Project Overview — รีวิว BAAN ISSARA, Bangna
Last Updated: 3 June 2026
ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW
A comprehensive property review of รีวิว BAAN ISSARA, Bangna by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.

“𝑰 𝒂𝒎 𝒄𝒐𝒏𝒗𝒊𝒏𝒄𝒆𝒅 𝒕𝒉𝒂𝒕 𝒕𝒉𝒆 𝒈𝒓𝒆𝒂𝒕𝒆𝒔𝒕 𝒍𝒆𝒈𝒂𝒄𝒚 𝒘𝒆 𝒄𝒂𝒏 𝒍𝒆𝒂𝒗𝒆 𝒐𝒖𝒓 𝒄𝒉𝒊𝒍𝒅𝒓𝒆𝒏 𝒂𝒓𝒆 𝒉𝒂𝒑𝒑𝒚 𝒎𝒆𝒎𝒐𝒓𝒊𝒆𝒔.” – “มรดกอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราฝากไว้ให้ลูกหลานได้ คือความทรงจำที่มีความสุข”
กานต์ไปเจอคำพูดนี้ของ Og Mandino นักเขียนชาวอเมริกันชื่อดัง ในขณะที่กำลังเขียนรีวิวบ้านอิสสระ บางนา โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในสไตล์ Modern Tropical ได้อย่างกลมกลืน
“ร่มรื่นดีจัง” กานต์กำลังรำพึงรำพันกับตัวเองระหว่างเดินชม Clubhouse ประดับด้วยเสาไม้ทรงสูงใหญ่ ตั้งตระหง่านราวกับอัครสถานในยุคโพสต์โมเดิร์นที่มีการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและความร่วมสมัย จะสังเกตว่าผมดูตัวเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับอาคารสโมสร
อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงไล่เลี่ยกับอาคารจนแทบจะคลุมมิด สะท้อนถึงแนวคิด Modern Tropical ที่ดึงความเป็นธรรมชาติสีเขียวเข้ามาอยู่ภายในโครงการ สระว่ายน้ำมีขนาดใหญ่และมี Amphitheater ไว้สำหรับนั่งทำงาน หรือพักผ่อน
ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านแปลงมุมติดสวยและ Clubhouse แบบบ้าน 𝗔𝗕𝗘𝗟𝗜𝗔 𝗣𝗟𝗨𝗦 บ้านเดี่ยวสุดหรูหลังใหญ่ที่สุด เป็นบ้าน 3 ชั้นที่มาพร้อมกับพื้นที่สวนบริเวณหัวมุมและมี Private Pool & Pavillion Garden อยู่ภายใน เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาและบังสายตาเอาไว้เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวระหว่างพักอาศัย ออกแบบโดยเน้นหลักการไหลเวียนถ่ายเทของอากาศภายในบ้าน และร่มเงาแสงแดดจากธรรมชาติ
สถาปนิกตกแต่งภายในได้อย่างหรูหรา สวยงาม ผมชอบ Sunroom ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาตินอกบ้านได้เป็นอย่างดี มีพื้นที่ Living Area กว้างขวาง พร้อมทั้ง Family Area บนชั้น 2 แต่ที่ผมชอบที่สุดคือห้องนอนใหญ่บนชั้น 3 ให้ความรู้สึกราวกับ Penthouse เพราะเราจะได้เป็นผู้ครอบครองพื้นที่ทั้งฟลอร์เลยครับ
นับเป็นความประทับใจที่เกิดขึ้นมากมายในบ้านอิสสระ บางนา แห่งนี้ ที่ผมคิดว่าจะเป็นมรดกแห่งความทรงจำอันมีคุณค่า ที่ควรค่าต่อการส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อไป
______________________
Design & Architecture
พบกับกิจกรรมสุด Exclusive : 𝐎𝐩𝐞𝐧 𝐓𝐡𝐞 𝐍𝐞𝐰 𝐋𝐞𝐠𝐚𝐜𝐲 ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้
โครงการบ้านอิสสระ บางนา เปิดให้ชมบ้านดีไซน์ใหม่ พร้อมรับโปรโมชั่นและของที่ระลึกสุดเซอร์ไพรส์จาก Bentley เฉพาะ 40 ท่านแรกเท่านั้น และซื้อบ้านพร้อมรับรถยนต์ Bentley รุ่น Sport Sedan : Flying Spur Hybrid มูลค่า 14.4 ล้านบาท*
นัดหมายเพื่อเข้าชมโครงการได้ที่ โทร 095-207-9235-7
—
บ้านอิสสระ บางนา เนื้อที่โครงการประมาณ 24 ไร่เศษ จำนวนทั้งสิ้น 44 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษกในโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยมมาก
สามารถเชื่อมไปสู่แหล่งคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า MEGA Bangn, เซ็นทรัล บางนา, ธนาซิตี้ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ, โรงเรียนนานาชาติ คองคาเดียล, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค), โรงพยาบาลไทยนครินทร์, สนามบินสุวรรณภูมิ ฯลฯ

บ้านตัวอย่างที่กานต์พามาชมกันในครั้งนี้ คือแบบบ้าน Abelia ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่สุด ซึ่งปกติมีขนาดที่ดิน 132-238 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 697 ตร.ม. มี 6 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ จอดรถได้ 5 คัน
บ้านตัวอย่างตกแต่งพร้อมขายหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 760 ตร.ม. มี 4 ห้องนอนขนาดพิเศษ ราคารวมทั้งสิ้น 159 ล้านบาท

โครงการออกแบบโดย A49 บริษัทสถาปนิกชื่อดังของไทย เน้นการวางแปลนบ้านให้เป็นบ้านหน้ากว้าง เน้นฟังก์ชั่นการพักอาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เห็นได้จากการออกแบบพื้นที่ Back of House แยกทางเข้าออกของแม่บ้านจากตัวบ้านส่วนพักอาศัย
ออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลม มีการวางผังบ้านตามแนวทิศทางเหนือ-ใต้ คำนวนเรื่องการไหลเวียนของอากาศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้พักอาศัย จะได้อยู่สบายไม่รู้สึกร้อนครับ

โดยรอบโครงการไม่พลุกพล่าน ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการพัฒนาเป็นที่พักอาศัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง

ด้านหน้าโครงการแม้จะอยู่ติดถนนใหญ่ มีรถราสัญจรไปมา ทว่าโครงการได้ออกแบบให้มีระยะถอยร่นจากถนนหลักมากพอสมควร จัดทำเป็นสวนด้านหน้าและมีแนวต้นไม้ใหญ่คอยเป็น Buffer ช่วยป้องกันเสียงได้ดีทีเดียวครับ
เมื่อขับรถเข้ามาในโครงการเราจึงแทบจะไม่ได้ยินเสียงรถราที่วิ่งอยู่ข้างนอกเลยครับ
แต่ที่ผมประทับใจตั้งแต่แรกเห็นคือ โครงการได้ดำเนินการเอาระบบสายไฟฟ้าลงดินให้หมดเพื่อความปลอดภัยและทำให้โครงการดูสวยงามเป็นระเบียบมากครับ

ด้านหน้าบ้านเป็นลานจอดรถได้ 5 คัน ลงเสาเข็มป้องกันการทรุดตัวเช่นเดียวกับตัวบ้าน พื้นปูด้วย Concrete Stamp ผนังทรายพ่นสีเทาดำดูคลาสสิคดีครับ บริเวณลานจอดออกแบบให้มีทางเข้าออกสำหรับแม่บ้าน และ Maid Plaza โดยตรงเชื่อมต่อกับครัวและลานซักล้าง

ทางเข้าหลักออกแบบให้เป็น Step ยกขึ้นมาประมาณ 4 ขั้นบันไดเพื่อให้ประตูทางเข้ามีความเด่นชัดและสวยงาม ประตูเป็นแบบ Oversize เปิดคู่ บานประตูวัสดุเป็นไม้เนื้อแข็ง พร้อมมือจับเป็น Digital Door Lock ในตัว ส่วนด้านข้างมีตู้ขนาดใหญ่สำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้

จากทางเข้าด้านหน้าประตูออกแบบให้เป็น Foyer เล็กๆ ก่อนจะแยกฟังก์ชั่นซ้ายขวา ซึ่งผมจะพามาชมทางด้านปีกขวาของชั้นล่างกันก่อนครับ
สถาปนิกได้ตกแต่งภายในโดยใช้คำว่า Moment มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อให้เกิดฟีลลิ่งที่แตกต่างกันไปตามการตีความหมาย โดยชั้น 1 จะเป็น “Moment of pride” สะท้อนถึงความสำเร็จของผู้ที่ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้
ทางโครงการออกแบบให้มี Living Area ขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยกระจกใส Floor to ceiling ความสูงประมาณ 3.2 เมตรและถ้าสังเกตให้ดีเราจะเห็นผนังกระจกขยับออกจากเสาหลักของบ้านเพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยแบบ Open Extension ทำให้เปิดรับช่องแสงได้มากขึ้นและเทควิวสวนได้เต็มที่ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ตอบโจทย์ความเป็นบ้านสไตล์ Modern Tropical ได้ดี

Living Area มีขนาดใหญ่ สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้านของสมาชิกในครอบครัว และเป็นพื้นที่ไว้สำหรับต้อนรับแขกไปในคราวเดียวกัน พื้นในชั้นล่างทั้งหมดใช้เป็นพื้นใช้วัสดุเป็น Porcelain ลายหินแผ่นใหญ่
บ้านตัวอย่างขายพร้อมตกแต่ง ที่มีความโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์บุผ้าอย่างดีจาก Minotti เลือกใช้สีเอิร์ธโทนเป็นหลัก จัดวางเข้าชุดกับเก้าอี้นั่งดีไซน์วินเทจจาก pargoda & co และตัดด้วยสีส้มสดใสของเก้าอี้นั่งเล่นจาก Quattro เพื่อให้บ้านดูมีสีสัน จัดวางชุดที่นั่งไว้ตรงกลาง ทำให้เราสามารถชมวิวได้ทั้งสวนฝั่งหน้าบ้านและเพลิดเพลินกับเด็กๆ ที่กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ในสระบริเวณด้านหลังบ้าน

บ้านตัวอย่างได้มีการติดตั้ง Home Automation ของ Zipato เพื่อใช้สั่งการผ่าน Application มือถือในการเปิด-ปิดไฟส่องสว่าง เครื่องปรับอากาศ ตามค่ามาตรฐานเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รวมถึงระบบ Video door phone เชื่อมต่อกับด้านหน้าประตูทางเข้า และที่โซนแม่บ้านเพื่อใช้ประโยชน์ในการสั่งงานได้

บ้านตัวอย่าง ออกแบบให้ด้านในเป็น Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ Long Table ขนาด 10 ที่นั่ง สำหรับจัดเลี้ยงต้อนรับแขกและจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ได้ เพราะเชื่อมต่อกับสวนและ Pavillon ด้านนอก โต๊ะรับประทานอาหารจัดวางไว้ในบรรยากาศที่โปร่ง โล่งและมองเห็นวิวสวน ต้นไม้สีเขียวด้านนอก ดูสดชื่นสบายตา เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีที่ Living Area ด้านหน้า สามารถเปิดทีวีขณะที่รับประทานอาหารไปด้วยได้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองระหว่างมื้ออาหารได้ดี

ผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพตลอดทั้งช่วงเช้าและบ่าย ทำให้ได้เห็นการหักเหของแสงและเงาเข้าบ้านผ่านผนังกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน กลายเป็นเฉดที่สวยงามตามธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา
ผนังกระจกชั้นล่างเราสามารถติดตั้งม่านโปร่งและม่านทึบเพิ่มเติมได้ ซึ่งหากเปิดม่านออกไป เราจะได้มองเห็นวิวสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้านและอีกด้านเป็นวิวสวนสีเขียว เชื่อมต่อพื้นที่พักผ่อนระหว่างภายในกับภายนอกเข้าไว้ด้วยกัน เป็นบรรยากาศสบายๆ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว

ส่วนการออกแบบบ้านเปล่าจะเป็น Open Plan ทำให้เราสามารถรังสรรค์จัดวางฟังก์ชั่นการใช้สอยภายในบ้านได้ตามใจและตรงตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวได้ดีกว่า เพื่อให้เกิด Happiness ในการอยู่อาศัยภายในบ้านของคนทุก Generations

ทางโครงการได้ออกแบบให้บ้านแปลง 28A มีความพิเศษ นั่นคือการเพิ่ม Sunroom ให้ยื่นออกไปเป็นหลังคากระจกใส มองออกไปเห็นสวนที่มุมรั้วบ้านและเชื่อมต่อกับ Pavillion
ออกแบบให้มุมนี้เป็นเคาน์เตอร์ครัว Top ใช้เป็นหิน Quartz ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี ด้านล่าง Build-in ตู้เย็นมาให้แล้ว มีมุมสำหรับติดตั้งซิงค์ล้างจานพร้อม Island จัดเตรียมอาหารออกแบบเล่นระดับยกสูงขึ้นมา สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนเริ่มเข้าสู่มื้ออาหารหลัก
หรือหากเช้าๆ เราก็สามารถมานั่งจิบกาแฟ ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวผ่าน iPad ที่บริเวณนี้ได้เช่นกันครับ รับรองว่าบรรยากาศดีมาก

ด้านนอกก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผมประทับใจครับ คือการออกแบบให้เป็น Garden Pavilion

Garden Pavilion ด้านบนเป็น Pergola หลังคาระแนงไม้เลื้อย ที่เชื่อมต่อธรรมชาติโดยรอบเข้ากับสวนและสระว่ายน้ำ จัดวางชุดที่นั่งขนาดใหญ่พร้อม Daybed ให้เราได้พักผ่อนในบรรยากาศร่มรื่นสบายๆ ราวกับได้ไปอยู่ในรีสอร์ทหรูที่ได้ฟีลแบบ Tropical มากๆ

ด้วยความที่บ้านจัดวางแปลนในทิศเหนือ-ใต้ เป็นการออกแบบโดยเน้นหลัก Ventilation ทำให้การไหลเวียนของอากาศทำได้ดีเป็นไปตามทิศทางลมพัดผ่าน ไม่ได้หันหน้าไปปะทะกับแสงแดดโดยตรง ทำให้ภายในบ้านรู้สึกเย็นสบายตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวเช่นนี้
ไฮไลท์อีกอย่างคือการติดตั้ง Solar Cell บนหลังคาโครงการเพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าพร้อมติดตั้งระบบแปลงไฟเข้ามาใช้ในบ้านก็ถือว่าช่วยประหยัดค่าไฟไปได้มาก

“𝑵𝒂𝒕𝒖𝒓𝒆 𝒊𝒔 𝒏𝒐𝒕 𝒂 𝒑𝒍𝒂𝒄𝒆 𝒕𝒐 𝒗𝒊𝒔𝒊𝒕. 𝑰𝒕 𝒊𝒔 𝒉𝒐𝒎𝒆.”
—Gary Snyder

จากมุมนี้เราจะเห็นการเชื่อมต่อของ Living Area ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของบ้าน กับพื้นที่อีกฝั่งที่แยกกันคั่นกลางด้วยลิฟต์และประตู ซึ่งเราจะเดินตรงไปดูกันต่อครับ
ปีกซ้ายของบ้านจะเชื่อมต่อกับส่วนการทำงานของแม่บ้าน ออกแบบให้มีประตูเพื่อกั้นเป็นโซน Back of House คือทางเข้าออกของแม่บ้านเพื่อไปยังห้องนอน ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ซักล้างซึ่งเชื่อมต่อกับครัวไทยที่ออกแบบให้อยู่บริเวณด้านหลัง ทำให้สามารถแยกฟังก์ชั่นได้ชัดเจนดี สามารถปิดประตูกั้นโซนได้หากต้องการความเป็นส่วนตัว

บ้านตัวอย่าง Built-in เป็นห้องเก็บรองเท้า Shoes Storage และยังมี Space เหลือพอที่จะเก็บอุปกรณ์กอล์ฟได้
ติดกันเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกและสมาชิกในบ้านใช้งานร่วมกัน เป็นห้องน้ำแบบไม่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องนอน 6 ซึ่งถ้าดูจากแปลนบ้าน ห้องนี้จะเหมาะสำหรับการจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ที่มาพร้อมห้องน้ำในตัว
แต่สำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้ ได้ดีไซน์ให้ห้องนอน 6 กลายเป็นพื้นที่จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่เชื่อมต่อกับครัวยุโรป พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
ออกแบบให้มี Island ตรงกลางสำหรับเตรียมอาหาร เคาน์เตอร์ครัวอยู่ชิดผนังขนานไปกับความยาวของตัวบ้าน Top เป็นหินอ่อน พร้อมติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบฝังในตัว ทั้งเตา Induction เครื่องดูดควัน Oven และ Microwave แบบ Combine ใกล้กันเป็นอ่างล้างจานพร้อมตู้เก็บของบนล่างติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วดูหรูหราสวยงามมากครับ

มุมนี้จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่เชื่อมต่อกับครัวยุโรปครับ จัดเป็นโต๊ะกลมจัดวางเก้าอี้ 6 ที่นั่ง

ส่วนครัวไทยยังอยู่ด้านหลังตามแปลนบ้านเดิมโดยมีประตูเล็กสำหรับเปิดออกไป เพื่อให้แม่บ้านทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้นและไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัวจะได้มีความเป็นส่วนตัว
ครัวไทยติดตั้ง อ่างล้างจานไว้เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับเครื่องดูดควันและเตาแก๊สยี่ห้อ MEX

มากขึ้น สำหรับครอบครัวที่อาจจะไม่มีได้จำนวนสมาชิกมากนัก อีกทั้งบ้านตัวอย่างติดตั้งลิฟต์คู่ขนานไปกับการใช้บันได ทำให้ผู้สูงอายุไม่จำเป็นห้องอาศัยอยู่ที่ห้องชั้นล่างเสมอไป เพราะสามารถขึ้นลงได้สะดวกแล้วครับ จึงเป็นการปรับห้องนอน 6 เป็นฟังก์ชั่นอื่นดีกว่า
เราจะขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังชั้น 2 กันนะครับ โครงการเลือกใช้ลิฟต์ของ Mitsubishi Electric ภายในลิฟต์เป็นงานดีไซน์แบบเรียบง่ายด้วยผนังลิฟต์เป็นอลูมิเนียมสีเงิน มีด้วยกัน 3 ชั้น

เดินออกจากลิฟต์มาเราจะเลี้ยวขวากันก่อนนะครับ เพื่อไปชม Family Area ชั้นนี้จะปูด้วยพื้น Engineering Wood สีโอ๊ค หนา 14 มม. ความสูงของพื้นจรดฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.9 เมตร ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป
บรรยากาศภายในพื้นที่พักผ่อนสำหรับสมาชิกในครอบครัวบนชั้น 2 ดูแล้วมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น มีความสดใส สนุกสนาน แต่ยังคงความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ส่องผ่านกระจกเข้ามาถึง 3 ด้าน ตรงกลางจัดวางชุดโซฟาทำจากหนังแท้สีน้ำตาลเข้ม รูปตัวแอล (L) ขนาดใหญ่มาก มีที่นั่งบุหนังกำมะหยี่สีเขียวหยกดูคลาสสิคดีครับ เป็นมุมสำหรับนั่งดูทีวีหรือทำกิจกรรมร่วมกัน บ้านตัวอย่างติดตั้งทีวีแบบแขวนผนังทำให้ดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้นครับ
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผมชอบสำหรับ Family Area คือการมีระเบียงขนาดกว้างมากถึง 2 ด้าน พร้อมราวกันตกเป็นกระจกนิรภัยให้เราสามารถไปยืนรับลมสบายๆ ออกแบบให้มีชายคายื่นออกมาจากชั้นบนช่วยบังแสงแดดและลดความร้อนที่จะส่องเข้ามาภายในบ้านได้อีกทาง

ชั้น 2 ออกแบบในคอนเซปต์ “Moment of Joy” เพื่อให้เรามีความสุขกับทุกช่วงเวลาของชีวิต และทำกิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว

ด้านในมีเคาน์เตอร์มินิบาร์เล็กๆ และตู้เย็น สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มหรือของว่าง มาพร้อมกับอ่างล้างจานและตู้เก็บของบนล่าง
ติดกันเป็นห้องน้ำสำหรับสมาชิกภายในบ้านใช้งานร่วมกันเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ครับ จะไม่มีส่วนพื้นที่อาบน้ำ สุขภัณฑ์ต่างๆ ให้เป็นของแบรนด์ TOTO

บนชั้น 2 จะมีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง ผมเริ่มจากห้องด้านในซ้ายสุดเป็นห้องนอนหลักบนชั้นนี้ ที่มีขนาดกว้างมาก แต่ยังคงเรียกห้องนี้ว่า Junior Master Bedroom เพราะมีห้องนอนหลักที่ใหญ่กว่านี้อยู่ที่ชั้น 3
ห้องนอนนี้มีโถงทางเข้าที่ออกแบบได้เก๋มาก จัดเป็นชั้นโชว์ที่หันหน้าออกไปทางโถงทางเดิน ตกแต่งในโทนสีเบจดูเรียบหรูและมีเสน่ห์โดดเด่นมากเมื่อต้องแสงไฟ Warm Light ต้องยอมรับว่า ดีไซน์เนอร์ได้ตกแต่งภายในห้องนี้ให้มีความโดดเด่นจริงๆ ผมชอบมาก

“𝑶𝒖𝒓 𝒍𝒆𝒈𝒂𝒄𝒚 𝒊𝒔 𝒉𝒐𝒘 𝒘𝒆 𝒔𝒑𝒆𝒏𝒅 𝒐𝒖𝒓 𝒕𝒊𝒎𝒆 𝒂𝒏𝒅 𝒘𝒉𝒐 𝒘𝒆 𝒔𝒑𝒆𝒏𝒅 𝒊𝒕 𝒘𝒊𝒕𝒉.” – Jim Stengel

ด้านในยังคุมโทนสีได้ดี แต่เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องนอนนี้ด้วยโซฟาหนังกลับสีเขียวมรกตสำหรับนั่งดูทีวีอยู่ปลายเตียง ดีไซน์ให้สอดรับกันดีกับผ้าม่านทึบ ทำให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความเรียบหรูดู Modern Timeless มากยิ่งขึ้น
จัดวางเตียงนอนส่วนพักผ่อนไว้ตรงกลาง หัวเตียงทั้ง 2 ข้างมีโต๊ะเตี้ยและโคมไฟประดับ พร้อมกับวิวและช่องแสงขนาดใหญ่จากระเบียงด้านข้างที่สามารถออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ มองออกไปจะเห็น Clubhouse ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

เดินเข้าไปจะเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แบบ Walk-in closet ลึกเข้าไปเป็นรูปตัวยู (U-Shape)
ห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุด แยกส่วนสุขภัณฑ์กั้นด้วยกระจกใช้แบรนด์ TOTO ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำจาก KASCH รุ่น Cute Free Stand ติดตั้งมาให้แล้วด้วยครับ

มาชมห้องนอน 4 กันบ้างครับ ห้องนี้จะอยู่โซนหน้าบ้าน ทำให้มีความโดดเด่นคือได้ช่องแสงจากธรรมชาติขนาดใหญ่ส่องผ่านกระจกใส และมีระเบียงให้สามารถออกไปยืนได้เช่นกัน

ภายในห้องนี้ตกแต่งในสไตล์เด็กสาววัยรุ่นที่มีความชื่นชอบในเรื่องแฟชั่น มีการเลือกใช้โทนสีละมุนใจสไตล์พาสเทล ส่วนพักผ่อนจัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลาง มีโต๊ะหัวเตียงพร้อมโคมไฟทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนมุมห้องด้านหน้าทางเข้าจะเป็นโต๊ะทำงานอ่านหนังสือ เพื่อให้มีพื้นที่ส่วนตัวภายในห้องนอนของตัวเองตามสไตล์คนรุ่นใหม่

ปลายเตียงเป็นชั้นวางทีวีที่มีตู้เก็บของในตัว พร้อมกับประตูเชื่อมต่อไปยังห้องแต่งตัวแบบ Walk-in closet ที่มีขนาดใหญ่เช่นกัน เหมาะสำหรับสาวๆ ที่หลงใหลในเรื่องแฟชั่นการแต่งตัว
สามารถจัดเก็บเสื้อผ้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ได้จุใจ บ้านตัวอย่างออกแบบตู้เสื้อผ้าได้เรียบหรูดีครับ ดูภายนอกเหมือนตู้เสื้อผ้าธรรมดาไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าเปิดตู้ไปผมจินตนาการไปถึงความเป็น Fashionable ของวัยรุ่นยุคนี้คงเต็มไปด้วยสีสันและแพทเทิร์นที่เก๋ไก๋ทันสมัย ผมชอบมาก
ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องน้ำในตัวครับ ถือว่ามีขนาดค่อนข้างกว้างเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านหลังนี้ที่อยากจะเน้นคือการให้ Space ขนาดใหญ่กับห้องน้ำภายในห้องนอนเพราะถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว

ด้านนอกเป็นระเบียงกว้าง สามารถเดินออกไปรับลมเย็นสบายๆ ได้เลยครับ หรืออาจจะหาบีนแบ็คมาวางทำเป็นมุมที่นั่งส่วนตัวแบบ Outdoor ภายในห้องนอนได้เลยครับ

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องนอน 5 ที่อยู่ด้านหลังบ้าน ทำให้ได้วิวเปิดโล่งมีมุมนั่งพักผ่อนริมกระจกที่สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำชั้นล่างได้ บ้านตัวอย่างจัดวางโซฟาเบดเอาไว้สำหรับพักผ่อน
ห้องนอนนี้ตกแต่งในสไตล์วัยรุ่นชายเท่ๆ ด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดด้วยสีส้มอิฐ เป็นคู่สีตรงข้ามที่เต็มไปด้วยไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และความสดใส เติมความครีเอทีฟด้วยลายกราฟฟิคสุดเท่

ภายในห้องจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางพร้อมมีพื้นที่ว่างรอบเตียงเดินได้สบายเลยครับ ต้องยอมรับเลยว่าทุกห้องนอนของบ้านหลังนี้มีความใหญ่โตมาก เพราะต้องการเน้นคอนเซปต์พื้นที่ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนรวม
ปลายเตียงออกแบบให้เป็นโต๊ะทำการบ้าน ติดกันเป็นตู้โชว์และสามารถเก็บของได้ ออกแบบให้ขนานไปตามแนวห้อง

ตู้เสื้อผ้าจะอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นตู้ Build-in ที่มีขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเช่นกัน จัดวางไว้ด้านหน้าห้องน้ำ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานจริงมากครับ
ส่วนห้องน้ำถือว่าครบครันด้วยสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และห้องอาบน้ำที่ติดตั้ง Shower Box เป็นกระจกนิรภัยขนาดใหญ่เอาไว้ แต่สำหรับห้องนอนรองจะไม่มีอ่างอาบน้ำมาให้นะครับ

ขึ้นไปบนชั้น 3 กันบ้างครับ เราลองเปลี่ยนจากการใช้ลิฟต์เป็นการเดินขึ้นบันไดแทน เพราะถือว่าเป็นจุดเด่นของบ้านเช่นกัน
ตัวบันไดออกแบบมาได้สวยมาก มีลักษณะเป็นบันไดโปร่งสไตล์โมเดิร์นไม่มีลูกตั้ง ออกแบบโครงสร้างเป็นเหล็กยึดกับผนัง กระจกและพื้น ราวกันตกใช้เป็นกระจกนิรภัยแบบหนามากเข้ากรอบและทำราวจับเป็นอลูมิเนียมดูทันสมัย แต่ยังคงความคลาสสิคด้วยลูกนอนเป็นพื้นไม้เนื้อแข็งสีโอ๊ค ติดตั้งไฟประดับบริเวณด้านข้างทางเดินขึ้นบันได
เพิ่มความสว่างให้กับมุมนี้ด้วยผนังกระจกใสที่เปิดช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่มาจากภายนอก มองออกไปจะเห็น Pavillion สวนและสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้านด้วยครับ
อย่างไรก็ตาม ทางโครงการยังติดตั้งลิฟต์ไว้ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นเคยครับ ทำให้เป็นการอำนวยความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้พักอาศัย

“𝑰 𝒅𝒐𝒏’𝒕 𝒃𝒖𝒊𝒍𝒅 𝒊𝒏 𝒐𝒓𝒅𝒆𝒓 𝒕𝒐 𝒉𝒂𝒗𝒆 𝒄𝒍𝒊𝒆𝒏𝒕𝒔. 𝑰 𝒉𝒂𝒗𝒆 𝒄𝒍𝒊𝒆𝒏𝒕𝒔 𝒊𝒏 𝒐𝒓𝒅𝒆𝒓 𝒕𝒐 𝒃𝒖𝒊𝒍𝒅.” – Ayn Rand

ชั้น 3 เป็นคอนเซปต์ “Moment of Indulgence” ออกแบบให้เป็นลักษณะของ Penthouse ที่เชื่อมต่อฟังก์ชั่นกันทั้งชั้น
บ้านตัวอย่างที่ออกแบบให้ห้องนอนรอง 3 กลายเป็น Relexation Room สำหรับพักผ่อน ซึ่งถือว่าเป็นห้องนั่งเล่นในห้องนอนที่มีขนาดใหญ่มากจริงๆ ครับ มาพร้อมกับชุดโซฟาที่เบจทรงโค้งมนจาก Quattro ดูเรียบหรู ผนังคุมโทนสีเดียวกัน ประดับด้วยภาพศิลปะเพื่อเติมบรรยากาศและสีสันภายในห้อง ฝั่งตรงข้ามเป็นคาบิเนททรงเตี้ยสำหรับวางทีวี
ส่วนที่มุมห้องด้านนอกออกแบบให้เป็นชั้นโชว์และจัดวางหนังสือได้ มีโต๊ะทรงสูงสำหรับนั่งทานของว่างหรือจิบกาแฟยามเช้าหลังตื่นนอนได้ทีันที เพราะเชื่อมต่อบรรยากาศและวิวจากพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน ระเบียงขนาดใหญ่สามารถเปิดออกไปยืนรับลมสูดอากาศบริสุทธิ์ได้

นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีห้องทำงานส่วนตัวอยู่ด้านใน มาพร้อมกับห้องน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกจะได้ไม่ต้องเดินไปใช้ในห้องนอนหลักครับ
เติมเต็มชั้นนี้ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความเงียบสงบ ผ่อนคลาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบนชั้นนี้ออกแบบแปลนให้มีห้องนอนหลักเป็น Master Bedroom และมีห้องนอนรอง 3 อยู่อีกฝั่งของบ้าน ดังนั้น เราจะสามารถปรับแบบให้ตรงกับความใช้งานและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกภายในบ้านได้

อีกฝั่งหนึ่งของบนชั้น 3 เป็นส่วนพักผ่อนครับ Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก จัดวางฟังก์ชั่นภายในบ้านได้อย่างเป็นสัดส่วนดีครับ
บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างโปร่ง ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่รายรอบห้องและเพิ่มความสว่างด้วยกระจกใสและกระจกเงาที่ติดตั้งไว้ตามมุมต่างๆ ภายในห้อง
Master Bedroom จัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลาง หัวเตียงบุนวมดูหรูหรา พร้อมโคมไฟส่องสว่างแบบแขวนที่บริเวณหัวเตียง ทั้งสองด้านยังติดตั้งตู้เตี้ยบนหัวนอนสำหรับเก็บของได้

ขณะที่ผนังด้านในดีไซน์เป็นตู้โชว์และชั้นวางหนังสือเล่มโปรดให้เราหยิบมาอ่านในบรรยากาศสบายๆ ในช่วงเวลาพักผ่อนก่อนเข้านอน

ปลายเตียงจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางสำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือดูทีวีพักผ่อนในบรรยากาศส่วนตัว

หรือจะขยับไปนั่งเล่นริมระเบียงที่มีโซฟาเบดจัดวางเอาไว้ให้ความรู้สึกสบายใจเมื่อได้มองเห็นวิวธรรมชาติภายนอกบ้านได้ โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวรายรอบบ้านและวิวสระว่ายน้ำจาก Clubhouse

ประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปได้ จะพบกับระเบียงที่มีขนาดกว้างและยาวขนานหน้าบ้านผ่านจากห้องนอนไปจนถึงห้องแต่งตัวเลยครับ เสาไม้ที่เรียงรายตามแนวระเบียงเป็นดีไซน์ที่สอดรับกับเสาไม้ที่อาคารสโมสร ให้ความรู้สึกถึงความเป็น Modern Tropical
ความจริงแล้วป็นเสาที่ตกแต่งด้วยอลูมิเนียมเลียนแบบที่เหมือนไม้จริงทั้งสีและผิวสัมผัส ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในการออกแบบให้มีความ craftmanship มากขึ้น เพราะจะทนแดดทนฝนได้ดีกว่าไม้ ไม่ผุกร่อน ที่สำคัญคือสามารถดูแลรักษาง่ายกว่าไม้ธรรมชาติ นับเป็นความชาญฉลาดในการออกแบบและคัดสรรวัสดุชั้นเลิศเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยได้เป็นอย่างดี

มาดูในส่วนของห้องน้ำกันบ้างครับ สมกับที่เรียกว่า Master Bathroom จริงๆ เพราะมีขนาดใหญ่มาก หากจะลองเทียบสเกลแบบง่ายๆ ก็คือการรวมเอาห้องนอนรอง 2 ห้อง ที่อยู่ตรงข้ามกันบนชัั้น 2 มา Merge ให้เป็น Master Bathroom ที่รวมห้องน้ำและห้องแต่งตัวเข้าด้วยกัน 1 ห้อง
สิ่งแรกที่สัมผัสได้และชอบมากคือการเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ ที่ภายในยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีห้องแต่งตัวถึง 2 ฝั่งสามารถแบ่งการใช้งานได้ชัดเจนแยกเป็นของผู้ชายกับผู้หญิงได้เลยครับ
พื้นที่สำหรับสุภาพบุรุษจะเป็น Walk-in closet แนวลึกเข้าไปเชื่อมต่อกับระเบียงบ้านด้านนอก สามารถเดินเข้าในจากในห้องนอนบริเวณปลายเตียงได้โดยตรง

แน่นอนว่าห้องแต่งตัวอีกห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแต่มีขนาดใหญ่ก็ต้องยกให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณสุภาพสตรีเค้านะเพราะว่าจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งมาให้แล้วด้วยครับ

ผมชอบสแตนด์สำหรับยืนลองชุดที่มีกระจกรอบดูราวกับเป็น Atelier of Dream ห้องเสื้อหรู ยิ่งได้ประกายของแสงแดดที่ส่องสว่างจากด้านบนช่วยให้เปล่งประกายเจิดจรัส ผมว่าเป็นความตั้งใจของสถาปนิกที่ต้องการเปิดช่องแสงเฉพาะบริเวณนี้เอาไว้ เป็นการออกแบบตกแต่งภายในที่ต้องบอกว่าลงรายละเอียดได้ดีมาก
นับว่าเป็น Master Bathroom ที่ยิ่งใหญ่อลังการมากเท่าที่ผมเคยเห็นมา เพราะว่าห้องนอนกับห้องน้ำจะอยู่คนจะโซนของบ้านเลยครับ ทำให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้นและเป็นส่วนตัวเนื่องจากทั้งชั้นเป็นแบบ Penthouse มีแค่ห้องนอนหลักเพียงห้องเดียว

ด้านในสุดเป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องจากห้องแต่งตัวเลยครับ ทั้งห้องประดับด้วยหินอ่อนแผ่นใหญ่ลายเดียวกันทั้งผนังและพื้น มีอ่างล้างมือแบบ His & Her รุ่น Jewelhex จากแบรนด์ TOTO พร้อมเคาน์เตอร์ Top เป็นหินอ่อนสีขาว กระจกเงาติดผนังแบบเต็มบาน ด้านในเป็นสุขภัณฑ์ ที่มีประตูกระจกกั้นไว้
ห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำในตัวที่แยกส่วนจากห้องอาบน้ำที่อยู่ติดกัน พร้อมกับแยกส่วนเปียก-แห้งให้เรียบร้อย ออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ทางโครงการติดตั้งระบบน้ำร้อน-น้ำเย็นมาให้แล้วครับนับว่าสะดวกมาก เติมความหรูราให้กับห้องอาบน้ำด้วย Rain Shower แบบฝังติดฝ้าเพดานยี่ห้อ Grohe ด้านข้างมีช่องแสงเป็นบานกระทุ้งเล็กๆ สามารถเปิดออกเพื่อไล่ความชื้นและระบายอากาศภายในห้องน้ำได้

บรรยากาศโดยรอบบ้านร่มรื่นมากครับ จัดเป็นสวนขนาดใหญ่ มีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก ช่วยให้บริเวณนี้ดู ร่มรื่น สดชื่น สบายตา สบายใจ เหมาะแก่การเปลี่ยนบรรยากาศจากการพักผ่อนภายในบ้านมานั่งเล่นที่ส่วนกลางดูบ้างครับ
ออกแบบให้มีศาลาสำหรับพักผ่อนในสวน พื้นที่สีเขียวภายในโครงการ จัดวางที่นั่งกระจายไปในหลายจุดและออกแบบให้มีลู่วิ่งรอบหมู่บ้านเพื่อการออกกำลังกายและสุขภาพที่แข็งแรง

Clubhouse อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเลย นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้สวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการ มีด้วยกัน 2 ชั้น โดดเด่นด้วยเสาไม้ที่ทำจากอลูมิเนียมขึ้นรูปและผิวสัมผัสเลียนแบบไม้จริง แต่ดีกว่ามากเพราะทนแดดทนฝน ดูแลรักษาง่าย
ตัวอาคาร Clubhouse ออกแบบในสไตล์ Modern Tropical ที่ยังคงความ Luxury สอดรับกับภาพรวมของงานดีไซน์ทั้งโครงการ มีขนาด 2 ชั้น
ทางขึ้น Clubhouse เป็นบันไดหน้ากว้าง ด้านข้างมีทางลาดตามหลักการออกแบบ Universal Design สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษและผู้ที่ใช้วีลแชร์

ชั้นบนประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 7 x 30 เมตร จัดวาง Sundeck สำหรับนั่งอาบแดดหรือพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ เรียงรายกันไปมีที่นั่งหลายตัวมาก ด้านในมีฟิตเนส ห้อง Amphitheater

ผมประทับใจมุมสระว่ายน้ำของ Clubhouse มาก ออกแบบได้เรียบหรูอลังการ ในบรรยากาศของวันพักผ่อนของเรา มานั่งเล่นรับลมเย็นสบายก็ได้ฟีล Happy มีความสุขมากแล้วครับ

ด้านในเป็น Fitness ขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายจาก Matrix แบรนด์เครื่องออกกำลังกายระดับโลก ซึ่งส่วนมากจะพบในโรงแรมหรูขนาดใหญ่
ทางโครงการได้ส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับกับการออกกำลังกายในแบบ Luxury ให้กับลูกบ้าน ภายในจัดวางครบทั้งลู่วิ่งคาร์ดิโอสุดไฮเทค พร้อมกับโซนฟรีเวทให้เราออกกำลังเพื่อสุขภาพได้ตามใจ ในบรรยากาศของห้องโถงสูงแบบ Double Volume ผนังเป็นกระจกใสแบบ High ceilings มองออกไปเห็นพื้นที่สวนสีเขียวสบายตา

ขณะที่อีกด้านออกแบบให้เป็น Amphitheater สำหรับพักผ่อนทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งเป็นลำดับขั้นบันได เสริมด้วยเบาะหนานุ่มให้นั่งได้สบาย
ด้านล่างสุดจัดวางชุดที่นั่งขนาดใหญ่เพื่อให้ได้มาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน จะสังเกตว่าโดยรอบจะเป็นกระจกบานใหญ่เพื่อเปิดวิวและรับแสงสว่างรอบข้างทั้ง 3 ด้าน เราสามารถปิดม่านไฟฟ้าลงมาได้เมื่อต้องการใช้งาน Projector สำหรับชมภาพยนตร์ร่วมกัน

บรรยากาศของ Clubhouse ในช่วงเวลาทไวไลท์

“𝑶𝒘𝒏 𝒂 𝑳𝒆𝒈𝒂𝒄𝒚 𝒐𝒇 𝑺𝒖𝒑𝒆𝒓 𝑳𝒖𝒙𝒖𝒓𝒚 𝑹𝒆𝒔𝒊𝒅𝒆𝒏𝒄𝒆𝒔” นี่เป็นครั้งแรกของกานต์ ที่ได้มาชมบ้านอิสสระ บางนา ต้องยอมรับว่าผมประทับใจมาก ทั้งในเรื่องแนวคิดการออกแบบและพัฒนาโครงการที่ลงรายละเอียดได้ดี มีหลักการของความเป็นธรรมชาติและประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบอิสระที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น มาพร้อมกับการเลือกใช้วัสดุระดับ World Class ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อประกอบสร้างเป็นบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury หนึ่งหลัง
ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากแต่เป็นเพราะประสบการณ์และชื่อเสียงที่สั่งสมมานานจนทำให้แบรนด์ “บ้านอิสสระ” เป็นตัวแทนของคำว่า “คุณภาพ” และควรค่าต่อการส่งต่อมรดกอันมีคุณค่าเหล่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไป
____________________
Unit Layout & Facilities
โครงการจะมี Exclusive Event Day ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ กับกิจกรรม Open the new Legacy เปิดให้ชมบ้านดีไซน์ใหม่แบบที่กานต์พามาชมนี่แหละครับ
พิเศษสุดในงาน จองบ้านภายในงาน รับโปรโมชั่นสุดพิเศษ
*ซื้อบ้านพร้อมรับรถ Bentley รุ่น Sport Sedan – Flying Spur Hybrid มูลค่า 14.4 ล้านบาท*
*รับบัตรกำนัลแพกเกจที่พักสุดหรู Mama Penthouse ที่ Baba Beach Club Huahin (3 วัน 2 คืน) มูลค่า 200,000 บาท*
*ชม Mini Concert ”โต๋ศักดิ์สิทธิ์”
*สัมผัสประสบการณ์ Test Drive “Bentley” รุ่นล่าสุด
*40 ท่านแรกรับของที่ระลึกพิเศษจาก “Bentley” (สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่ RSVP เท่านั้นนะครับ)
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 095-207-9235-7
FAQFrequently Asked Questions
Where is รีวิว BAAN ISSARA, Bangna located?
รีวิว BAAN ISSARA, Bangna is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.
Design features of รีวิว BAAN ISSARA, Bangna?
KANT visited and reviewed รีวิว BAAN ISSARA, Bangna covering architecture and amenities.




