Tuesday 28 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·16 May 2022

รีวิว noble BE19 : Tower A

Words & Photography · KANT
ห้องนอนพร้อมหน้าต่างมองเห็นวิวเมือง หมอนลายทาง และถาดวางของ

Last Updated: 13 July 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews Tower A of noble BE19, the 48-storey block of noble Development's super-luxury condominium on Sukhumvit 19 — the project's tallest, with the longest city views, about 272 units priced roughly 6.5–27.5 million baht. Walking distance to both BTS Asok and MRT Sukhumvit and to Terminal 21, it reads as a super-luxury address at a two-line interchange with steady expat rental demand.

สรุปตรง

noble BE19 : Tower A คือโซนอาคารสูง 48 ชั้นของโครงการ noble BE19 คอนโดมิเนียม Super Luxury จาก noble Development ในซอยสุขุมวิท 19 เขตวัฒนา โครงการประกอบด้วยสองอาคารคือ Tower A สูง 48 ชั้นและ Tower B สูง 27 ชั้น รวมราว 272 ยูนิต โดย Tower A เป็นตึกที่สูงและรับวิวเมืองได้ไกลที่สุดในโครงการ ราคาขายอยู่ในช่วงราว 6.5–27.5 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนสิงหาคม 2563 จุดเด่นคือทำเลใจกลาง Hub สุขุมวิทที่เดินถึงทั้ง BTS อโศกและ MRT สุขุมวิทได้ เชื่อมต่อ Terminal 21 และออฟฟิศย่านอโศก–เพชรบุรีในระยะเดิน งานออกแบบของ noble เน้นความเป็น Super Luxury ทั้งล็อบบี้ดับเบิลวอลุ่มและวัสดุระดับบน ในมุมลงทุน ทำเลอโศกคือจุดตัดรถไฟฟ้าสองสายที่ดีมานด์เช่าจากชาวต่างชาติและคนทำงานสูงต่อเนื่อง คอนโดในซอยที่เดินถึงรถไฟฟ้าจึงขายต่อได้สภาพคล่องดี

Key Facts
Developernoble Development
Typeคอนโดมิเนียม
Locationสุขุมวิท 19 · อโศก · กรุงเทพฯ
Priceราว 6.5–27.5 ล้านบาท
Readyสิงหาคม 2563
ภาพปกรีวิวคอนโด noble BE19 Tower A อาคารสูงเหนือเส้นขอบฟ้าเมืองยามเย็น

Noble BE19 : Tower A

ลงทะเบียนรับ Cash Back สูงสุด 200,000 บาท*

คลิก https://nobleurl.com/3xKGKfF

สถาปนิกกับนักดนตรี คุณคิดว่าทั้ง 2 อาชีพนี้มีอะไรที่เหมือนกัน?

แน่นอนว่า “ความเป็นศิลปินสร้างงานศิลปะ” คือพื้นฐานที่ยึดโยงทั้งสองอยู่

Johann Wolfgang von Goethe นักปรัชญาชาวเยอรมัน เคยเขียนถึงดนตรีกับสถาปัตยกรรมเอาไว้ว่า “ดนตรีคือสถาปัตยกรรมที่เป็นของเหลวและสถาปัตยกรรมคือดนตรีที่ถูกแช่แข็ง” ทั้งสองจึงมีความคล้ายกัน เพียงแต่แสดงออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน นักดนตรี เขียนเสียงเพลงจากตัวโน๊ตในอากาศ ส่วนสถาปนิกจะออกแบบและสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมาจากพื้นที่ว่างเปล่า

จินตนาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ

กานต์เชื่อเหลือเกินครับว่า การสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือกระทั่งการจะออกแบบอาคารขึ้นมาสักหลัง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะงานที่มีความ Commercial จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบมากมายเพื่อให้ขายได้ เช่น ดีไซน์ การจัดวางฟังก์ชั่นใช้สอย ทำเลที่ตั้ง การวางราคาขาย สุดท้ายก็เพื่อให้โดนใจผู้ซื้อมากที่สุด

ผมนึกไปถึงคอนโดมิเนียมในซอยสุขุมวิท 19 ชื่อ Noble BE19 ที่เพิ่งไปเยี่ยมชมโครงการมา อดเขียนถึงไม่ได้ว่า อะไรที่ทำให้คอนโดนี้มีความน่าสนใจ

เรื่องแรกเลยคือ #ทำเล Mid sukhumvit จุดเด่นเลยคือเข้าออกได้ 2 ทางคือซอยสุขุมวิท 19 และซอยสุขุมวิท 15 อย่าลืมว่านี่คือใจกลางกรุงเทพย่านอโศก คอนโดที่โลเคชั่นได้เปรียบเรื่องการเดินทางจะกลายเป็น Rare Item มาก ๆ จุดเด่นของ Noble BE19 คือสามารถทะลุออกถนนสายหลักได้หลายทาง ทั้งยังสามารถเดินไปยังสถานี Interchange ของรถไฟฟ้า BTS และ MRT ได้สบาย

แม้ Noble BE19 จะแบ่งออกเป็น 2 อาคาร แต่ได้วางผังไปทางแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้ได้เรื่องของทิศทางลมและไม่บังวิวกันเอง ส่วน #พื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มมาก แยกส่วนให้ Tower A และ Tower B ไว้ แต่ลูกบ้านสามารถเดินมาใช้งานร่วมกันได้

ถามว่า Noble จำเป็นต้องออกแบบให้มี #สวนสีเขียว เยอะ ๆ หรือไม่ เอาพื้นที่ที่เฉือนออก ไปทำเป็นห้องพักขายดีกว่า ผมว่า ด้วยการออกแบบของสถาปนิกที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยมาก่อนนี่แหละ ทำให้กลายเป็นหน้าที่ของงานสถาปัตยกรรมที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขในพื้นที่ของตนมากที่สุด

อีกจุดที่อยากหยิบมาเขียนถึงคือเรื่อง #ราคา ถ้าอ้างอิงปัจจัยจากที่เขียนมาข้างต้น จะรับรู้ได้ทันทีว่าราคาขาย ณ ตอนนี้ “ไม่แพง” อย่างที่คิด แถม Noble ยังมีโปรโมชั่นมายั่วใจอีกต่างหาก อ่านรีวิวนี้จบแล้ว อาจจะยากที่จะหักห้ามใจไม่ให้เป็นเจ้าของได้ครับ

กานต์อยากพาไปชมภาพและอ่านเรื่องราวของ Noble BE19 ที่นำมาฝากกันครับ

แต่เนื่องจากคอนโดนี้มี 2 Tower ผมจะแยกเขียนออกมาเป็น 2 โพสต์นะครับจะได้เล่าเรื่องให้ได้ละเอียดยิ่งขึ้น

เร่ิมจาก Tower A ก่อนครับ

มุมสูงของสวนลอยฟ้าพร้อมสนามหญ้าทรงกลมและบ่อน้ำ

โครงการ Noble BE19 นิยามตัวเองว่าเป็น “Living Seamlessly” เชื่อมชีวิตใหม่ให้ไร้รอยต่อ

หญิงสาวในสูทสีเบจยืนพิงคอนโซลหน้าผนังลายเรขาคณิต

Noble BE19 เป็นโครงการที่ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้ใหญ่อลังการและสวยมาก โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Modern Classic ที่สะท้อนความเรียบง่ายผ่านวัสดุอย่างไม้และกระจก แต่สถาปนิกได้เพิ่มลูกเล่นของ Sky Lounge ด้วย Wallpaper ลายกราฟฟิคและทรงเรขาคณิตคุมโทนสีน้ำตาล เพื่อให้ห้องดูมีมิติและดูน่าสนุกมากยิ่งขึ้น

อาคารคอนโดมองจากด้านล่างผ่านแมกไม้

ทำเล และการเดินทาง

เนื่องจากโครงการมีจุดเด่นเรื่องทำเล คือ Mid sukhumvit เชื่อมต่อไปได้ในหลายพื้นที่ ทั้งอโศก นานา เพชรบุรี ทองหล่อ เอกมัย

ผมจึงใช้วิธีขับรถลงทางด่วนจากนั้นลัดเลาะมาจากอโศก จนมาถึงซอยสุขุมวิท 19 ผ่านโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยมาก็ถึงเลยครับ

ทางเข้าโครงการร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้สองข้างทางยามเย็น

โครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 3-2-95 ไร่ สองอาคารออกแบบให้ดูกลมกลืนกันแยกไม่ออกคิดว่าเป็นอาคารเดียว ใช้ระบบเข้าออกโครงการอัตโนมัติแบบ Access Control และ Key Card และระบบ CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัย

ด้านหน้าโครงการมีป้ายชื่อโครงการทำด้วยหินอ่อนสีขาวดูเรียบหรู ตัดกับสีเขียวของไม้พุ่มและต้นไม้ที่ปลูกไว้ตั้งแต่ทางเข้าเป็นแนวยาวลึกเข้าไป คู่ขนานกับถนนออกแบบให้เป็นทางเท้าเดินสบายๆ ครับ ราวกับเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง

รายละเอียดอาคารและพื้นที่ส่วนกลางท่ามกลางต้นไม้

เมื่อเข้ามาด้านในจะพบอาคารใหญ่ที่เชื่อมกันบริเวณชั้นล่าง พร้อมกับจัดวางกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ฟอร์มสวย ราวกับเป็นงานประติมากรรมทำหน้าที่ต้อนรับทุกคน

มองไปรอบๆ อาคาร เห็นมีการจัดวางที่นั่งสีขาวเอาไว้ท่ามกลางสวนสีเขียว เรียกได้ว่าเป็นฟีลลิ่งที่ต่อเนื่องมาจากด้านหน้าโครงการ

นอกจากนี้ บริเวณทางเข้ายังตกแต่งด้วยน้ำพุเพื่อเพิ่มความสดชื่นด้วยครับ

ล็อบบี้พร้อมเก้าอี้หนังริมผนังกระจกและผนังพื้นผิวหยาบ

มุมมองเมื่อเข้ามาด้านในผ่านกระจกใสไปยังส่วน Lobby ของ Tower A

เลานจ์โทนเข้มตกแต่งด้วยระแนงไม้และโต๊ะกลม

ผมเลี้ยวรถเข้าไปที่ช่องจอด Visitor ซึ่งต้องขับผ่านลานจอดรถของลูกบ้านซึ่งอยู่ที่อาคาร B ครับ ในส่วนของพื้นที่จอดรถของโครงการจะคิดเป็น 63% (ไม่รวมการจอดแบบซ้อนคัน) แบ่งเป็นชั้นใต้ดิน 6 ชั้น, ชั้น Ground และชั้น 2 ครับ

เลานจ์ล็อบบี้พร้อมเก้าอี้หนังและผนังกระจกมองเห็นสวน

งานออกแบบ และสถาปัตยกรรม

โครงการ Noble BE19 เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร แบ่งเป็น Tower A ความสูง 48 ชั้น จำนวน 384 ยูนิต และ Tower B มีความสูง 27 ชั้น จำนวน 202 ยูนิต รวมทั้งโครงการมี 586 ยูนิต

ออกแบบได้เรียบง่ายสไตล์ Modern Classic ที่ดู Timeless โดดเด่นด้วย Fin สีน้ำตาลแชมเปญวางเป็นเส้นแนวยาว

โดยโครงการได้จัดวางตำแหน่งของ 2 อาคารไปตามแนวเหนือใต้ทำให้ตำแหน่งห้องส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศที่รับลมได้ดี มีการถ่ายเทของอากาศ

ส่วนเรื่องของวิวทั้งสองด้านก็จะแตกต่างกันออกไปครับ ใครชอบวิวสีเขียวๆ ของต้นไม้ แนะนำให้เลือกฝั่งทิศเหนือครับ เพราะระเบียงห้องจะหันไปทางพื้นที่ของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

ใครชอบ City View ก็แนะนำว่าเลือกห้องทางด้านทิศใต้จะได้เรื่องแสงสีสวยของอาคารน้อยใหญ่ในกรุงเทพฯ

ส่วนห้องมุมก็จะได้เปรียบมากขึ้นเพราะได้วิวฝั่งตะวันตกและตะวันออก ชม Sunset Sunrise ได้จากในห้องเลยทีเดียว

มุมนั่งเล่นในล็อบบี้พร้อมเก้าอี้อาร์มแชร์หนังและวิวสวน

ล็อบบี้ และส่วนต้อนรับ

เนื่องจากโครงการ Noble BE19 มีด้วยกัน 2 อาคาร รีวิวนี้ผมจะเล่าในส่วนของอาคาร A กันก่อนนะครับ เพราะมีรายละเอียดเยอะเหมือนกัน

แม้จะมีด้วยกัน 2 อาคาร แต่ลูกบ้านสามารถมาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ทั้ง 2 อาคารเช่นกันครับ เพราะพื้นที่ส่วนกลางทั้งสวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส แต่ละอาคารก็มีความสวยงามน่าสนใจแตกต่างกันไป ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายดีขึ้นครับ

ทางเดินส่วนกลางตกแต่งด้วยงานไม้ ต้นไม้ และแสงไฟ

บริเวณ Lobby ตกแต่งได้เรียบหรูดีครับ ผมชอบลายเส้นของตัวอาคารช่วยให้ดูสูงโดดเด่นกว่าใครเพื่อน ดีไซน์เนอร์ออกแบบลูกเล่นให้มีความต่อเนื่องของ Fin สีน้ำตาลแชมเปญที่เป็นเส้นตรงจากด้านบนมาจนถึงด้านล่าง และสอดรับกับดีเทลการออกแบบ Lobby ที่มีลายเส้นบริเวณผนังเช่นกัน Element ต่างๆ ในงานออกแบบจะสื่อสารถึงความไร้กาลเวลาหรือว่า Timeless

เรียกได้ว่าแม้เวลาจะผ่านไปแต่ดีไซน์ของอาคารก็จะยังคงสวยเสมอ

ห้องรับจดหมายพร้อมตู้พัสดุไม้เรียงแถว

พาเดินเข้ามาด้านในครับ ผ่าน Mail Room ขนาดใหญ่ดีไซน์เรียบหรู ใช้ไม้เป็นวัสดุหลักในการออกแบบตู้จดหมายเป็นแนวลึกเข้าไป ประดับซ่อนไฟทำให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

บ่อน้ำสะท้อนเงาท่ามกลางต้นไม้ระหว่างผนังในล็อบบี้

มาถึงที่โถงลิฟต์ซึ่งอยู่ด้านในจะพาขึ้นไปชม Sky Lounge กันก่อน ผมสังเกตว่าลิฟต์ที่นี่มีขนาดสูงแบบ High Ceiling พร้อมกับออกแบบให้มีพื้นที่นั่งเล่นอีกจุดด้วยครับ

เลานจ์พร้อมเก้าอี้อาร์มแชร์ มุมรับประทานอาหาร และโคมไฟแขวน

สระว่ายน้ำ และพื้นที่ชั้นบน

Facility ของ Tower A จะอยู่ที่ชั้น 44-45 เป็นหลักซึ่งจะต่างจาก Tower B ที่กระจายกันไปในหลายชั้น

ถึงกระนั้นผมว่า Facility ของโครงการ Noble BE19 ดูเหมือนจะจัดมาให้เยอะที่สุดเท่าที่โครงการของ Noble เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็น English Contemporary Garden, Lobby, Semi Outdoor Lobby, Lobby Lounge, Salt-Water Swimming Pool (Lap Pool), Sky Jacuzzi and Reclining Pool, Recreation Area, Sauna, Steam, Fitness + Sky Fitness, Sky Lounge, Sky Game Room, Laundry Room, BBQ Area, Playground และ Meeting Room

ส่วนชั้น 46-48 จะเป็น Penthouse ทั้งหมด 6 ห้องครับ

เลานจ์ส่วนกลางพร้อมโซฟาโทนเทาและงานไม้

Sky Facility ชั้นบนจะประกอบด้วย Sky Lounge Sky Jacuzzi and Reclining Pool พร้อมพื้นที่เปิดโล่งที่จัดวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่น

มุมนั่งเล่นพร้อมโซฟา ผนังลวดลาย และแจกันดอกไม้

Sky Lounge มีขนาดใหญ่มากครับ ตกแต่งอย่างโดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Modern Classic ผมชอบการนำไม้และกระจกเข้ามาผสมผสานกับ Wallpaper ลายกราฟฟิคและทรงเรขาคณิตคุมโทนสีน้ำตาล ทำให้ห้องดูมีมิติและดูน่าสนุกกมากยิ่งขึ้น

ชายในเสื้อลายยิ้มอยู่หลังฉากกั้นกระจก

ภายในแบ่งพาร์ทการใช้งานออกแบบพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ซึ่งจัดวางชุดโซฟากระจายออกไปในหลายจุด พร้อมชั้นหนังสือซึ่งทำหน้าที่เป็น Partition คอยกั้นแต่ละมุมให้เกิดความเป็นส่วนตัว

ผมชอบการเลือกหนังสือขึ้นมาเข้าชั้นให้บริการลูกบ้านได้อ่านกัน ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายแนว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ งานดีไซน์ อาหาร การตกแต่งภายใน และการใช้ชีวิตแบบเรียบแต่โก้ ตามสไตล์ของ Noble ครับ

พื้นที่โคเวิร์กกิงพร้อมโคมไฟทรงกลม มีชายนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ริมหน้าต่าง

ด้านในจะเป็น Pantry ซึ่งจัดเตรียมเคาน์เตอร์ครัวไว้ให้พร้อมโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 8 ที่นั่งเพื่อให้ลูกบ้านได้สังสรรค์กันในวิวลอยฟ้าช่วยเสริมอรรถรสให้อาหารมื้อพิเศษมื้อนี้ครับ

ห้องน้ำส่วนกลางพร้อมอ่างล้างหน้าคู่ หินโทนเข้ม และโคมไฟแขวน

Facility ชั้นนี้จะมีด้วยกัน 2 ฝั่งกินพื้นที่เต็มชั้น นอกเหนือจาก Sky Lounge แล้วยังมีห้องน้ำตรงกลางพร้อมบริการ Sauna และ Steam สำหรับลูกบ้านทั้ง 2 อาคาร

ระเบียงมองเห็นวิวเมืองพร้อมต้นไม้และราวกันตกกระจก

ส่วนด้านขวาจะเป็นพื้นที่ของ Sky Jacuzzi Pool & Reclining Pool สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกไว้ให้ความร่มรื่น

สระว่ายน้ำขอบอินฟินิตี้บนดาดฟ้าพร้อมวิวเมือง

ถ้ามองจากภายนอกเข้ามาจะพบว่าสระว่ายน้ำดูสดชื่นสบายๆ เหมาะกับการแช่น้ำเล่นพักผ่อนมากกว่าจะว่ายออกกำลังกายจริงจัง พร้อมระบบ Jacuzzi and Bubble Jet ที่ช่วยให้ผ่อนคลายไปพร้อมกับการเปิดรับวิวชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

สระน้ำสะท้อนเงาและสวนบนดาดฟ้ายามเย็น

อีกทั้งยังจัดพื้นที่ในส่วนของ Sun Deck ริมสระเพื่อการพักผ่อนในวันสบายๆ ให้เราได้นอนพักผ่อนชมวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครจากชั้น 45 ด้วยครับ

เลานจ์พร้อมผนังกระจกบานสูงเปิดรับวิวเมืองและไฟผนังทรงกลม

จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ กระจายไปตามจุดต่างๆ ในบริเวณชั้นนี้เพื่อให้ลูกบ้านได้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจ

รายละเอียดงานตกแต่งผนังลายเรขาคณิตและโคมไฟระย้า

Facility ของ Tower A จะมีด้วยกัน 2 ชั้น ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยโถงบันไดที่ตกแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิคในสไตล์ Mid-Century ที่ยังคุมโทนสีน้ำตาลเป็นหลัก

โถงบันไดจะมีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เต็มผนัง พร้อมทั้งติดตั้งม่านไฟฟ้าเพื่อสามารถเปิดปิดได้ หากมีแสงเข่้ามารบกวนมากเกินไป เสริมความเรียบหรูด้วยแชนเดอเลียร์ดีไซน์สีเหลืองทองอร่าม ประดับไว้บริเวณโถงบันไดเพื่อให้ดูคลาสสิคมากยิ่งขึ้น

เลานจ์ส่วนกลางพร้อมโซฟาและผนังประดับงานศิลปะ

ชั้นล่างของ Sky Facility จัดวางชุดโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่ รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มาก เพื่อเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน เช่น พ่อกับลูกชายกำลังเล่นพูลกันอย่างสนุกสนาน

ขณะที่คุณแม่นั่งอ่านคู่มือทำอาหารเพื่อเตรียมมื้อเย็นอยู่ใกล้ๆ เป็นการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว

ห้องเล่นเกมพร้อมโต๊ะพูลและผนังกระจกมองเห็นเมือง

นอกจากนี้ยังมี Game Room ที่จัดวางโต๊ะพูลเอาไว้ด้านในพร้อมบอร์ดเกมเพื่อความบันเทิงของลูกบ้านในทุกช่วงวัย

ห้องฟิตเนสพร้อมลู่วิ่งและวิวเมืองผ่านผนังกระจก

ขณะที่อีกฝั่งจะเป็น Sky Fitness ซึ่งวิวสวยมากครับ สามารถออกกำลังกายจากชั้น 44 และชมวิวได้

ทางโครงการได้จัดเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้อย่างหลากหลายและเพียงพอต่อความต้องการทั้งแบบฟรีเวทและแมชชีน

ผมชอบตรงที่การจัดให้ลู่วิ่งอยู่ริมหน้าต่าง เราสามารถออกกำลังกายพร้อมทั้งดูวิวสบายตา จะได้บรรเทาความเหนื่อยครับ

ชายนั่งอ่านหนังสือในมุมห้องบุไม้โทนเข้ม

ห้องตัวอย่าง

พักจาก Facility มาดูกันที่ห้องตัวอย่างแบบ Fully Furnished กันบ้างครับ

โครงการเน้นให้มีจำนวนห้องต่อชั้นค่อนข้างน้อย เช่น ใน Tower A จะมีเพียง 9 ห้องต่อชั้นเท่านั้น โดยได้มีการจัดห้องตัวอย่างไว้ให้ชมด้วยกัน 3 Roomtype

เริ่มจาก แบบ 1 ห้องนอน Type 1A ขนาด 44.55 ตร.ม. ห้องนี้เรียกว่าเป็นคอมแพคไซส์ที่เหมาะกับใครมีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง เพราะห้องอาจจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ออกแบบผังให้ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้สอย ที่เพียงพอต่อการอยู่อาศัยใจกลางเมือง ด้วยทำเลที่ยอดเยี่ยมมากของโครงการนั่นเอง

ด้านหน้าโถงทางเข้า เป็นประตูปิดผิวลามิเนตลายไม้บานใหญ่พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock ของ Hafele ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ออกแบบให้โถงด้านหน้าประตูเป็นที่เก็บของพร้อมชั้นเก็บรองเท้าโดยห้องตัวอย่างเลือกใช้สีดำเพื่อให้เกิดการพรางไปพร้อมกับพื้นที่บริเวณด้านหน้า

ห้องชุดตัวอย่างพร้อมห้องนั่งเล่น ทีวี และครัวด้านหลัง

เท่าที่ผมสังเกต Noble มักจะออกแบบโครงการที่เน้น Concept การใช้ชีวิตที่แตกต่างของผู้อยู่อาศัย จึงทำให้ห้องส่วนใหญ่จึงเป็นแบบ Partly Furnished เพื่อให้เราได้ตกแต่งตามสไตล์ จึงเป็นการขายแบบ Fully Fitted คือ Built-in ให้บางส่วนและที่เหลือให้เราได้ใช้จินตนาการกับบ้านในฝันกันต่อ ก็ดูจะ Flexible ดีครับ

ชายในเสื้อสีขาวยิ้มขณะทำอาหารในครัว

ทางโครงการขายห้องทั้งแบบ Fully Fitted และ Fully Furnished โดยได้ Built-in ชุดครัวมาให้ครบครันทั้งเตาไฟฟ้าของ MEX เครื่องดูดควันยี่ห้อ BEST Microwave Oven จาก SMEG อ่างล้างจานวางขนานเป็นแนวยาวไปกับหน้าห้องพร้อมกับช่องสำหรับติดตั้งตู้เย็นเพิ่มเติม

ใกล้กันจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 3 ที่นั่งติดผนังเอาไว้เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ สามารถขยับออกมาให้เป็นแบบ 4 ที่นั่งได้ด้วยครับ

ชายในเสื้อสูทนั่งอ่านหนังสือในมุมนั่งเล่นและรับประทานอาหาร

ด้านในจะเป็น Living Area ซึ่งมีความโอ่โถงด้วยเพดานที่สูงกว่ามาตรฐานของคอนโดทั่วไปที่มักจะมีความสูงต่อชั้นเพียง 2.6 เมตร แต่สำหรับโครงการ Noble BE19 เพดานห้องถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจเพราะมีความสูงมากถึง 3 เมตร ช่วยให้ห้องมีปริมาตรที่เพิ่มขึ้น ห้องดูโปร่งโล่งสบาย อยู่แล้วไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

Living Area ผมว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมกับเก้าอี้อีกสักตัว ซึ่งถ้าใครซื้อแบบ Fully Furnished ทางโครงการก็จัดที่นั่งมาให้แล้วครับ หรือใครอยากจะเพิ่มโต๊ะกลางเข้ามาก็สามารถจัดวางได้เช่นกัน อย่าลืมเลือกให้แมทช์กับชุดโซฟาแต่ทว่าไม่จำเป็นต้องคอลเลคชั่นเดียวกันเสมอไป เพื่อความสนุกในการพักอาศัย ฝั่งตรงข้ามโซฟาสามารถติดตั้งตู้ลอยหรือคาบิเนทเพื่อวางทีวีสัก 55 นิ้วไม่เกินจากนี้ กำลังเป็นระยะที่รับชมได้สบายตา

แต่หากเบื่อบรรยากาศภายในห้องก็สามารถเดินออกไปชมวิวนอกระเบียง ถ้าใครเลือกทิศเหนือก็จะได้วิวต้นไม้สีเขียวๆ สบายตา แต่ถ้าเป็นห้องที่ระเบียงหันออกไปทางทิศใต้ก็สามารถหาไม้กระถางสวยๆ มาวางเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในและทำให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้น

ห้องนอนพร้อมระเบียง ผ้าม่าน และเครื่องนอนโทนเข้ม

ถัดจาก Living Area จะเป็นห้องนอนพร้อมห้องน้ำอยู่ด้านใน ซึ่งถือเป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่พอสมควรครับ ขนานไปกับส่วนนั่งเล่นด้านนอก

ห้องนอนพร้อมหน้าต่างมองเห็นวิวเมือง หมอนลายทาง และถาดวางของ

ไล่เรียงจากระเบียงจะเป็นโซนพักผ่อน เราสามารถจัดวางเตียง King Size ได้สบายๆ เลยครับ แต่ถ้าเป็นเตียง Queen ก็จะได้พื้นที่รอบเตียงที่เพิ่มมากขึ้น

ด้านข้างที่ติดกับประตูระเบียง สามารถเปิดออกไปสูดอากาศชมพระอาทิตย์ขึ้นหลังตื่นนอนได้

ขณะที่หัวเตียงอีกข้างอาจจะเลือกเป็นชั้นวางแบบลอยตัวเพื่อให้ไม่รู้สึกแน่นจนเกินไป หรือใครอยากจะวางเป็นตู้เตี้ยสำหรับเก็บของสำคัญไว้ก็ได้เช่นกัน

ส่วนปลายเตียงที่ห้องตัวอย่างเลือกเป็นตู้ยาวติดผนังเพื่อให้มีพื้นที่ว่างปลายเตียงมากขึ้น แนะนำว่าถ้าใครอยากจะดูทีวีสามารถเลือกเป็นวิธีแขวนกับผนังก็จะช่วยให้ห้องดูโล่งมากยิ่งขึ้น

ชายในเสื้อสีขาวยืนสวมหมวกหน้ากระจกห้องแต่งตัว
มุมนั่งเล่นและรับประทานอาหารโทนอบอุ่นพร้อมผ้าปูโต๊ะสีส้มและดอกไม้

พาไปชมห้องตัวอย่างห้องถัดไปครับ ซึ่งจะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ Type B2 ขนาด 67.49 ตร.ม. ทำให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์และใช้ชีวิตอยู่ใจกลางเมืองเช่นกัน อาจจะเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มีด้วยกันพ่อแม่ลูก

ยิ่งถ้าใครส่งลูกเข้าเรียนที่วัฒนาวิทยาลัยผมว่าสบายเลยครับ ตื่นสายได้อีกนิด ไม่ต้องเสียสุขภาพจิตจากรถติดและได้มีเวลาใช้ชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ สดชื่นของต้นไม้สีเขียวที่ปลูกไว้เต็มโครงการครับ

ผมแบ่งห้องตัวอย่างนี้ออกเป็น 2 โซนง่ายๆ คือ Common Area ซึ่งจะอยู่บริเวณโถงทางเข้า ส่วนถัดไปจะเป็นห้องนอนทั้ง 2 ซึ่ง Master Bedroom ออกแบบให้อยู่ด้านในสุด

ห้องนั่งเล่นโทนครีมพร้อมทีวี โต๊ะกลม และผ้าม่าน

Common Area ประกอบไปด้วยพื้นที่ของมุม Living ด้านในสุดซึ่งได้วิวดีเพราะติดประตูกระจกบริเวณริมระเบียง

ด้วยความที่เพดานห้องสูงถึง 3 เมตร ทำให้เราจะได้ประตูกระจกบานเลื่อนที่สูงใหญ่ Floor to Ceiling เป็นการเปิดช่องแสงให้ส่องเข้ามาได้ถึงด้านใน ทำให้ประหยัดพลังงานไปได้ในช่วงเวลากลางวัน แทบไม่ต้องเปิดไฟภายในห้องเลยครับ และถ้าเปิดประตูออกก็จะได้เรื่องความ Flow ของอากาศภายในห้อง ส่วนแอร์เป็นแบบ Ceiling Conceal

โต๊ะรับประทานอาหารจัดแต่งด้วยอาหารและดอกไม้

Living Area จัดวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้ชิดริมผนัง พร้อมทั้งจัดให้มีเก้าอี้อีกสักตัวที่มีดีไซน์เก๋ไม่แพ้กัน ก็จะดูลงตัวมากยิ่งขึ้นครับ

ผมเห็นห้องตัวอย่างที่ตกแต่งให้ดูแล้ว นึกไปถึงช่วงเวลาหน้าหนาวใกล้คริสมาสต์เข้ามาทุกที มีแดดอ่อนๆ ตอนบ่าย พอให้อบอุ่นใจในห้องที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย

มีผ้าคลุมหนาๆ วางไว้ช่วยคลายหนาว นึกไปถึงฟีลลิ่งของบ้านที่มีเตาผิงคอยให้ความอบอุ่นใจ สมาชิกในครอบครัวนั่งจิบเครื่องดื่มร้อนพร้อมกับดูทีวี ช่างเป็นจินตนาการที่ทำให้ฟินมาก หลังจากที่ได้เข้ามาชมห้องตัวอย่างห้องนี้

โต๊ะรับประทานอาหารพร้อมผ้าปูสีส้มและสำรับอาหาร

พื้นที่ของครัวด้านหน้าซึ่งโครงการได้ติดตั้งชุดครัวไว้ให้เรียบร้อยแล้ว Spec อย่างที่เคยเขียนไว้ ใกล้กันเป็น Dining จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง

ห้องนอนพร้อมเครื่องนอนโทนพีชและครีม

ส่วนห้องนอนทั้งสองจะอยู่ถัดเข้าไปด้านในโดยเริ่มจาก Master Bedroom กันก่อนครับ

ชายในเสื้อสูทผ้าทวีตยืนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า

ขณะที่ด้านในจะเป็นโซนแต่งตัว ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ฉากกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วนมากขึ้น และเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวด้วยครับ

ห้องนอนพร้อมกระจกทรงกลม เครื่องนอนสีพีช และตู้เสื้อผ้า

Master Bedroom ของห้องนี้มีจุดเด่นคือจะได้เรื่องความกว้างของห้องที่จัดวางเตียงขนาดใหญ่ไว้ริมประตูกระจกที่เปิดออกไปเป็นระเบียงได้และได้เรื่องเปิดรับแสงธรรมชาติและลม Flow เข้ามา

ห้องนอนพร้อมผ้าม่านโปร่ง ผนังกระจกเงา และเครื่องนอนโทนเทา

ส่วนห้องนอนรอง ผมชอบการตกแต่งห้องตัวอย่างห้องนี้มาก โดยเฉพาะการใช้กิมมิคของกระจกแผ่นเล็กๆ ต่อกัน เข้ามาช่วยให้ดูกว้างและมีมิติ เป็นไอเดียซนๆ ที่น่าสนใจดี

มุมนั่งเล่นและรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้สีส้มและโคมไฟแขวน

ห้องตัวอย่างอีกห้องของ Tower A ดีไซน์เก๋ไม่แพ้กัน เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน Type A5 ขนาด 46.89 ตร.ม.

ห้องครัวพร้อมเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และรายละเอียดมุมรับประทานอาหาร

ด้วยขนาดห้องที่กว้างกว่าห้องแบบ 1 ห้องนอนที่เราเคยไปชมในตอนแรก ทำให้ห้องนี้สามารถตกแต่งให้มีลูกเล่นได้มากขึ้น การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่จัดเต็มมากขึ้น พร้อมชุดครัวที่ทางโครงการติดตั้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สะดวกในการเข้าอยู่มากขึ้น

มุมรับประทานอาหารพร้อมผนังกรุระแนงโทนเข้ม โคมไฟแขวน และเก้าอี้สีส้ม

ห้องนี้ค่อนข้างจะโดนใจผมมาก ด้วยการเลือกใช้โทนสีส้มของเฟอร์นิเจอร์ช่วยเพิ่มความสดใส ตัดกับสีเทาเข้มและค่อยๆ ไล่เฉดลงมาเป็นเทาอ่อน ทำให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Dining Area ที่มีความโดดเด่น และโต๊ะที่ดีไซน์เก๋นำเทรนด์มาก

ชายนั่งพักผ่อนบนโซฟาสีเทาในห้องนั่งเล่น

ผมว่าห้องนี้ก็ยังคงไม่ทิ้งลายเซ็นต์ในแบบของ Noble คือการให้ประตูกระจกที่กว้างและสูง Floor to Ceiling ประกอบกับความที่ห้องสูงถึง 3 เมตร (ผมว่ามันคือจุดเด่นที่หายากจริงๆ นะ) เพราะจะทำให้ห้องโปร่ง โล่ง อยู่สบายมากขึ้น ผมถึงได้ค่อนข้างชอบห้องนี้ เหมาะสำหรับใครที่อยากจะได้ 1 ห้องนอนที่มี Space เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย

ห้องนอนพร้อมภาพศิลปะ หัวเตียงไม้ เครื่องนอนสีเทา และถาดวางของ

ส่วนของห้องนอนก็ดูจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยไล่เรียงฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายคลึงกับห้อง 1 ห้องนอนก่อนหน้านี้ คือจะมีเตียงอยู่ริมประตูกระจกเพื่อเปิดรับลมชมวิวได้สบายๆ

ห้องนอนพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง ดอกไม้แห้ง ผนังบุไม้ และเตียงนอน

ถัดไปตรงกลางจะเป็นโซนแต่งตัวพร้อมกับติดตั้งโต๊ะเครื่องแป้งไว้ฝั่งตรงข้าม ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำ

มุมมองสวนลอยฟ้าและต้นไม้บนพื้นที่ส่วนกลาง

สรุป และมุมมองแบรนด์

#โดยสรุป ในพาร์ทแรกของ Tower A กับ Noble BE19 โครงการที่ผมยกให้เป็น Hidden Gems สวยสง่าทว่าอยู่อย่างสงบใจกลางสุขุมวิทย่านอโศก

อยากจะเรียกว่าเป็นคอนโดมิเนียม Flagship ของ Noble อีกแห่งหนึ่งต่อจากเพลินจิต ผมได้พาไปชมพื้นที่ส่วนกลางซึ่งจัดเต็มมาก โดยเฉพาะ Sky Facilities ทั้งหลาย ซึ่งลูกบ้านทั้ง 2 อาคารสามารถมาใช้งานร่วมกันได้ เดี๋ยวรีวิวหน้าจะพาไปชมในส่วนของ Tower B กันดูบ้างครับ

อีกจุดที่ผมชอบคือพื้นที่สีเขียวซึ่งทางโครงการได้ปลูกต้นไม้ไว้เยอะมาก จนทำให้เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับคอนโดในทำเล Mid sukhumvit แห่งนี้ที่ยากจะหาใครเทียบได้

แต่ที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือเรื่องทำเลและความสะดวกในการสัญจรใจกลางกรุงเทพย่านสุขุมวิท การที่เราสามารถเข้าซอกเข้าซอยเพื่อเลี่ยงรถติด เพราะโครงการสามารถเข้าออกได้ 2 ทางคือซอยสุขุมวิท 15 และสุขุมวิท 19 เอาเป็นว่ามันคือข้อได้เปรียบสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์และพักอาศัยอยู่ในย่านนี้ครับ 

คำถามที่พบบ่อย

noble BE19 Tower A อยู่ตรงไหน เดินทางอย่างไร

noble BE19 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 เขตวัฒนา ใจกลาง Hub สุขุมวิท โดย Tower A เป็นอาคารสูง 48 ชั้นของโครงการ จากตัวอาคารเดินถึง BTS อโศกและ MRT สุขุมวิทได้ เชื่อมต่อ Terminal 21 ออฟฟิศย่านอโศก และถนนเพชรบุรีได้ในระยะเดิน นับเป็นจุดตัดรถไฟฟ้าสองสายที่เดินทางเข้าออกใจกลางเมืองได้สะดวกที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

ราคาและมุมการลงทุนของ noble BE19 Tower A เป็นอย่างไร

ราคาขายของโครงการอยู่ในช่วงราว 6.5–27.5 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ 1 ถึง 2 ห้องนอนและเพนต์เฮาส์ ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนสิงหาคม 2563 ในมุมลงทุน ทำเลอโศกคือจุดตัดรถไฟฟ้าสองสายที่ดีมานด์เช่าจากชาวต่างชาติและคนทำงานสูงต่อเนื่อง คอนโด Super Luxury ในซอยที่เดินถึงรถไฟฟ้าจึงรักษาทั้งอัตราการปล่อยเช่าและราคาขายต่อได้ดีในระยะยาว

จุดเด่นด้านดีไซน์ของ noble ในโครงการนี้คืออะไร

noble Development วาง BE19 ให้เป็นคอนโด Super Luxury ที่เน้นทั้งล็อบบี้ดับเบิลวอลุ่ม วัสดุระดับบน และการจัดวางอาคารให้ Tower A สูง 48 ชั้นรับวิวเมืองได้ไกลที่สุดในโครงการ ส่วน Tower B สูง 27 ชั้นช่วยกระจายความหนาแน่น ทำให้แต่ละยูนิตได้ความเป็นส่วนตัวและมุมมองที่เปิดโล่ง เป็นงานออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยจริงและการลงทุนบนทำเลอโศก

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.