้ texture ที่มีความดิบ (Raw Material) ของตึกเก่า มาตัดกับความเนี้ยบของสินค้า (Refined Product) เรียกว่าเทคนิค Juxtaposition ครับ ซึ่งจะช่วยลดทอนความเข้าถึงยากของแบรนด์ Luxury ลง ทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมโยงและสัมผัสถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ได้ง่ายขึ้นครับ

.

กานต์มองว่า นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือ Curated Imperfection ครับ Louis Vuitton กำลังจะบอกเราว่า ความหรูหราที่แท้จริงไม่ใช่ความใหม่เอี่ยมอ่อง แต่มันคือเรื่องราวที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านรอยขีดข่วน จนตกผลึกกลายเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถก๊อปปี้ได้

.

โซนที่พีคที่สุดสำหรับกานต์คือชั้น 3 ที่เป็นห้อง Gym ครับ ใครจะไปคิดว่าความหรูหรากับความแข็งแกร่งจะมาเจอกันได้ในท่านี้ การเห็นกระเป๋า Neverfull ห้อยอยู่กับลูกตุ้มน้ำหนัก มันเปลี่ยนมุมมองเราที่มีต่อของแบรนด์เนมไปเลยว่ามันไม่ได้มีไว้แค่ถือสวยๆ แต่มันใช้งานได้จริง

.

เพราะ Designer ต้องการโชว์ Function ของกระเป๋า Neverfull ที่นี่น้ำหนักเพียง 800 กรัม แต่รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม! เขาเลยเอามันไปแขวนกับดัมเบลและอุปกรณ์ยิม เพื่อสื่อสารเรื่องความแข็งแกร่ง (Durability) โดยไม่ต้องพูดเยอะ

.

เดินมาฝั่งตรงข้ามจะเจอ Noé Bar โชว์ดีไซน์กระเป๋าบรรจุแชมเปญ Noé ที่ออกแบบในปี 1932

.

ส่วนชั้น 4 เป็นห้องพัก Speedy Room หมายเลข 1930 ซึ่งเป็นปีที่กระเป๋า Speedy ถือกำเนิดขึ้น ด้านนอกเป็น Alma Terrace ตั้งชื่อตามจัตุรัส Place de l’Alma ใจกลางกรุงปารีส เราประทับใจการฉายภาพวิวปารีสลงบนผนังตึกเก่าเพื่อเชื่อมต่อรากเหง้า (Roots) ของแบรนด์เข้ากับ Location ปัจจุบันได้ดี เพื่อที่จะบอกว่า จิตวิญญาณของการเดินทางแบบ Luxury นั้นไร้พรมแดนครับ

.

โดยรวมแล้ว กานต์มองว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ Pop-up Store ธรรมดา แต่มันคือ Brand Sanctuary พื้นที่ที่ทำให้เราได้หยุดพักและซึมซับจิตวิญญาณของนักเดินทางอย่างแท้จริง ใครที่ชอบเสพงานสถาปัตยกรรมคู่กับแฟชั่น ที่นี่คือลิสต์ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

.

รีบจองก่อน 15 มีนาคมนี้นะครับ

.

นัดหมายเพื่อชมล่วงหน้าได้ที่ : https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV?from=pr

#LVMonogram130#LouisVuitton

📸✨ ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th

💻 อ่านเรื่องราวทั้งหมดของกานต์ผ่านทางเวปไซต์ www.kant.co.th

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน