Tuesday 28 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·25 Nov 2022

รีวิว BAAN ISSARA, Bangna

Words & Photography · KANT
รีวิว BAAN ISSARA, Bangna — BAAN ISSARA Bangna 60

Last Updated: 12 July 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews Baan Issara Bangna, a two-to-three-storey Super Luxury single detached house project by Charn Issara Development in a Modern Tropical register that folds the houses into greenery. Just 43 houses across about 24.75 rai, 380–697 sq m, priced 49.9–179 million baht — a hundred-million-baht home from a developer with over 30 years in luxury housing, where large plots are growing scarce.

สรุปตรง

บ้านอิสสระ บางนา หรือ Baan Issara Bangna คือบ้านเดี่ยว 2–3 ชั้นระดับ Super Luxury จาก ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ ออกแบบสไตล์ Modern Tropical ที่ผสานบ้านเข้ากับธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว โครงการมีเพียง 43 หลังบนพื้นที่ราว 24 ไร่ 3 งาน ที่ดิน 100–238 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 380–697 ตารางเมตร ราคา 49.9–179 ล้านบาท วางตัวบนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี ใกล้เมกาบางนาและไอเกีย เดินทางเข้าทางด่วนได้สะดวก จุดที่ทำให้โครงการน่าจับตาคือการเป็นบ้านหรูระดับร้อยล้านในโซนบางนาจากผู้พัฒนาที่มีประสบการณ์บ้านหรูกว่า 30 ปี ด้วยบ้านแปลงใหญ่ฟังก์ชันครบในทำเลที่ที่ดินขนาดใหญ่ระดับนี้เริ่มหายาก

Key Facts
Developerชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์
Typeบ้านเดี่ยว
Locationวงแหวนกาญจนาภิเษก · บางแก้ว · บางพลี · สมุทรปราการ
Price49.9–179 ล้านบาท
ภาพปกรีวิว BAAN ISSARA Bangna บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีโทนเข้มตัดไม้ ยามแสงเย็น

“𝑰 𝒂𝒎 𝒄𝒐𝒏𝒗𝒊𝒏𝒄𝒆𝒅 𝒕𝒉𝒂𝒕 𝒕𝒉𝒆 𝒈𝒓𝒆𝒂𝒕𝒆𝒔𝒕 𝒍𝒆𝒈𝒂𝒄𝒚 𝒘𝒆 𝒄𝒂𝒏 𝒍𝒆𝒂𝒗𝒆 𝒐𝒖𝒓 𝒄𝒉𝒊𝒍𝒅𝒓𝒆𝒏 𝒂𝒓𝒆 𝒉𝒂𝒑𝒑𝒚 𝒎𝒆𝒎𝒐𝒓𝒊𝒆𝒔.” – “มรดกอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราฝากไว้ให้ลูกหลานได้ คือความทรงจำที่มีความสุข”

กานต์ไปเจอคำพูดนี้ของ Og Mandino นักเขียนชาวอเมริกันชื่อดัง ในขณะที่กำลังเขียนรีวิวบ้านอิสสระ บางนา โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในสไตล์ Modern Tropical ได้อย่างกลมกลืน

“ร่มรื่นดีจัง” กานต์กำลังรำพึงรำพันกับตัวเองระหว่างเดินชม Clubhouse ประดับด้วยเสาไม้ทรงสูงใหญ่ ตั้งตระหง่านราวกับอัครสถานในยุคโพสต์โมเดิร์นที่มีการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและความร่วมสมัย จะสังเกตว่าผมดูตัวเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับอาคารสโมสร

อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงไล่เลี่ยกับอาคารจนแทบจะคลุมมิด สะท้อนถึงแนวคิด Modern Tropical ที่ดึงความเป็นธรรมชาติสีเขียวเข้ามาอยู่ภายในโครงการ สระว่ายน้ำมีขนาดใหญ่และมี Amphitheater ไว้สำหรับนั่งทำงาน หรือพักผ่อน

ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านแปลงมุมติดสวยและ Clubhouse แบบบ้าน 𝗔𝗕𝗘𝗟𝗜𝗔 𝗣𝗟𝗨𝗦 บ้านเดี่ยวสุดหรูหลังใหญ่ที่สุด เป็นบ้าน 3 ชั้นที่มาพร้อมกับพื้นที่สวนบริเวณหัวมุมและมี Private Pool & Pavillion Garden อยู่ภายใน เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาและบังสายตาเอาไว้เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวระหว่างพักอาศัย ออกแบบโดยเน้นหลักการไหลเวียนถ่ายเทของอากาศภายในบ้าน และร่มเงาแสงแดดจากธรรมชาติ

สถาปนิกตกแต่งภายในได้อย่างหรูหรา สวยงาม ผมชอบ Sunroom ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาตินอกบ้านได้เป็นอย่างดี มีพื้นที่ Living Area กว้างขวาง พร้อมทั้ง Family Area บนชั้น 2 แต่ที่ผมชอบที่สุดคือห้องนอนใหญ่บนชั้น 3 ให้ความรู้สึกราวกับ Penthouse เพราะเราจะได้เป็นผู้ครอบครองพื้นที่ทั้งฟลอร์เลยครับ

นับเป็นความประทับใจที่เกิดขึ้นมากมายในบ้านอิสสระ บางนา แห่งนี้ ที่ผมคิดว่าจะเป็นมรดกแห่งความทรงจำอันมีคุณค่า ที่ควรค่าต่อการส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อไป

______________________

พบกับกิจกรรมสุด Exclusive : 𝐎𝐩𝐞𝐧 𝐓𝐡𝐞 𝐍𝐞𝐰 𝐋𝐞𝐠𝐚𝐜𝐲 ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้

โครงการบ้านอิสสระ บางนา เปิดให้ชมบ้านดีไซน์ใหม่ พร้อมรับโปรโมชั่นและของที่ระลึกสุดเซอร์ไพรส์จาก Bentley เฉพาะ 40 ท่านแรกเท่านั้น และซื้อบ้านพร้อมรับรถยนต์ Bentley รุ่น Sport Sedan : Flying Spur Hybrid มูลค่า 14.4 ล้านบาท*

นัดหมายเพื่อเข้าชมโครงการได้ที่ โทร 095-207-9235-7

ทำเล และการเดินทาง

บ้านอิสสระ บางนา เนื้อที่โครงการประมาณ 24 ไร่เศษ จำนวนทั้งสิ้น 44 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษกในโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยมมาก

สามารถเชื่อมไปสู่แหล่งคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า MEGA Bangn, เซ็นทรัล บางนา, ธนาซิตี้ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ, โรงเรียนนานาชาติ คองคาเดียล, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค), โรงพยาบาลไทยนครินทร์, สนามบินสุวรรณภูมิ ฯลฯ

สถาปัตยกรรมภายนอกบ้าน BAAN ISSARA Bangna สองชั้นยามค่ำ เปิดไฟอุ่นจากภายใน

บ้านตัวอย่าง

บ้านตัวอย่างที่กานต์พามาชมกันในครั้งนี้ คือแบบบ้าน Abelia ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่สุด ซึ่งปกติมีขนาดที่ดิน 132-238 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 697 ตร.ม. มี 6 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ จอดรถได้ 5 คัน

บ้านตัวอย่างตกแต่งพร้อมขายหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 760 ตร.ม. มี 4 ห้องนอนขนาดพิเศษ ราคารวมทั้งสิ้น 159 ล้านบาท

ชายในชุดสูทที่โต๊ะรับประทานอาหาร กับแสงเทียนในบรรยากาศงานเลี้ยง

โครงการออกแบบโดย A49 บริษัทสถาปนิกชื่อดังของไทย เน้นการวางแปลนบ้านให้เป็นบ้านหน้ากว้าง เน้นฟังก์ชั่นการพักอาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เห็นได้จากการออกแบบพื้นที่ Back of House แยกทางเข้าออกของแม่บ้านจากตัวบ้านส่วนพักอาศัย

ออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลม มีการวางผังบ้านตามแนวทิศทางเหนือ-ใต้ คำนวนเรื่องการไหลเวียนของอากาศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้พักอาศัย จะได้อยู่สบายไม่รู้สึกร้อนครับ

บ้าน BAAN ISSARA Bangna กับสระสะท้อนเงา ผนังกระจกและมุมนั่งเล่นกลางแจ้งริมสวน

โดยรอบโครงการไม่พลุกพล่าน ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการพัฒนาเป็นที่พักอาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง

ป้ายโครงการ BAAN ISSARA Bangna บนน้ำพุและสวนจัดภูมิทัศน์ด้านหน้า

ด้านหน้าโครงการแม้จะอยู่ติดถนนใหญ่ มีรถราสัญจรไปมา ทว่าโครงการได้ออกแบบให้มีระยะถอยร่นจากถนนหลักมากพอสมควร จัดทำเป็นสวนด้านหน้าและมีแนวต้นไม้ใหญ่คอยเป็น Buffer ช่วยป้องกันเสียงได้ดีทีเดียวครับ

เมื่อขับรถเข้ามาในโครงการเราจึงแทบจะไม่ได้ยินเสียงรถราที่วิ่งอยู่ข้างนอกเลยครับ

แต่ที่ผมประทับใจตั้งแต่แรกเห็นคือ โครงการได้ดำเนินการเอาระบบสายไฟฟ้าลงดินให้หมดเพื่อความปลอดภัยและทำให้โครงการดูสวยงามเป็นระเบียบมากครับ

สถาปัตยกรรมภายนอกบ้านสองชั้น ระแนงไม้แนวตั้งท่ามกลางแมกไม้

ด้านหน้าบ้านเป็นลานจอดรถได้ 5 คัน ลงเสาเข็มป้องกันการทรุดตัวเช่นเดียวกับตัวบ้าน พื้นปูด้วย Concrete Stamp ผนังทรายพ่นสีเทาดำดูคลาสสิคดีครับ บริเวณลานจอดออกแบบให้มีทางเข้าออกสำหรับแม่บ้าน และ Maid Plaza โดยตรงเชื่อมต่อกับครัวและลานซักล้าง

ทางเข้าบ้านกับประตูไม้และฉากระแนง บันไดและพรรณไม้ต้อนรับ

ทางเข้าหลักออกแบบให้เป็น Step ยกขึ้นมาประมาณ 4 ขั้นบันไดเพื่อให้ประตูทางเข้ามีความเด่นชัดและสวยงาม ประตูเป็นแบบ Oversize เปิดคู่ บานประตูวัสดุเป็นไม้เนื้อแข็ง พร้อมมือจับเป็น Digital Door Lock ในตัว ส่วนด้านข้างมีตู้ขนาดใหญ่สำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้

ห้องนั่งเล่นเพดานสูงกับโซฟากำมะหยี่สีส้ม เปิดมุมมองสู่สวนผ่านกระจกบานใหญ่

จากทางเข้าด้านหน้าประตูออกแบบให้เป็น Foyer เล็กๆ ก่อนจะแยกฟังก์ชั่นซ้ายขวา ซึ่งผมจะพามาชมทางด้านปีกขวาของชั้นล่างกันก่อนครับ

สถาปนิกได้ตกแต่งภายในโดยใช้คำว่า Moment มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อให้เกิดฟีลลิ่งที่แตกต่างกันไปตามการตีความหมาย โดยชั้น 1 จะเป็น “Moment of pride” สะท้อนถึงความสำเร็จของผู้ที่ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้

ทางโครงการออกแบบให้มี Living Area ขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยกระจกใส Floor to ceiling ความสูงประมาณ 3.2 เมตรและถ้าสังเกตให้ดีเราจะเห็นผนังกระจกขยับออกจากเสาหลักของบ้านเพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยแบบ Open Extension ทำให้เปิดรับช่องแสงได้มากขึ้นและเทควิวสวนได้เต็มที่ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ตอบโจทย์ความเป็นบ้านสไตล์ Modern Tropical ได้ดี

ห้องนั่งเล่นแบบเปิดโล่งกับเก้าอี้สีส้มและเขียว โซฟาทรงโค้งในบรรยากาศสว่าง

Living Area มีขนาดใหญ่ สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้านของสมาชิกในครอบครัว และเป็นพื้นที่ไว้สำหรับต้อนรับแขกไปในคราวเดียวกัน พื้นในชั้นล่างทั้งหมดใช้เป็นพื้นใช้วัสดุเป็น Porcelain ลายหินแผ่นใหญ่

บ้านตัวอย่างขายพร้อมตกแต่ง ที่มีความโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์บุผ้าอย่างดีจาก Minotti เลือกใช้สีเอิร์ธโทนเป็นหลัก จัดวางเข้าชุดกับเก้าอี้นั่งดีไซน์วินเทจจาก pargoda & co และตัดด้วยสีส้มสดใสของเก้าอี้นั่งเล่นจาก Quattro เพื่อให้บ้านดูมีสีสัน จัดวางชุดที่นั่งไว้ตรงกลาง ทำให้เราสามารถชมวิวได้ทั้งสวนฝั่งหน้าบ้านและเพลิดเพลินกับเด็กๆ ที่กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ในสระบริเวณด้านหลังบ้าน

ห้องนั่งเล่นกับหญิงสาวอ่านหนังสือบนโซฟา เชื่อมมุมทานอาหารและวิวสวน

บ้านตัวอย่างได้มีการติดตั้ง Home Automation ของ Zipato เพื่อใช้สั่งการผ่าน Application มือถือในการเปิด-ปิดไฟส่องสว่าง เครื่องปรับอากาศ ตามค่ามาตรฐานเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รวมถึงระบบ Video door phone เชื่อมต่อกับด้านหน้าประตูทางเข้า และที่โซนแม่บ้านเพื่อใช้ประโยชน์ในการสั่งงานได้

มุมรับประทานอาหารกับเตาผิง การจัดโต๊ะและช่วงเวลามื้อพิเศษในบ้าน

บ้านตัวอย่าง ออกแบบให้ด้านในเป็น Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ Long Table ขนาด 10 ที่นั่ง สำหรับจัดเลี้ยงต้อนรับแขกและจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ได้ เพราะเชื่อมต่อกับสวนและ Pavillon ด้านนอก โต๊ะรับประทานอาหารจัดวางไว้ในบรรยากาศที่โปร่ง โล่งและมองเห็นวิวสวน ต้นไม้สีเขียวด้านนอก ดูสดชื่นสบายตา เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีที่ Living Area ด้านหน้า สามารถเปิดทีวีขณะที่รับประทานอาหารไปด้วยได้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองระหว่างมื้ออาหารได้ดี

ห้องรับประทานอาหารกับโต๊ะยาวและโคมไฟแขวน เปิดรับวิวสวนผ่านกระจก

ผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพตลอดทั้งช่วงเช้าและบ่าย ทำให้ได้เห็นการหักเหของแสงและเงาเข้าบ้านผ่านผนังกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน กลายเป็นเฉดที่สวยงามตามธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา

ผนังกระจกชั้นล่างเราสามารถติดตั้งม่านโปร่งและม่านทึบเพิ่มเติมได้ ซึ่งหากเปิดม่านออกไป เราจะได้มองเห็นวิวสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้านและอีกด้านเป็นวิวสวนสีเขียว เชื่อมต่อพื้นที่พักผ่อนระหว่างภายในกับภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน เป็นบรรยากาศสบายๆ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

มุมบาร์เพดานทองกับชายจิบไวน์ เคาน์เตอร์หินอ่อนในบรรยากาศหรู

ส่วนการออกแบบบ้านเปล่าจะเป็น Open Plan ทำให้เราสามารถรังสรรค์จัดวางฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในบ้านได้ตามใจและตรงตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวได้ดีกว่า เพื่อให้เกิด Happiness ในการอยู่อาศัยภายในบ้านของคนทุก Generations

มุมรับประทานอาหารและครัวเปิดโล่ง เชื่อมวิวสวนผ่านผนังกระจก

ทางโครงการได้ออกแบบให้บ้านแปลง 28A มีความพิเศษ นั่นคือการเพิ่ม Sunroom ให้ยื่นออกไปเป็นหลังคากระจกใส มองออกไปเห็นสวนที่มุมรั้วบ้านและเชื่อมต่อกับ Pavillion

ออกแบบให้มุมนี้เป็นเคาน์เตอร์ครัว Top ใช้เป็นหิน Quartz ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี ด้านล่าง Build-in ตู้เย็นมาให้แล้ว มีมุมสำหรับติดตั้งซิงค์ล้างจานพร้อม Island จัดเตรียมอาหารออกแบบเล่นระดับยกสูงขึ้นมา สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนเริ่มเข้าสู่มื้ออาหารหลัก

หรือหากเช้าๆ เราก็สามารถมานั่งจิบกาแฟ ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่าน iPad ที่บริเวณนี้ได้เช่นกันครับ รับรองว่าบรรยากาศดีมาก

ศาลานั่งเล่นกลางแจ้งระแนงไม้ กับโซฟาตัวยาวบนเฉลียงริมสวน

ด้านนอกก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผมประทับใจครับ คือการออกแบบให้เป็น Garden Pavilion

ศาลาพักผ่อนระแนงไม้กับเดย์เบดและมุมทานอาหาร กลางบรรยากาศสวนเขียว

Garden Pavilion ด้านบนเป็น Pergola หลังคาระแนงไม้เลื้อย ที่เชื่อมต่อธรรมชาติโดยรอบเข้ากับสวนและสระว่ายน้ำ จัดวางชุดที่นั่งขนาดใหญ่พร้อม Daybed ให้เราได้พักผ่อนในบรรยากาศร่มรื่นสบายๆ ราวกับได้ไปอยู่ในรีสอร์ทหรูที่ได้ฟีลแบบ Tropical มากๆ

สถาปัตยกรรมภายนอกบ้านโมเดิร์นกับเสาไม้และเฉลียง เก้าอี้พักผ่อนท่ามกลางแมกไม้

ด้วยความที่บ้านจัดวางแปลนในทิศเหนือ-ใต้ เป็นการออกแบบโดยเน้นหลัก Ventilation ทำให้การไหลเวียนของอากาศทำได้ดีเป็นไปตามทิศทางลมพัดผ่าน ไม่ได้หันหน้าไปปะทะกับแสงแดดโดยตรง ทำให้ภายในบ้านรู้สึกเย็นสบายตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวเช่นนี้

ไฮไลท์อีกอย่างคือการติดตั้ง Solar Cell บนหลังคาโครงการเพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าพร้อมติดตั้งระบบแปลงไฟเข้ามาใช้ในบ้านก็ถือว่าช่วยประหยัดค่าไฟไปได้มาก

ห้องกระจกสะท้อนเงาแมกไม้ มุมรับประทานอาหารท่ามกลางสวนเขียว

“𝑵𝒂𝒕𝒖𝒓𝒆 𝒊𝒔 𝒏𝒐𝒕 𝒂 𝒑𝒍𝒂𝒄𝒆 𝒕𝒐 𝒗𝒊𝒔𝒊𝒕. 𝑰𝒕 𝒊𝒔 𝒉𝒐𝒎𝒆.”
—Gary Snyder

ห้องรับประทานอาหารกับโต๊ะกลมและผนังกระจก เปิดวิวสวนใต้โคมไฟแขวน

จากมุมนี้เราจะเห็นการเชื่อมต่อของ Living Area ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของบ้าน กับพื้นที่อีกฝั่งที่แยกกันคั่นกลางด้วยลิฟต์และประตู ซึ่งเราจะเดินตรงไปดูกันต่อครับ

ปีกซ้ายของบ้านจะเชื่อมต่อกับส่วนการทำงานของแม่บ้าน ออกแบบให้มีประตูเพื่อกั้นเป็นโซน Back of House คือทางเข้าออกของแม่บ้านเพื่อไปยังห้องนอน ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ซักล้างซึ่งเชื่อมต่อกับครัวไทยที่ออกแบบให้อยู่บริเวณด้านหลัง ทำให้สามารถแยกฟังก์ชั่นได้ชัดเจนดี สามารถปิดประตูกั้นโซนได้หากต้องการความเป็นส่วนตัว

โถงบันไดไม้กับราวกระจก งานไม้โทนอุ่นเชื่อมแต่ละชั้น

บ้านตัวอย่าง Built-in เป็นห้องเก็บรองเท้า Shoes Storage และยังมี Space เหลือพอที่จะเก็บอุปกรณ์กอล์ฟได้

ติดกันเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกและสมาชิกในบ้านใช้งานร่วมกัน เป็นห้องน้ำแบบไม่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ

ครัวของบ้าน BAAN ISSARA Bangna กับเคาน์เตอร์หินอ่อนและแพนทรี พร้อมมุมเตรียมอาหาร

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องนอน 6 ซึ่งถ้าดูจากแปลนบ้าน ห้องนี้จะเหมาะสำหรับการจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว

แต่สำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้ ได้ดีไซน์ให้ห้องนอน 6 กลายเป็นพื้นที่จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่เชื่อมต่อกับครัวยุโรป พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

ออกแบบให้มี Island ตรงกลางสำหรับเตรียมอาหาร เคาน์เตอร์ครัวอยู่ชิดผนังขนานไปกับความยาวของตัวบ้าน Top เป็นหินอ่อน พร้อมติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบฝังในตัว ทั้งเตา Induction เครื่องดูดควัน Oven และ Microwave แบบ Combine ใกล้กันเป็นอ่างล้างจานพร้อมตู้เก็บของบนล่างติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วดูหรูหราสวยงามมากครับ

มุมรับประทานอาหารกับโต๊ะกลมใต้โคมไฟแขวน บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

มุมนี้จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่เชื่อมต่อกับครัวยุโรปครับ จัดเป็นโต๊ะกลมจัดวางเก้าอี้ 6 ที่นั่ง

ครัวสีขาวกับเตาประกอบอาหารและเคาน์เตอร์บาร์ เชื่อมโถงทางเดิน

ส่วนครัวไทยยังอยู่ด้านหลังตามแปลนบ้านเดิมโดยมีประตูเล็กสำหรับเปิดออกไป เพื่อให้แม่บ้านทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นและไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัวจะได้มีความเป็นส่วนตัว

ครัวไทยติดตั้ง อ่างล้างจานไว้เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับเครื่องดูดควันและเตาแก๊สยี่ห้อ MEX

มุมแต่งตัวและห้องน้ำหินอ่อน กับเงาสะท้อนในกระจกและห้องอาบน้ำ

มากขึ้น สำหรับครอบครัวที่อาจจะไม่มีได้จำนวนสมาชิกมากนัก อีกทั้งบ้านตัวอย่างติดตั้งลิฟต์คู่ขนานไปกับการใช้บันได ทำให้ผู้สูงอายุไม่จำเป็นห้องอาศัยอยู่ที่ห้องชั้นล่างเสมอไป เพราะสามารถขึ้นลงได้สะดวกแล้วครับ จึงเป็นการปรับห้องนอน 6 เป็นฟังก์ชั่นอื่นดีกว่า

เราจะขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังชั้น 2 กันนะครับ โครงการเลือกใช้ลิฟต์ของ Mitsubishi Electric ภายในลิฟต์เป็นงานดีไซน์แบบเรียบง่ายด้วยผนังลิฟต์เป็นอลูมิเนียมสีเงิน มีด้วยกัน 3 ชั้น

ห้องนั่งเล่นกับโซฟาโทนส้มและน้ำตาล เปิดรับวิวสวนบนพื้นไม้อบอุ่น

เดินออกจากลิฟต์มาเราจะเลี้ยวขวากันก่อนนะครับ เพื่อไปชม Family Area ชั้นนี้จะปูด้วยพื้น Engineering Wood สีโอ๊ค หนา 14 มม. ความสูงของพื้นจรดฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.9 เมตร ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป

บรรยากาศภายในพื้นที่พักผ่อนสำหรับสมาชิกในครอบครัวบนชั้น 2 ดูแล้วมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น มีความสดใส สนุกสนาน แต่ยังคงความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ส่องผ่านกระจกเข้ามาถึง 3 ด้าน ตรงกลางจัดวางชุดโซฟาทำจากหนังแท้สีน้ำตาลเข้ม รูปตัวแอล (L) ขนาดใหญ่มาก มีที่นั่งบุหนังกำมะหยี่สีเขียวหยกดูคลาสสิคดีครับ เป็นมุมสำหรับนั่งดูทีวีหรือทำกิจกรรมร่วมกัน บ้านตัวอย่างติดตั้งทีวีแบบแขวนผนังทำให้ดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้นครับ

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผมชอบสำหรับ Family Area คือการมีระเบียงขนาดกว้างมากถึง 2 ด้าน พร้อมราวกันตกเป็นกระจกนิรภัยให้เราสามารถไปยืนรับลมสบายๆ ออกแบบให้มีชายคายื่นออกมาจากชั้นบนช่วยบังแสงแดดและลดความร้อนที่จะส่องเข้ามาภายในบ้านได้อีกทาง

ห้องนั่งเล่นกับหญิงสาวบนโซฟา และมุมจัดดอกไม้สร้างบรรยากาศ

ชั้น 2 ออกแบบในคอนเซปต์ “Moment of Joy” เพื่อให้เรามีความสุขกับทุกช่วงเวลาของชีวิต และทำกิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว

ห้องน้ำกับเฟอร์นิเจอร์โทนเขียวเข้ม เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและกระจกบานใหญ่

ด้านในมีเคาน์เตอร์มินิบาร์เล็กๆ และตู้เย็น สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มหรือของว่าง มาพร้อมกับอ่างล้างจานและตู้เก็บของบนล่าง

ติดกันเป็นห้องน้ำสำหรับสมาชิกภายในบ้านใช้งานร่วมกันเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ครับ จะไม่มีส่วนพื้นที่อาบน้ำ สุขภัณฑ์ต่างๆ ให้เป็นของแบรนด์ TOTO

ห้องนั่งเล่นกับโซฟากำมะหยี่เขียว ผนังบุไม้คลาสสิกและงานศิลป์ตกแต่ง

ชั้นสอง และห้องนอน

บนชั้น 2 จะมีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง ผมเริ่มจากห้องด้านในซ้ายสุดเป็นห้องนอนหลักบนชั้นนี้ ที่มีขนาดกว้างมาก แต่ยังคงเรียกห้องนี้ว่า Junior Master Bedroom เพราะมีห้องนอนหลักที่ใหญ่กว่านี้อยู่ที่ชั้น 3

ห้องนอนนี้มีโถงทางเข้าที่ออกแบบได้เก๋มาก จัดเป็นชั้นโชว์ที่หันหน้าออกไปทางโถงทางเดิน ตกแต่งในโทนสีเบจดูเรียบหรูและมีเสน่ห์โดดเด่นมากเมื่อต้องแสงไฟ Warm Light ต้องยอมรับว่า ดีไซน์เนอร์ได้ตกแต่งภายในห้องนี้ให้มีความโดดเด่นจริงๆ ผมชอบมาก

ห้องแต่งตัวและมุมทำงานกับชั้นบิวท์อิน ในบรรยากาศเรียบหรู

“𝑶𝒖𝒓 𝒍𝒆𝒈𝒂𝒄𝒚 𝒊𝒔 𝒉𝒐𝒘 𝒘𝒆 𝒔𝒑𝒆𝒏𝒅 𝒐𝒖𝒓 𝒕𝒊𝒎𝒆 𝒂𝒏𝒅 𝒘𝒉𝒐 𝒘𝒆 𝒔𝒑𝒆𝒏𝒅 𝒊𝒕 𝒘𝒊𝒕𝒉.” – Jim Stengel

ห้องนั่งเล่นกับโซฟาเขียวและผนังทีวี เปิดวิวสวนพร้อมมุมพักผ่อนในตัว

ด้านในยังคุมโทนสีได้ดี แต่เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องนอนนี้ด้วยโซฟาหนังกลับสีเขียวมรกตสำหรับนั่งดูทีวีอยู่ปลายเตียง ดีไซน์ให้สอดรับกันดีกับผ้าม่านทึบ ทำให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความเรียบหรูดู Modern Timeless มากยิ่งขึ้น

จัดวางเตียงนอนส่วนพักผ่อนไว้ตรงกลาง หัวเตียงทั้ง 2 ข้างมีโต๊ะเตี้ยและโคมไฟประดับ พร้อมกับวิวและช่องแสงขนาดใหญ่จากระเบียงด้านข้างที่สามารถออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ มองออกไปจะเห็น Clubhouse ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

ห้องน้ำกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและห้องแต่งตัว เชื่อมห้องอาบน้ำกระจก

เดินเข้าไปจะเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แบบ Walk-in closet ลึกเข้าไปเป็นรูปตัวยู (U-Shape)

ห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุด แยกส่วนสุขภัณฑ์กั้นด้วยกระจกใช้แบรนด์ TOTO ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำจาก KASCH รุ่น Cute Free Stand ติดตั้งมาให้แล้วด้วยครับ

ห้องนอนกับเครื่องนอนโทนส้มครีมและผ้าม่าน เปิดรับวิวสวนผ่านกระจก

มาชมห้องนอน 4 กันบ้างครับ ห้องนี้จะอยู่โซนหน้าบ้าน ทำให้มีความโดดเด่นคือได้ช่องแสงจากธรรมชาติขนาดใหญ่ส่องผ่านกระจกใส และมีระเบียงให้สามารถออกไปยืนได้เช่นกัน

ห้องนอนกับเตียงเสาทรงสูงบนผนังบุไม้ โคมไฟและหมอนสีส้มตัดบรรยากาศ

ภายในห้องนี้ตกแต่งในสไตล์เด็กสาววัยรุ่นที่มีความชื่นชอบในเรื่องแฟชั่น มีการเลือกใช้โทนสีละมุนใจสไตล์พาสเทล ส่วนพักผ่อนจัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลาง มีโต๊ะหัวเตียงพร้อมโคมไฟทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนมุมห้องด้านหน้าทางเข้าจะเป็นโต๊ะทำงานอ่านหนังสือ เพื่อให้มีพื้นที่ส่วนตัวภายในห้องนอนของตัวเองตามสไตล์คนรุ่นใหม่

ห้องแต่งตัว Walk-in กับตู้เสื้อผ้าบานเรียบโทนขาว

ปลายเตียงเป็นชั้นวางทีวีที่มีตู้เก็บของในตัว พร้อมกับประตูเชื่อมต่อไปยังห้องแต่งตัวแบบ Walk-in closet ที่มีขนาดใหญ่เช่นกัน เหมาะสำหรับสาวๆ ที่หลงใหลในเรื่องแฟชั่นการแต่งตัว

สามารถจัดเก็บเสื้อผ้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ได้จุใจ บ้านตัวอย่างออกแบบตู้เสื้อผ้าได้เรียบหรูดีครับ ดูภายนอกเหมือนตู้เสื้อผ้าธรรมดาไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าเปิดตู้ไปผมจินตนาการไปถึงความเป็น Fashionable ของวัยรุ่นยุคนี้คงเต็มไปด้วยสีสันและแพทเทิร์นที่เก๋ไก๋ทันสมัย ผมชอบมาก

ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องน้ำในตัวครับ ถือว่ามีขนาดค่อนข้างกว้างเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านหลังนี้ที่อยากจะเน้นคือการให้ Space ขนาดใหญ่กับห้องน้ำภายในห้องนอนเพราะถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว 

ชายในชุดสูทครีมยืนริมระเบียง มองวิวแมกไม้ภายนอก

ด้านนอกเป็นระเบียงกว้าง สามารถเดินออกไปรับลมเย็นสบายๆ ได้เลยครับ หรืออาจจะหาบีนแบ็คมาวางทำเป็นมุมที่นั่งส่วนตัวแบบ Outdoor ภายในห้องนอนได้เลยครับ

ห้องนอนกับผนังโทนน้ำเงินและหมอนสีส้ม ผ้าม่านและงานไม้อบอุ่น

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องนอน 5 ที่อยู่ด้านหลังบ้าน ทำให้ได้วิวเปิดโล่งมีมุมนั่งพักผ่อนริมกระจกที่สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำชั้นล่างได้ บ้านตัวอย่างจัดวางโซฟาเบดเอาไว้สำหรับพักผ่อน

ห้องนอนนี้ตกแต่งในสไตล์วัยรุ่นชายเท่ๆ ด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดด้วยสีส้มอิฐ เป็นคู่สีตรงข้ามที่เต็มไปด้วยไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และความสดใส เติมความครีเอทีฟด้วยลายกราฟฟิคสุดเท่

ภาพรวมมุมทำงาน ห้องนอนและมุมนั่งเล่นภายในบ้าน BAAN ISSARA Bangna

ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางพร้อมมีพื้นที่ว่างรอบเตียงเดินได้สบายเลยครับ ต้องยอมรับเลยว่าทุกห้องนอนของบ้านหลังนี้มีความใหญ่โตมาก เพราะต้องการเน้นคอนเซปต์พื้นที่ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนรวม

ปลายเตียงออกแบบให้เป็นโต๊ะทำการบ้าน ติดกันเป็นตู้โชว์และสามารถเก็บของได้ ออกแบบให้ขนานไปตามแนวห้อง

ห้องน้ำกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและกระจก ตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้

ตู้เสื้อผ้าจะอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นตู้ Build-in ที่มีขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเช่นกัน จัดวางไว้ด้านหน้าห้องน้ำ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานจริงมากครับ

ส่วนห้องน้ำถือว่าครบครันด้วยสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และห้องอาบน้ำที่ติดตั้ง Shower Box เป็นกระจกนิรภัยขนาดใหญ่เอาไว้ แต่สำหรับห้องนอนรองจะไม่มีอ่างอาบน้ำมาให้นะครับ

โถงบันไดไม้ลอยตัวกับราวกระจก ในบรรยากาศโปร่งสว่าง

ขึ้นไปบนชั้น 3 กันบ้างครับ เราลองเปลี่ยนจากการใช้ลิฟต์เป็นการเดินขึ้นบันไดแทน เพราะถือว่าเป็นจุดเด่นของบ้านเช่นกัน

ตัวบันไดออกแบบมาได้สวยมาก มีลักษณะเป็นบันไดโปร่งสไตล์โมเดิร์นไม่มีลูกตั้ง ออกแบบโครงสร้างเป็นเหล็กยึดกับผนัง กระจกและพื้น ราวกันตกใช้เป็นกระจกนิรภัยแบบหนามากเข้ากรอบและทำราวจับเป็นอลูมิเนียมดูทันสมัย แต่ยังคงความคลาสสิคด้วยลูกนอนเป็นพื้นไม้เนื้อแข็งสีโอ๊ค ติดตั้งไฟประดับบริเวณด้านข้างทางเดินขึ้นบันได

เพิ่มความสว่างให้กับมุมนี้ด้วยผนังกระจกใสที่เปิดช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่มาจากภายนอก มองออกไปจะเห็น Pavillion สวนและสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้านด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ทางโครงการยังติดตั้งลิฟต์ไว้ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นเคยครับ ทำให้เป็นการอำนวยความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้พักอาศัย 

ห้องนั่งเล่นกับชายบนอาร์มแชร์ งานศิลป์และโคมไฟตั้งพื้นบนผนังบุไม้

“𝑰 𝒅𝒐𝒏’𝒕 𝒃𝒖𝒊𝒍𝒅 𝒊𝒏 𝒐𝒓𝒅𝒆𝒓 𝒕𝒐 𝒉𝒂𝒗𝒆 𝒄𝒍𝒊𝒆𝒏𝒕𝒔. 𝑰 𝒉𝒂𝒗𝒆 𝒄𝒍𝒊𝒆𝒏𝒕𝒔 𝒊𝒏 𝒐𝒓𝒅𝒆𝒓 𝒕𝒐 𝒃𝒖𝒊𝒍𝒅.” – Ayn Rand

ห้องนั่งเล่นกับโซฟาตัวยาวและงานศิลป์ เปิดวิวสวนบนพรมโทนอุ่น

ชั้น 3 เป็นคอนเซปต์ “Moment of Indulgence” ออกแบบให้เป็นลักษณะของ Penthouse ที่เชื่อมต่อฟังก์ชั่นกันทั้งชั้น

บ้านตัวอย่างที่ออกแบบให้ห้องนอนรอง 3 กลายเป็น Relexation Room สำหรับพักผ่อน ซึ่งถือว่าเป็นห้องนั่งเล่นในห้องนอนที่มีขนาดใหญ่มากจริงๆ ครับ มาพร้อมกับชุดโซฟาที่เบจทรงโค้งมนจาก Quattro ดูเรียบหรู ผนังคุมโทนสีเดียวกัน ประดับด้วยภาพศิลปะเพื่อเติมบรรยากาศและสีสันภายในห้อง ฝั่งตรงข้ามเป็นคาบิเนททรงเตี้ยสำหรับวางทีวี

ส่วนที่มุมห้องด้านนอกออกแบบให้เป็นชั้นโชว์และจัดวางหนังสือได้ มีโต๊ะทรงสูงสำหรับนั่งทานของว่างหรือจิบกาแฟยามเช้าหลังตื่นนอนได้ทีันที เพราะเชื่อมต่อบรรยากาศและวิวจากพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน ระเบียงขนาดใหญ่สามารถเปิดออกไปยืนรับลมสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ 

ห้องสมุดและห้องทำงานบุไม้ กับโต๊ะและชั้นวางหนังสือของบ้าน BAAN ISSARA Bangna

นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีห้องทำงานส่วนตัวอยู่ด้านใน มาพร้อมกับห้องน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกจะได้ไม่ต้องเดินไปใช้ในห้องนอนหลักครับ

เติมเต็มชั้นนี้ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความเงียบสงบ ผ่อนคลาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบนชั้นนี้ออกแบบแปลนให้มีห้องนอนหลักเป็น Master Bedroom และมีห้องนอนรอง 3 อยู่อีกฝั่งของบ้าน ดังนั้น เราจะสามารถปรับแบบให้ตรงกับความใช้งานและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกภายในบ้านได้

ห้องนอนกับเตียงและชั้นหนังสือบิวท์อิน เปิดรับวิวสวนผ่านกระจก

อีกฝั่งหนึ่งของบนชั้น 3 เป็นส่วนพักผ่อนครับ Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก จัดวางฟังก์ชั่นภายในบ้านได้อย่างเป็นสัดส่วนดีครับ

บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างโปร่ง ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่รายรอบห้องและเพิ่มความสว่างด้วยกระจกใสและกระจกเงาที่ติดตั้งไว้ตามมุมต่างๆ ภายในห้อง

Master Bedroom จัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลาง หัวเตียงบุนวมดูหรูหรา พร้อมโคมไฟส่องสว่างแบบแขวนที่บริเวณหัวเตียง ทั้งสองด้านยังติดตั้งตู้เตี้ยบนหัวนอนสำหรับเก็บของได้

ชายในชุดสูทเลือกหนังสือจากชั้นวางในห้องสมุดส่วนตัว

ขณะที่ผนังด้านในดีไซน์เป็นตู้โชว์และชั้นวางหนังสือเล่มโปรดให้เราหยิบมาอ่านในบรรยากาศสบายๆ ในช่วงเวลาพักผ่อนก่อนเข้านอน

ห้องนอนกับเตียงและผนังทีวี เปิดวิวสวนพร้อมมุมนั่งเล่นในตัว

ปลายเตียงจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางสำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือดูทีวีพักผ่อนในบรรยากาศส่วนตัว

มุมนั่งพักผ่อนกับอาร์มแชร์และสตูล แจกันดอกไม้และหมอนสีส้มตัดบรรยากาศ

หรือจะขยับไปนั่งเล่นริมระเบียงที่มีโซฟาเบดจัดวางเอาไว้ให้ความรู้สึกสบายใจเมื่อได้มองเห็นวิวธรรมชาติภายนอกบ้านได้ โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวรายรอบบ้านและวิวสระว่ายน้ำจาก Clubhouse

ทางเดินกระจกงานไม้กับเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อน เชื่อมแต่ละส่วนของบ้าน

ประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปได้ จะพบกับระเบียงที่มีขนาดกว้างและยาวขนานหน้าบ้านผ่านจากห้องนอนไปจนถึงห้องแต่งตัวเลยครับ เสาไม้ที่เรียงรายตามแนวระเบียงเป็นดีไซน์ที่สอดรับกับเสาไม้ที่อาคารสโมสร ให้ความรู้สึกถึงความเป็น Modern Tropical

ความจริงแล้วป็นเสาที่ตกแต่งด้วยอลูมิเนียมเลียนแบบที่เหมือนไม้จริงทั้งสีและผิวสัมผัส ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในการออกแบบให้มีความ craftmanship มากขึ้น เพราะจะทนแดดทนฝนได้ดีกว่าไม้ ไม่ผุกร่อน ที่สำคัญคือสามารถดูแลรักษาง่ายกว่าไม้ธรรมชาติ นับเป็นความชาญฉลาดในการออกแบบและคัดสรรวัสดุชั้นเลิศเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยได้เป็นอย่างดี

ห้องแต่งตัว Walk-in กับตู้เสื้อผ้าเปิดโล่งและลิ้นชัก พร้อมมุมเตรียมตัว

มาดูในส่วนของห้องน้ำกันบ้างครับ สมกับที่เรียกว่า Master Bathroom จริงๆ เพราะมีขนาดใหญ่มาก หากจะลองเทียบสเกลแบบง่ายๆ ก็คือการรวมเอาห้องนอนรอง 2 ห้อง ที่อยู่ตรงข้ามกันบนชัั้น 2 มา Merge ให้เป็น Master Bathroom ที่รวมห้องน้ำและห้องแต่งตัวเข้าด้วยกัน 1 ห้อง

สิ่งแรกที่สัมผัสได้และชอบมากคือการเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ ที่ภายในยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีห้องแต่งตัวถึง 2 ฝั่งสามารถแบ่งการใช้งานได้ชัดเจนแยกเป็นของผู้ชายกับผู้หญิงได้เลยครับ

พื้นที่สำหรับสุภาพบุรุษจะเป็น Walk-in closet แนวลึกเข้าไปเชื่อมต่อกับระเบียงบ้านด้านนอก สามารถเดินเข้าในจากในห้องนอนบริเวณปลายเตียงได้โดยตรง 

ห้องแต่งตัว Walk-in กับโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกและตู้เสื้อผ้าจัดเป็นระเบียบ

แน่นอนว่าห้องแต่งตัวอีกห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแต่มีขนาดใหญ่ก็ต้องยกให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณสุภาพสตรีเค้านะเพราะว่าจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งมาให้แล้วด้วยครับ

ชายในชุดสูทในห้องแต่งตัวบุกระจก สะท้อนเงารอบด้าน

ผมชอบสแตนด์สำหรับยืนลองชุดที่มีกระจกรอบดูราวกับเป็น Atelier of Dream ห้องเสื้อหรู ยิ่งได้ประกายของแสงแดดที่ส่องสว่างจากด้านบนช่วยให้เปล่งประกายเจิดจรัส ผมว่าเป็นความตั้งใจของสถาปนิกที่ต้องการเปิดช่องแสงเฉพาะบริเวณนี้เอาไว้ เป็นการออกแบบตกแต่งภายในที่ต้องบอกว่าลงรายละเอียดได้ดีมาก

นับว่าเป็น Master Bathroom ที่ยิ่งใหญ่อลังการมากเท่าที่ผมเคยเห็นมา เพราะว่าห้องนอนกับห้องน้ำจะอยู่คนจะโซนของบ้านเลยครับ ทำให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้นและเป็นส่วนตัวเนื่องจากทั้งชั้นเป็นแบบ Penthouse มีแค่ห้องนอนหลักเพียงห้องเดียว

ห้องน้ำหินอ่อนกับอ่างอาบน้ำทรงกลมลอยตัว ห้องอาบน้ำและเคาน์เตอร์

ด้านในสุดเป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องจากห้องแต่งตัวเลยครับ ทั้งห้องประดับด้วยหินอ่อนแผ่นใหญ่ลายเดียวกันทั้งผนังและพื้น มีอ่างล้างมือแบบ His & Her รุ่น Jewelhex จากแบรนด์ TOTO พร้อมเคาน์เตอร์ Top เป็นหินอ่อนสีขาว กระจกเงาติดผนังแบบเต็มบาน ด้านในเป็นสุขภัณฑ์ ที่มีประตูกระจกกั้นไว้

ห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำในตัวที่แยกส่วนจากห้องอาบน้ำที่อยู่ติดกัน พร้อมกับแยกส่วนเปียก-แห้งให้เรียบร้อย ออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ทางโครงการติดตั้งระบบน้ำร้อน-น้ำเย็นมาให้แล้วครับนับว่าสะดวกมาก เติมความหรูราให้กับห้องอาบน้ำด้วย Rain Shower แบบฝังติดฝ้าเพดานยี่ห้อ Grohe ด้านข้างมีช่องแสงเป็นบานกระทุ้งเล็กๆ สามารถเปิดออกเพื่อไล่ความชื้นและระบายอากาศภายในห้องน้ำได้

คลับเฮาส์ศาลาไม้กลางสวน กับงานฉากสานเป็นลวดลายละเอียด

บรรยากาศโดยรอบบ้านร่มรื่นมากครับ จัดเป็นสวนขนาดใหญ่ มีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก ช่วยให้บริเวณนี้ดู ร่มรื่น สดชื่น สบายตา สบายใจ เหมาะแก่การเปลี่ยนบรรยากาศจากการพักผ่อนภายในบ้านมานั่งเล่นที่ส่วนกลางดูบ้างครับ

ออกแบบให้มีศาลาสำหรับพักผ่อนในสวน พื้นที่สีเขียวภายในโครงการ จัดวางที่นั่งกระจายไปในหลายจุดและออกแบบให้มีลู่วิ่งรอบหมู่บ้านเพื่อการออกกำลังกายและสุขภาพที่แข็งแรง

ทางเข้าคลับเฮาส์ BAAN ISSARA Bangna กับแนวเสาไม้สูงและบันได ท่ามกลางแมกไม้

ส่วนกลาง และคลับเฮาส์

Clubhouse อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเลย นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้สวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการ มีด้วยกัน 2 ชั้น โดดเด่นด้วยเสาไม้ที่ทำจากอลูมิเนียมขึ้นรูปและผิวสัมผัสเลียนแบบไม้จริง แต่ดีกว่ามากเพราะทนแดดทนฝน ดูแลรักษาง่าย

ตัวอาคาร Clubhouse ออกแบบในสไตล์ Modern Tropical ที่ยังคงความ Luxury สอดรับกับภาพรวมของงานดีไซน์ทั้งโครงการ มีขนาด 2 ชั้น

ทางขึ้น Clubhouse เป็นบันไดหน้ากว้าง ด้านข้างมีทางลาดตามหลักการออกแบบ Universal Design สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษและผู้ที่ใช้วีลแชร์

คลับเฮาส์ผนังกระจกกับเตียงอาบแดดและเฉลียงไม้ รายล้อมด้วยต้นไม้

ชั้นบนประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 7 x 30 เมตร จัดวาง Sundeck สำหรับนั่งอาบแดดหรือพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ เรียงรายกันไปมีที่นั่งหลายตัวมาก ด้านในมีฟิตเนส ห้อง Amphitheater

สระว่ายน้ำขอบอินฟินิตี้ของคลับเฮาส์ กับแนวเสาไม้และเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

ผมประทับใจมุมสระว่ายน้ำของ Clubhouse มาก ออกแบบได้เรียบหรูอลังการ ในบรรยากาศของวันพักผ่อนของเรา มานั่งเล่นรับลมเย็นสบายก็ได้ฟีล Happy มีความสุขมากแล้วครับ

ห้องฟิตเนสกับลู่วิ่งและอุปกรณ์ออกกำลังกาย ผนังกระจกเปิดรับวิวสวน

ด้านในเป็น Fitness ขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายจาก Matrix แบรนด์เครื่องออกกำลังกายระดับโลก ซึ่งส่วนมากจะพบในโรงแรมหรูขนาดใหญ่

ทางโครงการได้ส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับกับการออกกำลังกายในแบบ Luxury ให้กับลูกบ้าน ภายในจัดวางครบทั้งลู่วิ่งคาร์ดิโอสุดไฮเทค พร้อมกับโซนฟรีเวทให้เราออกกำลังเพื่อสุขภาพได้ตามใจ ในบรรยากาศของห้องโถงสูงแบบ Double Volume ผนังเป็นกระจกใสแบบ High ceilings มองออกไปเห็นพื้นที่สวนสีเขียวสบายตา

ห้องฟิตเนสครบครันพร้อมวิวสวน ผ่านผนังกระจกโดยรอบ

ขณะที่อีกด้านออกแบบให้เป็น Amphitheater สำหรับพักผ่อนทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งเป็นลำดับขั้นบันได เสริมด้วยเบาะหนานุ่มให้นั่งได้สบาย

ด้านล่างสุดจัดวางชุดที่นั่งขนาดใหญ่เพื่อให้ได้มาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน จะสังเกตว่าโดยรอบจะเป็นกระจกบานใหญ่เพื่อเปิดวิวและรับแสงสว่างรอบข้างทั้ง 3 ด้าน เราสามารถปิดม่านไฟฟ้าลงมาได้เมื่อต้องการใช้งาน Projector สำหรับชมภาพยนตร์ร่วมกัน

คลับเฮาส์ BAAN ISSARA Bangna ยามค่ำ เปิดไฟอุ่นใต้ท้องฟ้าสีคราม

บรรยากาศของ Clubhouse ในช่วงเวลาทไวไลท์

อาคารส่วนกลางโครงการ BAAN ISSARA Bangna กับป้ายและงานอิฐ ยามแสงเย็น

สรุป และมุมมองแบรนด์

“𝑶𝒘𝒏 𝒂 𝑳𝒆𝒈𝒂𝒄𝒚 𝒐𝒇 𝑺𝒖𝒑𝒆𝒓 𝑳𝒖𝒙𝒖𝒓𝒚 𝑹𝒆𝒔𝒊𝒅𝒆𝒏𝒄𝒆𝒔” นี่เป็นครั้งแรกของกานต์ ที่ได้มาชมบ้านอิสสระ บางนา ต้องยอมรับว่าผมประทับใจมาก ทั้งในเรื่องแนวคิดการออกแบบและพัฒนาโครงการที่ลงรายละเอียดได้ดี มีหลักการของความเป็นธรรมชาติและประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบอิสระที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น มาพร้อมกับการเลือกใช้วัสดุระดับ World Class ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อประกอบสร้างเป็นบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury หนึ่งหลัง

ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากแต่เป็นเพราะประสบการณ์และชื่อเสียงที่สั่งสมมานานจนทำให้แบรนด์ “บ้านอิสสระ” เป็นตัวแทนของคำว่า “คุณภาพ” และควรค่าต่อการส่งต่อมรดกอันมีคุณค่าเหล่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป

____________________

โครงการจะมี Exclusive Event Day ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ กับกิจกรรม Open the new Legacy เปิดให้ชมบ้านดีไซน์ใหม่แบบที่กานต์พามาชมนี่แหละครับ

พิเศษสุดในงาน จองบ้านภายในงาน รับโปรโมชั่นสุดพิเศษ
*ซื้อบ้านพร้อมรับรถ Bentley รุ่น Sport Sedan – Flying Spur Hybrid มูลค่า 14.4 ล้านบาท*
*รับบัตรกำนัลแพกเกจที่พักสุดหรู Mama Penthouse ที่ Baba Beach Club Huahin (3 วัน 2 คืน) มูลค่า 200,000 บาท*
*ชม Mini Concert ”โต๋ศักดิ์สิทธิ์”
*สัมผัสประสบการณ์ Test Drive “Bentley” รุ่นล่าสุด
*40 ท่านแรกรับของที่ระลึกพิเศษจาก “Bentley” (สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่ RSVP เท่านั้นนะครับ)

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 095-207-9235-7 

คำถามที่พบบ่อย

บ้านอิสสระ บางนา อยู่ทำเลไหน เดินทางอย่างไร

บ้านอิสสระ บางนา ตั้งอยู่บนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เชื่อมต่อถนนบางนา–ตราดและทางพิเศษได้สะดวก ใกล้ห้างเมกาบางนาและไอเกีย เดินทางเข้าเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิผ่านมอเตอร์เวย์และทางด่วน ทำเลบางนา กม. 8 เป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับบนที่รายล้อมด้วยศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ และแหล่งงานฝั่งตะวันออก

ราคาเท่าไร และน่าลงทุนหรือไม่

ราคาขายอยู่ที่ 49.9–179 ล้านบาท สำหรับบ้านเดี่ยว 2–3 ชั้นเพียง 43 หลัง ที่ดิน 100–238 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 380–697 ตารางเมตร ส่วนกลางมีคลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ในเชิงลงทุน บ้านหรูระดับร้อยล้านในโซนบางนาที่ที่ดินแปลงใหญ่หายาก บวกกับชื่อเสียงบ้านหรูของชาญอิสสระ ทำให้กลุ่มบ้านระดับนี้รักษามูลค่าได้ดีและจับกลุ่มผู้ซื้อกำลังสูงเฉพาะตัว

จุดเด่นของโครงการคืออะไร

จุดเด่นของบ้านอิสสระ บางนา อยู่ที่งานออกแบบสไตล์ Modern Tropical ที่ผสานตัวบ้านเข้ากับธรรมชาติ เปิดรับแสงและพื้นที่สีเขียวเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย บ้านแปลงใหญ่ 2–3 ชั้นพื้นที่ใช้สอยสูงสุดเกือบ 700 ตารางเมตร รองรับครอบครัวขยาย ความเป็นส่วนตัวจากจำนวนเพียง 43 หลัง และเครดิตการพัฒนาบ้านหรูกว่า 30 ปีของชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ ที่เป็นชื่อคุ้นเคยในตลาดลักชัวรี

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.