Saturday 27 June 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·20 May 2026

รีวิว noble FORM ทองหล่อ คอนโดใหม่สไตล์ noble

Words & Photography · KANT
มุมมองรูฟท็อปอาคาร noble FORM ทองหล่อ พร้อมป้ายแบรนด์และสระว่ายน้ำ

Last Updated: 22 June 2026

ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW

noble FORM Thonglor is a 46-storey, about 546-unit high-rise condominium by noble Development on Thonglor Road (Sukhumvit 55), Watthana, Bangkok — the tallest condo on Thonglor. Completed in November 2025 with units of 31–73 sqm from about THB 6.5 million (average about THB 236,000 per sqm), its signature high ceilings and open views sit in the heart of the Thonglor–Ekkamai lifestyle district.

สรุปตรง

noble FORM ทองหล่อ คือคอนโดมิเนียมไฮไรส์ 46 ชั้น ราว 546 ยูนิต จาก noble Development ตั้งอยู่ติดถนนทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ฝั่งซอย 18 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มูลค่าโครงการกว่า 5,400 ล้านบาท นับเป็นคอนโดที่สูงที่สุดบนถนนทองหล่อ ห้องชุดมีให้เลือกขนาดราว 31–73 ตารางเมตร รวมแบบ Fullplex เพดานสูงรูปแบบใหม่ ราคาเริ่มราว 6.5 ล้านบาท เฉลี่ยราว 236,000 บาทต่อตารางเมตร สร้างเสร็จพร้อมอยู่เดือนพฤศจิกายน 2025 ส่วนกลางครบทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า จากุซซี่ และห้องสมุด จุดน่าสนใจคือ noble Development เลือกชูความสูงและฝ้าเพดานสูงเป็นซิกเนเจอร์ ทำให้ได้คอนโดทองหล่อที่ทั้งวิวเปิดโล่งและสเปซห้องที่ให้ความรู้สึกต่างจากคอนโดไฮไรส์ทั่วไป บนทำเลใจกลางทองหล่อที่ใกล้ J-Avenue และระบบขนส่งครบ

Key Facts
Developernoble Development
Typeคอนโด
Locationกรุงเทพฯ
Priceเริ่ม 6.5 ล้านบาท · เฉลี่ย ~236,000 บาท/ตร.ม.
Readyพฤศจิกายน 2025

กานต์ไปเยี่ยมชมคอนโดบนถนนทองหล่อมาแล้วนับไม่ถ้วนครับ ส่วนใหญ่ใช้ทำเลขายตัวเอง บางโครงการให้ Facade สวยๆ ช่วยขายตัวเอง บางโครงการก็ใช้การตั้งราคาขายที่ยั่วใจ

แต่ต้องยอมรับว่าไม่บ่อยนักที่จะเจอโครงการที่ทำให้เราหยุดคิดก่อนที่จะเขียนรีวิวถึง

Noble FORM Thonglor กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่ “ชื่อ” ของมันขายตัวเอง และมีมิติที่มากพอจะเป็นจุดตั้งต้นของรีวิวนี้

หนึ่งศตวรรษก่อน 𝐋𝐞 𝐂𝐨𝐫𝐛𝐮𝐬𝐢𝐞𝐫 เขียนนิยามสถาปัตยกรรมไว้ว่า — “𝐀𝐫𝐜𝐡𝐢𝐭𝐞𝐜𝐭𝐮𝐫𝐞 𝐢𝐬 𝐭𝐡𝐞 𝐥𝐞𝐚𝐫𝐧𝐞𝐝 𝐠𝐚𝐦𝐞, 𝐜𝐨𝐫𝐫𝐞𝐜𝐭 𝐚𝐧𝐝 𝐦𝐚𝐠𝐧𝐢𝐟𝐢𝐜𝐞𝐧𝐭, 𝐨𝐟 𝐟𝐨𝐫𝐦𝐬 𝐚𝐬𝐬𝐞𝐦𝐛𝐥𝐞𝐝 𝐢𝐧 𝐭𝐡𝐞 𝐥𝐢𝐠𝐡𝐭.” สถาปัตยกรรมคือเกมที่ต้องใช้ภูมิปัญญา ในการประกอบฟอร์มต่าง ๆ ให้ถูกต้องและสง่างาม ภายใต้แสงสวย

กานต์ว่าประโยคนี้แหลมคมเป็นพิเศษเมื่อนำมาวางในบริบทตลาดอสังหาฯ Luxury ในปี 2026 ที่เราเห็นโครงการพยายามขายความครบเครื่องกันแทบทุกแห่ง ครบฟังก์ชัน ครบ Facility ทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล วิว ดีมีที่จอดรถ

แต่เอาเข้าจริง “ครบ” ในความหมายที่ตลาดมักใช้กัน คือครบในเชิงปริมาณ คือลิสต์ที่ยาว คือ Checkbox ที่ติ๊กถูกได้เยอะขึ้น

สิ่งที่ Noble FORM ทำต่างออกไปคือวางความครบทั้งหมดให้ปรากฏขึ้นในอาคารเดียว ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกมิติของชีวิตคนเมืองมาเจอกัน

ทั้งฟอร์มของการพักอาศัยที่สงบ รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ออกแบบพื้นที่ส่วนตัวและส่วนรวมมาให้อย่างเข้าใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบทุกฟังก์ชัน บนทำเลที่รายล้อมด้วยบาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารชั้นนำ ช่วยลดทุกเวลาในการเดินทาง และที่สำคัญเป็นฟอร์มที่ครองความสวยงามของสถาปัตยกรรมบนทองหล่อ ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากคอนโดอื่น ๆ ในย่านเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญครับ

แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ noble เลือกใช้ 8 Elements of Composition in Art เป็นเครื่องมือ คือ Unity, Balance, Movement, Rhythm, Focus, Contrast, Pattern และ Proportion ซึ่งโดยตรรกะทางการออกแบบแล้ว มันคือกฎที่ใช้ในงานทัศนศิลป์มากกว่าจะเป็นตัวเลือกของอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ที่มักหยิบ Keyword สถาปัตยกรรมจาก Mood Board เท่านั้น

การที่ noble เลือกใช้กรอบของศิลปะเป็นจุดเริ่ม จึงสะท้อนความตั้งใจที่จะวางตำแหน่งโครงการในฐานะ Masterpiece ของทองหล่อ

เมื่อเข้ามาภายใน สิ่งแรกที่ทักทายเราคือ Urban Oasis สวนต้อนรับขนาดกว่า 1,158 ตารางเมตรตัวเลขนี้คือสัดส่วนพื้นที่สีเขียวที่สูงที่สุดในย่านทองหล่อ ซึ่งในเมืองที่สวนสาธารณะกลายเป็นเรื่องหายาก พื้นที่เปิดโล่งกว้างขนาดนี้คือ ความ Luxury ที่จับต้องได้จริง

ขึ้นไปยังชั้น 37–38 จะพบกับ Noble Social Club ที่ประกอบไปด้วย Library, Lounge, Sky Auditorium และ Rec Room ส่วนที่กานต์ชอบที่สุดคือ Sky Lagoon สระลอยฟ้าชั้น 45 และที่สำคัญคือทุกห้องในตึกมองวิวเมืองได้แบบไม่มีอาคารสูงในระยะประชิดมาบดบัง ดังนั้น Noble FORM Thonglor จึงตอบโจทย์คำถามที่หลายโครงการในย่านนี้

หากจะถามว่า … ความ Luxury ที่แท้จริงคืออะไร?

กานต์ตอบว่าคือ One Form for Everything นั่นเองครับ

ภาพมุมสูงอาคารคอนโด noble FORM ทองหล่อ ท่ามกลางเมือง

ลงรายละเอียดโครงการก่อนสักนิดครับ Noble FORM Thonglor เป็น Flagship ของ Noble Development มูลค่ากว่า 5,400 ล้านบาท สูง 46 ชั้น ราว 211 เมตร เป็นอาคารพักอาศัยที่สูงที่สุดบนถนนทองหล่อ ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 2-2-56.7 ไร่ จำนวน 451 ยูนิต
โครงการตั้งอยู่กลางถนนทองหล่อตรงปากซอย 18 เยื้อง J Avenue ตรงข้าม The Commons — เซ็นเตอร์ของย่านที่รวมความหรูหรา วัฒนธรรม และชีวิตชีวาทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไว้ในรัศมี Walkable เพียงไม่กี่นาที เพราะเดินออกประตูก็คือไลฟ์สไตล์ครบวงจร ทั้ง ร้านอาหารชื่อดัง คาเฟ่ บาร์ระดับพรีเมียม สปอร์ตคอมเพล็กซ์อย่าง The Racquet Club และ Urban Playground Climbing ตลอดจน Community Mall ครบทุกแห่งของย่าน: J Avenue, The Teste Thonglor, 72 Courtyard, The Commons, Tops Market, Seenspace Thonglor และ M District ทั้งหมดในระยะเดินถึง

รายละเอียดฝ้าไม้ระแนงและโคมไฟทรงกลมบนรูฟท็อป มองเห็นวิวเมืองยามพลบค่ำ

การเชื่อมต่อกับทางด่วนอย่างสะดวกสบาย ทำให้เราสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่สำคัญของเมืองไม่ว่าจะเป็น ถนนสุขุมวิท เพชรบุรี เอกมัย อโศก พระราม 9 ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ใกล้รถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทาวิ่งมาจากเลียบทางด่วนรามอินทรามา Interchange ที่สถานีทองหล่ออีกด้วย 

มุมมองรูฟท็อปอาคาร noble FORM ทองหล่อ พร้อมป้ายแบรนด์และสระว่ายน้ำ

งานออกแบบจาก IAW Studio สถาปนิกไทยที่เลือกใช้ภาษา Art Deco ยุค 1920s แบบ The Great Gatsby มาเป็นแกนการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน อาคารทรงสี่เหลี่ยมเรียบ (square form) สมมาตรเป๊ะ ด้านหน้ากว้าง ผิวอาคารเล่นกับลายแนวนอนละเอียด ๆ ที่จะปรากฏชัดขึ้นเมื่อแสงเย็นตกกระทบและตอนเปิดไฟกลางคืน เป็นฟอร์มที่ดูนิ่ง สงบ ต่างจากบรรยากาศด้านนอก 

ห้องชุดตัวอย่างเปิดมุมมองวิวเมือง ตกแต่งโทนครีมพร้อมมุมรับประทานอาหาร

นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนนานาชาติ อาทิ โรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก-สุขุมวิท, โรงเรียนนานาชาติบางกอก พรีแพราธอรี แอนด์ เซ็กเคินเดอรี, โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว ศรีวิกรม์แคมปัส, โรงเรียนนานาชาติเวลล์ส, โรงเรียนนานาชาติทรินิตี้, โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ คิดส์ คิงดอม, โรงเรียนอนุบาลสี่พี่น้อง, โรงเรียนนานาชาติคิดส์อเคดิมี่, โรงเรียนนานาชาติเอกมัย, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ฯลฯ

รวมถึงโรงพยาบาลชั้นนำเพื่อสร้างความอุ่นใจ ได้แก่ โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, โรงพยาบาลสุขุมวิท, โรงพยาบาลเพชรเวช, โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ฯลฯ 

วิวเมืองทองหล่อยามค่ำคืนมองจากอาคารสูง

เมื่อขับรถเข้ามาบนถนนทองหล่อ เราจะเห็นอาคารผ่านทางเข้าด้านหน้าที่เด่นชัดด้วยสถาปัตยกรรม Modern Luxury ที่ผสมผสานดีไซน์ Art Deco เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรม 

งานสถาปัตยกรรมฐานอาคาร noble FORM ทองหล่อ พร้อมป้ายแบรนด์

ตัวอาคารโดดเด่นด้วยการใช้เส้นสายและมุมมองที่เฉียบคมสะท้อนการตกกระทบของแสงและเงาในมิติต่างๆ ราวกับเหลี่ยมมุมอันสมบูรณ์แบบของอัญมณีเม็ดงาม 

ภาพมุมสูงสวนสีเขียวบนรูฟท็อปพร้อมทางเดินโค้ง

พื้นที่กว่า 1,158 ตารางเมตร ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Tivoli Garden ของโคเปนเฮเกน สัดส่วนพื้นที่สีเขียวรวมราว 37% ของพื้นที่โครงการ ถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่สีเขียวมากที่สุดบนถนนทองหล่อ ด้านในประดับหินอ่อนสีดำเล่นกับน้ำตกที่ไหลลงเป็นม่านบาง ๆ สะท้อนแสงเย็น เราชอบเสียงน้ำตกมาก เพราะทำหน้าที่บางอย่างคือช่วยกลบเสียงวุ่นวายของด้านนอกได้ดี 

สวนรูฟท็อปร่มรื่นพร้อมทางเดินท่ามกลางพรรณไม้

น่าดีใจแทนลูกบ้านคือการที่ Noble เลือกใช้พื้นที่หน้าโครงการที่ราคาตารางเมตรละเป็นล้านบาทมาทำเป็นสวน แทนที่จะใช้เป็น Retail นี่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช่ทุกบริษัทยอมทำ แต่เป็นสิ่งที่ลูกบ้านจะรู้สึกดีได้ในทุกวันครับ 

ผู้อยู่อาศัยเดินผ่านผนังหินอ่อนประดับป้าย noble FORM ทองหล่อ

ห้องตัวอย่างมีหลายแบบให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ การอยู่อาศัยและการลงทุน ด้วยราคาเฉลี่ยปัจจุบันราว 250,000 บาท/ตร.ม. ทรงตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นในย่าน ส่วนราคาเช่าขยับขึ้นกว่า 76% เทียบกับปีก่อน ราคาขายเริ่มต้นห้อง 1 นอนเริ่มต้นอยู่ที่ราว 7.29 ล้านบาท ขึ้นไปจนถึง Penthouse ที่ราคาทะลุ 21 ล้านบาท

ในมุมการลงทุน Noble FORM คือสิ่งที่ตลาดเรียกว่า “Scarcity Asset” เพราะเป็นโครงการ High-Rise ใหม่ที่หาได้ยากบนถนนทองหล่อโดยตรง ในย่านที่ Noble Development ทำสำเร็จมาแล้วหลายโครงการ และเลือกใช้ที่ดินผืนนี้เป็น Flagship ด้วยเหตุผลที่ดีหลายข้อรวมกัน 

ป้ายแบรนด์ noble บนผนังอาคารดีไซน์เหลี่ยมมุม

เมื่อเดินเข้ามาด้านในอาคาร จะเห็น Facade ด้านบนใช้แผ่นหินอ่อนซ้อนเป็น Horizontal Striation ผิวยื่นเหลื่อมกันเป็นชั้น ๆ ภาษาเดียวกับที่ William Van Alen ใช้บน Chrysler Building (1930) ที่ใช้ Steel Cladding ซ้อนเป็น Setback ทำให้อาคารดูทะยานขึ้นและลื่นไหลในเวลาเดียวกัน

โครงการเลือกใช้ Automated Parking System เต็มรูปแบบ มี 5 Towers แยกกัน รองรับการจอดรถคิดเป็นอัตราส่วน 60% 

ล็อบบี้อาคารตกแต่งหินอ่อนและโคมไฟทองเหลือง

ด้านใน Art Deco Lobby จะมีจอขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็น Digital Concierge สำหรับการเรียกรถ แสดงข้อมูล Real-time ของทั้งระบบ และสามารถนั่งรอรถได้ที่ Lobby เพียงแตะบัตร ระบบจะเริ่มขับเคลื่อนกลไกของ Tower ที่จอดรถลูกบ้านอยู่ ส่งรถลงมาที่ช่องรับซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 Tower

ภายใน Art Deco Lobby บริเวณโถงกลางดูโปร่ง ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่าจะเน้นไปที่แก่นของความหรูหรา คือการสร้างสมดุลระหว่างเรื่องของฟังก์ชัน ขนาดและวัสดุ ซึ่ง Lobby จัดวางองค์ประกอบมาได้อย่างน่าสนใจ

ที่นั่งออกแบบเป็นสไตล์ Mid-Century Modern มี Armchair สีน้ำตาลคาราเมล เคียงคู่กับโซฟายาวสีเทา หมอนสีกรมท่าและส้มอิฐที่ตัดกันแบบไวยากรณ์

Art Deco Lobby จึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของคอนโดมิเนียมและผู้พักอาศัยได้เป็นอย่างดี ที่นั่งออกแบบเป็นสไตล์ Mid-Century Modern มี Armchair สีน้ำตาลคาราเมล เคียงคู่กับโซฟายาวสีเทา หมอนสีกรมท่าและส้มอิฐที่ตัดกันแบบไวยากรณ์ของ 1930s ที่มี Color Palette เฉพาะตัว 

ห้องรับพัสดุและตู้จดหมายส่วนกลางของอาคาร

ถัดจากล็อบบี้คือห้อง Mailbox สำหรับเอกสารและจดหมาย ผนังไม้โอ๊คสีอ่อนตัดกับพื้นหินอ่อนสีดำให้ Contrast ที่นุ่มนวล

ส่วนอีกห้องที่อยู่ด้านหลัง คือ Smart Locker for Parcels ขนาดใหญ่ขึ้น ใช้รองรับพัสดุจาก Lazada, Shopee, GrabExpress, LineMan โดยลูกบ้านปลดล็อกผ่าน Face Scan หรือ QR Code ฟังดูเป็น feature เล็กๆ ครับ แต่ในชีวิตจริงของคนเมืองที่สั่งของวันละหลายครั้ง การมี secure parcel locker ที่ไม่ต้องรอแม่บ้านมารับ ไม่ต้องเสี่ยงพัสดุหาย ไม่ต้องเก็บไว้ในล็อบบี้ที่ไม่ปลอดภัย ไม่วุ่นวายกับนิติบุคคล — และเมื่อรวมกับ Door-to-Door Service ที่รับ-ส่งพัสดุและอาหาร Delivery ตรงถึงหน้าห้อง มันทำให้คุณภาพชีวิตง่ายขึ้นมากจริงๆ ครับ 

มุมเลานจ์ตกแต่งหินอ่อนและโคมระย้าทองเหลือง

Noble FORM Thonglor แบ่งห้องออกเป็นหลาย Type มากครับ หลักๆ คือจะเป็นแบบ Simplex (ห้องชั้นเดียว) และ Fullplex (ห้องสองชั้น เพดานสูง) วางกระจายกันไปในแต่ละชั้น แต่ละแบบยังมีห้องที่มีขนาดต่างกันอีก เช่น 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus เหล่านี้ออกแบบสำหรับคนอยู่อาศัยวัยทำงานหรือนักลงทุนที่เน้นการปล่อยเช่า เพราะดูจากขนาดห้องที่ลงตัวกับกลุ่ม Japanese Expats และ Korean Expats ที่เป็นฐานเช่าหลักของย่านทองหล่อ ที่สำคัญทุกห้องเป็นแบบ Fully-Fitted ตกแต่งให้แล้วบางส่วน ทำให้เราสามารถปล่อยเช่าได้ทันทีในวันโอนครับ

และที่สำคัญห่้องดีไซน์ Simplex จะติดตั้ง Bay Window หรือหน้าต่างยื่นออกจากผนัง เพื่อขยาย footprint การมองวิวออกไปจากห้อง ตรงจุดนี้ถือว่าดีมาก เพราะแม้จะเป็นรายละเอียดที่ดูเล็กน้อย แต่ในชีวิตจริงคือสิ่งที่เพิ่มความรู้สึกของพื้นที่ที่ได้มากกว่าตัวเลขตารางเมตรในแปลน

ต่อมาคือห้อง 2 Bedroom ห้องครอบครัวสำหรับคนที่อยู่จริงในย่านทองหล่อ เพราะมีขนาดพื้นที่กว้างพอสำหรับการต้อนรับแขก นอกจากนี้โครงการยังมีห้องแบบ Penthouse 3 ห้องนอนซึ่งจะมีด้วยกันทั้งหมด 8 ยูนิต บนชั้น 31 และ 32 ซึ่งกานต์จะพาไปชมครับ 

ห้องชุดแบบเปิดโล่ง เชื่อมห้องนั่งเล่น มุมอาหารและครัวโทนสว่าง

ชั้น 31-32 เป็น Penthouse ครับ โครงการเลือกวางยูนิตประเภทนี้ไว้ที่ชั้นนี้โดยเฉพาะ เป็นการตัดสินใจทางการออกแบบที่กานต์คิดว่าน่าสนใจมากครับ 

ห้องนั่งเล่นเปิดวิวเมือง ผู้อยู่อาศัยนั่งพักผ่อนริมหน้าต่าง

ที่บอกว่าน่าสนใจ เพราะในอาคารสูง 46 ชั้น ชั้น 32 คือจุดที่กานต์เรียกว่า Sweet Spot ของ Vertical Living เพราะมีความสูงพอที่จะหลุดพ้นจากความวุ่นวายของย่านทองหล่อด้านล่าง มองเห็น Skyline ของกรุงเทพฯ ได้อย่างไม่มีอะไรบดบัง แต่ยังไม่สูงจนรู้สึก Disconnected จากเมือง ลมที่ระดับนี้ยังพาเสียงเมืองขึ้นมาแผ่วเบา ไม่ใช่ความเงียบสนิทที่บางคนอาจรู้สึกเหินจากชีวิตข้างล่าง 

ครัวไอแลนด์หินอ่อนเชื่อมห้องนั่งเล่น เปิดวิวเมือง

Penthouse ออกแบบเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ บนพื้นที่กว่า 151 ตารางเมตร ที่กระจายตัวในรูปทรงที่ตัวแอล (L-Shape) กว้างถึงเกือบ 14 เมตรจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้าน 

มุมรับประทานอาหารพร้อมโคมไฟแขวนและงานศิลปะบนผนัง

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับ Common Area ออกแบบเป็น Open-plan ที่เชื่อมต่อ Living โซฟาขนาดใหญ่บุผ้าสีครีม จัดวางเป็นรูปตัว Lและ Dining มีโต๊ะไม้ทรงยาวสำหรับ 6 ที่นั่ง ทั้งหมดเชื่อมโซนนี้เข้าด้วยกันโดยไม่มีผนังกั้น 

ห้องนั่งเล่นพร้อมจอทีวีบนผนังไม้ คอนโซลและโซฟาโทนครีม

ด้านในสุดมี Bay Window ส่วนพื้นที่ครัวจะอยู่ด้านหน้าห้อง มี Island ขนาดใหญ่ ให้เราพักเหนื่อยวางของได้ หลุดจากความวุ่นวายภายนอกได้ดี 

ห้องนอนเปิดวิวเมือง เตียงนอนและเบาะนั่งริมหน้าต่าง

ห้องนอนเริ่มจาก Master Bedroom ขนาดใหญ่จัดวางเตียงนอน King size บุผ้าสีเบจ พร้อม Bench ปลายเตียงทรง Modernist ที่ขาตัดเฉียง เป็นรายละเอียดที่ทำให้ห้องดูเก๋ทันสมัย หัวเตียงประดับภาพลายไม้สีน้ำตาลเข้มที่อ้างอิงมาจากลวดลาย Art Deco 

ห้องนั่งเล่นพร้อมจอทีวีและมุมที่นั่งริมหน้าต่างเปิดวิวเมือง

ห้องนอนมาพร้อมกับ Bay Window Seat อีกจุดสำหรับนั่งดื่มกาแฟเช้าจิบไวน์ก่อนนอน ติดกันเป็นประตูกระจกบานใหญ่ Floor-to-Ceiling Glass ที่เปิดออกสู่ระเบียงส่วนตัวภายในห้อง 

ผู้อยู่อาศัยถือแก้วไวน์ริมหน้าต่างเปิดวิวเมือง บรรยากาศผ่อนคลาย

“𝑬𝒏𝒋𝒐𝒚 𝒕𝒉𝒆 𝒍𝒊𝒕𝒕𝒍𝒆 𝒕𝒉𝒊𝒏𝒈𝒔, 𝒇𝒐𝒓 𝒐𝒏𝒆 𝒅𝒂𝒚 𝒚𝒐𝒖 𝒎𝒂𝒚 𝒍𝒐𝒐𝒌 𝒃𝒂𝒄𝒌 𝒂𝒏𝒅 𝒓𝒆𝒂𝒍𝒊𝒛𝒆 𝒕𝒉𝒆𝒚 𝒘𝒆𝒓𝒆 𝒕𝒉𝒆 𝒃𝒊𝒈 𝒕𝒉𝒊𝒏𝒈𝒔.”

-Robert Brault 

มุมแต่งตัวพร้อมตู้บานกระจกและกระจกเงา จัดดอกทิวลิป

ทางเดินจากห้องนอนเข้าสู่ห้องเสื้อผ้า ผ่านโซนแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ที่มีโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจก 

ห้องน้ำพร้อมเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและกระจกเงา

นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำในตัวเป็น Layout ที่กานต์ว่าได้เหตุผลในการใช้งานดีมาก อ่างล้างหน้าคู่พร้อมตู้กระจกบานสามสูงจรดเพดาน อ่างอาบน้ำตั้งพื้นทรงเรียบ ห้องอาบน้ำแยกพื้นที่เปียก-แห้งชัดเจนด้วยกระจกใส ทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดจริง 

วอล์กอินโคลเซ็ตบิวต์อินเชื่อมห้องนอน โทนไม้อบอุ่น

สำหรับห้องนอนอีก 2 ห้องใน Penthouse นี้ กานต์มองว่าทีมออกแบบตีโจทย์ได้น่าสนใจและใส่ใจในรายละเอียดมากครับ เพราะไม่ได้ทรีตพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแค่ห้องนอนแขกหรือห้องรองไซส์เล็กแบบที่คอนโดทั่วไปนิยมทำกัน แต่ให้พื้นที่มาใหญ่กว้างขวางจนแทบจะเทียบเท่า Master Bedroom เลยทีเดียว

เริ่มจากห้องแรกที่คาแรคเตอร์ค่อนข้างชัดเจนว่าออกแบบมาเพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ชายวัยรุ่นที่กำลังเริ่มก่อร่างสร้างเทสต์ของตัวเอง ผนังหัวเตียงเลือกใช้เส้นสายที่ดูทันสมัยด้วยการกรุคิ้วไม้สร้างจังหวะแนวตั้งที่ให้ความรู้สึกขรึมและเท่ การจัดสไตลิ่งห้องด้วยผ้าคลุมเตียงลายสกอตสีน้ำเงินเข้ม-ขาว-เทา ได้อารมณ์คลาสสิกคล้ายกับกลิ่นอายของแบรนด์ Ralph Lauren ในยุค 90s ยิ่งพอจับคู่กับหมอนกำมะหยี่สีน้ำเงินกรมท่า ก็ยิ่งขับให้สเปซดูมีมิติมากขึ้น 

ห้องนอนพร้อมผ้าคลุมเตียงลายสก๊อตและเบาะนั่งริมหน้าต่าง

จุดที่กานต์ชื่นชมและคิดว่า Noble FORM ทำได้เหนือกว่าโครงการระดับ Luxury ย่านเดียวกันหลายแห่ง คือความใส่ใจในการกระจายฟังก์ชันที่นั่งชมวิวริมหน้าต่างเข้ามาไว้ในห้องนอนอื่นๆ ด้วย ทำให้เรามีมุมพักผ่อนส่วนตัวอย่างแท้จริง 

มุมแต่งตัวบิวต์อินพร้อมลิ้นชักและชั้นวางของ

นอกจากนี้ พื้นที่ทั้งหมดใช้งานยังให้มาครบจบในตัว ทั้ง Walk-in Closet ที่มาพร้อมโต๊ะแต่งตัว ตู้เก็บรองเท้า 

ห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำและของตกแต่งบนขอบอ่าง

ห้องน้ำแบบ En-suite ที่คุมโทนความเรียบหรูด้วยเคาน์เตอร์ท็อปหินควอตซ์สีขาว วางอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมเด่นชัด พร้อมตู้กระจกบานพับสามตอนที่ทำความสูงจรดเพดาน 

ห้องนอนพร้อมหัวเตียงไม้ ผนังลายเส้นและกระจกเงา

ส่วนห้องนอนรองอีกห้องที่อยู่ฝั่งเดียวกับห้องนั่งเล่น ก็มีดีเทลงานดีไซน์ที่ตั้งใจทำมาอย่างพิถีพิถันไม่แพ้กันครับ กานต์ชอบการออกแบบผนังหัวเตียงของห้องนี้เป็นพิเศษ ลวดลายกราฟิกดูพลิ้วไหวคล้ายกับสายน้ำหรือเส้นใยของพืชที่ทิ้งตัวลงมาจากเพดาน การจับคู่โทนสีน้ำตาลเข้มบนพื้นสีเบจอ่อน แล้วขนาบข้างด้วยแผงไม้โอ๊กที่ดูสะอาดตา กานต์มองว่านี่คือการตีความคอนเซปต์เรื่อง Movement ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 Elements of Composition ออกมาเป็นงานอินทีเรียดีไซน์ได้อย่างแยบยลและมีชั้นเชิงมากครับ ฟังก์ชันในห้องนี้มาพร้อมตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนลายไม้โอ๊กแบบบิลท์อินสูงจรดฝ้าเพดาน และห้องน้ำในตัวที่ใช้งานได้สะดวกสบาย

ภาพรวมของห้องนอนทั้งสองห้องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่กานต์มักจะเรียกว่า “Design Democracy” ในงานออกแบบครับ เพราะไม่ว่าคุณจะนอนห้องไหนในเพนต์เฮาส์ยูนิตนี้ ทุกคนจะได้รับคุณภาพของวัสดุ ความใส่ใจในสเปซ และภาษาของการออกแบบที่สวยงามสอดคล้องกันไปทั้งหมดครับ 

ห้องชุดตกแต่งงานศิลปะ เชื่อมมุมนั่งเล่นและครัว

ห้องแบบ Fullplex ของ Noble FORM Thonglor ถือว่าแก้โจทย์ความอึดอัดของการอยู่คอนโดในเมืองได้ขาดมากครับ คอนเซปต์นี้ไม่ใช่แค่การทำห้องเพดานสูงแบบที่เห็นกันทั่วไป แต่คือการจำลองความรู้สึกของ “บ้าน” ที่มีมิติทั้งแนวราบและแนวดิ่งมาไว้ใจกลางทองหล่อ ซึ่งสะท้อนรสนิยมแบบ Quiet Luxury ที่ไม่ได้เน้นความหรูหราฟู่ฟ่า แต่ให้ความสำคัญกับสเปซ โปร่งโล่ง และคุณภาพการอยู่อาศัยที่แท้จริง 

ห้องนั่งเล่นพร้อมจอทีวีบนผนังไม้และงานศิลปะนามธรรม

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง จุดที่ดึงดูดสายตาและสร้างความรู้สึกโปร่งสบายที่สุดคือพื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Volume สูง 4.85 เมตร เพดานที่สูงโปร่งถูกขับเน้นให้ดูแกรนด์ขึ้นไปอีกด้วยการกรุผนังลายไม้สีเข้มทอดยาวจากพื้นจรดฝ้าเพดาน วิธีนี้นอกจากจะช่วยนำสายตาให้ห้องดูสูงขึ้นแล้ว ยังสร้างมู้ดที่ดูอบอุ่นและคลาสสิกมากครับ 

ห้องครัวคอมแพ็กต์พร้อมเครื่องซักผ้าและจอทีวี

ดีไซน์เนอร์เลือกเติมความซอฟต์ให้กับเส้นสายแนวตั้งที่ดูแข็งแรงด้วยการแขวนแชนเดอเลียร์ดีไซน์พลิ้วไหวคล้ายกลีบดอกไม้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนชิ้นงานศิลปะกลางห้อง ควบคู่ไปกับการเลือกใช้โซฟาเข้ามุมทรงโค้งที่ช่วยให้พื้นที่ดูเป็นมิตรและน่านั่งพักผ่อนมากขึ้น 

ห้องนั่งเล่นตกแต่งงานศิลปะและมุมแขวนเสื้อผ้า โทนอบอุ่น

การจัดสรรพื้นที่ชั้นล่างเน้นความลื่นไหลและเชื่อมต่อกัน พื้นที่นั่งเล่นเชื่อมโยงกับโซนรับประทานอาหารและครัวอย่างลงตัว ฟังก์ชันของมุมโต๊ะทานข้าวมีทั้งแบบโต๊ะกลมหินอ่อนที่ดูเป็นกันเอง และมุมที่นั่งแบบบิลท์อินเข้ามุมที่ช่วยประหยัดพื้นที่แต่ใช้งานได้จริง ส่วนของ Pantry จัดวางไว้ใต้ชั้นลอยอย่างเป็นสัดส่วน คุมโทนสีขาว-ดำให้ดูโมเดิร์นสะอาดตา และซ่อนฟังก์ชันเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบบิลท์อินไว้อย่างแนบเนียน ทำให้ภาพรวมของห้องดูเป็นระเบียบ 

ห้องนอนพร้อมงานศิลปะนามธรรมและหมอนอิงทรงกระบอก

ชั้นบนเป็นพื้นที่ของห้องนอน ออกแบบมาให้เป็นเหมือน Private Sanctuary ที่ยังไม่ถูกตัดขาดจากพื้นที่ส่วนรวมซะทีเดียว การใช้กระจกใสทำเป็นราวกันตกทำให้เรามองเห็นพื้นที่นั่งเล่นด้านล่างได้ และช่วยดึงมิติของแสงและเงาจากหน้าต่างบานใหญ่ให้ส่องเข้ามาถึงเตียงนอนได้พอดี 

มุมห้องนั่งเล่นพร้อมจอทีวีและห้องน้ำในตัว โคมระย้าตกแต่ง

ฟังก์ชันการใช้งานบนห้องนอนจัดวางเลย์เอาต์ได้กระชับและลื่นไหลครับ พื้นที่เตียงนอนเชื่อมต่อกับมุมแต่งตัวและห้องน้ำในตัว (En-suite) ได้อย่างต่อเนื่อง โทนสีและวัสดุล้อไปกับชั้นล่างคือเน้นความอบอุ่นของงานไม้และโทนสีเอิร์ธโทน ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง 

ทางเดินภายในอาคารประดับภาพศิลปะ ผนังหินอ่อนและพื้นโมเสก

ถ้าเรามองพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Noble FORM Thonglor แบบเจาะลึกไปที่ Lounge ชั้น 37 และ 38 กานต์คิดว่าที่นี่คือการจำลองประสบการณ์ของ Private Club ระดับไฮเอนด์มาไว้ในคอนโดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ 

ผนังวอลเปเปอร์ลวดลายประณีตพร้อมผู้อยู่อาศัยในชุดราตรี

ด้วยคอนเซปต์หลักคือการเล่นกับความคอนทราสต์ ทั้งการใช้สีสัน ลวดลายกราฟิกจัดๆ ตัดกับความคลาสสิกของหินอ่อนและงานไม้ แต่กลับคุมโทนออกมาได้นิ่งและหรูหรา ถือว่าตีโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองย่านทองหล่อได้น่าสนใจมากครับ 

มุมนั่งเล่นส่วนกลางผนังลวดลาย โคมไฟแขวนและโซฟาสีเหลือง

เมื่อเราเดินเข้ามาที่ชั้น 37 บรรยากาศจะชวนให้รู้สึกถึงการเข้าสังคมและการสังสรรค์ สเปซถูกเปิดโล่งและลื่นไหลเข้าหากันทั้งหมด 

เลานจ์ส่วนกลางเปิดวิวเมืองยามเย็น โซฟาโค้งและบันได

เริ่มตั้งแต่มุมเลานจ์รับรองที่ใช้โซฟาโค้งสีเหลืองมัสตาร์ดหันหน้าออกรับแสงอุ่นๆ ช่วงพระอาทิตย์ตก 

ห้องเล่นเกมพร้อมโต๊ะพูล โคมไฟเพดานทองเหลืองและผนังลวดลาย

มีโซนเกมที่มีโต๊ะพูลและเคาน์เตอร์ฟุตบอล จัดวางไว้ใต้โคมไฟระแนงไม้ทรงกลมขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อชั้นบนลงมา 

ห้องรับประทานอาหารส่วนกลางผนังลายรังผึ้ง โต๊ะยาวและจอทีวี

นอกจากนี้ยังมีโต๊ะไม้ยาวอเนกประสงค์ที่รองรับได้ทั้งการนั่งทำงานแบบ Co-working หรือจะปรับเป็นโต๊ะจัดปาร์ตี้ส่วนตัวก็ทำได้สบายๆ 

เลานจ์ส่วนกลางโซฟาโค้งเปิดวิวเมือง พื้นหินอ่อนสีเข้ม

จุดที่สะท้อนความกล้าหาญในงานดีไซน์คือการใช้วอลเปเปอร์ลวดลายใบหน้าคนและใบไม้มาพรางตากรอบประตูต่างๆ บนผนัง ทำให้สเปซดูกลมกลืนเป็นผืนเดียวกัน 

ระเบียงส่วนกลางเปิดวิวเส้นขอบฟ้าเมืองยามอาทิตย์อัสดง

“𝐒𝐩𝐚𝐜𝐞 𝐚𝐧𝐝 𝐥𝐢𝐠𝐡𝐭 𝐚𝐧𝐝 𝐨𝐫𝐝𝐞𝐫. 𝐓𝐡𝐨𝐬𝐞 𝐚𝐫𝐞 𝐭𝐡𝐞 𝐭𝐡𝐢𝐧𝐠𝐬 𝐭𝐡𝐚𝐭 𝐦𝐞𝐧 𝐧𝐞𝐞𝐝 𝐣𝐮𝐬𝐭 𝐚𝐬 𝐦𝐮𝐜𝐡 𝐚𝐬 𝐭𝐡𝐞𝐲 𝐧𝐞𝐞𝐝 𝐛𝐫𝐞𝐚𝐝 𝐨𝐫 𝐚 𝐩𝐥𝐚𝐜𝐞 𝐭𝐨 𝐬𝐥𝐞𝐞𝐩.”

– Le Corbusier 

โถงบันไดประดับโคมไฟทรงกลมและผนังหินอ่อนสีเข้ม

พาเดินขึ้นไปที่ชั้น 38 กันต่อครับ 

เลานจ์ส่วนกลางพร้อมเบาะนั่งโค้ง ฝ้ากระจกและวิวเมือง

บนชั้น 38 อารมณ์ของพื้นที่จะเปลี่ยนไปสู่ความรีแลกซ์และเป็นส่วนตัวมากขึ้น ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาทันทีคือโซฟาหนังสีคาราเมลทรงกลมที่โอบล้อมช่องว่างตรงกลางเอาไว้ 

ห้องเล่นเกมโต๊ะพูลใต้ฝ้าไม้ระแนงทรงโดมและโคมไฟทรงกลม

ชั้น 38 สามารถมองทะลุระแนงไม้ลงไปดูความเคลื่อนไหวที่ชั้น 37 ได้ด้วย

เราว่าดีไซน์เนอร์เก่งมากที่ใช้ชิ้นงานนี้แทนการก่อผนังทึบ เพื่อตีกรอบพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วนแบบหลวมๆ ทำให้ห้องดูไม่อึดอัด 

บาร์ส่วนกลางทรงวงกลมเปิดวิวเมือง ผนังลวดลายประณีต

ฟังก์ชันบนชั้นนี้จะเน้นรองรับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟครับ มีมุมเคาน์เตอร์บาร์โค้งสำหรับมานั่งจิบเครื่องดื่มเงียบๆ 

หน้าต่างบานสูงเปิดวิวเส้นขอบฟ้าเมืองยามอาทิตย์อัสดง

มีห้องรับประทานอาหารส่วนตัวที่จัดวางโต๊ะกลมพร้อมเก้าอี้ดีไซน์สวย ให้เรามาดินเนอร์พร้อมชมวิวขอบฟ้ากรุงเทพฯ ยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า 

ห้องชมภาพยนตร์ส่วนกลางพร้อมโซฟาและผนังไม้ระแนง

ที่จัดเต็มมากๆ คือห้อง Mini Theater ที่เก็บเสียงด้วยการกรุผนังและฝ้าไม้เซาะร่อง มาพร้อมโซฟาหนังตัวใหญ่ปรับระดับได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเหมาโรงหนัง VIP 

เลานจ์ส่วนกลางฝ้ากระจกทรงรีและโคมไฟแขวน ผนังลวดลาย

ภาพรวมของเลานจ์ทั้งสองชั้น สะท้อนปรัชญาการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่ต้องการทางเลือกครับ ในวันหนึ่งคุณอาจจะอยากลงมาปาร์ตี้เล่นพูลกับเพื่อนที่ชั้น 37 และในอีกวันก็อาจจะแค่อยากหลบมานั่งดูหนังเงียบๆ หรือจิบไวน์ดูพระอาทิตย์ตกที่ชั้น 38 เป็นการนำเสนองานดีไซน์ที่จัดจ้านแต่กลับตอบสนองฟังก์ชันการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวที่สุดครับ 

มุมมองรูฟท็อปอาคารประดับป้ายแบรนด์ noble

ชั้น 45-46 ของ Noble FORM Thonglor ออกแบบโดยเป็นการดึงเอาธรรมชาติและการดูแลสุขภาพมาจัดวางไว้บนตึกสูงใจกลางเมืองได้อย่างกลมกลืน โดยเน้นการออกแบบสเปซให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้จริงและรู้สึกผ่อนคลายในทุกช่วงเวลาของวัน 

ห้องฟิตเนสส่วนกลางผนังลวดลายเปิดวิวเมือง

เริ่มจากโซนฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกาย พื้นที่ตรงนี้ได้เปรียบเรื่องการเทควิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามาผ่านกระจกบานใหญ่ งานดีไซน์มีความน่าสนใจตรงที่เขาเลือกใช้ฝ้าเพดานระแนงไม้มาช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของบรรยากาศห้องยิม เติมความอบอุ่นให้สเปซดูน่ามาใช้งานมากขึ้น ผนังบางส่วนกรุกระจกเงาบานใหญ่ช่วยให้ห้องดูโปร่งและกว้าง จัดสรรโซนได้ดีมากครับ 

ห้องโยคะอเนกประสงค์ผนังลวดลายเปิดวิวเมือง

ฝั่งเครื่องเล่นคาร์ดิโอจัดวางลู่วิ่งหันหน้าออกไปรับวิวเมืองโดยตรง ช่วยให้การวิ่งหรือออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ ส่วนพื้นที่สตูดิโออเนกประสงค์สำหรับเล่นโยคะหรือบอดี้เวทก็เปิดสเปซโล่ง ปูพื้นกันกระแทกพร้อมมาร์กจุดตำแหน่งไว้อย่างเป็นระเบียบ มีม้านั่งไม้เรียบๆ จัดเตรียมไว้ให้ เป็นมุมที่รองรับการจ้างเทรนเนอร์มาสอนคลาสส่วนตัวได้สบายๆ 

ผู้อยู่อาศัยเดินริมสระว่ายน้ำขอบอินฟินิตี้บนรูฟท็อป

เชื่อมต่อมาที่สระว่ายน้ำแบบ Semi-outdoor ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ ทำให้เราสามารถว่ายน้ำหรือมานั่งพักผ่อนได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแดดหรือฝน ดีไซน์ของสเปซนี้มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมากครับ สถาปนิกเลือกใช้กระเบื้องทรงแนวตั้งโทนสีเหลืองมัสตาร์ดหรือสีอำพันมากรุตามผนังและเสาต้นใหญ่ พอแสงแดดช่วงเย็นสาดเข้ามากระทบ สเปซตรงนี้จะดูมีมิติ อบอุ่น และคลาสสิกมาก นอกจากนี้ยังใส่กิมมิกม่านน้ำตกที่ไหลลงมาจากสเปซด้านบน ซึ่งนอกจากจะสร้างมูฟเมนต์ให้กับงานสถาปัตยกรรมแล้ว เสียงของน้ำยังช่วยบำบัดและสร้างความรู้สึกสงบได้ดี รู้สึกเหมือนเส้นขอบสระเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกับเส้นขอบฟ้าเลยครับ 

สวนสีเขียวบนรูฟท็อปพร้อมทางเดินร่มรื่น

ถ้าอยากหลีกหนีความวุ่นวายมาสูดอากาศแบบเต็มปอด พื้นที่สวนสีเขียวบนดาดฟ้าชั้น 46 คือคำตอบครับ การออกแบบแลนด์สเคปที่นี่ไม่ได้มาแบบพื้นหญ้าแบนๆ เรียบๆ แต่ทำเป็นสเต็ปไล่ระดับ สร้างมิติให้สวนดูมีลูกเล่น 

สวนรูฟท็อปพร้อมมุมพักผ่อนเบาะนั่งท่ามกลางต้นไม้

สวนมีการแทรกมุมนั่งเล่น พร้อม Bean Bag เอาไว้ตามจุดต่างๆ ท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้ใหญ่และไม้ประดับที่ค่อนข้างหนาแน่น สวนมุมนี้ให้อารมณ์เหมือนเป็นโอเอซิสลับส่วนตัว สะท้อนรสนิยมแบบ Quiet Luxury ได้ดีทีเดียวครับ คือไม่ได้เน้นความหรูหราฟู่ฟ่า แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสงบ และรายละเอียดยิบย่อยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงๆ 

งานสถาปัตยกรรมฐานอาคาร noble FORM ทองหล่อ พร้อมป้ายแบรนด์

#สรุป ถ้าใครมองหาที่อยู่อาศัยใจกลางทองหล่อที่ครบทุกฟังก์ชันจริงๆ อยากแนะนำ Noble FORM Thonglor ครับ โครงการนี้ตีโจทย์ Quiet Luxury ได้ดีมาก ไม่พยายามตะโกนความหรูหรา ทว่าพิถีพิถันในทุกรายละเอียดการใช้ชีวิต

Space ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง โดยเฉพาะห้องเลย์เอาต์แบบ Fullplex ให้ความรู้สึกโปร่งสบายเหมือนอยู่บ้านด้วยโถงเพดานสูง รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 37 และ 38 ก็ถูกคิดมาอย่างเป็นระบบ ให้อารมณ์เหมือนเรามี Private Club ระดับไฮเอนด์ส่วนตัว ทั้งเลานจ์ชมวิวเมือง ห้องดูหนังแบบเก็บเสียง และสระว่ายน้ำกึ่งกลางแจ้งพร้อมสวนที่รับวิวขอบฟ้ากรุงเทพฯ แบบพาโนรามา

Noble FORM Thonglor จึงเป็นการลงทุนกับคุณภาพชีวิตและรสนิยม พื้นที่ทุกตารางนิ้วผสานฟังก์ชันและงานดีไซน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์คนที่ต้องการความสงบ เป็นส่วนตัว แต่ยังคงเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง เป็นความหรูหราที่อยู่สบายและคุ้มค่าที่จะครอบครองครับ

__________________
ฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี*
ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน*

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่
https://nobleurl.com/4tpvkZQ

CONTACT:
Line : @nobledev or nobleurl.com/line
Tel : 02-251-9955

คำถามที่พบบ่อย

noble FORM ทองหล่อ ทำเลอยู่ตรงไหน เดินทางอย่างไร?

โครงการตั้งอยู่ติดถนนทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ฝั่งซอย 18 เขตวัฒนา ใจกลางย่านทองหล่อ–เอกมัยที่เป็นทำเลพรีเมียมของกรุงเทพฯ จุดแข็งคือเดินทางด้วย BTS สายสุขุมวิทได้สะดวก ใกล้ทั้งสถานีทองหล่อ พร้อมพงษ์ และเอกมัย ต่อเข้าอโศกและสยามได้ในไม่กี่สถานี ใกล้คอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์อย่าง J-Avenue และร้านอาหาร–คาเฟ่ย่านทองหล่อที่เป็นแม่เหล็กของคนเมือง ด้านรถยนต์ขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครทางพระราม 4 ได้ไม่ไกล

ราคาเท่าไร และในมุมการลงทุนน่าสนใจแค่ไหน?

ราคาเริ่มราว 6.5 ล้านบาท เฉลี่ยราว 236,000 บาทต่อตารางเมตร สำหรับห้องขนาด 31–73 ตารางเมตร ในมุมลงทุน ทองหล่อเป็นหนึ่งในทำเลค่าเช่าและราคาขายต่อที่แข็งแรงที่สุดของกรุงเทพฯ ดีมานด์เช่าจากผู้บริหารและชาวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มญี่ปุ่นหนาแน่นต่อเนื่อง ทำให้ทั้ง yield และสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ดี เครดิตแบรนด์ noble ที่ผูกกับทำเลใจกลางเมืองยังเป็นปัจจัยที่ช่วยเรื่องการขายต่อและความเชื่อมั่นของผู้เช่าระดับบน

จุดเด่นของโครงการคืออะไร?

จุดเด่นคือความเป็นคอนโดที่สูงที่สุดบนถนนทองหล่อด้วยความสูง 46 ชั้น เปิดวิวเมืองแบบที่โครงการไฮไรส์อื่นในย่านให้ได้ยาก พร้อมห้องชุดฝ้าเพดานสูงรูปแบบใหม่ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ noble FORM ทำให้สเปซดูโปร่งกว่าคอนโดทั่วไป เครดิตจาก noble Development ผู้พัฒนาคอนโดใจกลางเมืองที่มีพอร์ตแข็งในแนวสุขุมวิท ช่วยการันตีทั้งงานออกแบบ คุณภาพการก่อสร้าง และการบริหารนิติบุคคล บนทำเลทองหล่อที่เป็นหัวใจของกรุงเทพฝั่งสุขุมวิท

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.