Wednesday 26 August 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  DESIGN  ·  20 Sep 2019

รีวิว MUJI สามย่านมิตรทาวน์ สาขาใหญ่ที่สุดในไทย

Words & Photography ·
รีวิว MUJI สามย่านมิตรทาวน์ สาขาใหญ่ที่สุดในไทย — MUJI Samyan Mitrtown 0

Last Updated: 18 August 2026

DESIGNQuick Facts: รีวิว MUJI สามย่านมิตรทาวน์ สาขาใหญ่ที่สุดในไทย
TypeArchitecture & Design
ByKANT
Updated18 Aug 2026

ENGLISH SUMMARY

MUJI's Samyan Mitrtown store opened as Thailand's largest — 1,700 square metres, double the Central World flagship — and KANT reads it as the brand's philosophy given room to breathe. The draw is the first MUJI Coffee Corner in Thailand, pouring Doi Tung arabica alongside pastries from social-enterprise bakeries, wrapped in the label's founding creed of quality goods without branding. Between organic-cotton lines and hands-on sustainability zones, KANT frames the store as MUJI selling a way of living rather than products — restraint scaled up to a destination.

📍พาเช็คอินก่อนใคร MUJI สามย่าน มิตรทาวน์ สาขาใหม่และใหญ่ที่สุดในไทย เปิดวันนี้ วันแรก‼️

☕️มี MUJI Cafe’ ร้านกาแฟมูจิ ส่วนร้านอาหารยังไม่มี🎏

________________________________________________

🔴กานต์ไปร่วมเปิดตัวไลฟ์สไตล์ สโตร์ที่เก๋ ชิค แบบมินิมอล

มูจิ สาขาใหม่ “สามย่าน มิตรทาวน์”​ มาครับ

เป็นสาขาที่ 19 แต่ใหญ่กว่าทุกสาขาในประเทศไทย

มีพื้นที่ 1,700 ตารางเมตร ใหญ่กว่าแฟลกชิปสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิล์ด 2 เท่า

MUJI Coffee Corner

เข้าสู่สามย่าน พร้อมไอเดียใหม่ MUJI Coffee Corner สาขาแรกในประเทศไทย

พร้อมกับแนวคิด “เพิ่มมุมกาแฟเพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเรานานขึ้น”

เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ (Relationship) ที่ดีให้กับลูกค้า

คล้ายกับที่สาขากินซ่า “มีบาร์” ให้นั่ง สั่งเครื่องดื่มมาจิบแล้วอ่านหนังสือได้ฟรี

เพราะมีมุมหนังสือที่ขายและอ่านได้ด้วย

มูจิ สามย่าน มิตรทาวน์ ก็เช่นกัน

ที่นี่เสิร์ฟกาแฟคั่วอาราบิก้า จากดอยตุง

เพราะดูสไตล์แล้วเป็นคราฟท์คอฟฟี่ แบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นก็ใช้

เน้นคอนเซปต์การส่งเสริมเกษตรกร ผลิตผลที่มีคุณภาพ

ในส่วนของ เบเกอรี่ก็เช่นกัน มาจากร้าน 60 Plus Bakery & Cafe

ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น

และได้รับการส่งเสริมจากร้านเบเกอรี่ชื่อดัง “ยามาซากิ”

ที่สำคัญคือ เป้นร้านที่เปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามาเป็นพนักงานในร้าน

เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมใหม่ที่น่าอยู่

ขนมอีกส่วนสั่งมาจากร้าน Size S Coffee & Bakery

เน้นขนมที่รสชาติดี มีขนาดไม่ใหญ่มาก พอดีคำ ทานง่าย

แต่เต็มไปด้วยคุณภาพของวัตถุดิบที่อัดแน่นเต็มๆ คำ

ด้านข้างมุมกาแฟจะมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง ใกล้กันเป็นแผงหนังสือ

ดีเอ็นเอเดียวกับมูจิ คือเน้นเรื่องดีไซน์ ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

OPEN MUJI และกิจกรรม

มีการจัดโซน OPEN MUJI เน้นการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้

บางช่วงก็อาจจะเป็นเวิร์กช็อปที่มูจิจัดให้

แต่ในช่วงแรกนี้จะเป็นนิทรรศการ บอกเล่าเรื่องราวของมูจิ

ให้กับลูกค้าคนไทยได้รู้ที่มาที่ไปของแบรนด์

สินค้า และเสื้อผ้า

อย่างเช่นเรื่องปลาแซลมอนกระป๋อง สินค้าชิ้นแรกๆ ของมูจิ

แทนที่จะตัดเอาแต่ส่วนตัวลงกระป๋องเหมือนทั่วไป

มูจิตัดสินใจเอาปลาลงกระป๋องทั้งตัว

เพื่อที่จะบอกว่า “ทุกส่วนมีประโยชน์” สามารถทานได้

แถมยังช่วยเรื่องแนวคิด Zero Waste อีกทางด้วย

เสื้อผ้าบางส่วนผลิตจากฝ้ายออร์แกนิคโดยใช้เทคนิคปั่นและทอมือ

ทำให้ได้ด้ายที่ได้ออกมามีความนุ่ม และไม่ฟอกสี

มีมุม “Organic cotton new collection”

เน้นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลกและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทำให้มูจิยังคงคอนเซ็ปต์

“เรียบง่าย สร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการคิดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ตรงนี้คือหัวใจสำคัญและกลายเป็นแบรนด์ดิ้งของมูจิไปในที่สุด

ล้ำลึกมากเลยนะครับ!!

“มูจิเป็นแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์ แต่ในความไม่มีแบรนด์ นั่นคือแบรนด์”

ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มีอะไร – แล้วมูจิมีอะไร?

ปรัชญาแบรนด์ MUJI

MUJI ย่อมาจาก Mujirushi Ryōhin

แปลว่า สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ

ซึ่งเป็นความคิดที่สวนกระแสวัตถุนิยมของสังคมญี่ปุ่นในยุคเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา

สะท้อนให้ผมได้คิดว่า ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยน

แต่ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้ลูกค้าและสังคมของมูจิไม่เคยเปลี่ยน

ยังคงเน้นความเรียบง่าย ไม่มีโลโก้ ไร้สีสัน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

และที่สำคัญคือ ต้องมีคุณภาพ ไม่สนใจว่าใครจะเรียกว่าอินดี้ ไม่ตามกระแส หรือว่าฮิปสเตอร์

พูดถึงฮิปสเตอร์ ผมเพิ่งอ่านบทความของ a day magazine เขียนโดยแชมป์-ทีปกร ตอนหนึ่งบอกว่า

“ … การแหกขนบโดยไม่มีแนวคิดที่มั่นคงภายใน

เป็นการ “แหกเพื่อให้ตัวเองเป็นส่วนน้อย” – “ขอให้ได้คิดต่างก็พอใจแล้ว”

โดยที่ไม่รู้ว่าคิดต่างไปทำไม

นั้นอาจทำให้เราไม่ต่างอะไรไปจากแบบจำลองในโมเดลทดลองง่ายๆ ของโจนาธาน … “

นั่นคือความเป็นฮิปสเตอร์ที่ไม่เป็นฮิปสเตอร์ – ผมสรุปความได้แบบนี้

เป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่เชื่อมั่นว่าดี และทำมันให้ดีที่สุด … แค่นี้ก็พอ

เหมือนที่ MUJI ทำให้เห็นและเป็นอยู่

/ the journalist /

LEISURE TRAVEL x HOTEL LIFESTYLE

fanpage : https://www.facebook.com/kant.co.th

twitter : https://twitter.com/kantcoth

instagram : https://www.instagram.com/kant.co.th

#KANT #KΔNT #leisuretravel #hotellifestyle

#journalisttravel #luxurytravel

#MUJI #MUJIThailand #MUJISamyammirtown

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.