“𝑬𝒍𝒆𝒈𝒂𝒏𝒄𝒆 𝒊𝒔 𝒏𝒐𝒕 𝒔𝒕𝒂𝒏𝒅𝒊𝒏𝒈 𝒐𝒖𝒕, 𝒃𝒖𝒕 𝒃𝒆𝒊𝒏𝒈 𝒓𝒆𝒎𝒆𝒎𝒃𝒆𝒓𝒆𝒅.” — 𝗚𝗶𝗼𝗿𝗴𝗶𝗼 𝗔𝗿𝗺𝗮𝗻𝗶 “ความสง่างามไม่ได้หมายถึงการเป็นจุดสนใจ แต่คือการตราตรึงให้อยู่ในความทรงจำ”
.
วลีนี้บอกความหมายของคำว่า PRESTIGE ได้ยอดเยี่ยมเลยครับ เพราะกานต์มองว่านี่ไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้ใครต่อใครมาจับจ้อง ทว่าเป็นการสร้างคุณค่าและสุนทรียภาพที่ลุ่มลึก ซึ่งสงวนไว้ให้เฉพาะคนที่เข้าใจในรสนิยมเดียวกันเท่านั้น
.
พาร์ทนี้กานต์อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโครงการ NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก นิยามของความสมบูรณ์แบบที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างประณีต เพื่อส่งมอบมรดกแห่งการอยู่อาศัยให้กับเพียง 34 ครอบครัวที่มองเห็นในคุณค่าเดียวกัน
.
วินาทีแรกที่รถยนต์วิ่งผ่านประตูโครงการ สิ่งที่สัมผัสได้คือความอ่อนช้อยภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ดึงแรงบันดาลใจมาจาก Chateau de Chantilly ประเทศฝรั่งเศส บรรยากาศความหรูหราและดีเทลการอยู่อาศัยที่รายล้อม อาจทำให้หลายคนเผลอเซอร์ไพรส์และเข้าใจผิดไปชั่วขณะว่า… นี่เรากำลังก้าวเข้ามาในคฤหาสน์แบรนด์ท็อปสุดอย่าง LADAWAN หรือเปล่า? แต่ความจริงแล้ว ที่นี่คือ NANTAWAN PRESTIGE ต่างหากครับ เรียกว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ที่ทำเอาหลายคนคาดไม่ถึง
.
ต้องยอมรับเลยว่า Land & Houses ทำการบ้านมาดีมาก เพราะไม่ได้แค่ยกหน้าตาของปราสาทมาวางไว้ แต่ยังถอดรหัสวิถีชีวิตมาจาก Customer Insight ของกลุ่มลูกบ้าน LADAWAN ซึ่งเป็นตัวแทนของคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต จนตกผลึกออกมาเป็นหัวใจหลัก 2 เรื่อง คือ Unrivaled Privacy ความเป็นส่วนตัวที่แท้จริง และ Luxury of Space ความหรูหราของพื้นที่ที่มอบอิสระแก่การใช้ชีวิตจนสามารถถ่ายทอดออกมาเป็น NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก ได้อย่างงดงามที่สุด
.
อีกสิ่งที่น่าประทับใจ คือการให้ในเรื่องของระยะห่างครับ ทางโครงการยอมเสียสละพื้นที่ขายเพื่อสร้างแนวสวนสีเขียวกว้างถึง 4 เมตร คั่นกลางระหว่างแปลงที่ดิน (Jardin Pathway) ทำให้เกิด Privacy ที่แท้จริง
.
ตัวบ้านถูกออกแบบด้วยสัดส่วนที่สมมาตร (Symmetry) ตามแบบฉบับคลาสสิก ให้ความรู้สึกมั่นคงและยิ่งใหญ่ หลังคาทรง Mansard รายละเอียดของบัวปูนปั้น ไม่ได้ดูเยอะจนเกินงาม ทีมออกแบบได้นำมาลดทอนให้ดู Modern Classic เรียบหรูไร้กาลเวลา
.
ภายในบ้านออกแบบด้วย Open Plan Design มีโถงรับแขกที่โปร่งโล่งดูหรูหราสวยงาม อีกทั้งยังทำให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้ดีภายในบ้านและเปิดรับแสงธรรมชาติให้ความรู้สึกโอ่อ่าสมฐานะ ส่วนภายในโครงการไม่มีเสาไฟให้รกสายตา ทัศนียภาพจึงเคลียร์คัทเปิดโล่งรับท้องฟ้าได้เต็มที่
.
ที่สำคัญการมีเพื่อนบ้านเพียง 34 ครอบครัว เปรียบเสมือนการคัดกรองโดยธรรมชาติ ทำให้เราได้ใช้ชีวิตท่ามกลางสังคมคุณภาพของผู้มีรสนิยมเสมอกัน ที่ซึ่งความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย คือมาตรฐานสูงสุดของการอยู่อาศัยร่วมกัน
.
หากใครกำลังมองหาบ้านสักหลังเพียงเพื่ออยู่อาศัย กานต์บอกได้เลยว่ามีตัวเลือกให้คุณนับพันโครงการ แต่ถ้ากำลังมองหามรดกที่จะส่งต่อความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น และถ้าคุณเชื่อว่าความเป็นส่วนตัวคือความหรูหราสูงสุดที่เงินซื้อได้
.
NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก น่าจะเป็นคำตอบที่รอให้คุณมาเป็น 1 ใน 34 ผู้ครอบครองในราคาเริ่มต้น 60 ล้านบาท
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ https://lhth.info/NP1-KANT หรือโทร 1198

หากเปรียบกรุงเทพมหานครเป็นร่างกาย สุขุมวิทอาจเป็นดั่งลมหายใจที่วุ่นวายและไม่เคยหลับใหล แต่ย่าน “ราชพฤกษ์ – พรานนก” กำลังถูกวางตัวให้เป็น “หัวใจ” ของการใช้ชีวิตระดับ Ultra-Luxury ที่เน้นความสมดุล
โครงการ NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Prime Location บนถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 สายหลักที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้กำหนดนิยามความเจริญใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก การเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์และสาทร ทำให้ออฟฟิศย่านสีลม-สาทร ไม่ได้ไกลเกินไป เราจึงสามารถขับรถเข้าเมืองไปประชุมช่วงเช้า แล้วกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้าน ท่ามกลางสวนฝรั่งเศสได้โดยไม่เหนื่อยล้า สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สถานีไฟฉาย และ MRT สถานีหลักสอง พื่อความยืดหยุ่นในการเดินทาง
ที่สำคัญตอนนี้ราคาที่ดินในย่านนี้พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง การได้ครอบครองที่ดินผืนใหญ่บนถนนเส้นหลักนี้ จึงเปรียบเสมือนการถือครองสินทรัพย์ที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่า (Capital Appreciation) เป็นมรดกที่จะส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลาน

สิ่งที่ทำให้กานต์ประทับใจที่สุด และถือเป็น Signature ของที่นี่ คือการให้ความสำคัญกับ “พื้นที่ว่าง” เพราะทางโครงการยอมเสียสละพื้นที่ขายเพื่อสร้างแนวสวนสีเขียวกว้างถึง 4 เมตร คั่นกลางระหว่างแปลงที่ดิน เรียกว่า Jardin Pathway หรือสวนสไตล์ฝรั่งเศส ผลลัพธ์ที่ได้คือ Privacy ขั้นสูงสุด คุณจะไม่ต้องทนฟังเสียงรบกวนจากบ้านข้างๆ หรือมองเห็นความไม่เรียบร้อยของเพื่อนบ้าน นี่คือความหรูหราที่จับต้องได้และหาไม่ได้แม้แต่ในคอนโดเพนท์เฮ้าส์ใจกลางเมือง
บรรยากาศภายในโครงการยังถูกยกระดับด้วยการนำระบบสายไฟลงใต้ดินทั้งโครงการ เปิดทัศนียภาพให้โล่งกว้าง เห็นท้องฟ้าและยอดไม้ได้เต็มสายตา พร้อม Clubhouse หรู “Chateau au bord de l’eau” ที่งดงามราวกับภาพวาด ให้คุณได้พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศ French Renaissance ได้ทุกวัน

กานต์มองว่าเมื่อเรามองหาที่อยู่อาศัย เราจะไม่ได้เลือกแค่ตัวบ้าน แต่เรากำลังต้องการ “คุณภาพชีวิตที่ดี” ที่รายล้อมรอบตัวเราด้วย ทำเลนี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่หรือเด็กเล็ก กานต์คิดว่าความใกล้ชิดทางการแพทย์คือความหรูหราที่ประเมินค่าไม่ได้ จากโครงการเราสามารถเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) ศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับพรีเมียมได้ในเวลาเพียง 10-15 นาที ช่วยให้เราอุ่นใจได้ในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค และโรงพยาบาลพญาไท 3 ที่อยู่ในระยะไม่ไกล

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาโรงเรียนคุณภาพให้ลูกหลาน ทำเลนี้รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำหลายแห่ง เช่น International Pioneers School (IPS) โรงเรียน Singapore International School Thonburi (SISB) และ โรงเรียนเพลินพัฒนา ช่วยลดเวลาการเดินทางของเด็กๆ ให้พวกเขาได้มีเวลาเหลือเฟือสำหรับการเรียนรู้และเติบโต
ทำเลนี้ยังมีแหล่งไลฟ์สไตล์ที่มีรสนิยม ไม่ว่าจะเป็น IconSiam ศูนย์การค้าระดับโลกสุด Luxury ที่อยู่ไม่ไกล ให้เราสามารถที่จะไปช้อปแบรนด์เนมได้สบายๆ เลยครับ หรือถ้าอยากหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ก็มีคอมมูนิตี้มอลล์อย่าง The Circle Ratchapruk, The Paseo Park กาญจนาภิเษก และยังมี Little Walk พรานนก-พุทรมณฑล ตลอดจนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใกล้ๆ อย่าง The Mall Lifestore บางแค และ Central Westville ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบถ้วน เรียกว่าเป็นทำเลที่พร้อมเชื่อมต่อกับทุกไลฟ์สไตล์ของเราได้อย่างรวดเร็วจริงๆ ครับ

NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก จึงเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในจุดที่สมดุลที่สุดจุดหนึ่ง คือมีความสงบเป็นส่วนตัวเมื่ออยู่ในบ้าน แต่ก็เชื่อมต่อกับความสะดวกสบายของเมืองได้อย่างไร้รอยต่อครับ

ด้านหน้าโครงการมีระยะ Setback จากถนนหลักเข้ามาพอประมาณ ทำให้เปิดพื้นที่สีเขียวด้านหน้าได้อย่างโดดเด่นและเป็นความเงียบสงบในการพักอาศัย

Main Gate มีวงเวียนน้ำพุขนาดใหญ่ ก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศภายในของโครงการ งานดีไซน์ในทุกจุดจึงสอดรับกับภาพรวมของโครงการที่มีความเป็นยุโรปคลาสสิกสุดหรูหรา เป็น Private Community ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและอยากใช้ชีวิตสงบเงียบภายในบ้านของเรา
การรักษาความปลอดภัยเน้นความเป็นส่วนตัว พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบกล้อง CCTV ที่จะส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบความผิดปกติ รั้วรอบโครงการสูง 2.8-3 เมตร ประตูรั้วโครงการเป็นแบบ Double Gate เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ ANPR Camera Access อภิสิทธิ์เฉพาะลูกบ้าน ส่วนการเข้า-ออกของผู้มาติดต่อใช้ระบบ VMS (Visitor Management System) ที่สามารถบันทึกภาพผู้มาติดต่อได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย

ทันทีที่เข้าไปภายในโครงการ เราได้สัมผัสถึงความเงียบสงบ ด้วยการออกแบบให้มีแนวต้นไม้น้อยใหญ่คอยทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์กั้นเสียงรบกวนจากภายนอก ราวกับได้พักผ่อนอย่างเงียบสงบอยู่ในรีสอร์ตหรูท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติ ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ร่มรื่น
เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูโครงการ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความอลังการที่แข็งกระด้าง แต่คือความอ่อนช้อยที่สง่างาม ภายใต้แนวคิด FRENCH CHATEAU SERIES
Land & Houses ไม่ได้เพียงแค่หยิบยกหน้าตาของสถาปัตยกรรมยุโรปมาตั้งไว้ แต่ได้้ถอดรหัตอัตลักษณ์ของ Chateau de Chantilly พระราชวังที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส มาถ่ายทอดผ่านรายละเอียดของตัวบ้าน ทั้งความสมมาตร (Symmetry) ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงถาวร หลังคาทรง Mansard ที่ดูภูมิฐาน และงานบัวปูนปั้นที่ถูกลดทอนรายละเอียดลงให้ดูร่วมสมัย (Modern Classic) เพื่อให้บ้านหลังนี้สามารถส่งต่อความงามข้ามผ่านกาลเวลาได้ หรือที่เรียกว่า Timeless Design

หากบ้านคือพื้นที่ส่วนตัว Clubhouse ก็คือ “หน้าตา” และ “ห้องรับแขกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ของผู้ครอบครอง
ที่โครงการ NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อให้มีครบตามเช็คลิสต์ แต่ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้จินตนาการจาก “การใช้ชีวิตในปราสาทริมผืนน้ำ” ของขุนนางฝรั่งเศสยุคเรเนซองส์ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Chateau au bord de l’eau พระราชวังที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส
การเดินทางเข้าสู่ Clubhouse เริ่มจากความร่มรื่นของ Fountain Courtyard และทิวแถว Palm Alley ที่ทอดตัวนำสายตาไปสู่ความโอ่อ่าของ Fountain Hall โถงต้อนรับใต้หอคอยสูงตระหง่านที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมยุโรป ให้ความรู้สึกโรแมนติกในทุกย่างก้าว พร้อมรองรับทุกการพักผ่อนด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่แสนหรูหรา

สถาปัตยกรรมออกแบบโดยเน้นใช้องค์ประกอบศิลป์แบบยุโรปผสานกลิ่นอาย French Renaissance และ Neoclassical Architecture เห็นได้จากซุ้มโค้งทรงสูง, หน้าต่างทรงสูงแบบโปรสเตรต, หลังคามังซา (Mansard Roof) ที่นิยมใช้กับบ้านสไตล์ยุโรปหรือคลาสสิก ด้านบนสุดเป็นโดมเล็ก ๆ บนยอด เพื่อให้เกิดภาพของ Chateau ที่สง่างามและเป็นสัญลักษณ์ของโครงการ โทนสีตัวอาคารเน้นครีม-ขาว-เทาอ่อน ตัดรายละเอียดหินประดับและเหล็กดัดแบบดั้งเดิม เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่หรูหรา ด้วยการนำเสนอความประณีตของวัสดุภายนอกจะต่อเนื่องถึงวัสดุภายใน

ด้านหน้าเป็นสวนสไตล์ Jardin A’la Francaise แบบฝรั่งเศส คือสวนสีเขียวที่มีลวดลายสมมาตรผสานเข้ากับสายน้ำ เหมือนเรากำลังพักผ่อนริมทะเลสาบในยุโรปโดยมีฉากหลังเป็น Clubhouse สุดอลังการ ออกแบบมาเพื่อการเดินเล่นอย่างผ่อนคลาย หรือนั่งจิบชาพูดคุยธุรกิจเบาๆ ในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ เหมือนการใช้ชีวิตในคฤหาสน์ยุโรปที่ทุกอย่างหมุนช้าลง

ด้านในเป็น Le Lobby La Chanson พื้นที่ล็อบบี้รับรองที่ถูกออกแบบมาให้เป็นเสมือนกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งการต้อนรับอาคันตุกะที่แสนไพเราะ ทันทีที่ก้าวเข้ามา กานต์รู้สึกได้ถึงความโอ่อ่าของสเปซแบบ Grand Double Volume ที่เปิดโล่งจรดเพดานสูง ประดับด้วยแชนเดอเลียร์ระย้าที่เล่นแสงไฟอย่างงดงาม

ดีไซน์ภายในคุมโทนด้วยวัสดุเกรดพรีเมียมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่หรูหรา พื้นที่ตรงนี้ทำหน้าที่เป็นหน้าด่านที่สมบูรณ์แบบสำหรับรับรองแขกคนสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องเชิญเข้าไปภายในบ้าน เป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวในโซนพักอาศัยไว้ได้ โดยยังคงความสง่างามและให้เกียรติผู้มาเยือนอย่างสูงสุดครับ

สำหรับชนชั้นนำ “เวลา” คือของมีค่าที่สุดครับ ดังนั้นพื้นที่ส่วนกลางจึงถูกจัดวาง Zoning ให้มีความเป็นส่วนตัวสูง (Exclusive & Private) แม้จะเป็นพื้นที่ส่วนรวม แต่เราจะไม่รู้สึกว่าถูกรบกวนจากเพื่อนบ้านคนอื่น เพราะออกแบบสเปซให้มีระยะห่างที่พอดี และมีมุมพักผ่อนที่ให้ความเป็นส่วนตัว

สำหรับสายสุขภาพ ที่นี่ออกแบบให้มี Le Chateau Fitness ซึ่งจะทำให้เราลบภาพจำของฟิตเนสสี่เหลี่ยมเดิมๆ ทิ้งไปเลยครับ ออกแบบภายใต้คอนเซปต์การออกกำลังกายในปราสาทส่วนตัว สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือมิติของ Space ที่โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวสวนสไตล์ฝรั่งเศสและสระว่ายน้ำ Parterre ได้เต็มสายตา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนกำลังวิ่งจ็อกกิ้งอยู่ในสวนจริงๆ

ทางโครงการจัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อให้ทุกจังหวะการออกกำลังกายเต็มไปด้วยสุนทรียภาพและความเป็นส่วนตัวครับ

ไฮไลท์ที่กานต์ประทับใจในความเรียบหรูคือ The Parterre Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ ดีไซน์ Free Form ที่ล้อไปกับเส้นโค้งของ Landscape พร้อมโซนจากุซซี่ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าแค่พื้นที่ออกกำลังกาย เพราะที่นี่ออกแบบให้สระว่ายน้ำกลายเป็นงานศิลปะบนผืนน้ำที่หยิบยกความงามของสวนเรขาคณิตยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาถ่ายทอดใหม่ ตัวสระทำหน้าที่เสมือนกระจกเงาบานใหญ่ (Reflecting Pool) ที่คอยสะท้อนภาพคลับเฮ้าส์ทรงปราสาทและท้องฟ้าเปลี่ยนสีในช่วง Twilight ให้บรรยากาศที่นิ่งสงบและโรแมนติกสุดๆ เลยล่ะครับ การได้มาว่ายน้ำที่นี่จึงเหมือนการทำ Visual Therapy บำบัดความเหนื่อยล้าด้วยความงามของสายน้ำที่ตัดกับความเนี้ยบของสวนสไตล์ฝรั่งเศสไปพร้อมๆ กันครับ

นอกจากความสง่างามของ Clubhouse แล้ว สิ่งที่เติมเต็มให้ NANTAWAN PRESTIGE สมบูรณ์แบบคือ Landscape ที่ถูกจัดวางอย่างประณีตเสมือนงานศิลปะ โครงการเลือกใช้พรรณไม้หลากหลายระดับ ทั้งต้นสนสูงที่ให้ความรู้สึกสงบ ไม้ยืนต้นฟอร์มสวยที่ช่วยสร้างมิติแสงเงา และไม้ดอกที่ช่วยเติมสีสัน สอดประสานไปกับตัวสถาปัตยกรรมอย่างกลมกลืน ทำให้ทุกโมเมนต์ของการอยู่อาศัยสัมผัสได้ถึงความสดชื่นและผ่อนคลาย โดยเฉพาะยามลมหนาวพัดผ่านผิวน้ำ ไอเย็นจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของที่นี่ ให้กลายเป็น Private Resort กลางกรุงที่โอบกอดเราไว้อย่างนุ่มนวลครับ

แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับกานต์เป็นอย่างมาก นอกเหนือไปจากเรื่องความวิจิตรของตัวสถาปัตยกรรมแล้ว โครงการยังออกแบบให้มีพื้นที่ว่างด้านข้างที่ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ
เพราะในขณะที่บ้านหรูโครงการอื่นมักแก้ปัญหาความเป็นส่วนตัวด้วยการก่อกำแพงปูนสูงทึบกั้นอาณาเขตจนดูอึดอัด แต่ที่นี่เลือกที่จะสละพื้นที่ขายมูลค่ามหาศาลเพื่อเนรมิตแนวสวนสีเขียวกว้างถึง 4 เมตร หรือ Jardin Pathway ทอดยาวคั่นกลางระหว่างแปลงที่ดิน

ผลที่ได้คือนิยามใหม่ของ Privacy ที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน เพราะแนวพุ่มไม้นี้ทำหน้าที่เสมือนกำแพงธรรมชาติที่นุ่มนวล กั้นขวางมลภาวะทางสายตาและเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เราได้รับสิทธิ์ในการครอบครองทัศนียภาพที่ปราศจากการรบกวน หมดกังวลเรื่องการต้องทนมองเห็นผนังปูนแข็งกระด้างหรือบรรยากาศของเพื่อนบ้านข้างๆ นี่คือนิยามของความหรูหราในรูปแบบ Invisible Luxury ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury อย่างสิ้นเชิงครับ

หากจะนิยามความพิเศษของ NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก คงต้องยกให้การถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง Chateau de Chantilly สู่แบบบ้านซีรีส์ใหม่ French Chateaux ที่ไม่ได้มอบเพียงความโอ่อ่าของสถาปัตยกรรมยุคคลาสสิก แต่ยังให้ความสำคัญกับที่ดินรอบบ้านขนาดใหญ่เริ่มต้น 144 – 290 ตารางวา เพื่อสร้างระยะห่างและความเป็นส่วนตัวสูงสุดในระดับราคาเริ่มต้น 60 ล้านบาท
มาตรฐานเหนือระดับที่ทุกหลังได้ครอบครองไม่ว่าจะเลือกบ้านไซส์ไหน ที่ NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก จะส่งมอบความพิถีพิถันสำหรับบ้านทุกหลังครับ งานก่อสร้างด้วยระบบ Conventional ที่แข็งแรงและยืดหยุ่นต่อการต่อเติมในอนาคต พร้อมนวัตกรรมบ้านหายใจได้ AirPlus2 ที่ช่วยหมุนเวียนอากาศดีตลอด 24 ชั่วโมง ความปลอดภัยจัดเต็มด้วยประตูรั้วอัตโนมัติ ประตูเข้าบ้านไม้จริงรุ่นท็อปจาก LIXIL พร้อม Digital Door Lock ของ TOSTEM และระบบ Home Automation ควบคุมทั้งหลัง ภายในปูพื้นหินอ่อนสังเคราะห์ที่ชั้นล่างและพื้นดูดซับแรงกระแทกในห้องนอนผู้สูงอายุ ส่วนงานครัวได้ Built-in ครบชุดพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า TEKA และที่ขาดไม่ได้คือการเตรียมระบบรองรับ EV Charger ไว้ให้พร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเอาไว้ให้แล้วด้วยครับ

แบบบ้านแรกคือ FRENCH CHATEAUX N441 เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นที่มองหา Space ขนาดใหญ่ที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยมบนที่ดินเริ่มต้น 144 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 441 ตร.ม. ฟังก์ชันภายในจัดวางไว้อย่างลงตัวด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จุดเด่นคือได้ที่จอดรถในร่มถึง 4 คันและยังจอดรถนอกตัวบ้านได้อีก 4 คัน รวมเป็นที่จอดรถทั้งหมด 8 คัน ซึ่งหาได้ยากในบ้านไซส์เริ่มต้นของโครงการอื่น พร้อมห้องแม่บ้านแยกสัดส่วน 1 ห้อง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในขนาดที่ดูแลได้ทั่วถึง

แบบบ้านต่อมาคือ FRENCH CHATEAUX N581 ออกแบบมาเพื่อขยายพื้นที่ความสุขสำหรับครอบครัวใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการฟังก์ชันมากขึ้น บนที่ดินเริ่มต้น 186 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 581 ตร.ม. ความพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาคือฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ รองรับสมาชิกได้มากขึ้น และขยายโซน Service ให้รองรับการใช้งานจริงด้วย 2 ห้องแม่บ้าน ส่วนที่จอดรถยังคงมาตรฐานไว้ที่ 4 คันในร่มและยังจอดรถนอกตัวบ้านได้อีก 4 คัน รวมเป็นที่จอดรถทั้งหมด 8 คัน ด้วยหน้าบ้านที่กว้างขึ้นทำให้ความรู้สึกโอ่อ่าภูมิฐานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนครับ

ส่วนแบบบ้านที่กานต์จะพามารีวิวแบบเจาะลึกกันในพาร์ทนี้ คือแบบบ้าน FRENCH CHATEAUX N727 ซึ่งถือเป็นที่สุดแห่งการครอบครอง เลยครับ คฤหาสน์หรูบนที่ดินเริ่มต้น 224 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยมหาศาลถึง 727 ตร.ม. นอกจากจะได้ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ และ 2 ห้องแม่บ้านเหมือนรุ่นกลางแล้ว ความพิเศษขั้นสุดที่สงวนไว้เฉพาะรุ่นนี้คือ The Supercar Garage ที่จอดรถในร่มขนาดใหญ่รองรับได้ถึง 6 คัน และสามารถจอดนอกโรงจอดรถได้อีก 2 คัน รวม 8 คัน เรียกได้ว่านี่คือบ้านที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มี Passion เรื่องรถและต้องการพื้นที่ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริงครับ
สำหรับใครที่หลงใหลในความคลาสสิกแต่ยังต้องการฟังก์ชันที่ทันสมัยแบบบ้าน FRENCH CHATEAUX N581 กานต์ว่านี่คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ เพราะถอดแบบความแกรนด์มาจากคฤหาสน์ไซส์ใหญ่สไตล์ยุโรปที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรม FRENCH CHATEAU ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ Dormer หรือหน้าต่างตาตั๊กแตนบนหลังคา ปล่องไฟทรงสูง (Chimney) ที่ให้กลิ่นอายยุโรป ไปจนถึงความสมมาตรของกรอบบานหน้าต่าง ซึ่งเป็นดีไซน์แบบ Timeless ที่มองกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกตกยุค

เมื่อเปิดประตูเดินเข้ามาภายในบ้าน จะพบกับการต้อนรับที่เหนือระดับ ด้วย Grand Foyer โถงต้อนรับฝ้าเพดานสูงที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่า โปร่งโล่ง เชื่อมต่อไปยังโซนรับรองแขกที่กานต์ขอเรียกว่า The Grand Salon ที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่าและเป็นทางการ แต่มีรสนิยม พื้นที่ส่วนนี้ถูกออกแบบแยกส่วนไว้ด้านหน้าสุด เพื่อใช้ต้อนรับผู้มาเยือนคนสำคัญได้โดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของสมาชิกคนอื่น

ภายในห้องถูกจัดวางฟังก์ชันไว้อย่างมีระดับ มุมหนึ่งคือ Private Bar ดีไซน์หรูที่ตกแต่งด้วยเส้นสายสีทองและงานไม้ประณีต พร้อมชั้นวางเครื่องดื่มแบบ Open Shelf ที่สูงจรดฝ้าเพดาน เหมาะสำหรับใช้เป็นมุมสังสรรค์จิบเครื่องดื่มเบาๆ ในยามค่ำคืน

ห้องนี้เรายังได้เห็นการออกแบบที่ทลายกำแพงระหว่างบ้านและสวนลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยบานประตูกระจก Full Height ที่เปิดโล่งเชื่อมต่อพื้นที่ Indoor เข้ากับ Private Courtyard ด้านนอก ภาพของสระน้ำนิ่งสงบ ที่สะท้อนเงาไม้ใหญ่และแนวสวนแนวตั้งแบบ Vertical Garden ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของการเจรจาธุรกิจหรือการต้อนรับแขกคนสำคัญ ให้ดูผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพ ราวกับนั่งอยู่ในรีสอร์ตส่วนตัว

อีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้านที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อเดินเข้ามาภายในคือ Chandelier ขนาดใหญ่ ที่แขวนอยู่กลางโถง เปรียบเสมือนงานศิลปะที่ช่วยเติมเต็มความหรูหราและสะท้อนเอกลักษณ์ของคฤหาสน์ได้เป็นอย่างดี เพราะแสงไฟที่ส่องผ่านตัวคริสตัลช่วยสร้างบรรยากาศที่หรูหราแต่ก็อบอุ่นไปพร้อมกัน

The Grand Staircase จัดวางอยู่ด้านหน้าบ้านเชื่อมต่อกันเป็นโถงบันไดขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือน Sculpture Masterpiece ชิ้นเอกของบ้าน ตัวบันไดออกแบบให้มีความโค้งมน พลิ้วไหว ส่งต่อความรู้สึกนุ่มนวลแต่สง่างาม ราวบันไดเหล็กดัดลวดลายวิจิตรบรรจงทอดยาวขึ้นสู่ชั้นบน ตัดกับผนังที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายทางแนวตั้ง (Vertical Striped) ซึ่งช่วยขับเน้นความสูงโปร่งของฝ้าเพดานให้ดูโอ่อ่ามากยิ่งขึ้น ผสานกับรายละเอียดของผนังและพื้นผิวที่ลงตัว ผนังตกแต่งด้วยคิ้วบัว เสริมให้พื้นที่ดูมีมิติและสะท้อนความประณีตของสไตล์คลาสสิก

พื้นเป็นหินอ่อนสังเคราะห์ (Marble Flooring) ให้สัมผัสเย็นสบายและเพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่ สร้างบรรยากาศ Grand Opening ในทุกครั้งที่เราเดินขึ้น-ลงบันได เปรียบเสมือนฉากเปิดตัวในภาพยนตร์คลาสสิกที่น่าประทับใจครับ

ถัดเข้ามาคือ Common Area พื้นที่หัวใจหลักของบ้านที่รวม Living Area และ Dining Area ไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วย Double Volume ที่สูงโปร่งจนถึงชั้นสอง ความพิเศษของโซนนี้คือการใช้กระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานรอบด้าน เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาสร้างชีวิตชีวาให้กับตัวบ้าน

ผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยกระจกเงาบานยักษ์ที่กรุขอบคิ้วบัวอย่างประณีต ช่วยสะท้อนภาพแชนเดอเลียร์คริสตัลดีไซน์โมเดิร์นให้ดูระยิบระยับและขยายมิติของห้องให้กว้างขวางขึ้นไปอีก การจัดวางเฟอร์นิเจอร์เน้นความต่อเนื่อง โดยมีชุดโซฟาตัว L-Shape ขนาดใหญ่ที่หันหน้าเข้าหาเตาผิงจำลอง (Fireplace Console) สร้างบรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านในยุโรป เชื่อมต่อกับโต๊ะรับประทานอาหารทรงกลมขนาด 8 ที่นั่ง รองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างพร้อมหน้า

ด้านในสุดออกแบบให้เป็นห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุที่ให้เราปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ บ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นห้องกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่มีห้องน้ำในตัว ตกแต่งด้วยชั้นวางของ Built-in สีเข้มเต็มผนังสำหรับโชว์ของสะสมและหนังสือ ตรงกลางวางโต๊ะขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสดใสที่หมุนได้รอบทิศทาง เหมาะสำหรับการเล่นบอร์ดเกมหรือต่อเลโก้ร่วมกัน

บรรยากาศในห้องนี้จะดูผ่อนคลายและสนุกสนานกว่าห้องอื่นๆ ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่เปิดเชื่อมต่อออกไปสู่สวนด้านข้าง ทำให้เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นเข้า-ออกระหว่างพื้นที่ Indoor และ Outdoor ได้อย่างอิสระครับ

Common Area เชื่อมต่อกันอย่างเป็นสัดส่วน กานต์มองว่านี่คือ Center of Family Bonding ที่เชื่อมโยงพื้นที่ความสุขเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาดครับ


โซนรับประทานอาหารตั้งอยู่อย่างโดดเด่นในโถงกลางบ้าน เชื่อมต่อกับ Living Area โดยไม่มีผนังกั้น ทำให้สเปซดูไหลลื่นและกว้างขวาง

เลือกใช้ โต๊ะรับประทานอาหารทรงกลม ขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้บุผ้าสีขาวครีมตัดขอบไม้ ดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกทำให้บรรยากาศของครอบครัวดูอบอุ่น เพราะทุกคนสามารถสบตาและพูดคุยกันได้อย่างทั่วถึง เหนือโต๊ะประดับด้วยโคมไฟระย้าดีไซน์เก๋ที่ช่วยกำหนดจุดนำสายตาให้มุมนี้ดูพิเศษยิ่งขึ้น

สำหรับโซนห้องครัวออกแบบให้เป็น พื้นที่สำหรับจิบกาแฟยามเช้าพูดคุยกันเบาๆ หลังตื่นนอน จัดวางที่นั่งริมหน้าต่างเป็น Breakfast Nook พร้อมม้านั่งยาวสำหรับจิบกาแฟยามเช้า ชมวิวสวนสีเขียวภายนอก เป็นมุมโปรดที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวมาก

ภายในปูพื้นด้วยลายก้างปลาให้ความรู้สึกคลาสสิกและอบอุ่น ตรงกลางโดดเด่นด้วย Kitchen Island ขนาดใหญ่ ท็อปหินควอตซ์สีขาวตัดกับฐานไม้สีเข้ม พร้อมประดับด้วยแชนเดอเลียร์ทรงยาวเหนือไอส์แลนด์ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา

ชุดครัว Built-in หน้าบานสีขาวเดินคิ้วทอง มาพร้อมตู้กระจกสำหรับโชว์เครื่องแก้วและวัตถุดิบชั้นดี ผนังกันเปื้อน (Backsplash) กรุด้วยหินลายสวยต่อเนื่องกลมกลืน ส่วนด้านในเป็นพื้นที่ Maid Plaza ครับ ให้ความเป็นส่วนตัวดี เพราะแม่บ้านสามารถเข้าออกผ่าน Back Door ได้เลยครับ

เมื่อก้าวเดินขึ้นบันไดวนอันสง่างามมาสู่ชั้น 2 บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนจากความโอ่อ่าหน้าบ้าน สู่ความอบอุ่นที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นครับ

พื้นที่ตรงนี้คือ Multipurpose Room หรือ Upper Lounge ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นที่สองของครอบครัวซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างห้องนอนต่างๆ โดยเปิดโล่งเชื่อมต่อกับโถง Double Volume ด้านล่าง ผนังกระจกใสบานใหญ่ช่วยให้คนที่อยู่ชั้นบนสามารถมองเห็นความระยิบระยับของแชนเดอเลียร์และกิจกรรมที่เกิดขึ้นด้านล่างได้ แต่ยังคงรักษา ระยะห่างและความเงียบสงบเอาไว้ การตกแต่งคุมโทนด้วยสี Earth Tone ที่นุ่มนวล จัดวางโซฟา L-Shape ขนาดใหญ่พร้อมพรมหนานุ่ม เชื้อเชิญให้สมาชิกในครอบครัวมาทิ้งตัวลงนอนอ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกันเบาๆ ก่อนแยกย้ายเข้าห้องนอน

อีกฝั่งของห้องตกแต่งให้เป็นมุมทำงานส่วนตัวที่ดูภูมิฐานด้วยโต๊ะทำงานไม้สีเข้มและเก้าอี้หนังดีไซน์เรียบหรูโก้ ผนังด้านหลังตกแต่งด้วยกรอบรูปขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงเรื่องราวความสำเร็จหรือบุคคลต้นแบบ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นมุมของผู้บริหารที่ต้องการความสงบเพื่อใช้ความคิด และสิ่งที่กานต์ชอบมากคือ Hidden Pantry ที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูเลื่อน ภายในเตรียมเคาน์เตอร์สำหรับชงกาแฟหรือเครื่องดื่มเบาๆ ไว้พร้อมสรรพ ทำให้เราไม่ต้องเดินลงไปที่ครัวชั้นล่างกลางดึก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องก้าวออกจากพื้นที่ส่วนตัวเลยครับ

ในฝั่งตรงข้ามของโถงทางเดิน ยังมีความลับอีกหนึ่งห้องที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบครับ
พื้นที่ตรงนี้คือ Multipurpose Room อีกหนึ่งจุดที่ถูกออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัว เราสามารถปรับให้ห้องนี้เป็น “Hall of Fame” ได้อย่างน่าสนใจครับ ผนังห้องถูกเนรมิตให้เป็นแกลเลอรีส่วนตัว ประดับด้วยกรอบรูปงานศิลปะและภาพความทรงจำที่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของเจ้าของบ้าน วางคู่กับโซฟาทรงโค้งสีเขียวพาสเทลและพรมลวดลายกราฟิกที่ช่วยเติมความสดชื่น
กานต์มองว่าห้องนี้เหมาะสมที่สุดที่จะปรับเปลี่ยนเป็นห้องพระหรือห้องปฏิบัติธรรม เพราะเป็นมุมที่เงียบสงบที่สุดของชั้นบน ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก แต่หากใครต้องการสมาธิขั้นสูงสำหรับการทำงานก็สามารถปรับเป็น Private Studio ได้เช่นกัน

พามาชม Grand Master Bedroom หากจะบอกว่าห้องนอนนี้คือบ้านอีกหลังก็คงไม่เกินจริงครับ กานต์ขอนิยามห้องนี้ใหม่ว่าเป็น “The Private Penthouse” เพราะสเกลของห้องที่กว้างขวางโอ่อ่า และการจัดวางฟังก์ชันที่ครบวงจรเสมือนบ้านอีกหลัง ทำให้เจ้าของบ้านสามารถใช้ชีวิต พักผ่อน และทำงานได้ในพื้นที่ส่วนตัวนี้ตลอดทั้งวัน โดยแทบไม่ต้องออกไปข้างนอกเลยครับ

สัมผัสแรกเมื่อเปิดประตูเข้ามา คือความโอ่อ่าของ Space ที่กว้างขวางและโปร่งสบายด้วยฝ้าเพดานเล่นระดับแบบ Tray Ceiling ซ่อนไฟ LED สร้างบรรยากาศนุ่มนวล กานต์ชอบความสไตล์ของห้องนี้ที่จับคู่สีร้อนแรงอย่างส้มอิฐมาเป็นสี Accent ทั้งบนหมอนอิงและผ้าคาดเตียง ซึ่งช่วยตัดความนิ่งของห้องให้ดูมีลูกเล่นและไม่จืดชืดจนเกินไป

ภายในห้องจัดวางแปลนแบ่งโซนการใช้งานไว้อย่างชัดเจน ด้านข้างเตียงริมหน้าต่างจัดวางชุดโซฟา L-Shape ขนาดใหญ่ พร้อมโต๊ะกลาง สำหรับนั่งจิบไวน์ ดูซีรีส์ หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดในวันพักผ่อน ถัดไปริมหน้าต่างยังมีมุม Private Workspace ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้คุณได้นั่งเคลียร์งานด่วนหรือเช็คหุ้นยามเช้าพร้อมชมวิวสวนส่วนตัว เป็นการผสานฟังก์ชัน Work & Relax เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เชื่อมต่อจากโซนพักผ่อนคือ Walk-in Closet ที่ถูกเนรมิตให้เป็นเสมือน Luxury Boutique ส่วนตัว พื้นที่ขนาดใหญ่ถูกจัดวางตู้เสื้อผ้าหน้าบานกระจกใสตัดขอบทองสูงจรดฝ้าเพดาน พร้อมไฟ LED ภายในตู้ที่ช่วยขับเน้นความงามของเสื้อผ้าและกระเป๋าแบรนด์เนมให้ดูโดดเด่น บริเวณกึ่งกลางห้องวาง Island ดีไซน์หรูท็อปกระจกใส สำหรับจัดเก็บเครื่องประดับและนาฬิกาเรือนโปรดไว้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างเพื่อรับแสงธรรมชาติ ซึ่งเป็นแสงที่ดีที่สุดสำหรับการแต่งหน้า มาพร้อมกระจกเงาบานพับ 3 ด้าน เพื่อมอบประสบการณ์การแต่งตัวที่สมบูรณ์แบบในทุกเช้าครับ

ด้านในสุดเป็น Grand Master Bathroom ที่กว้างขวางหรูหรา ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีขาว-เทา ให้ความรู้สึกหรูหราและสะอาดตา แบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้อย่างชัดเจน พร้อมอ่างล้างหน้าแบบ His & Hers แยกการใช้งานเพื่อความเป็นสัดส่วน แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุดคือการออกแบบโซนอ่างอาบน้ำในคอนเซปต์ Sexy Bath ที่วางอ่างจากุซซี่แบบฝังเคาน์เตอร์ไว้ติดกับกระจกบานใหญ่ซึ่งเปิดมุมมองออกสู่ Private Pocket Garden ที่มีกำแพงสูงกั้นสายตาจากภายนอกอย่างมิดชิด ทำให้คุณสามารถนอนแช่น้ำอุ่นๆ จิบไวน์ และชื่นชมความเขียวขจีของต้นไม้ได้แบบส่วนตัวสุดๆ เปรียบเสมือนการพักผ่อนในวิลล่ารีสอร์ตหรูโดยไม่ต้องก้าวออกจากห้องนอนเลยครับ

พามาชม Master Bedroom กันบ้าง ห้องนอนห้องนี้จัดวางออกมาได้ดูดีและมีจังหวะที่น่าสนใจมากครับ การเลือกใช้โทนสีครีม เทา และงานไม้สีเข้ม เป็นพื้นฐานที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในแบบ Modern Luxury นอกจากนี้การเลือกวางตุ๊กตา Bearbrick สีเงินเมทัลลิกไว้ในมุมต่างๆ ยังสะท้อนถึงรสนิยมเจ้าของห้องที่ชื่นชอบงานดีไซน์ร่วมสมัยและมีความเป็น Pop Culture อยู่ในตัว ทำให้พื้นที่พักผ่อนแห่งนี้ดูมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ในส่วนของการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย การเชื่อมต่อระหว่างมุมพักผ่อนและโซนแต่งตัวทำออกมาได้ต่อเนื่องและลงตัวมากครับ ตู้เสื้อผ้าแบบหน้าบานกระจกใสช่วยให้ห้องดูโปร่งและกว้างขึ้น ในขณะที่โต๊ะเครื่องแป้งไม้ทรงโค้งมนก็ช่วยลดความแข็งกระด้างของเหลี่ยมมุมภายในห้องได้เป็นอย่างดี

จะเห็นว่ามีการออกแบบให้เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวแบบ En-suite ที่ดูหรูหราและโปร่งสบายมากครับ การจัดวางอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวไว้ในตำแหน่งที่รับวิวสวนสีเขียวด้านนอก เป็นการออกแบบที่ดึงเอาธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี

ส่วนห้องนอนอีกห้องก็มีขนาดกว้างขวางเช่นกัน ตกแต่งภายในห้องโดยจัดแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้สบายเลยครับ

ห้องนี้ตกแต่งในสไตล์ Artist ที่มีความโมเดิร์นคลาสสิค เลือกใช้สีน้ำเงินจับคู่สีครีมทำให้ห้องดูมีเสน่ห์มากขึ้น ภายในห้องเปิดรับช่องแสงผ่านหน้าต่างได้จากฝั่งหัวเตียง ส่วนช่วงปลายเตียงจะเป็นโต๊ะทำงานที่ดีไซน์เป็นเคาน์เตอร์ยาวขนานไปกับผนัง มีพื้นที่วางด้านข้างจัดวางโต๊ะทำงานได้

ขยับเข้าไปด้านในบริเวณจะเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวได้อย่างพอดีพอเหมาะ ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย ทำให้สะดวกในการใช้งานแบบครบจบในจุดเดียวครับ

#บทสรุป NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่ถอดแบบจิตวิญญาณความโอ่อ่าจาก Chateau de Chantilly สู่สถาปัตยกรรมที่สง่างามและไร้กาลเวลา โครงการนี้มอบเอกสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของอาณาจักรส่วนตัวบนที่ดินขนาดใหญ่เริ่มต้น 144 ตารางวา ซึ่งจัดสรรพื้นที่รอบบ้านอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างระยะห่างและความเป็นส่วนตัวสูงสุด ให้คุณได้สัมผัสความหรูหราที่มาพร้อมกับความเงียบสงบ ท่ามกลางสังคมคุณภาพระดับ Exclusive ที่คัดสรรเพื่อนบ้านที่มีรสนิยมเสมอกันเพียง 34 ครอบครัวครับ
นอกจากเรื่องของดีไซน์และฟังก์ชันแล้ว ศักยภาพของทำเลบนถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4 ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่และศูนย์รวมความเจริญของกรุงเทพฯ โซนตะวันตก ยังมอบความสะดวกสบายในการเดินทางแบบเต็มขั้น และที่สำคัญคือเป็นทำเลที่มูลค่าจะยิ่งทวีเพิ่มขึ้น และหาครอบครองได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต การได้ครอบครองบ้านในโครงการนี้จึงมีความหมายมากกว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่คือการลงทุนในคุณภาพชีวิตและมรดกอันล้ำค่าที่พร้อมส่งต่อความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น
ดังนั้น ใครที่กำลังตั้งงบซื้อบ้านระดับ 60 ล้านบาท กานต์ขอบอกเลยว่า NANTAWAN PRESTIGE ราชพฤกษ์ – พรานนก คือหนึ่งในโครงการที่คุณต้องแวะมาชมก่อนตัดสินใจซื้อครับ เพราะนี่คือรางวัลแห่งความสำเร็จที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อเติมเต็มรากฐานที่มั่นคงและความสุขที่ยั่งยืนให้กับครอบครัวของคุณครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://lhth.info/NP1-KANT หรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ โทร 1198



