“𝐏𝐞𝐚𝐜𝐞 𝐢𝐬 𝐡𝐚𝐩𝐩𝐢𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐚𝐭 𝐫𝐞𝐬𝐭.” -ความสงบ คือความสุขที่หยุดนิ่ง
.
Naval Ravikant นักลงทุนและนักปรัชญาผู้ทรงอิทธิพลแห่ง Silicon Valley เคยกล่าวประโยคนี้ไว้ และกานต์เชื่อว่าเป็นประโยคที่โดนใจคนวัยทำงานในกรุงเทพฯ ที่สุดประโยคหนึ่ง
.
จะว่าไปแล้วชีวิตของพวกเราส่วนใหญ่มักจะเป็น “Happiness in motion” หรือความสุขที่ต้องแลกมาด้วยการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ต้องรีบตื่น รีบเดินทาง รีบทำงาน รีบไปสังสรรค์ จนเราลืมไปว่าชัยชนะที่แท้จริงของการใช้ชีวิตอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่คือความสามารถในการหยุดนิ่งได้อย่างมีความสุขในพื้นที่ของตัวเองครับ
.
นี่คือสิ่งที่ทำให้กานต์ต้องพูดถึงโครงการ INNER PEACE Sathorn-Thaphra ในมุมมองที่ต่างออกไป เพราะไม่ใช่แค่ในฐานะที่อยู่อาศัยแต่จะเป็นพื้นที่ที่จะคืนความสงบสุขให้กับชีวิตเราครับ
.
หลายคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อคอนโดฯ เล็กๆ ใจกลางเมืองเพียงเพื่อแลกกับการไม่อยากเสียเวลาเดินทาง แต่สุดท้ายก็พบว่าพื้นที่แคบๆ นั้นไม่สามารถมอบการพักผ่อนที่แท้จริงได้ แต่ที่ INNER PEACE Sathorn-Thaphra ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสาทรเพียง 5 นาที* กลับเป็น Hidden Gems ที่เพอร์เฟกต์มาก คือสะดวกต่อการที่เราจะขับรถไปทำงานได้ในเวลาไม่กี่เพลงจบ หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปได้ไม่กี่สถานีก็ถึงสาทร
.
สิ่งที่จะได้คืนมาทันทีจากการเลือกทำเลนี้คือ “เวลา” ครับ เพราะเราสามารถเอาเวลานี้ไปนอนต่อ ไปออกกำลังกาย หรือกลับมากินข้าวเย็นพร้อมหน้าครอบครัว นี่คือกำไรชีวิตตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าบ้านด้วยซ้ำ
.
ความน่าสนใจคือโครงการนี้ตีโจทย์คำว่า “Happiness at rest” ได้ดีมากเลยครับ ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าโครงการ ความพลุกพล่านของย่านท่าพระ-ตลาดพลูจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็นบรรยากาศแบบ Urban Modern ที่เรียบง่าย ไม่ตะโกน แต่นิ่งสงบ เป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้เราได้พักผ่อนทางจิตวิญญาณจริงๆ
.
ลองจินตนาการดูนะครับ ในวันที่เหนื่อยล้าจากงานทำงาน การได้กลับมาอยู่ในบ้านที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัวและมีพื้นที่กว้างขวาง กานต์ว่ามันคือการชาร์จแบตให้กับชีวิตที่ดีที่สุด
.
พูดถึงเรื่อง Space กานต์อยากชวนคิดในมุมนักลงทุนตามสไตล์ Naval หน่อยครับ ในงบประมาณ 6.5 – 15.9 ล้านบาท ถ้าเราถือเงินก้อนนี้ไปซื้อคอนโดแถวสาทร อย่างเก่งก็ได้ห้อง 2 ห้องนอนขนาดไม่เกิน 60-70 ตารางเมตร แต่ที่นี่เราจะได้ทาวน์โฮมหรือบ้านแฝดที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 150 ไปจนถึง 248 ตารางเมตร ตัวเลขมันต่างกันแบบคนละเรื่อง และด้วย Layout 3 ชั้น มันเอื้อให้คนรุ่นใหม่ที่เป็น SME หรือ Freelance เปลี่ยนบ้านเป็น “ออฟฟิศลับ” (Secret HQ) ได้อย่างแนบเนียน
.
ชั้น 1 สามารถทำเป็นพื้นที่รับแขก ได้ ชั้น 2 เป็น Sanctuary พื้นที่พักผ่อนส่วนตัว 100% ยกพื้นที่ทำงานแบบ Deep Work ที่ต้องการสมาธิสูง ไปไว้บนชั้น 3 การมีบันไดคั่นระหว่าง “งาน” กับ “เตียงนอน” จะช่วยให้สมองของเราเข้าสู่ Switch Mode ได้ดีขึ้น มีสวนและพื้นที่ให้เรากับน้องหมาได้วิ่งเล่นด้วยกันซึ่งเป็น Quality of Life ที่หาได้ยากกว่าในคอนโดมิเนียม
.
INNER PEACE Sathorn-Thaphra จึงเป็นบ้านสำหรับคนที่เข้าใจปรัชญาการใช้ชีวิตแบบ Smart Living คนที่รู้ว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนกับสถานที่ที่ทำให้ใจเราสงบและมีความสุขได้จริงๆ ในวันที่เราหยุดนิ่ง เหมือนที่ Naval Ravikant บอกไว้ไม่มีผิดครับ
.
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3YU4gVI


INNER PEACE Sathorn-Thaphra เป็นโปรเจ็กต์ทาวน์โฮมและบ้านแฝดจากแบรนด์ PEACE&LIVING ที่ตั้งใจออกแบบให้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแต่ยังอยากได้การเชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง ใจกลางโครงการมีเพียง 69 ยูนิต ซึ่งถือว่าน้อยนะครับ ทำให้ได้บรรยากาศภายในเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่มองหาที่พักอาศัยระยะยาวในย่านฝั่งธน-สาทร ใกล้ห้างและรถไฟฟ้า
ด้วยความที่โครงการมีขนาดไม่ใหญ่ จึงให้ความรู้สึกเป็นชุมชนขนาดย่อม และมักจัดการพื้นที่ส่วนกลางได้เป็นระเบียบกว่าโครงการใหญ่
กานต์จึงคิดว่า INNER PEACE Sathorn-Thaphra น่าจะเหมาะกับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการบ้านที่มีสเปซเหมาะสม อยู่ในทำเลที่เข้าถึงสาทรได้ง่าย แต่ยังอยากได้ความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศสงบภายในซอย ยูนิตน้อยของโครงการกลับเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการขายความเป็นบ้านที่สงบในเมืองครับ
การเข้าถึงใจกลางเมืองทำได้หลายเส้นทาง โครงการตั้งอยู่ใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานครและถนนหลักหลายสาย ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงเมื่อเทียบกับโซนชานเมืองอื่น ๆ ห่างถนนรัชดาฯ แค่ 500 ม. และ BTS ตลาดพลู 1 กม. ยิงยาวเข้าสาทร-สีลมได้รวดเร็ว

ในยุคที่ทำเล “สาทร-ท่าพระ” กลายเป็นสมรภูมิคอนโดมิเนียมที่ดุเดือด ด้วยศักยภาพการเป็นส่วนต่อขยายของ CBD (Central Business District) โครงการส่วนใหญ่มักแข่งขันกันที่ความหวือหวาและตึกสูงตระหง่าน แต่ INNER PEACE Sathorn-Thaphra กลับเลือกเดินเกมที่แตกต่าง ด้วยการนำเสนอคุณค่าของความสงบ (Tranquility) ท่ามกลางความวุ่นวาย

ในมุมมองของความคุ้มค่า (Value Investment) สื่อหลายสำนักมองตรงกันว่าทำเลนี้คือ Golden Location ของฝั่งธนฯ ที่มีความเป็นชุมชนดั้งเดิมสูง คือมีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกินระดับตำนานอย่างตลาดพลู และห้างใหญ่อย่าง The Mall Lifestore ท่าพระ แหล่งรวมของกินและช้อปปิ้ง ในระยะที่เข้าถึงได้ง่าย ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล

สิ่งที่ต้องชมคือ PEACE&LIVING ยังคงรักษาลายเซ็นเรื่องความสงบสมชื่อแบรนด์ แม้ทำเลจะอยู่ในย่านสาทร-ท่าพระ-รัชดาภิเษก แต่เมื่อเลี้ยวเข้าโครงการ บรรยากาศมันถูกตัดเข้าสู่โหมด Mute ความวุ่นวายภายนอกถูกทิ้งไว้ข้างหลังให้เหลือไว้แต่ความเป็นส่วนตัว ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องใช้สมาธิในการทำงาน หรือต้องการพักผ่อนจริงๆ ไม่ใช่แค่กลับมานอนเพื่อให้ผ่านไปอีกวัน
INNER PEACE Sathorn-Thaphra จึงไม่ได้สร้างมาเพื่อคนที่ชอบแสงสีหรือต้องการคอนโดตึกสูงวิวขอบฟ้าเจ้าพระยา แต่ถูกสร้างมาเพื่อ Real User ที่ทำงานหนักในเมืองทุกวัน ทั้งย่านสาทร สีลม พระราม 3 พระราม 4 และต้องการสถานที่ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ชาร์จแบตเมื่อกลับมาถึงบ้าน

เมื่อมาถึงโครงการ เราจะพบกับ Main Gate ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Minimalist ที่โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับเส้นสายโค้งมน (Curved Lines) ของซุ้มประตูทางเข้า ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของรูปทรงเรขาคณิตและสร้างความรู้สึกลื่นไหลให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ รายล้อมด้วย Landscape สีเขียวที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ สร้าง First Impression ที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยรายละเอียด เป็นความสงบที่สัมผัสได้ตั้งแต่หน้าโครงการ

Clubhouse ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการและเป็นสิ่งแรกที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัส ด้วยงานออกแบบสไตล์ Modern Organic Living ผสานแนวคิด Modern Minimalist ที่ลดทอนความแข็งกระด้างของเมืองให้กลายเป็นเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน Clubhouse สีขาวสะอาดตาทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ส่วนกลาง แต่เปรียบเสมือนประติมากรรมที่คอยต้อนรับการกลับบ้านของลูกบ้านทุกคน และเป็น Transition Space ที่ช่วยปรับอารมณ์จากความเหนื่อยล้าภายนอกสู่ความสงบภายใน ท่ามกลาง Landscape สีเขียวและต้นไม้ใหญ่ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ เส้นโค้งที่ลื่นไหลรับกับธรรมชาติและท้องฟ้าช่วยสร้าง First Impression ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด สะท้อนความหมายของคำว่า “INNER PEACE” ได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศภายใน Clubhouse ออกแบบในคอนเซปต์ที่เน้นความโปร่งโล่งและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ผ่านกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวสวนสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานในทุกฟังก์ชัน จัดสรรพื้นที่ทำได้อย่างลงตัวเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น
Relaxing Zone มีมุมนั่งเล่นที่จัดวางโซฟาโค้งเข้ามุมและเก้าอี้นุ่มๆ โทนสีขาว-ครีม เหมาะสำหรับการนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือนัดคุยธุระสบายๆ มี Creative Corner ออกแบบให้เป็นโต๊ะกลมและเก้าอี้สีเหลืองมัสตาร์ดช่วยเพิ่มความสดใส ตัดกับผนังกระจกที่มองเห็นวิวสวนภายนอก พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ริมหน้าต่างสำหรับคนที่ชอบนั่งทำงานคนเดียวพร้อมชมวิว

เมื่อขึ้นมาด้านบน จะพบกับห้องประชุมที่รองรับการทำงานจริงจังได้ดียิ่งขึ้น ภายในห้องโดดเด่นด้วยโต๊ะประชุมไม้ขนาดใหญ่ (Long Table) ที่รองรับได้ 6-8 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้ดีไซน์ Ergonomic ที่นั่งสบาย มีหน้าจอทีวีขนาดใหญ่และอุปกรณ์รองรับการประชุม

นอกจากนี้ยังรายล้อมด้วยผนังกระจกบานใหญ่รอบด้านช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้ห้องดูไม่อึดอัด ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ระหว่างระดมสมอง

ชั้นบนยังมีห้องออกกำลังกายที่ออกแบบให้ Active ไปพร้อมกับวิวธรรมชาติ ภายในห้องกรุผนังกระจกใสเปิดมุมมองกว้างสู่ภายนอก อุปกรณ์ครบครันทั้งลู่วิ่งและโซนเวทเทรนนิ่ง โดยวางตำแหน่งลู่วิ่งหันหน้าออกสู่หน้าต่าง เพื่อให้เราวิ่งไปพร้อมกับชมยอดไม้สีเขียว มีการติดกระจกเงาบานใหญ่ช่วยให้ห้องดูกว้างขวางและเช็คท่าทางขณะออกกำลังกายได้สะดวก

The Sanctuary Pool สระว่ายน้ำที่ผูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับพื้นทางเดินหินสีเทาและอาคารสีขาว ตัวสระโอบล้อมด้วยแนวต้นไม้ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง มีการแบ่งโซนสระเด็กแยกเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับวันที่ต้องการแช่น้ำคลายร้อนหรือว่ายออกกำลังกายเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ

ถัดจากโซน Clubhouse และสระว่ายน้ำเข้าสู่พื้นที่ด้านใน สิ่งที่รอต้อนรับผู้อยู่อาศัยคือโอเอซิสสีเขียวขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาให้เป็นปอดของโครงการ พื้นที่สวนแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้ประดับ แต่เป็นการรังสรรค์ภูมิทัศน์ (Landscape Architecture) ที่ผสมผสานฟังก์ชันของคนเมืองเข้ากับสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างลงตัว เหมือนเราได้หลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่งที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิงครับ

จุดเด่นแรกที่ดึงดูดสายตาคือทางเดินในสวนที่ดีไซน์ให้เป็นเส้นโค้งที่ลัดเลาะไปตามแนวต้นไม้และเนินหญ้า พื้นที่ส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นทางเดินและ Jogging Track ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกายยามเช้า หรือเดินทอดน่องรับลมเย็นๆ ในช่วงเย็น พื้นทางเดินปูด้วยวัสดุเรียบเนียน เดินสบายเท้า ขนาบข้างด้วยแนวหินกรวดและพุ่มไม้เตี้ยที่ช่วยสร้าง Texture ให้กับพื้นผิว ทำให้ทุกย่างก้าวรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดพื้นดินมากยิ่งขึ้น

นอกจากฟังก์ชันสำหรับผู้อยู่อาศัยแล้ว พื้นที่สีเขียวแห่งนี้ยังยินดีต้อนรับสมาชิกตัวน้อยของครอบครัวอีกด้วย ด้วยสเปซที่เปิดโล่งและเชื่อมต่อกัน ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอให้เจ้าสี่ขาตัวโปรดได้ออกมาวิ่งเล่น ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินรับลมไปพร้อมกับเราบนทางเดินในสวน ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและปลอดภัย เติมเต็มคำว่าบ้านให้สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริงครับ

ใจกลางของสวนคือพื้นที่แห่งความสุขของครอบครัว กับ Playground ดีไซน์ทันสมัยที่มาพร้อมสีสันสดใสในโทนส้ม-เหลือง-เขียว ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการเรียนรู้ สนามเด็กเล่นที่นี่ฉีกกฎรูปแบบเดิมๆ ด้วยการออกแบบเป็นเนินภูเขาจำลอง ที่มีทั้งหน้าผาจำลองสำหรับปีนป่ายและอุโมงค์ พื้นสนามปูด้วยวัสดุยาง EPDM ช่วยลดแรงกระแทก ให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้อย่างปลอดภัย
สำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบ Pavilion ดีไซน์โมเดิร์นคือคำตอบที่ลงตัว ออกแบบเป็นทรงโค้งรับกับเส้นสายของสวน หลังคาสีขาวสะอาดตาช่วยกรองแสงแดด แต่ยังเปิดโล่ง (Semi-Outdoor) เพื่อรับลมธรรมชาติ ภายในจัดวางชุดที่นั่งหวายสานดีไซน์อบอุ่น พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางเครื่องดื่มหรือหนังสือเล่มโปรด การออกแบบเสาระแนงโปร่งช่วยให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวแต่ไม่ปิดทึบจนอึดอัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งจิบกาแฟยามบ่าย หรือปลีกวิเวกมานั่งทำงานท่ามกลางเสียงนกและแมกไม้

ลึกเข้าไปในมุมที่เงียบสงบที่สุดของสวน เรามองว่าเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่พักผ่อน รับพลังจากธรรมชาติ ท่ามกลางวงล้อมของพุ่มไม้ดอกสีขาวและพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่น พื้นหญ้านุ่มๆ เหมาะสำหรับการปูเสื่อเล่นโยคะ หรือนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ เพื่อ Re-connect กับตัวเองอีกครั้งหลังจากวันที่เหนื่อยล้า แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านทิวไม้ลงมาช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบสุขทางจิตวิญญาณ สะท้อนคอนเซปต์ “INNER PEACE” ของโครงการได้อย่างสมบูรณ์

กานต์พามาชมบ้านตัวอย่างกันบ้างครับ โครงการมีแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ 2 ฟังก์ชันด้วยกัน โดยนำเสนอออกมาในรูปแบบ ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 3 ชั้น ที่ฉีกกฎเดิมๆ ด้วยหน้ากว้างพิเศษและการจัดวางฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น ที่เปิดกว้างสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง
เรามาชมบ้านแบบแรกกันก่อน คือแบบบ้าน ZEN เป็น บ้านแฝด 3 ชั้น ออกแบบให้มีอิสระแห่งการอยู่อาศัย บนสเปซที่กว้างเท่าบ้านเดี่ยว ด้วยพื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 39.1 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 2 คัน จุดเด่นที่สุดคือ หน้ากว้างถึง 11.5 เมตร ซึ่งกว้างกว่าบ้านทั่วไปหลายแห่ง ทำให้ตัวบ้านดูโอ่อ่าและรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

ชั้น 1 Space Planning เปิดประตูเข้าสู่ภายในบ้าน เป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับสมาชิกของครอบครัวและแขกคนสำคัญ โดดเด่นด้วยซุ้มประตูไม้ทรงโค้ง (Wood Arch) ทำหน้าที่เป็นกรอบภาพ ที่ช่วยนำสายตาสู่มุมพักผ่อนนี้อย่างนุ่มนวลให้ความรู้สึกราวกับประตูไม้จริงให้สัมผัสธรรมชาติ มือจับติดตั้ง Digital Door Lock มาให้เรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่เราสัมผัสได้ไม่ใช่แค่ความกว้างของบ้าน แต่มันคือ Flow ของพลังงานที่ลื่นไหลต่อเนื่องกันทั้งชั้นล่าง การออกแบบพื้นที่แบบ Open Plan ช่วยทลายกำแพงกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหาร สร้างสเปซขนาดใหญ่ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้ แม้จะทำกิจกรรมที่แตกต่างกัน

Living Area จัดวางชุดโซฟา L-Shape สีขาวครีมขนาดใหญ่พร้อมหมอนอิงสีเขียว Earth Tone สะท้อนความผ่อนคลาย โดยมีพื้นที่ส่วนนี้กว้างขวางพอให้เจ้าสี่ขาตัวโปรดวิ่งเล่นไปมาได้อย่างอิสระ หรือจะนอนเฝ้าเจ้าของดูทีวีก็ไม่อึดอัด
โดยรอบบ้านติดตั้งกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ทำหน้าที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายใน และเบลอขอบเขตระหว่าง “Indoor” และ “Outdoor” ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่กลางสวนสีเขียวตลอดเวลา
Living ออกแบบให้เป็น Space ที่มีคอนเซ็ปต์ Connecting Here & There การออกแบบพื้นที่เน้นการเชื่อมต่อฟังก์ชัน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ของพื้นที่ที่กว้างขวางและเชื่อมฟังก์ชันด้วยกัน ด้วยการวางแปลนที่พิถีพิถัน ทำให้พื้นที่ชั้นล่างของบ้านมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบครับ ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์และการใช้งานที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่

ถัดจาก Living Area จะเชื่อมต่อมายังโซนรับประทานอาหารที่ถูกตกแต่งไว้อย่างมีรสนิยม บ้านตัวอย่างโดดเด่นด้วย Japandi Touch ที่สะดุดตาเรามากก็คือโคมไฟเพดานทรงกลมแบบกระดาษสาดีไซน์มินิมอลให้แสงสีนวลตาคล้ายพระจันทร์ สวยมาก สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกให้กับทุกมื้ออาหาร
จัดวางชุดโต๊ะทานอาหารสีดำตัดกับเก้าอี้หุ้มผ้ากำมะหยี่สีเขียว Sage Green ซึ่งล้อไปกับสีของต้นไม้ภายนอก รองรับได้ 4-6 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการสังสรรค์เล็กๆ ในครอบครัวระยะห่างระหว่างโซนทานอาหารและเคาน์เตอร์ด้านข้างถูกจัดวางไว้อย่างพอดี เพื่อความสะดวกในการเสิร์ฟอาหารและเก็บล้าง แต่ยังคงความเป็นระเบียบเรียบร้อย
มองภาพรวมของชั้นล่างคุมโทนด้วยสีขาว ครีม และน้ำตาลไม้ ตัดด้วยสีเขียวของธรรมชาติและเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น พื้นกระเบื้องสีขาวช่วยให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้น สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ต้องการให้บ้านเป็น “INNER PEACE” หรือความสงบจากภายในอย่างแท้จริง

ไฮไลท์สำคัญของบ้านหลังนี้คือการเตรียมห้องนอนชั้นล่างไว้รองรับผู้สูงอายุ ช่วยลดความเสี่ยงและภาระในการขึ้นลงบันได ภายในห้องถูกออกแบบให้โปร่งโล่งด้วยประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดเชื่อมต่อสู่สวนข้างบ้านได้โดยตรง ทำให้ผู้สูงอายุสามารถนอนชมวิวธรรมชาติ หรือเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ทันทีที่ตื่นนอน ช่วยสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีได้ในทุกๆ วัน

การตกแต่งภายในคุมโทนด้วยสี Earth Tone และวัสดุลายไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง แม้จะเป็นห้องชั้นล่างแต่มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว สามารถวางเตียงนอนขนาดมาตรฐานและตู้เสื้อผ้า Built-in พร้อมไฟซ่อนที่ดูทันสมัยได้ครบถ้วน หากในอนาคตต้องการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันก็สามารถปรับเป็นห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบได้เช่นกัน

ห้องครัวออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรักการทำอาหารโดยเฉพาะ ภายในบ้านตัวอย่างตกแต่งด้วยชุด Built-in จัดวางเคาน์เตอร์เป็นรูปตัว L ช่วยเพิ่มพื้นที่เตรียมอาหาร และทำให้การหยิบจับอุปกรณ์ขณะทำครัวมีความคล่องตัวสูงสุด ตู้เก็บของด้านบนเลือกใช้หน้าบานกระจกชาทองพร้อมไฟ LED ซ่อนด้านใน ให้เรามองเห็นจานชามหรือเครื่องปรุงได้ง่าย ดีไซน์หน้าบานเรียบหรูในโทนสีครีม-น้ำตาลทอง ให้ความรู้สึกคลีนและสบายตาเพิ่มความหรูหราให้กับห้องครัว มีบานหน้าต่างขนาดใหญ่บริเวณอ่างล้างจาน ที่มาพร้อมมูลี่ไม้ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเพื่อลดความอับชื้นและระบายกลิ่นอาหารออกสู่ภายนอกได้ดีเยี่ยม ส่วนด้านนอกเป็นลานซักล้าง เราว่าการแยกโซนเปียกและโซนแห้งที่ชัดเจนแบบนี้ ช่วยให้การบริหารจัดการงานบ้านเป็นเรื่องง่ายและเป็นระเบียบ

เมื่อเดินขึ้นบันไดสู่ชั้น 2 ของบ้าน บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนจากความโอ่อ่าและต้อนรับแขกของชั้นล่าง เข้าสู่โหมดของความอบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ นี่คือพื้นที่ที่ถูกสงวนไว้สำหรับสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น
พื้นที่นี้โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ใช้สีสันและรูปทรงมาสร้างคาแรคเตอร์ให้ห้องมีชีวิตชีวา โดยมีผนัง Artistic Feature Wall โทนสีแดงเบอร์กันดีตัดครีมเป็นจุดโฟกัสพร้อมซ่อนไฟ LED แสง Warm White ช่วยขับมิติให้บรรยากาศดูนุ่มลึก ราวกับ Private Gallery มากกว่าห้องนั่งเล่นทั่วไป เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งอย่างโซฟาผ้าสีเทาควันบุหรี่ เก้าอี้อาร์มแชร์สีส้มอิฐและโต๊ะกลางท็อปกระจกสีดำ ช่วยลดความแข็งกระด้างและทำให้การไหลเวียนของพื้นที่ดูต่อเนื่อง ผสานกับโคมไฟตั้งพื้นทรง Paper Lantern ให้แสงนวลอบอุ่นแบบ Zen จนเกิดเป็นบรรยากาศที่ทั้งผ่อนคลาย มีพลังสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

ด้านนอกเมื่อเลื่อนประตูกระจกออกไปจะพบกับระเบียงส่วนตัว (Private Balcony) ที่กว้างขวางใช้งานได้จริง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเป็นสวนกระถางลอยฟ้า สำหรับคนที่รักต้นไม้เราสามารถวางต้นไม้ฟอกอากาศ ต้นโอลีฟ หรือไม้ดอกกระถางสวยๆ เพื่อสร้างความสดชื่น แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทำให้มุมนี้เป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการออกมา รดน้ำต้นไม้ สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมจิบกาแฟถ้วยโปรดเพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส หรือในช่วงเย็นที่แดดร่มลมตก การนำเก้าอี้แคมป์ปิ้งตัวเล็กๆ มาวางนั่งรับลม อ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกับคนรัก ก็เป็นโมเมนต์ที่แสนพิเศษครับ

พื้นที่ชั้น 2 ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ Master Bedroom ที่จะมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับเจ้าของบ้าน พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องนอน แต่คือ “Private Sanctuary” ที่แบ่งฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วน เสมือนยกห้อง Suite ของโรงแรมหรูมาไว้ที่บ้าน

ทันทีที่เข้ามาในโซนห้องนอน สายตาจะถูกดึงดูดด้วยงานสถาปัตยกรรมภายในที่โดดเด่นอย่างฝ้าเพดานทรงโค้ง ดีไซน์นี้ช่วยลบเหลี่ยมมุมของห้อง ทำให้สเปซดูสูงโปร่งและนุ่มนวลสบายตา ผสานกับการใช้โทนสี Creamy White และเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน สะท้อนกลิ่นอาย Modern Mininalist ที่ชัดเจน ภายในห้องเลือกใช้โคมไฟแขวนทรงกลมโมเดิร์นที่ให้แสงนวลตา สร้างบรรยากาศโรแมนติกและผ่อนคลาย พื้นที่ปลายเตียงกว้างขวาง สามารถวาง Bench สำหรับนั่งพัก หรือจัดเป็นมุมทำงานเล็กๆ ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

เชื่อมต่อจากโซนห้องนอนผ่านซุ้มประตูโค้ง คือพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักแฟชั่น มุมโต๊ะเครื่องแป้งถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว พร้อมกระจกเงาบานใหญ่และชั้นวางของดีไซน์โมเดิร์น

ถัดไปด้านในเป็นห้องน้ำในตัว สิ่งแรกที่เห็นอ่างล้างหน้าแบบ His&Her บนเคาน์เตอร์ลายไม้ขนาดยาวพิเศษ พร้อมกระจกเงาที่ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น ภายในห้องน้ำกั้นโซนเปียกและแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ดูแลทำความสะอาดง่าย

บนชั้น 3 ของตัวบ้าน มีห้องนอนที่สามารถปรับการใช้งานได้อีก 2 ห้อง ที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นแค่ห้องนอนเสมอไป แต่สามารถ Custom ให้เข้ากับ Passion ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร้ขีดจำกัด
กานต์ว่าบ้านนี้เหมาะสำหรับสาย Content Creator นักลงทุนหรือ Gamer เพราะบ้านอ

บ้านตัวอย่างตกแต่งฉีกแนว INNER PEACE ออกมาสู่ความล้ำสมัยแบบ Cyberpunk อันนี้กานต์ชอบมาก ด้วยการกรุผนังสีเมทัลลิคเข้ม ตัดกับเส้นสายไฟ LED Strip Light ที่ฝังไปกับผนังและชั้นวางของ แสงไฟ Neon เส้นตรงช่วยสร้างมิติและอารมณ์ที่ปลุกเร้าพลังงานความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้องยังสามารถวางโซฟาเบดนุ่มๆ ไว้สำหรับเอนหลังพักสายตา หรือนั่งเล่นเกม Console ชิลๆ ในวันหยุด
หรือจะปรับเป็นสตูดิโอไลฟ์ขายของก็ได้เช่นกัน เพราะห้องนี้มีแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในช่วงกลางวัน ทำให้การถ่ายภาพสินค้าหรือ Live ขายของได้แสงที่สวยงามและดูแพง ผนังห้องที่มีดีไซน์เก๋ไก๋สามารถใช้เป็นฉากหลัง (Background) ที่ดูเป็นมืออาชีพได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินเช่าสตูดิโอข้างนอก

ห้องนอนเล็กบนชั้น 3 ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งจินตนาการและการเรียนรู้สำหรับเจ้าตัวเล็ก (Little Explorer’s Haven) โดยคุมโทนด้วยสี Earth Tone และวอลเปเปอร์ธีมป่านิทานที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ภายในจัดแบ่งฟังก์ชันอย่างลงตัว ทั้งมุมกิจกรรมที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ลบเหลี่ยมมุมเพื่อความปลอดภัย และมุมพักผ่อนริมหน้าต่างสำหรับให้คุณพ่อคุณแม่ได้ใช้อ่านนิทานร่วมกับลูก ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างขวาง ห้องนี้จึงมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากห้องเด็กเล็กให้โตไปพร้อมกับพัฒนาการของลูกในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า

โครงการ INNER PEACE Sathorn-Thaphra มีแบบบ้านอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ทาวน์โฮม 3 ชั้น (SOUL) ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่กระชับแต่ฟังก์ชันครบครันเหมือนบ้านเดี่ยว
SOUL คือวิถีชีวิตแบบคนเมืองที่คล่องตัวและทันสมัย (Compact & Dynamic) นี่คือพรีเมียมทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. บนขนาดที่ดินมาตรฐาน 17 ตร.ว. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำมีที่จอดรถได้ 2 คัน เป็นการทลายข้อจำกัดของทาวน์โฮมตึกแถวแบบเดิมๆ ด้วยการออกแบบ Space ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว ของสมาชิกทุกคนในบ้าน
ดีไซน์ภายนอกยังคงรักษา DNA ของโครงการด้วยเส้นสายโค้งมน (Curved Lines) บริเวณ Facade ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของตัวตึก ทำให้มองแล้วรู้สึกสบายตา แตกต่างจากทาวน์โฮมทรงสี่เหลี่ยมทั่วไป การเลือกใช้โทนสี Earth Tone ขาว-เทา-น้ำตาล ยังช่วยให้บ้านดูโมเดิร์นและอบอุ่นเหนือกาลเวลา (Timeless Design)

เปิดประตูเข้ามาจะพบกับความโปร่งโล่งด้วยการวางผังแบบ Open Plan เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหารเข้าด้วยกันเป็นผืนใหญ่ ทำให้บ้านดูกว้างขวางและไม่อึดอัด สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวได้ง่าย ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามใจชอบเลยครับ มาพร้อมกับห้องครัวไทยที่สามารถต่อเติมจากพื้นที่หลังบ้านและกั้นเป็นสัดส่วนได้

ห้องนั่งเล่นที่เปรียบเสมือนหน้าตาของบ้าน ตกแต่งในสไตล์ Japandi Modern ด้วยโทนสีครีมและน้ำตาลไม้ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่กลับถึงบ้านครับ ด้านในมีพื้นที่กว้างพอสำหรับวางโซฟาขนาดใหญ่ไว้นอนเอนกายอ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นกับเจ้าสี่ขาตัวโปรดได้อย่างสบายๆ

ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับตัวบ้าน อีกฝั่งจะเป็นผนังติดตั้งทีวีแบบแขวนเอาไว้ให้ดูโมเดิร์น ออกแบบให้มีชั้นวางของแนวตั้งและตู้เก็บของแบบลอยตัว ช่วยประหยัดพื้นที่และซ่อนของจุกจิกให้บ้านดูเรียบร้อยตลอดเวลา

ถัดจากห้องนั่งเล่นเป็นโซนรับประทานอาหาร บ้านตัวอย่่างออกแบบให้ดูเป็นไอเดียโดยใช้ที่นั่งแบบ Built-in Bench เป็นที่นั่งยาวบุฟองน้ำ ชิดผนัง แทนการใช้เก้าอี้ลอยตัวทั้งหมด ไอเดียนี้ดีนะครับ กานต์มองว่าช่วยประหยัดพื้นที่ทางเดิน ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและยังรองรับจำนวนคนได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม ประดับด้วยโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นเหนือโต๊ะอาหาร และเบาะนั่งโทนสีส้มอิฐ (Terracotta) ช่วยเพิ่มสีสัน (Pop of Color) ให้บ้านดูไม่จืดชืดจนเกินไป ได้ฟีลลิ่งเหมือนนั่งชิลในคาเฟ่เก๋ๆ

ด้านในสุดเป็นพื้นที่หลังบ้านที่ลงเสาเข็มไว่้ให้ บ้านตัวอย่างต่อเติมเป็นครัวที่กั้นด้วยกระจกใส นี่เป็นจุดที่เราคิดว่าดีมากเช่นกัน เพราะจะช่วยป้องกันกลิ่นอาหารรบกวนโซนนั่งเล่น แต่ยังคงความโปร่งโล่ง มองเห็นกันได้และเปิดรับแสงจากหลังบ้านยังส่องเข้ามาถึงด้านในได้ ภายในครัวบิวท์อินเคาน์เตอร์ทรงตัวแอล (L-Shape) ลายไม้ ครบครันทั้งพื้นที่เตรียมอาหารและเตาไฟฟ้า จุดเด่นคือมีหน้าต่างระบายอากาศเหนืออ่างล้างจาน ช่วยลดความอับชื้นและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางพอให้คุณยืนปรุงอาหารมื้อใหญ่ หรือจะให้เจ้าตูบเข้ามายืนรอขนมข้างๆ ก็ไม่อึดอัด

การวางผังของแบบบ้าน SOUL เป็นการใช้ประโยชน์จากรูปทรงลึกของทาวน์โฮมได้อย่างคุ้มค่า เส้นสายการมองเห็น (Visual Line) จากหน้าบ้านทะลุไปถึงครัวหลังบ้าน ทำให้บ้านดูกว้างกว่าความเป็นจริง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความโปร่งโล่งแต่ยังต้องการฟังก์ชันที่เป็นสัดส่วนครับ

ชั้น 2 ออกแบบให้เป็น Master Bedroom เต็มฟลอร์ เป็นไฮไลท์สำคัญที่ยกระดับการพักผ่อนให้เหนือกว่าทาวน์โฮมทั่วไป ด้วยการผสานกลิ่นอาย Japandi เข้ากับฟังก์ชันที่หรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับ Penthouse ให้กับเจ้าของบ้าน โดยไม่ต้องรอเดินขึ้นไปถึงชั้น 3 ครับ

สิ่งที่ทำให้ห้องนอนนี้พิเศษกว่าห้องนอนไหนๆ และกานต์ชอบมาก ก็คือการออกแบบพื้นที่ยกระดับ (Raised Platform) บริเวณริมหน้าต่าง ให้กลายเป็นมุมจิบชาสไตล์ญี่ปุ่นส่วนตัวภายในห้องนอน

มุมนี้ ให้ความรู้สึกสงบเหมือนนอนอยู่ในเรียวกัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตื่นมานั่งจิบมัทฉะอุ่นๆ ยามเช้า หรือนั่งทำสมาธิก่อนเข้านอน

ด้านในเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถจัดวางเตียงขนาดคิงส์ไซส์ได้ เพราะห้องมีขนาดกว้างและโปร่งโล่ง บ้านตัวอย่างตกแต่งเน้นโทนสี “Warm Beige & Wood” ผสานกับเส้นสายไฟซ่อนบนฝ้าเพดานให้แสงนวลตา หัวเตียงตกแต่งด้วยไม้บุนวมผ้าช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นน่าทิ้งตัวนอน

“Morning is when the mind is quiet enough to hear life clearly.”
— Haruki Murakami

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับวาง Armchair ไว้นั่งอ่านหนังสือหรือนอนดูทีวีจอใหญ่ได้อย่างสบายสายตา โดยมีหน้าต่างบานใหญ่สูงเกือบถึงฝ้า คอยรับแสงเช้าที่ปลุกให้ตื่นอย่างสดใส

อีกฝั่งเป็นตู้เสื้อผ้าเลือกใช้หน้าบานกระจกลอนแก้วตัดด้วยกรอบอลูมิเนียมสีดำทำให้ดูทันสมัยและหรูหราและยังช่วยพรางสายตาให้ภายในดูเป็นระเบียบแต่ไม่อึดอัดทึบตัน โต๊ะเครื่องแป้งลายหินอ่อน Built-in ยาวขนานไปกับผนัง พร้อมกระจกเงาทรงมนขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนรักความงาม ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ชั้น 3 ของแบบบ้าน SOUL ออกแบบให้มี 2 ห้องนอน ที่สามารถปรับการใช้งานได้ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แบบ Hybrid Working และการพักผ่อนที่เงียบสงบ
พื้นที่นี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ห้องหลัก ซึ่งทางโครงการได้นำเสนอไอเดียการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ โดยแบ่งเป็น “ห้องทำงาน” ในโซนด้านหน้า และ “ห้องนอนบรรยากาศรีสอร์ท” ในโซนด้านหลัง
เริ่มจากห้องด้านหน้าที่มีความกว้างและได้รับแสงธรรมชาติมากที่สุด ปรับให้เป็น Home Office หรือสตูดิโอทำงานส่วนตัวที่ดูโปร่งโล่งและทันสมัย จุดเด่นคือหน้าต่างกระจกบานสูงที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ตื่นตัวและเหมาะกับการทำงานใช้ความคิด โดยมีการติดตั้งมูลี่ปรับแสงเพื่อควบคุมความสว่างไม่ให้จ้าเกินไปในช่วงบ่าย จัดวางโต๊ะทำงานไซน์โมเดิร์น

อีกมุมหนึ่งของห้องจัดวาง โซฟาทรงโค้ง (Curved Sofa) ดีไซน์เก๋พร้อมพรมปูพื้นทรงกลม สร้างมุมพักผ่อนเล็กๆ สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือคิดงานเงียบๆ พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้ฟอกอากาศเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสบายตา ดูแล้วน่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการ Work-Life Balance ภายในบ้านหลังเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ

ห้องด้านหลังออกแบบให้เป็นห้องนอนที่เน้นบรรยากาศอบอุ่นและเป็นส่วนตัว (Cozy Atmosphere) เหมาะสำหรับเป็นห้องนอนแขกหรือสมาชิกในครอบครัวที่ชอบความเงียบสงบ หัวใจของห้องนี้คือการใช้แสงไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) โดยเฉพาะไฟซ่อนผนังหัวเตียงที่ส่องกระทบวอลเปเปอร์ที่มี Texture นูนต่ำ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้ามา

มีการบิวท์อินเคาน์เตอร์ไม้ยาวขนานผนัง ทำหน้าที่เป็นทั้งโต๊ะทำงาน โต๊ะเครื่องแป้ง และชั้นวางของในตัวเดียวกัน มุมแต่งตัวเลือกใช้ดีไซน์แบบ Open Closet โครงเหล็กโปร่งสีดำผสมงานไม้ ให้ความรู้สึกเบาสบายสไตล์ Loft Minimal หยิบจับเสื้อผ้าได้ง่ายและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

#สรุป โครงการ INNER PEACE Sathorn-Thaphra ทำให้กานต์ได้ค้นพบความสงบที่ซ่อนตัวอยู่ในเมือง
โครงการนี้กานต์มองว่าน่าจะเหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาจุดสมดุลระหว่างชีวิตทำงานในเมือง และการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว
INNER PEACE Sathorn-Thaphra คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดในย่านฝั่งธนฯ ด้วยทำเลศักยภาพในซอยเทอดไทที่เชื่อมต่อสาทรและ BTS ตลาดพลูได้เพียงอึดใจ แต่กลับมอบความเงียบสงบเสมือนรีสอร์ทส่วนตัว
โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์โมเดิร์นที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คลับเฮ้าส์ทรงโค้ง สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ไปจนถึงแบบบ้านที่คิดมาเพื่อการอยู่อาศัยจริง ไม่ว่าจะเป็น บ้านแฝดหน้ากว้างอารมณ์บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮมฟังก์ชันใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนได้ตาม Passion ของคนรุ่นใหม่
นี่คือพื้นที่ชาร์จพลังชีวิตให้เราพร้อมรับวันใหม่อยู่เสมอ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0939599362
Add LINE : https://lin.ee/VhEeb5R



