Tuesday 28 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·08 Sep 2022

รีวิว Bann Klang Muang, Ladprao -101- Station

Words & Photography · KANT
ห้องนั่งเล่นเพดานไม้กับโซฟา เปิดรับวิวสวนในบรรยากาศอบอุ่นสว่าง

Last Updated: 12 July 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews Baan Klang Muang Ladprao 101 Station, a two-to-three-storey luxury townhome project by AP Thailand off Ladprao 101, about five minutes from the Yellow Line and behind CDC. Priced roughly 5.99–9 million baht, each home has a ground-floor bedroom for multi-generational living, with a resort-style clubhouse and salt-system pool — more space near the rail than a detached house allows here.

สรุปตรง

บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น คือทาวน์โฮมหรู 2–3 ชั้นจาก AP Thailand บนซอยลาดพร้าว 101 แยก 42 เขตบางกะปิ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 101 ราว 5 นาที และอยู่หลัง CDC ใกล้ Central EastVille ราคาเริ่มต้นราว 5.99–9 ล้านบาท แต่ละหลังออกแบบให้มีห้องนอนชั้นล่าง รองรับการอยู่อาศัยหลายวัย ส่วนกลางมี Luxury Resort Clubhouse ฟิตเนส 24 ชั่วโมง และสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ จุดยืนของโครงการอยู่ที่การเป็นทาวน์โฮมดีไซน์ติดรถไฟฟ้าในทำเลลาดพร้าว-บางกะปิที่ราคาบ้านเดี่ยวสูงมาก ทาวน์โฮมจึงเป็นทางเลือกของครอบครัวคนเมืองที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากในงบที่เข้าถึงได้ และยังได้ทำเลติดรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

Key Facts
DeveloperAP Thailand
Typeทาวน์โฮม
Locationลาดพร้าว · บางกะปิ · กรุงเทพฯ
Price5.99–9 ล้านบาท
ภาพปกรีวิว Baan Klang Muang ลาดพร้าว 101 Station ทาวน์โฮมโทนไม้ กับสวนและทางเดิน

🍃“คุณเคยคิด … อยากจะตื่นมาพร้อมกับเสียงนกร้องเบาๆ แสงแดดรำไร สายลมอ่อนๆ พัดใบไม้ไหว แต่อยู่ที่ใจกลางเมืองไหมครับ”

นั่นมันคือ #บ้านในฝัน ของกานต์เลยนะ

แม้ในทุกวันเราจะต้อง live alive ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ แต่เชื่อว่าใครหลายคนรวมทั้งกานต์ด้วย ต่างถวิลหาพื้นที่ส่วนตัวที่ทำให้ชีวิตเราเงียบสงบ ราวกับได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

Natural Privacy คือนิยามการใช้ชีวิตเหมือนฝันของบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น เป็นทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ที่ผมว่ามีความน่าสนใจในหลายจุด ผมไปชมโครงการมาแล้วจึงอยากเล่าให้ฟังต่อ

#ตัวบ้านดีไซน์เก๋ หน้าบ้านมีความกว้างถึง 8 เมตร เรียกว่าเป็นทาวน์โฮมที่ให้อารมณ์บ้านเดี่ยวและให้ความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า เพราะด้วยความที่บ้านทุกหลังอยู่ติดกัน แต่หากมี space ที่กว้างขึ้นก็ทำให้เราใช้ชีวิตที่แตกต่างได้ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

#ต้นไม้เยอะเน้นความร่มรื่น ผมชอบไอเดียของการอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว Large Garden Balcony ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับธรรมชาติกลายเป็นสวนป่าขนาดย่อม พร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีทั้งต้นไม้น้อยใหญ่ Sunken Seating สนามหญ้า ศาลาพักใจ Camping Ground ที่ให้เรามาทำบาร์บีคิวหรือกางเต้นท์ มีสนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Co-Working Space ทำให้ใช้ชีวิตอยู่ภายในโครงการได้โดยแทบไม่จำเป็นต้องออกไปที่ไหน

ทำเล และการเดินทาง

และแม้จะต้องเดินทาง แต่ด้วย #ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เพียง 5 นาที* ก็ถึงสถานีลาดพร้าว 101 ซึ่งเป็นแนวเดียวกับถนนลาดพร้าว ถนนสายหลัก ผ่านอาคารสำนักงานใหญ่ๆ และสถานที่สำคัญมากมาย เราสามารถนั่งยาวไปได้ในต่อเดียวแบบไม่ต้องเปลี่ยนสายเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ในทันที เพียง 10 นาทีถึง Central Eastville, CDC และ The Crystal Ekkamai-Ram Inthra โดยวิ่งผ่านซอยลาดพร้าว 87 หรือถ้าจะไป The mall บางะปิ ก็เพียงเยื้องกับหน้าปากซอยลาดพร้าว 101

กานต์ว่าจุดเด่นเหล่านี้ทำให้โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น กลายเป็น 1 ใน Your Destinations ที่หลายคนฝันหามานาน

เอาล่ะ!! ไปชมภาพและอ่านเรื่องราวของโครงการนี้ด้วยกันด้านในดีกว่าครับ

Location :

ชื่อก็บอกชัดเจนว่าเป็นโครงการบ้านกลางเมือง ที่อยู่ใกล้กับสถานีลาดพร้าว 101 จึงถือว่าสะดวกสำหรับใครที่ต้องการโดยสารรถไฟฟ้า

ส่วนรถยนต์สามารถเข้าออกโครงการได้ถึง 3 เส้นทาง คือจากฝั่งถนนลาดพร้าว จากเลียบทางด่วนรามอินทราและจากถนนนวมินทร์ (แยกโพธิ์แก้ว) เชื่อมต่อทั้งถนนรัชดาภิเษก พหลโยธิน เกษตร-นวมินทร์ ซอยนวลจันทร์ เสรีไทย รามคำแหง นับว่าเป็นทำเลที่น่าสนใจมากครับ

ชายในชุดสูทและหมวกนั่งบนม้านั่งในสวน ในบรรยากาศผ่อนคลาย

Overview :

โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่นมาพร้อมกับคอนเซปต์ Natural Privacy ที่จะทำให้เราได้ใช้ชีวิตแบบส่วนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว และความเงียบสงบ

ชายนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ท่ามกลางต้นไม้เขียว ในมุมไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ งานดีไซน์ยังเป็นแบบบ้าน Series ใหม่ ชื่อว่า “THE PARONAMIC” ซึ่งนำมาใช้กับโครงการนี้เป็นที่แรก

ด้วยความแตกต่างของดีไซน์ทำให้ได้หน้าบ้านที่กว้างกว่า เราสามารถใช้ชีวิตได้แตกต่างกว่า

ผมชอบไอเดียของการออกแบบมีมุมนั่งเล่นให้เชื่อมต่อกับระเบียงชั้น 2 พื้นที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้เราได้ปลูกต้นไม้ ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และยังใช้เป็น Buffer กันเสียงตลอดจนให้ความเป็นส่วนตัวได้ดีมากครับ นั่งอยู่บนเก้าอี้อ่านหนังสือพิมพ์ได้อย่างสบายใจ

รายละเอียดโคมไฟตั้งพื้นกับผนังโทนอุ่น สร้างบรรยากาศนุ่มนวล

บ้านตัวอย่าง

ผมชอบการตกแต่งภายในของบ้านตัวอย่างที่คุมโทนงาน Interior ได้ดี เน้นความเรียบง่าย เลือกใช้สีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล เบจ ขาว เทา แซมด้วยสีเขียว ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้เข้ามาเป็นพระเอกในการดีไซน์

ผมว่าลงตัวดีกับเฟอร์นิเจอร์แบบเรียบๆ เพื่อนำเสนอความสงบเงียบแบบ Natural Privacy ของการพักอาศัย

โถงทางเข้ากับงานไม้และต้นไม้ ประติมากรรมและผ้าม่านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านที่ผมพามาชมกันในวันนี้ชื่อว่า “ONYX” ครับ เป็นแบบบ้านสไตล์ใหม่ จุดเด่นคือเป็นบ้านหน้ากว้าง 8 เมตร ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 200 ตร.ม.

พื้นที่ใหญ่กว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป เพราะโดยปกติบ้านเดี่ยวจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 140-150 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 33 ตร.วา สามารถจอดรถได้ 3 คันหรือจะกันพื้นที่หน้าบ้านส่วนหนึ่งไว้จัดสวนก็ได้

เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านด้านหน้าจะเป็น Foyer สำหรับจัดเก็บรองเท้าหรือวางตู้คาบิเนทเผื่อจะวางกุญแจรถ กระเป๋าเอาไว้หลังจากเดินเข้าบ้านมา

ห้องนั่งเล่นเพดานไม้กับโซฟา เปิดรับวิวสวนในบรรยากาศอบอุ่นสว่าง

มองเข้าไปในตัวบ้านชั้นล่างสังเกตว่า การออกแบบจะเน้นให้มีพื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างกว้างตามแนวคิด The Max Living Space เห็นได้ชัดเจนเลยจากบ้านตัวอย่างเพราะออกแบบชุดที่นั่งโซฟาไว้ถึง 2 จุดด้วยกัน เพิ่งเคยเห็นนี่แหละแต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใดเลยครับ

ห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหารเพดานไม้กับโซฟา งานศิลป์และวิวสวน

ภาพรวมของ Common Area ชั้นล่าง จัดวางฟังก์ชั่นไว้แต่ละจุดอย่างเป็นสัดส่วน

ห้องนั่งเล่นเพดานไม้กับโซฟาโทนเบจและโคมไฟ ในบรรยากาศอบอุ่น

มีมุมโซฟาที่มาพร้อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ด้านหน้าบ้าน ทำให้บ้านสว่างในตอนกลางวัน แทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ

ชายนั่งบนโซฟากับภาพศิลป์ภูเขาและต้นไม้ ในมุมไลฟ์สไตล์

อีกฝั่งจัดเป็นที่นั่งรับแขกสบายๆ ด้วยการตกแต่งในสไตล์ COZY ดูอบอุ่นดีมาก

ห้องรับประทานอาหารกับโต๊ะไม้และเก้าอี้ เปิดรับวิวสวนในบรรยากาศโมเดิร์นสว่าง

ด้านในเป็น Dining Area บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ 8-10 ที่นั่งได้สบายๆ เลยครับเพราะมีพื้นที่บริเวณนี้เหลือค่อนข้างมาก เชื่อมต่อกับประตูกระจกบานใหญ่ที่ให้เราสามารถเปิดออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ จัดเป็นปาร์ตี้บาร์บีคิวได้สะดวกมาก หรือจัดให้เป็นสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) เอาไว้นั่งจิบกาแฟยามเช้า รับแสงแดดอ่อนๆ กันอย่างสบายใจ

รายละเอียดการจัดโต๊ะรับประทานอาหารกับแก้วไวน์และต้นไม้

“Dining is and always was a great artistic opportunity.”

-Frank Lloyd Wright-

ครัวงานไม้กับตู้เย็นสเตนเลสและเก้าอี้บาร์ ผนังแบ็กสแปลชโทนเข้ม

ใกล้กันเป็นส่วนของครัวซึ่งมีขนาดใหญ่และสามารถใช้งานได้จริง บ้านตัวอย่างออกแบบให้มีเคาน์เตอร์บาร์เอาไว้นั่งจิบกันเบาๆ ก่อนมื้ออาหาร หรือว่านั่งทานขนมปัง ซีเรียลมื้อเช้าสำหรับเด็กๆ ก่อนไปโรงเรียน

ครัวกับเคาน์เตอร์ไอแลนด์ไม้ เก้าอี้บาร์และโคมไฟแขวนสไตล์โมเดิร์น

ผมชอบฟังก์ชั่นการใช้งานส่วนของห้องครัว เป็นครัวที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้จริง

นอกจากนี้ห้องครัวยังสามารถเปิดประตูไปสู่ลานซักล้างด้านนอกได้ หรือใครอยากจะต่อเติมครัวไทยเพิ่มก็ทำได้เลยครับ

ชายในชุดสูทที่เคาน์เตอร์ครัวกับเครื่องดื่ม ในมุมไลฟ์สไตล์

มุมโปรดของผมในบ้าน กับการจิบเบาๆ ก่อนเริ่มต้นมื้ออาหารค่ำ

ชายนั่งอ่านหนังสือบนระเบียงกับเก้าอี้หวายและต้นไม้

ด้านหลังเป็นลานสามารถจัดเป็นสวนนั่งพักผ่อน จิบกาแฟท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าได้อย่างสบายใจ

มุมนั่งเล่นงานไม้กับโซฟาและโต๊ะกลม ดีไซน์โมเดิร์น

บริเวณชั้นล่างจะมีห้องนอนอยู่ 1 ห้อง อยู่โซนด้านหน้าบ้าน เป็นห้องนอนที่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่เราสามารถใช้งานร่วมกันได้ที่ห้องน้ำใต้บันได

ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก จัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมกับโต๊ะกลางและเก้าอี้สตูลแบบเตี้ย ดูแล้วน่าจะเหมาะเป็นห้องสำหรับปาร์ตี้เม้าท์มอยของสาวๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมว่าเราสามารถปรับเป็นห้องเอนกประสงค์ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้านได้เลยครับ เพราะเราเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องเธียเตอร์สำหรับดูหนังฟังเพลง ห้องไลฟ์สดสำหรับใครที่ขายของออนไลน์ มุมนี้แสงดีมากแทบไม่ต้องเพิ่มไฟ หรือออกแบบให้เป็นห้องทำงานสำหรับใครที่ Work from Home ทำเป็น Home Office ที่บ้านก็นับว่าส่วนตัวดี เพราะลูกค้าก็สามารถเดินทางมาพบง่ายเนื่องจากทำเลอยู่ใจกลางเมืองนั่นเอง

โถงบันไดไม้เชื่อมห้องน้ำ ดีไซน์โมเดิร์นใช้งานจริง

ส่วนห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ใต้บันได ซึ่งโครงการได้ติดตั้งสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าและฝักบัวจาก Kohler พร้อมเจาะผนังให้สามารถวางครีมอาบน้ำ แชมพูได้ เป็นไอเดียที่น่ารักมาก

ชั้นลอยกับโคมไฟแขวนและงานศิลป์ พร้อมชายและราวกระจกสไตล์โมเดิร์น

ชั้นสอง และห้องนอน

เดินขึ้นบันไดมาชมชั้น 2 กันบ้างครับ ผมชอบบันไดและราวจับลายไม้ให้ความรู้สึกสัมผัสถึงธรรมชาติ ที่กั้นบันไดเป็นเหล็กเส้นตีลายตามแนวบันไดช่วยทำให้บ้านดูโปร่ง

ชั้นลอยและมุมทำงานกับโคมไฟแขวน ตู้คอนโซล งานศิลป์และหนังสือ

บริเวณเหนือชานพักแขวนงานอาร์ตเอาไว้ทำให้เดินชมได้สบายตาสบายใจ ก่อนจะขึ้นมาพบกับมุมนั่งเล่นชั้นบนที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับเป็น Family Area ให้สมาชิกทุกคนได้ทำกิจกรรมตามแต่ที่ใจตัวเองชอบ

ห้องนั่งเล่นกับผนังระแนงไม้และโซฟา เปิดรับวิวสวนในบรรยากาศอบอุ่นสว่าง

ตัวบ้านชั้นบนตกแต่งได้โมเดิร์นดีครับและบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย ขณะเดียวกันอีกหนึ่งไฮไลท์คือ Large garden balcony ที่เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นเข้ากับระเบียงกว้างด้านนอก

ห้องนั่งเล่นกับชายบนเก้าอี้ ต้นไม้และผ้าม่าน เปิดรับวิวสวน

ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้าง ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดวางต้นไม้ไว้เต็มพื้นที่ราวกับเป็นสวนป่าขนาดย่อมบนชั้น 2 ของบ้านเรา

ชายรดน้ำต้นไม้ริมผ้าม่าน ในมุมไลฟ์สไตล์ใกล้ชิดธรรมชาติ

ผมนึกไปถึงตอนเช้าๆ คงบรรยากาศดีมาก ตื่นมารดน้ำต้นไม้ จิบกาแฟ อัพเดทข่าวสารจาก iPad ก่อนออกไปทำงานแบบไม่ต้องเร่งรีบมากนัก เพราะด้วยทำเลของบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น ถือว่าดี จึงทำให้เรามีเวลาส่วนตัวเหลือเฟือในช่วงเช้า

ห้องนอนกับเตียง งานศิลป์และโต๊ะทำงาน งานไม้ในบรรยากาศอบอุ่น

ใกล้กับห้องนั่งเล่นในระยะมองเห็นได้ จะเป็นห้องนอน 3 ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก ตกแต่งให้เป็นห้องนอนของเด็กหนุ่มผู้รักอิสระ มีความเนี๊ยบเรียบหรูในตัว พร้อมกับแฝงความเป็นศิลปินเอาไว้ เราเห็นได้จากภาพงานศิลปะที่แขวนเอาไว้

ภายในห้องจัดวางเตียงเดี่ยวไว้ชิดริมผนังด้านใน หัวเตียงออกแบบได้น่ารักดีครับเป็นแท่นไม้ขนาดเล็กที่ยึดติดผนังแล้วยื่นออกมาเพื่อให้จัดวางโคมไฟ หัวเตียงเป็นหน้าต่างช่องแสงบานใหญ่ สามารถติดตั้งผ้าม่านเปิดปิดได้

มุมแต่งตัวกับชายในกระจกและโต๊ะเครื่องแป้ง งานไม้สไตล์โมเดิร์น

ถัดเป็นไปชั้นวางเสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง แต่จะไม่มีห้องน้ำในตัว โดยห้องน้ำของห้องนอน 3 และห้องนอน 2 จะใช้ห้องน้ำร่วมกันซึ่งตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของทั้ง 2 ห้อง

ห้องเด็กเล่นกับงานศิลป์ เต็นท์ทีปีและพรมทรงกลม ในบรรยากาศโมเดิร์น

ห้องนอน 2 จะอยู่ถัดเข้ามาด้านในเชื่อมต่อห้องน้ำที่ต้องใช้ร่วมกันกับห้องนอน 3 เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่กว่ากันเล็กน้อย เนื่องด้วยบ้านตัวอย่างเป็นหลังมุม ทำให้มีช่องแสงธรรมชาติ เปิดให้สาดส่องเข้ามาภายในห้องได้ถึง 2 จุดด้วยกัน ดังนั้นช่วงเวลากลางวันจึงแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ

ห้องเด็กเล่นกับเต็นท์ทีปีและมุมเล่น พรมสีสันริมหน้าต่าง

บ้านตัวอย่างออกแบบให้ห้องนี้เป็นห้องนอนสำหรับเด็กเล็ก 2 คน เพราะมีเตียงบนและเตียงล่างน่ารักมาก นึกถึงห้องนอนในฝันของเราตอนสมัยยังเป็นเด็ก ต้องแย่งกันปีนบันไดเพื่อขึ้นไปนอนชั้นบน ตรงกลางจัดวางกระโจมเอาไว้ แต่หากใครอยากตั้งแคมป์กันจริงจัง แนะนำให้ไปที่สโมสรครับ เพราะจะมีการอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กได้ดี

ส่วนอีกด้านของห้องจะเป็นตู้เสื้อผ้า ด้วยความที่ออกแบบให้เป็นห้องนอนสำหรับเด็ก มุมเสื้อผ้าจึงอาจจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผมชอบความลงรายละเอียดของงานออกแบบคือ ตู้เสื้อผ้ามีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก เพราะต้องกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งของห้องไว้บิลด์อินตู้ติดผนังสำหรับเก็บของเล่นเด็กนั่นเองครับ

ห้องนอนกับเตียงและมุมนั่งเล่น ผ้าม่านและงานไม้ในบรรยากาศอบอุ่น

ติดกับห้องนอนรอง 2 จะเป็นในส่วนของ Master Bedroom หรือว่าห้องนอนหลัก ซึ่งเป็นห้องที่ผมชอบมาก เพราะมีขนาดใหญ่ กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้นบน บ้านตัวอย่างตกแต่งภายในไว้เป็นไอเดียได้สวยมาก

ห้องนอนและมุมทำงานกับผนังทีวี เปิดรับแสงผ่านหน้าต่างในบรรยากาศโมเดิร์น

ภายในห้องนอนหลักแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนง่ายๆ จากด้านหน้าประตูจะเป็นมุมแต่งตัวด้วยตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่จัดวางไว้ตรงกันข้ามกับห้องน้ำ

ปลายเตียงจัดชั้นวางทีวีขนาดไปกับความยาวของห้อง ส่วนมุมห้องด้านหน้าเปิดช่องแสงไว้เล็กน้อยสำหรับชมวิวสวนจากระเบียงด้านนอก และยังเป็นการเปิดรับแสงธรรมชาติสำหรับโต๊ะทำงานอีกด้วย

ส่วนเตียงนอนจัดวางไว้ตรงกลางพร้อมโต๊ะหัวเตียง ผนังมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องดูโปร่งอยู่สบายไม่คับแคบ

ชายนั่งทำงานริมโต๊ะกับแล็ปท็อป ในมุมไลฟ์สไตล์โมเดิร์น

ขณะที่อีกด้านออกแบบให้เป็นมุมทำงานภายในห้องนอน เน้นวัสดุจากไม้ให้ความรู้สึกเป็นห้องแห่งความเรียบง่ายและสงบเงียบ

ห้องน้ำกับห้องอาบน้ำกระจก สุขภัณฑ์และเคาน์เตอร์ไม้ ตกแต่งด้วยงานศิลป์

ห้องน้ำภายในห้องนอนหลักมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผมชอบอ่างล้างหน้าดีไซน์มินิมอลที่มาพร้อมกับตู้ไม้ทรงสี่เหลี่ยมขอบมนดูเรียบง่ายดี วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้รับเป็นของ Kohler (หรือเทียบเท่า)

ห้องรับประทานอาหารเพดานไม้กับโต๊ะและงานศิลป์ ในบรรยากาศโมเดิร์นสว่าง

มุมมองของ Living Space เมื่อเดินลงบันไดจากชั้นบนลงมา จะเห็นว่ามีพื้นที่ว่างเหลือเยอะมาก

ส่วนกลาง และคลับเฮาส์

จากนี้ ผมจะพาไปเดินเล่นชม Clubhouse กันต่อครับ

ทางเดินในสวนกับชายเดินผ่าน ร่มรื่นด้วยต้นไม้และสนามหญ้า

Clubhouse เป็นอีกจุดที่ผมชอบมากครับได้บรรยากาศของรีสอร์ตใจกลางเมือง ด้วยความที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยสีเขียวสบายตา เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจโดยแทบไม่ต้องออกไปไหน ให้พื้นที่สีเขียวมาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Natural Privacy”

สวนกับซุ้มไม้และม้านั่ง สนามหญ้าและคนเดินเล่นท่ามกลางแมกไม้

ภายในสวนจัดวางที่นั่งไว้รายรอบพร้อมกับออกแบบให้มี Sunken Seating ขนาดใหญ่ สำหรับทำกิจกรรมภายในครอบครัวร่วมกัน

สนามเด็กเล่นกับสไลเดอร์และเครื่องเล่น ท่ามกลางแมกไม้เขียว

พื้นที่ส่วนกลางยังประกอบไปด้วย ศาลานั่งเล่นรับลมเย็นๆ สบายใจ มีสนามเด็กเล่น และยังจัดให้มี Camping Ground เป็นพื้นที่ที่ให้ครอบครัวมากางเต้นท์ หรือทำบาร์บีคิวในสวนได้ ดูแล้วน่าจะเป็นฟีลลิ่งที่อบอุ่นมาก

สระว่ายน้ำในร่มของคลับเฮาส์กับงานไม้ บรรยากาศสงบเป็นส่วนตัว

สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสีเขียว

ห้องฟิตเนสกับดัมบ์เบลและอุปกรณ์ออกกำลังกาย ผนังกระจกเปิดรับวิวสวนบนพื้นไม้

ภายใน Clubhouse ยังประกอบไปด้วย Co-Working Space ฟิตเนสวิวสวนที่เปิดให้บริการ 24 ชม. เพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่แตกต่างมาพร้อมระบบ KATSAN ของ AP Thai ที่สร้างสรรค์มาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ปลอดภัย ในการอยู่อาศัยของลูกบ้านแบบครบวงจร ทางโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณทางเข้า-ออก และภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพรวมการจัดโต๊ะรับประทานอาหารและช่วงเวลาในบ้าน Baan Klang Muang ลาดพร้าว 101 Station

สรุป และมุมมองแบรนด์

#โดยสรุป โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบซึ่งนับว่าจะหาได้ยากในโครงการใจกลางเมือง การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวที่จะเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเรา พร้อมทั้งการอำนวยความสะดวกครบครันบนทำเลลาดพร้าวใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 101 ใกล้ Central Eastville, CDC, The Crystal Ekkamai-Ram Inthra และ The Mall บางกะปิ

อีกจุดที่ผมชอบคืองานดีไซน์ ที่ฉีกแนวคิดใหม่ในการออกแบบบ้านให้มีหน้ากว้างมากถึง 8 เมตร ให้ความแตกต่างจากโครงการทั่วไป ตอบโจทย์ความ Privacy ได้อีกทาง เพื่อมุ่งให้โครงการบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น เป็นอีก 1 ใน Your Destinations สำหรับทุกคน

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AP Thai โทร 1623
หรือ www.apthai.com

คำถามที่พบบ่อย

บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น อยู่ตรงไหน เดินทางสะดวกแค่ไหน

บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 101 แยก 42 เขตบางกะปิ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 101 ราว 5 นาที อยู่หลัง CDC และใกล้ Central EastVille เชื่อมถนนลาดพร้าว นวมินทร์ และทางด่วนได้สะดวก เป็นทำเลในเมืองฝั่งตะวันออกที่มีทั้งห้าง โรงพยาบาล และสถานศึกษารองรับครบ

ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ และน่าลงทุนหรือไม่

ราคาเริ่มต้นราว 5.99–9 ล้านบาท สำหรับทาวน์โฮม 2–3 ชั้นพร้อมห้องนอนชั้นล่าง ส่วนกลางมี Luxury Resort Clubhouse ฟิตเนส 24 ชั่วโมง และสระว่ายน้ำระบบเกลือ ในเชิงลงทุน ทำเลลาดพร้าว 101 ติดรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีดีมานด์เช่าจากคนทำงานในเมืองสูง ทาวน์โฮมแบรนด์บ้านกลางเมืองของ AP Thailand จึงมีสภาพคล่องดีทั้งตลาดขายต่อและตลาดเช่า

จุดเด่นของบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น คืออะไร

จุดเด่นของบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น อยู่ที่การเป็นทาวน์โฮมติดรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ออกแบบให้มีห้องนอนชั้นล่าง รองรับผู้สูงอายุและการอยู่หลายวัย ส่วนกลางระดับรีสอร์ตคลับเฮาส์ตอบไลฟ์สไตล์คนเมือง บ้านกลางเมืองเป็นแบรนด์ทาวน์โฮมเรือธงของ AP Thailand ที่มีฐานลูกค้ากว้าง สะท้อนความถนัดของ AP ในตลาดบ้านแนวราบติดเมือง

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.