Thursday 18 June 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  ABOUT A BRAND
ABOUT A BRAND·17 Jun 2026

Andaz — เมื่อ “สไตล์ส่วนตัว” กลายเป็นสกุลเงินใหม่ของโลก Luxury | About a Brand No. 03

Andaz แบรนด์ lifestyle luxury แรกของ Hyatt ที่แปลคำว่า personal style เป็นโรงแรม — อ่านดีไซน์ เรื่องเล่าแบรนด์ และเกมการ...

Words & Photography · KANT
ล็อบบี้รีสอร์ตศาลาหลังคาทรงไทยพร้อมสระสะท้อนน้ำ ผู้เข้าพักเดินเล่น
EDITORIALQuick Facts: Andaz — เมื่อ “สไตล์ส่วนตัว” กลายเป็นสกุลเงินใหม่ของโลก Luxury | About a Brand No. 03
ByKANT
Updated17 Jun 2026

คำว่า “Andaz” มาจากภาษาฮินดี แปลตรงตัวว่า personal style — สไตล์ที่เป็นของเราคนเดียว

เป็นชื่อแบรนด์ที่ฟังดูเหมือนคำเชิญมากกว่าคำประกาศ และนั่นคือสิ่งที่กานต์คิดว่าน่าสนใจที่สุดตั้งแต่บรรทัดแรก เพราะในโลกของโรงแรมหรู ที่แบรนด์ส่วนใหญ่พยายามบอกเราว่าความหรูหราหน้าตาเป็นอย่างไร Andaz กลับเลือกถามกลับเงียบ ๆ ว่า “แล้วของคุณล่ะ เป็นแบบไหน”

สำหรับกานต์ Andaz คือกรณีศึกษาที่ดีที่สุดกรณีหนึ่งของคำว่า lifestyle luxury — ความหรูที่ไม่ได้วัดกันที่โคมไฟคริสตัลหรือพรมหนา แต่วัดกันที่ความรู้สึกว่าโรงแรมแห่งนี้ “รู้จัก” เมืองที่มันตั้งอยู่ และปล่อยให้แขกเป็นตัวของตัวเองได้จริง ๆ มันคือ Luxury ที่ลดเสียงลง เพื่อให้คนได้ยินตัวเองชัดขึ้น

จุดเริ่มต้นที่ลอนดอน และการเดิมพันครั้งแรกของ Hyatt

Andaz ถือกำเนิดในเดือนเมษายน ปี 2007 ในฐานะ lifestyle brand แบรนด์แรกของ Hyatt — เครือโรงแรมสัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1957 บนความเชื่อเรื่องการดูแลคนแบบมีหัวใจ

โรงแรม Andaz หลังแรกของโลกคือ Andaz London Liverpool Street และทำเลที่เลือกก็เล่าเรื่องได้ดีกว่าโบรชัวร์ใด ๆ เพราะมันคืออาคารอิฐแดงของ Great Eastern Hotel โรงแรมรถไฟเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1884 ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างย่าน City of London ที่เนี้ยบขรึมแบบนายธนาคาร กับย่าน Shoreditch ที่ขบถและเต็มไปด้วยกลิ่นศิลปิน

กานต์ว่าการเลือกทำเลแบบนี้คือ statement ทางแบรนด์ตั้งแต่วันแรก Andaz ไม่ได้ต้องการเป็นโรงแรมที่สวยอยู่ลำพังในฟองสบู่ของตัวเอง แต่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของรอยต่อ ของความตึงเครียดทางวัฒนธรรมในย่านนั้น เป็น Heritage เก่ากับ creative energy ใหม่ที่อยู่ในอาคารเดียวกัน

ไล่ดูสาขาที่โลกจดจำ

ก่อนจะลงลึกเรื่องปรัชญา กานต์อยากชวนดูสามหลังที่ทำให้คนทั้งวงการพูดถึง Andaz เพราะแต่ละหลังพิสูจน์ว่าแบรนด์นี้เล่นได้ทั้งในเมืองและกลางธรรมชาติ

Andaz Maui at Wailea

หลังแรกคือ Andaz Maui at Wailea บนเกาะเมาวี ฮาวาย เปิดได้เพียงสองปีก็คว้าตำแหน่ง Best Hotel in Hawaii จาก Condé Nast มีห้องพัก 301 ห้องที่เกือบทุกห้องเปิดออกสู่ระเบียงวิวมหาสมุทร กลายเป็นรีสอร์ตที่ตั้งมาตรฐานให้ Andaz ฝั่ง resort ตั้งแต่ยุคแรก ๆ

หลังที่สองคือ Andaz Costa Rica Resort at Peninsula Papagayo งานของ Ronald Zürcher สถาปนิกคอสตาริกาคนสำคัญ ที่ออกแบบด้วยภาษา pre-colonial หลังคาโค้งรับกับป่าและอ่าว Culebra สำหรับกานต์นี่คือกรณีศึกษาของการวางโรงแรมหรูในธรรมชาติโดยไม่ไปข่มธรรมชาติ

หลังที่สามคือ Andaz Mayakoba ที่ Riviera Maya เม็กซิโก ซึ่ง Zürcher ออกแบบโดยให้อาคารเป็น “บทสนทนา” ระหว่างต้นไม้ หิน และน้ำ ไม่ไปแข่งรูปทรงกับสิ่งใด หัวใจของรีสอร์ตคือ water feature ทรงกลมและช่อง oculus ที่คารวะ cenote — บ่อน้ำหินปูนศักดิ์สิทธิ์ของชาวมายาโบราณ เป็นดีไซน์ที่อ่านวัฒนธรรมท้องถิ่นจนถึงราก

สามหลังนี้ไม่มีหน้าตาร่วมกันเลย แต่กานต์ว่านั่นแหละคือลายเซ็นของแบรนด์ — Andaz ไม่ขายแบบโรงแรมที่ก๊อบปี้กันทุกเมือง แต่ขาย “วิธีอ่านสถานที่”

ปรัชญาแบรนด์: attentive แต่ไม่วางท่า

ตอนเปิดตัว Hyatt วาง Andaz ไว้บนเสาหลักห้าต้น — independence, sophistication, innovation, elegance และ local identity โดยมีประโยคหนึ่งที่กานต์คิดว่าสรุปทั้งแบรนด์ได้ในไม่กี่คำ คือ attentive, but not pretentious เอาใจใส่ แต่ไม่วางท่า ไม่มีแอตทิจูด

ฟังดูง่าย แต่ในทางปฏิบัติมันยากมาก เพราะโรงแรมหรูส่วนใหญ่ผูกความหรูไว้กับพิธีรีตอง ยิ่งขั้นตอนเยอะ ยิ่งดูแพง Andaz เลือกเดินสวนทาง ด้วยการตัดสิ่งที่เป็นทางการที่สุดในโรงแรมทิ้งไปเลย นั่นคือ เคาน์เตอร์ front desk

ที่ Andaz จะไม่มีเคาน์เตอร์เช็กอินสูง ๆ ให้แขกยืนต่อแถว แต่จะมีคนที่เรียกว่า Andaz Host เดินมาทักทาย พาไปนั่งในพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโล่ง ยื่นเครื่องดื่มต้อนรับให้ แล้วเช็กอินกันสบาย ๆ ผ่าน iPad โดย Host คนเดียวทำหน้าที่ทั้ง concierge ทั้งพนักงานยกกระเป๋า และเจ้าบ้านในล็อบบี้ไปพร้อมกัน

ล็อบบี้พร้อมงานกระจกสีสันสดใสและซุ้มโค้ง

จุดที่กานต์ชอบที่สุดคือวิธีที่ Andaz เลือกคนมาเป็น Host พวกเขาไม่ได้ถูกจ้างมาเพราะท่องสคริปต์ได้แม่น แต่ถูกเลือกเพราะ “บุคลิก” และเพราะรักย่านที่โรงแรมตั้งอยู่จริง ๆ แบรนด์เรียกแนวทางบริการของตัวเองว่า sophisticated yet unscripted — ประณีต แต่ไม่มีบท ทุกบทสนทนาจึงเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ละครหน้าเคาน์เตอร์ที่เราเจอจนชินในโรงแรมห้าดาวทั่วไป

ถึงอย่างนั้น โมเดลนี้ก็มีต้นทุนที่ซ่อนอยู่ เมื่อบริการขึ้นกับ “บุคลิก” ของ Host ความสม่ำเสมอจึงเปราะกว่าโรงแรมที่รันด้วยสคริปต์ บาง property ที่ได้ทีมเก่งก็เปล่งประกาย ขณะที่บางแห่งกลับให้ความรู้สึกพยายามเป็นมิตรเกินจริงไปนิด นี่คือราคาที่ต้องจ่ายของแบรนด์ที่เลือกขายความเป็นธรรมชาติ

แม้แต่ห้องพักก็ถูกออกแบบให้รู้สึกเหมือนแฟลตของคนมีรสนิยมในเมืองนั้น มากกว่าห้องโรงแรมที่ก๊อบปี้กันมาทุกสาขา มีงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่นแขวนอยู่ เพื่อบอกว่าเราตื่นมาในเมืองไหน

ดีไซน์ที่พูดภาษาท้องถิ่น: โตเกียวกับสิงคโปร์

ถ้าจะเข้าใจ Andaz ผ่านงานดีไซน์ กานต์อยากชวนดูสองหลังที่อยู่คนละขั้วของเอเชีย

Andaz Tokyo Toranomon Hills

หลังแรกคือ Andaz Tokyo Toranomon Hills งานที่เกิดจากการจับมือกันระหว่าง Tony Chi ดีไซเนอร์จากนิวยอร์ก กับ Shinichiro Ogata ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ SIMPLICITY จากโตเกียว สองมือนี้เลือกเล่ากรุงโตเกียวด้วยวัสดุที่ซื่อตรงที่สุด ทั้งกระดาษวาชิ (washi) และไม้วอลนัท ตีความรสนิยมญี่ปุ่นที่ให้ค่ากับความบริสุทธิ์ของวัสดุและพื้นผิว ออกมาเป็นพื้นที่ที่เรียบ แต่ลึก

ห้องอาหาร Andaz Tavern บนชั้น 51 มีงานประติมากรรมไม้ของศิลปินชาวอังกฤษ Charlie Whinney ส่วน Rooftop Bar นั้น Ogata ตีความใหม่จากภาพของวิลล่า Katsura Rikyu และเรือนน้ำชาญี่ปุ่นโบราณ กลายเป็นบาร์ลอยฟ้าที่ยังมีจิตวิญญาณของ teahouse อยู่ในนั้น กานต์ว่านี่คือตัวอย่างชั้นครูของการเอา Japanese aesthetics มาวางในตึกสูงระดับ super-luxury โดยไม่ทำให้กลายเป็นของปลอม

หลังที่สองคือ Andaz Singapore ในอาคาร DUO ผลงานสถาปัตยกรรมของ Ole Scheeren โดยมี André Fu เป็นผู้ออกแบบภายใน Fu หยิบเสน่ห์ของตรอกซอกซอยและตึกแถวแบบ shophouse ของสิงคโปร์มาตีความใหม่ จนเกิดเป็น Alley on 25 พื้นที่ส่วนกลางที่จำลองประสบการณ์ตรอกเล็ก ๆ ของเมืองขึ้นมาเจ็ดร้านในที่เดียว แม้แต่คอนเซ็ปต์ร้านอาหารก็ออกแบบให้ไม่มีครัวหลังบ้าน เพื่อให้การปรุงอาหารกลายเป็นการแสดงสดตรงหน้าแขก

สองหลังนี้หน้าตาไม่เหมือนกันเลย และนั่นคือประเด็นทั้งหมด เพราะ DNA ของ Andaz ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาที่ซ้ำกันทุกสาขา แต่อยู่ที่ “วิธีคิด” ที่เหมือนกัน คือการอ่านเมืองให้ขาด แล้วปล่อยให้ดีไซเนอร์ระดับโลกแปลเมืองนั้นออกมาเป็นภาษาของตัวเอง

มุมการลงทุน: ทำไม Hyatt ถึงเทน้ำหนักมาที่ lifestyle

Hyatt เดิมพันกับกลุ่ม lifestyle อย่างหนักในรอบหลายปีที่ผ่านมา จำนวนห้องพักในกลุ่ม lifestyle ของเครือเพิ่มขึ้นห้าเท่า จากราว 9,000 ห้องในปี 2017 มาเป็นราว 48,000 ห้องเมื่อสิ้นปี 2024 และวันนี้พอร์ต lifestyle ของ Hyatt ก็ขยายจนมีทั้ง Andaz, Thompson Hotels, The Standard, Dream Hotels, JdV by Hyatt, Bunkhouse และอีกหลายแบรนด์ ขณะที่ภาพรวมทั้งเครือมีโรงแรมและรีสอร์ตมากกว่า 1,450 แห่งใน 79 ประเทศ ณ ไตรมาสแรกของปี 2025

กานต์อ่านการเคลื่อนไหวนี้แบบนี้ครับ — ขณะที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง Marriott หรือ IHG เลือกขยายตัวในเซกเมนต์ upscale และ midscale เพื่อกินส่วนแบ่งจำนวนห้อง Hyatt เลือกโฟกัสที่ปลายบนของตลาด ทั้ง luxury และ lifestyle ซึ่งเป็นกลุ่มที่ margin สูงกว่า และผูกใจลูกค้าที่มีกำลังซื้อได้เหนียวแน่นกว่า

Andaz คือหัวหอกของยุทธศาสตร์นี้ เพราะมันตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหา authenticity และประสบการณ์เฉพาะถิ่น มากกว่าตราสัญลักษณ์ความหรูแบบเดิม ๆ สำหรับเจ้าของอสังหาฯ และนักพัฒนาโครงการ การได้แบรนด์อย่าง Andaz มาอยู่ในโครงการจึงมีค่ามากกว่าค่าธรรมเนียมบริหาร เพราะมันคือเครื่องมือยกระดับทั้งทำเลและมูลค่าของ mixed-use development ทั้งย่าน

ล่าสุดของโลก: ลิสบอน เซี่ยงไฮ้ และภูเขาลูกแรก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของแบรนด์ตอกย้ำตรรกะนี้ชัดเจน

หลังที่ใหม่ที่สุดในเวลานี้คือ Andaz Lisbon ที่เปิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 เป็น Andaz หลังแรกในโปรตุเกส ฝังตัวอยู่ในย่าน Baixa เมืองเก่า มองเห็นจัตุรัส Praça do Comércio และแม่น้ำ Tagus งานออกแบบ 170 ห้องอยู่ในมือของ Patricia Urquiola ดีไซเนอร์ระดับตำนานชาวสเปน-อิตาเลียน ร่วมกับ Moerschel Arquitectos เล่นกับงานคราฟต์โปรตุเกสผ่าน cork ไม้ mahogany หินธรรมชาติ และกระเบื้องโมเสก ส่วนห้องอาหาร Luzzi บนรูฟท็อปก็เล่าเรื่องอาหารโปรตุเกสที่เคยแผ่ไปไกลถึงกัว มาเก๊า และเซาเปาโล กานต์ว่าการได้ Urquiola มาทำ Andaz คือสัญญาณว่าแบรนด์เล่นในลีกดีไซน์ระดับบนสุดจริง ๆ

ก่อนหน้านั้นไม่นาน Andaz Shanghai ITC เพิ่งเปิดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ในย่านมรดกใจกลางเซี่ยงไฮ้ และอีกหมุดที่กานต์จับตาคือ Andaz Heber Valley ในรัฐยูทาห์ ซึ่งจะเป็น Andaz หลังแรกของโลกที่ขึ้นไปอยู่บนภูเขา มีกำหนดเปิดในปี 2029 — เป็นการขยับออกจากเมืองและชายหาด ไปสู่ภูมิประเทศแบบใหม่ที่แบรนด์ยังไม่เคยลอง

Andaz ในเมืองไทย: จากหาดจอมเทียน สู่ใจกลางกรุงเทพฯ

เรื่องที่ใกล้ตัวคนไทยที่สุดคือ Andaz เพิ่งปักหมุดในบ้านเราแบบจริงจังในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และทั้งสองหลังก็เล่าเรื่องคนละแบบ

หลังแรกคือ Andaz Pattaya Jomtien Beach ที่เปิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2023 เป็น Andaz หลังแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่บนที่ดินริมหาดกว่า 15 เอเคอร์ บนหาด Tawanron หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Sunset Beach” ระหว่างจอมเทียนกับหมู่บ้านชาวประมงบางเสร่

วิลล่าสไตล์ไทยงานไม้ท่ามกลางสวน เปิดวิวทะเล

สิ่งที่กานต์ชอบในงานนี้คือมันเป็นฝีมือของทีมไทยล้วน — สถาปัตยกรรมโดย ARCHITECTS 49 (A49) และงานอินทีเรียร์โดย PIA ที่ดินผืนนี้เคยเป็นเอสเตทส่วนตัวที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่เต็ม บางต้นปลูกโดยสมาชิกราชวงศ์ A49 จึงเลือกไม่สร้างตึกสูงทับ แต่กระจายอาคารเตี้ยหนึ่งถึงสามชั้นแทรกไปตามต้นไม้เดิม เพื่อรักษาเงาไม้และความเป็นสวนเอาไว้ พาเล็ตต์ภายในไล่จากโทนดินอุ่น ไม้ ไปจนถึงสีสดที่หยิบมาจากธรรมชาติรอบตัว หัวใจของรีสอร์ตคือ Village Square ลานกลางที่รวมห้องอาหารแบบ open-kitchen สามร้าน เสริมด้วยอีกสามคอนเซ็ปต์ริมหาด ตั้งแต่ร้านซีฟู้ดสไตล์สนุก ๆ ไปจนถึงเรือนน้ำชาแบบ Thai heritage และ La Cucina ทรัตโตเรียอิตาเลียนที่ทำพิซซ่า Neapolitan สด ๆ ทั้งหมดนี้ส่งให้รีสอร์ตคว้า One MICHELIN Key — เครื่องหมายของที่พักดีไซน์เด่นและบรรยากาศสงบ

ในมุมการลงทุน กานต์มองว่าทำเลคือหมากที่วางอย่างมีกลยุทธ์ เพราะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ และสุวรรณภูมิไม่ถึงสองชั่วโมง และอยู่ในเขตนาจอมเทียน ส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา Eastern Economic Corridor (EEC) ที่กำลังถูกปั้นให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับ luxury lifestyle ของภาคตะวันออก

ห้องนั่งเล่นในห้องสวีทพร้อมผนังโทนเขียว ชุดโซฟา และวิวเมือง

หลังที่สองเพิ่งเปิดสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2025 คือ Andaz One Bangkok ซึ่งกานต์รอดูมานาน เพราะมันคือ Andaz กลางใจเมืองหลังแรกของไทย ตั้งอยู่บนถนนวิทยุ ในโครงการ One Bangkok — mixed-use ที่ใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ติดสวนลุมพินี มีห้องพักและสวีท 244 ห้อง เริ่มต้นราว 400 ตารางฟุต ไปจนถึง Presidential Suite เกือบ 2,100 ตารางฟุต

แต่สิ่งที่ทำให้หลังนี้น่าสนใจสำหรับกานต์คือวิธีเล่าเรื่องกรุงเทพฯ งานออกแบบเป็นการจับมือกันอีกครั้งของ A49 กับ PIA Interior คราวนี้ดึงภาษา Thai mid-century เข้ามาเต็มที่ โดยหยิบแรงบันดาลใจจาก วังวิทยุ (Vidyu Palace) คฤหาสน์เก่าปี 1925 ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวสวิส-เยอรมัน และตกแต่งโดยช่างฝีมือไทย รายละเอียดอย่างประตูที่เจาะลวดลายให้แสงลอดผ่านเหมือนแดดที่กรองผ่านต้นไม้ในสวนลุมพินี และลายประตูเหล็กดัด ถูกนำกลับมาเล่าซ้ำทั่วทั้งโรงแรม

จุดที่กานต์ชอบที่สุดคือ Gallery Alley ที่จำลองภาพตรอกซอกซอยของกรุงเทพฯ ซึ่งมักมีแกลเลอรีศิลปะเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ โดยล็อบบี้จัดวางงานศิลปะเหมือนคอลเล็กชันส่วนตัวในบ้าน และทั้งโรงแรมคัดงานของศิลปินหญิงไทยชั้นนำมาจัดแสดง ส่วนห้องอาหารมีสามคอนเซ็ปต์ ทั้ง Jǐng อาหารจีน, Andaz Terrace พื้นที่กึ่ง outdoor สำหรับ afternoon tea และ Piscari ร้านเมดิเตอร์เรเนียนบนรูฟท็อปที่มีทั้ง speakeasy และ DJ

ที่กานต์อยากให้สังเกตคือถนนวิทยุเคยเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของไทย เป็นรอยต่อระหว่าง heritage กับความเป็นเมืองสมัยใหม่อีกครั้ง ซึ่งคือ pattern เดียวกับที่ Andaz เลือกทำเลที่ลอนดอนเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน เห็นได้ชัดว่าแบรนด์ยังซื่อสัตย์กับตรรกะของตัวเอง

บทสรุป: personal style คือ luxury ที่เลียนแบบยากที่สุด

ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา Andaz พิสูจน์ว่าความหรูในยุคนี้กำลังเปลี่ยนนิยาม จากการครอบครองวัตถุที่แพง มาเป็นการครอบครองประสบการณ์ที่เป็นของเราคนเดียว

ในวันที่ทุกเครือโรงแรมต่างมีแบรนด์ luxury ของตัวเอง สิ่งที่ลอกเลียนกันได้ยากที่สุดคือ “ความเป็นท้องถิ่น” และ “ความเป็นตัวของตัวเอง” สองอย่างที่ Andaz เลือกวางเป็นแก่นมาตั้งแต่วันแรก กานต์ว่านี่แหละคือเหตุผลที่ชื่อในภาษาฮินดีคำนั้นยังคมอยู่จนถึงทุกวันนี้

เพราะสุดท้ายแล้ว สกุลเงินที่มีค่าที่สุดในโลกของ Modern Luxury อาจไม่ใช่ทองคำหรือคริสตัล แต่คือ สไตล์ที่เป็นของเราเอง — และนั่นคือสิ่งเดียวที่เงินซื้อให้เหมือนกันทุกคนไม่ได้

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.