Thursday 2 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·31 Mar 2026

รีวิว INNER PEACE สาทร–ท่าพระ บ้าน Boutique ในย่านเก่า

Words & Photography · KANT
งานสถาปัตยกรรมอาคารดีไซน์โค้งสีขาวยามพลบค่ำ

Last Updated: 23 June 2026

ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW

INNER PEACE Sathorn-Thaphra is a premium three-storey townhome and semi-detached project by Peace & Living on Soi Thoet Thai 33 in the Thaphra area, near BTS Talat Phlu. With only 69 units of 150–248 sq.m. in two designs (ZEN semi-detached and SOUL townhome) and prices from about THB 6 million, it offers low-rise living near transit on the Thonburi side. KANT's review covers the design, layouts, location and value.

สรุปตรง

INNER PEACE สาทร–ท่าพระ คือพรีเมียมทาวน์โฮมและบ้านแฝด 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น จาก Peace & Living ตั้งอยู่ในซอยเทอดไท 33 เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เอกสิทธิ์ราว 69 หลังบนเนื้อที่ราว 6.97 ไร่ พื้นที่ใช้สอยเริ่มราว 150 ตารางเมตร 3–4 ห้องนอน ราคาราว 6–12 ล้านบาท จุดเด่นของ INNER PEACE คือการทำทาวน์โฮมและบ้านแฝดสามชั้นกลางเมืองให้ได้พื้นที่ใช้สอยแบบบ้าน บนทำเลฝั่งธนที่ใกล้ BTS ตลาดพลูเพียงราว 1.2 กิโลเมตร และใกล้ The Mall Lifestore ท่าพระ จุดน่าสนใจคือ Peace & Living เลือกวางสินค้าแนวราบยูนิตน้อยดีไซน์ใหม่บนทำเลสาทร–ท่าพระที่เชื่อมเข้าเมืองได้ไว ในราคาที่จับต้องง่ายกว่าบ้านเดี่ยวโซนเดียวกัน

Key Facts
DeveloperPeace & Living
Typeทาวน์โฮม
Locationกรุงเทพฯ
Price6–12 ล้านบาท

“𝐏𝐞𝐚𝐜𝐞 𝐢𝐬 𝐡𝐚𝐩𝐩𝐢𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐚𝐭 𝐫𝐞𝐬𝐭.” -ความสงบ คือความสุขที่หยุดนิ่ง

Naval Ravikant นักลงทุนและนักปรัชญาผู้ทรงอิทธิพลแห่ง Silicon Valley เคยกล่าวประโยคนี้ไว้ และกานต์เชื่อว่าเป็นประโยคที่โดนใจคนวัยทำงานในกรุงเทพฯ ที่สุดประโยคหนึ่ง

จะว่าไปแล้วชีวิตของพวกเราส่วนใหญ่มักจะเป็น “Happiness in motion” หรือความสุขที่ต้องแลกมาด้วยการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ต้องรีบตื่น รีบเดินทาง รีบทำงาน รีบไปสังสรรค์ จนเราลืมไปว่าชัยชนะที่แท้จริงของการใช้ชีวิตอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่คือความสามารถในการหยุดนิ่งได้อย่างมีความสุขในพื้นที่ของตัวเองครับ

นี่คือสิ่งที่ทำให้กานต์ต้องพูดถึงโครงการ INNER PEACE Sathorn-Thaphra ในมุมมองที่ต่างออกไป เพราะไม่ใช่แค่ในฐานะที่อยู่อาศัยแต่จะเป็นพื้นที่ที่จะคืนความสงบสุขให้กับชีวิตเราครับ

หลายคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อคอนโดฯ เล็กๆ ใจกลางเมืองเพียงเพื่อแลกกับการไม่อยากเสียเวลาเดินทาง แต่สุดท้ายก็พบว่าพื้นที่แคบๆ นั้นไม่สามารถมอบการพักผ่อนที่แท้จริงได้ แต่ที่ INNER PEACE Sathorn-Thaphra ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสาทรเพียง 5 นาที* กลับเป็น Hidden Gems ที่เพอร์เฟกต์มาก คือสะดวกต่อการที่เราจะขับรถไปทำงานได้ในเวลาไม่กี่เพลงจบ หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปได้ไม่กี่สถานีก็ถึงสาทร

สิ่งที่จะได้คืนมาทันทีจากการเลือกทำเลนี้คือ “เวลา” ครับ เพราะเราสามารถเอาเวลานี้ไปนอนต่อ ไปออกกำลังกาย หรือกลับมากินข้าวเย็นพร้อมหน้าครอบครัว นี่คือกำไรชีวิตตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าบ้านด้วยซ้ำ

ความน่าสนใจคือโครงการนี้ตีโจทย์คำว่า “Happiness at rest” ได้ดีมากเลยครับ ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าโครงการ ความพลุกพล่านของย่านท่าพระ-ตลาดพลูจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็นบรรยากาศแบบ Urban Modern ที่เรียบง่าย ไม่ตะโกน แต่นิ่งสงบ เป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้เราได้พักผ่อนทางจิตวิญญาณจริงๆ

ลองจินตนาการดูนะครับ ในวันที่เหนื่อยล้าจากงานทำงาน การได้กลับมาอยู่ในบ้านที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัวและมีพื้นที่กว้างขวาง กานต์ว่ามันคือการชาร์จแบตให้กับชีวิตที่ดีที่สุด

พูดถึงเรื่อง Space กานต์อยากชวนคิดในมุมนักลงทุนตามสไตล์ Naval หน่อยครับ ในงบประมาณ 6.5 – 15.9 ล้านบาท ถ้าเราถือเงินก้อนนี้ไปซื้อคอนโดแถวสาทร อย่างเก่งก็ได้ห้อง 2 ห้องนอนขนาดไม่เกิน 60-70 ตารางเมตร แต่ที่นี่เราจะได้ทาวน์โฮมหรือบ้านแฝดที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 150 ไปจนถึง 248 ตารางเมตร ตัวเลขมันต่างกันแบบคนละเรื่อง และด้วย Layout 3 ชั้น มันเอื้อให้คนรุ่นใหม่ที่เป็น SME หรือ Freelance เปลี่ยนบ้านเป็น “ออฟฟิศลับ” (Secret HQ) ได้อย่างแนบเนียน

ชั้น 1 สามารถทำเป็นพื้นที่รับแขก ได้ ชั้น 2 เป็น Sanctuary พื้นที่พักผ่อนส่วนตัว 100% ยกพื้นที่ทำงานแบบ Deep Work ที่ต้องการสมาธิสูง ไปไว้บนชั้น 3 การมีบันไดคั่นระหว่าง “งาน” กับ “เตียงนอน” จะช่วยให้สมองของเราเข้าสู่ Switch Mode ได้ดีขึ้น มีสวนและพื้นที่ให้เรากับน้องหมาได้วิ่งเล่นด้วยกันซึ่งเป็น Quality of Life ที่หาได้ยากกว่าในคอนโดมิเนียม

INNER PEACE Sathorn-Thaphra จึงเป็นบ้านสำหรับคนที่เข้าใจปรัชญาการใช้ชีวิตแบบ Smart Living คนที่รู้ว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนกับสถานที่ที่ทำให้ใจเราสงบและมีความสุขได้จริงๆ ในวันที่เราหยุดนิ่ง เหมือนที่ Naval Ravikant บอกไว้ไม่มีผิดครับ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3YU4gVI

INNER PEACE Sathorn-Thaphra เป็นโปรเจ็กต์ทาวน์โฮมและบ้านแฝดจากแบรนด์ PEACE&LIVING ที่ตั้งใจออกแบบให้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแต่ยังอยากได้การเชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง ใจกลางโครงการมีเพียง 69 ยูนิต ซึ่งถือว่าน้อยนะครับ ทำให้ได้บรรยากาศภายในเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่มองหาที่พักอาศัยระยะยาวในย่านฝั่งธน-สาทร ใกล้ห้างและรถไฟฟ้า

ด้วยความที่โครงการมีขนาดไม่ใหญ่ จึงให้ความรู้สึกเป็นชุมชนขนาดย่อม และมักจัดการพื้นที่ส่วนกลางได้เป็นระเบียบกว่าโครงการใหญ่

กานต์จึงคิดว่า INNER PEACE Sathorn-Thaphra น่าจะเหมาะกับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการบ้านที่มีสเปซเหมาะสม อยู่ในทำเลที่เข้าถึงสาทรได้ง่าย แต่ยังอยากได้ความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศสงบภายในซอย ยูนิตน้อยของโครงการกลับเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการขายความเป็นบ้านที่สงบในเมืองครับ

การเข้าถึงใจกลางเมืองทำได้หลายเส้นทาง โครงการตั้งอยู่ใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานครและถนนหลักหลายสาย ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงเมื่อเทียบกับโซนชานเมืองอื่น ๆ ห่างถนนรัชดาฯ แค่ 500 ม. และ BTS ตลาดพลู 1 กม. ยิงยาวเข้าสาทร-สีลมได้รวดเร็ว

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงในชุดคลุมพักผ่อนกับสุนัขคอร์กี้บนเตียง

ในยุคที่ทำเล “สาทร-ท่าพระ” กลายเป็นสมรภูมิคอนโดมิเนียมที่ดุเดือด ด้วยศักยภาพการเป็นส่วนต่อขยายของ CBD (Central Business District) โครงการส่วนใหญ่มักแข่งขันกันที่ความหวือหวาและตึกสูงตระหง่าน แต่ INNER PEACE Sathorn-Thaphra กลับเลือกเดินเกมที่แตกต่าง ด้วยการนำเสนอคุณค่าของความสงบ (Tranquility) ท่ามกลางความวุ่นวาย

อาคารคอนโดโลว์ไรส์ดีไซน์โมเดิร์นสีขาว

ในมุมมองของความคุ้มค่า (Value Investment) สื่อหลายสำนักมองตรงกันว่าทำเลนี้คือ Golden Location ของฝั่งธนฯ ที่มีความเป็นชุมชนดั้งเดิมสูง คือมีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกินระดับตำนานอย่างตลาดพลู และห้างใหญ่อย่าง The Mall Lifestore ท่าพระ แหล่งรวมของกินและช้อปปิ้ง ในระยะที่เข้าถึงได้ง่าย ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล

ลานกิจกรรมและทางวิ่งสีสันสดใส ผู้อยู่อาศัยพาสุนัขเดินเล่น

สิ่งที่ต้องชมคือ PEACE&LIVING ยังคงรักษาลายเซ็นเรื่องความสงบสมชื่อแบรนด์ แม้ทำเลจะอยู่ในย่านสาทร-ท่าพระ-รัชดาภิเษก แต่เมื่อเลี้ยวเข้าโครงการ บรรยากาศมันถูกตัดเข้าสู่โหมด Mute ความวุ่นวายภายนอกถูกทิ้งไว้ข้างหลังให้เหลือไว้แต่ความเป็นส่วนตัว ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องใช้สมาธิในการทำงาน หรือต้องการพักผ่อนจริงๆ ไม่ใช่แค่กลับมานอนเพื่อให้ผ่านไปอีกวัน

INNER PEACE Sathorn-Thaphra จึงไม่ได้สร้างมาเพื่อคนที่ชอบแสงสีหรือต้องการคอนโดตึกสูงวิวขอบฟ้าเจ้าพระยา แต่ถูกสร้างมาเพื่อ Real User ที่ทำงานหนักในเมืองทุกวัน ทั้งย่านสาทร สีลม พระราม 3 พระราม 4 และต้องการสถานที่ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ชาร์จแบตเมื่อกลับมาถึงบ้าน 

ป้ายโครงการ INNER PEACE สาทร–ท่าพระ บนผนังอาคาร

เมื่อมาถึงโครงการ เราจะพบกับ Main Gate ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Minimalist ที่โดดเด่นด้วยการใช้โทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับเส้นสายโค้งมน (Curved Lines) ของซุ้มประตูทางเข้า ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของรูปทรงเรขาคณิตและสร้างความรู้สึกลื่นไหลให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ รายล้อมด้วย Landscape สีเขียวที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ สร้าง First Impression ที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยรายละเอียด เป็นความสงบที่สัมผัสได้ตั้งแต่หน้าโครงการ 

อาคารคลับเฮาส์หลังคาโค้งท่ามกลางต้นไม้

Clubhouse ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการและเป็นสิ่งแรกที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัส ด้วยงานออกแบบสไตล์ Modern Organic Living ผสานแนวคิด Modern Minimalist ที่ลดทอนความแข็งกระด้างของเมืองให้กลายเป็นเส้นสายโค้งมนอ่อนโยน Clubhouse สีขาวสะอาดตาทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ส่วนกลาง แต่เปรียบเสมือนประติมากรรมที่คอยต้อนรับการกลับบ้านของลูกบ้านทุกคน และเป็น Transition Space ที่ช่วยปรับอารมณ์จากความเหนื่อยล้าภายนอกสู่ความสงบภายใน ท่ามกลาง Landscape สีเขียวและต้นไม้ใหญ่ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ เส้นโค้งที่ลื่นไหลรับกับธรรมชาติและท้องฟ้าช่วยสร้าง First Impression ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด สะท้อนความหมายของคำว่า “INNER PEACE” ได้อย่างชัดเจน 

ภาพรวมพื้นที่ส่วนกลาง โคเวิร์กกิ้งและเลานจ์ตกแต่งสีสันสดใส

บรรยากาศภายใน Clubhouse ออกแบบในคอนเซปต์ที่เน้นความโปร่งโล่งและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ผ่านกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวสวนสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานในทุกฟังก์ชัน จัดสรรพื้นที่ทำได้อย่างลงตัวเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น

Relaxing Zone มีมุมนั่งเล่นที่จัดวางโซฟาโค้งเข้ามุมและเก้าอี้นุ่มๆ โทนสีขาว-ครีม เหมาะสำหรับการนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือนัดคุยธุระสบายๆ มี Creative Corner ออกแบบให้เป็นโต๊ะกลมและเก้าอี้สีเหลืองมัสตาร์ดช่วยเพิ่มความสดใส ตัดกับผนังกระจกที่มองเห็นวิวสวนภายนอก พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ริมหน้าต่างสำหรับคนที่ชอบนั่งทำงานคนเดียวพร้อมชมวิว 

ห้องประชุมส่วนกลางพร้อมโต๊ะ เก้าอี้สีส้มและวิวสวน

เมื่อขึ้นมาด้านบน จะพบกับห้องประชุมที่รองรับการทำงานจริงจังได้ดียิ่งขึ้น ภายในห้องโดดเด่นด้วยโต๊ะประชุมไม้ขนาดใหญ่ (Long Table) ที่รองรับได้ 6-8 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้ดีไซน์ Ergonomic ที่นั่งสบาย มีหน้าจอทีวีขนาดใหญ่และอุปกรณ์รองรับการประชุม 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงอ่านหนังสือพิมพ์ริมหน้าต่างบานสูง

นอกจากนี้ยังรายล้อมด้วยผนังกระจกบานใหญ่รอบด้านช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้ห้องดูไม่อึดอัด ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ระหว่างระดมสมอง 

ห้องฟิตเนสส่วนกลางพร้อมอุปกรณ์ ผู้อยู่อาศัยออกกำลังกาย

ชั้นบนยังมีห้องออกกำลังกายที่ออกแบบให้ Active ไปพร้อมกับวิวธรรมชาติ ภายในห้องกรุผนังกระจกใสเปิดมุมมองกว้างสู่ภายนอก อุปกรณ์ครบครันทั้งลู่วิ่งและโซนเวทเทรนนิ่ง โดยวางตำแหน่งลู่วิ่งหันหน้าออกสู่หน้าต่าง เพื่อให้เราวิ่งไปพร้อมกับชมยอดไม้สีเขียว มีการติดกระจกเงาบานใหญ่ช่วยให้ห้องดูกว้างขวางและเช็คท่าทางขณะออกกำลังกายได้สะดวก 

ภาพมุมสูงสระว่ายน้ำส่วนกลางท่ามกลางต้นไม้

The Sanctuary Pool สระว่ายน้ำที่ผูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับพื้นทางเดินหินสีเทาและอาคารสีขาว ตัวสระโอบล้อมด้วยแนวต้นไม้ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง มีการแบ่งโซนสระเด็กแยกเป็นสัดส่วน เหมาะสำหรับวันที่ต้องการแช่น้ำคลายร้อนหรือว่ายออกกำลังกายเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ 

ศาลาพักผ่อนในสวนส่วนกลางพร้อมลานกิจกรรม

ถัดจากโซน Clubhouse และสระว่ายน้ำเข้าสู่พื้นที่ด้านใน สิ่งที่รอต้อนรับผู้อยู่อาศัยคือโอเอซิสสีเขียวขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาให้เป็นปอดของโครงการ พื้นที่สวนแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้ประดับ แต่เป็นการรังสรรค์ภูมิทัศน์ (Landscape Architecture) ที่ผสมผสานฟังก์ชันของคนเมืองเข้ากับสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างลงตัว เหมือนเราได้หลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่งที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิงครับ 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงพาสุนัขเดินเล่นในสวนส่วนกลาง

จุดเด่นแรกที่ดึงดูดสายตาคือทางเดินในสวนที่ดีไซน์ให้เป็นเส้นโค้งที่ลัดเลาะไปตามแนวต้นไม้และเนินหญ้า พื้นที่ส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นทางเดินและ Jogging Track ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ชอบวิ่งออกกำลังกายยามเช้า หรือเดินทอดน่องรับลมเย็นๆ ในช่วงเย็น พื้นทางเดินปูด้วยวัสดุเรียบเนียน เดินสบายเท้า ขนาบข้างด้วยแนวหินกรวดและพุ่มไม้เตี้ยที่ช่วยสร้าง Texture ให้กับพื้นผิว ทำให้ทุกย่างก้าวรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดพื้นดินมากยิ่งขึ้น 

มุมพักผ่อนในสวนส่วนกลางพร้อมที่นั่งและสุนัขคอร์กี้

นอกจากฟังก์ชันสำหรับผู้อยู่อาศัยแล้ว พื้นที่สีเขียวแห่งนี้ยังยินดีต้อนรับสมาชิกตัวน้อยของครอบครัวอีกด้วย ด้วยสเปซที่เปิดโล่งและเชื่อมต่อกัน ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอให้เจ้าสี่ขาตัวโปรดได้ออกมาวิ่งเล่น ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินรับลมไปพร้อมกับเราบนทางเดินในสวน ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและปลอดภัย เติมเต็มคำว่าบ้านให้สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริงครับ 

ภาพมุมสูงลานกิจกรรมและสนามเด็กเล่นสีสันสดใส

ใจกลางของสวนคือพื้นที่แห่งความสุขของครอบครัว กับ Playground ดีไซน์ทันสมัยที่มาพร้อมสีสันสดใสในโทนส้ม-เหลือง-เขียว ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการเรียนรู้ สนามเด็กเล่นที่นี่ฉีกกฎรูปแบบเดิมๆ ด้วยการออกแบบเป็นเนินภูเขาจำลอง ที่มีทั้งหน้าผาจำลองสำหรับปีนป่ายและอุโมงค์ พื้นสนามปูด้วยวัสดุยาง EPDM ช่วยลดแรงกระแทก ให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้อย่างปลอดภัย

สำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบ Pavilion ดีไซน์โมเดิร์นคือคำตอบที่ลงตัว ออกแบบเป็นทรงโค้งรับกับเส้นสายของสวน หลังคาสีขาวสะอาดตาช่วยกรองแสงแดด แต่ยังเปิดโล่ง (Semi-Outdoor) เพื่อรับลมธรรมชาติ ภายในจัดวางชุดที่นั่งหวายสานดีไซน์อบอุ่น พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางเครื่องดื่มหรือหนังสือเล่มโปรด การออกแบบเสาระแนงโปร่งช่วยให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวแต่ไม่ปิดทึบจนอึดอัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งจิบกาแฟยามบ่าย หรือปลีกวิเวกมานั่งทำงานท่ามกลางเสียงนกและแมกไม้ 

อาคารคอนโดดีไซน์โมเดิร์นสีขาวพร้อมแนวพรรณไม้

ลึกเข้าไปในมุมที่เงียบสงบที่สุดของสวน เรามองว่าเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่พักผ่อน รับพลังจากธรรมชาติ ท่ามกลางวงล้อมของพุ่มไม้ดอกสีขาวและพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่น พื้นหญ้านุ่มๆ เหมาะสำหรับการปูเสื่อเล่นโยคะ หรือนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ เพื่อ Re-connect กับตัวเองอีกครั้งหลังจากวันที่เหนื่อยล้า แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านทิวไม้ลงมาช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบสุขทางจิตวิญญาณ สะท้อนคอนเซปต์ “INNER PEACE” ของโครงการได้อย่างสมบูรณ์ 

งานสถาปัตยกรรมอาคารดีไซน์โค้งสีขาวยามพลบค่ำ

กานต์พามาชมบ้านตัวอย่างกันบ้างครับ โครงการมีแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ 2 ฟังก์ชันด้วยกัน โดยนำเสนอออกมาในรูปแบบ ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 3 ชั้น ที่ฉีกกฎเดิมๆ ด้วยหน้ากว้างพิเศษและการจัดวางฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น ที่เปิดกว้างสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง

เรามาชมบ้านแบบแรกกันก่อน คือแบบบ้าน ZEN เป็น บ้านแฝด 3 ชั้น ออกแบบให้มีอิสระแห่งการอยู่อาศัย บนสเปซที่กว้างเท่าบ้านเดี่ยว ด้วยพื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 39.1 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 2 คัน จุดเด่นที่สุดคือ หน้ากว้างถึง 11.5 เมตร ซึ่งกว้างกว่าบ้านทั่วไปหลายแห่ง ทำให้ตัวบ้านดูโอ่อ่าและรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงริมหน้าต่างห้องชุด เปิดวิวสวน

ชั้น 1 Space Planning เปิดประตูเข้าสู่ภายในบ้าน เป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับสมาชิกของครอบครัวและแขกคนสำคัญ โดดเด่นด้วยซุ้มประตูไม้ทรงโค้ง (Wood Arch) ทำหน้าที่เป็นกรอบภาพ ที่ช่วยนำสายตาสู่มุมพักผ่อนนี้อย่างนุ่มนวลให้ความรู้สึกราวกับประตูไม้จริงให้สัมผัสธรรมชาติ มือจับติดตั้ง Digital Door Lock มาให้เรียบร้อยแล้ว 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงนั่งบนเก้าอี้สีเขียวในห้องนั่งเล่น

สิ่งที่เราสัมผัสได้ไม่ใช่แค่ความกว้างของบ้าน แต่มันคือ Flow ของพลังงานที่ลื่นไหลต่อเนื่องกันทั้งชั้นล่าง การออกแบบพื้นที่แบบ Open Plan ช่วยทลายกำแพงกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหาร สร้างสเปซขนาดใหญ่ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้ แม้จะทำกิจกรรมที่แตกต่างกัน 

ห้องนั่งเล่นและมุมอาหารพร้อมจอทีวี โคมไฟสานและเก้าอี้สีเขียว เปิดวิวสวน

Living Area จัดวางชุดโซฟา L-Shape สีขาวครีมขนาดใหญ่พร้อมหมอนอิงสีเขียว Earth Tone สะท้อนความผ่อนคลาย โดยมีพื้นที่ส่วนนี้กว้างขวางพอให้เจ้าสี่ขาตัวโปรดวิ่งเล่นไปมาได้อย่างอิสระ หรือจะนอนเฝ้าเจ้าของดูทีวีก็ไม่อึดอัด

โดยรอบบ้านติดตั้งกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ทำหน้าที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายใน และเบลอขอบเขตระหว่าง “Indoor” และ “Outdoor” ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่กลางสวนสีเขียวตลอดเวลา

Living ออกแบบให้เป็น Space ที่มีคอนเซ็ปต์ Connecting Here & There การออกแบบพื้นที่เน้นการเชื่อมต่อฟังก์ชัน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ของพื้นที่ที่กว้างขวางและเชื่อมฟังก์ชันด้วยกัน ด้วยการวางแปลนที่พิถีพิถัน ทำให้พื้นที่ชั้นล่างของบ้านมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบครับ ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์และการใช้งานที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่ 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงรินน้ำชาในห้องนั่งเล่น โคมไฟสาน

ถัดจาก Living Area จะเชื่อมต่อมายังโซนรับประทานอาหารที่ถูกตกแต่งไว้อย่างมีรสนิยม บ้านตัวอย่างโดดเด่นด้วย Japandi Touch ที่สะดุดตาเรามากก็คือโคมไฟเพดานทรงกลมแบบกระดาษสาดีไซน์มินิมอลให้แสงสีนวลตาคล้ายพระจันทร์ สวยมาก สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกให้กับทุกมื้ออาหาร

จัดวางชุดโต๊ะทานอาหารสีดำตัดกับเก้าอี้หุ้มผ้ากำมะหยี่สีเขียว Sage Green ซึ่งล้อไปกับสีของต้นไม้ภายนอก รองรับได้ 4-6 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการสังสรรค์เล็กๆ ในครอบครัวระยะห่างระหว่างโซนทานอาหารและเคาน์เตอร์ด้านข้างถูกจัดวางไว้อย่างพอดี เพื่อความสะดวกในการเสิร์ฟอาหารและเก็บล้าง แต่ยังคงความเป็นระเบียบเรียบร้อย

มองภาพรวมของชั้นล่างคุมโทนด้วยสีขาว ครีม และน้ำตาลไม้ ตัดด้วยสีเขียวของธรรมชาติและเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น พื้นกระเบื้องสีขาวช่วยให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้น สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ต้องการให้บ้านเป็น “INNER PEACE” หรือความสงบจากภายในอย่างแท้จริง 

ห้องนอนเปิดวิวสวนพร้อมเตียงนอนโทนนวลและดอกกล้วยไม้

ไฮไลท์สำคัญของบ้านหลังนี้คือการเตรียมห้องนอนชั้นล่างไว้รองรับผู้สูงอายุ ช่วยลดความเสี่ยงและภาระในการขึ้นลงบันได ภายในห้องถูกออกแบบให้โปร่งโล่งด้วยประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดเชื่อมต่อสู่สวนข้างบ้านได้โดยตรง ทำให้ผู้สูงอายุสามารถนอนชมวิวธรรมชาติ หรือเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ทันทีที่ตื่นนอน ช่วยสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีได้ในทุกๆ วัน 

ห้องนอนเชื่อมวอล์กอินโคลเซ็ตพร้อมมุมแต่งตัว

การตกแต่งภายในคุมโทนด้วยสี Earth Tone และวัสดุลายไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง แม้จะเป็นห้องชั้นล่างแต่มีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว สามารถวางเตียงนอนขนาดมาตรฐานและตู้เสื้อผ้า Built-in พร้อมไฟซ่อนที่ดูทันสมัยได้ครบถ้วน หากในอนาคตต้องการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันก็สามารถปรับเป็นห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบได้เช่นกัน 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงในครัวพร้อมสุนัขคอร์กี้

ห้องครัวออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรักการทำอาหารโดยเฉพาะ ภายในบ้านตัวอย่างตกแต่งด้วยชุด Built-in จัดวางเคาน์เตอร์เป็นรูปตัว L ช่วยเพิ่มพื้นที่เตรียมอาหาร และทำให้การหยิบจับอุปกรณ์ขณะทำครัวมีความคล่องตัวสูงสุด ตู้เก็บของด้านบนเลือกใช้หน้าบานกระจกชาทองพร้อมไฟ LED ซ่อนด้านใน ให้เรามองเห็นจานชามหรือเครื่องปรุงได้ง่าย ดีไซน์หน้าบานเรียบหรูในโทนสีครีม-น้ำตาลทอง ให้ความรู้สึกคลีนและสบายตาเพิ่มความหรูหราให้กับห้องครัว มีบานหน้าต่างขนาดใหญ่บริเวณอ่างล้างจาน ที่มาพร้อมมูลี่ไม้ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเพื่อลดความอับชื้นและระบายกลิ่นอาหารออกสู่ภายนอกได้ดีเยี่ยม ส่วนด้านนอกเป็นลานซักล้าง เราว่าการแยกโซนเปียกและโซนแห้งที่ชัดเจนแบบนี้ ช่วยให้การบริหารจัดการงานบ้านเป็นเรื่องง่ายและเป็นระเบียบ 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงทำงานบนแล็ปท็อปในห้องนั่งเล่นกับสุนัข

เมื่อเดินขึ้นบันไดสู่ชั้น 2 ของบ้าน บรรยากาศจะค่อยๆ เปลี่ยนจากความโอ่อ่าและต้อนรับแขกของชั้นล่าง เข้าสู่โหมดของความอบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ นี่คือพื้นที่ที่ถูกสงวนไว้สำหรับสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น

พื้นที่นี้โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ใช้สีสันและรูปทรงมาสร้างคาแรคเตอร์ให้ห้องมีชีวิตชีวา โดยมีผนัง Artistic Feature Wall โทนสีแดงเบอร์กันดีตัดครีมเป็นจุดโฟกัสพร้อมซ่อนไฟ LED แสง Warm White ช่วยขับมิติให้บรรยากาศดูนุ่มลึก ราวกับ Private Gallery มากกว่าห้องนั่งเล่นทั่วไป เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งอย่างโซฟาผ้าสีเทาควันบุหรี่ เก้าอี้อาร์มแชร์สีส้มอิฐและโต๊ะกลางท็อปกระจกสีดำ ช่วยลดความแข็งกระด้างและทำให้การไหลเวียนของพื้นที่ดูต่อเนื่อง ผสานกับโคมไฟตั้งพื้นทรง Paper Lantern ให้แสงนวลอบอุ่นแบบ Zen จนเกิดเป็นบรรยากาศที่ทั้งผ่อนคลาย มีพลังสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว 

มุมห้องนอนริมหน้าต่างพร้อมต้นไม้

ด้านนอกเมื่อเลื่อนประตูกระจกออกไปจะพบกับระเบียงส่วนตัว (Private Balcony) ที่กว้างขวางใช้งานได้จริง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเป็นสวนกระถางลอยฟ้า สำหรับคนที่รักต้นไม้เราสามารถวางต้นไม้ฟอกอากาศ ต้นโอลีฟ หรือไม้ดอกกระถางสวยๆ เพื่อสร้างความสดชื่น แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทำให้มุมนี้เป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการออกมา รดน้ำต้นไม้ สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมจิบกาแฟถ้วยโปรดเพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส หรือในช่วงเย็นที่แดดร่มลมตก การนำเก้าอี้แคมป์ปิ้งตัวเล็กๆ มาวางนั่งรับลม อ่านหนังสือ หรือนั่งคุยกับคนรัก ก็เป็นโมเมนต์ที่แสนพิเศษครับ 

ห้องนอนโทนนวลพร้อมเตียงนอน หน้าต่างและเบาะปลายเตียง

พื้นที่ชั้น 2 ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ Master Bedroom ที่จะมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับเจ้าของบ้าน พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องนอน แต่คือ “Private Sanctuary” ที่แบ่งฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วน เสมือนยกห้อง Suite ของโรงแรมหรูมาไว้ที่บ้าน 

ห้องนอนเชื่อมวอล์กอินโคลเซ็ตพร้อมจอทีวีและชั้นโชว์

ทันทีที่เข้ามาในโซนห้องนอน สายตาจะถูกดึงดูดด้วยงานสถาปัตยกรรมภายในที่โดดเด่นอย่างฝ้าเพดานทรงโค้ง ดีไซน์นี้ช่วยลบเหลี่ยมมุมของห้อง ทำให้สเปซดูสูงโปร่งและนุ่มนวลสบายตา ผสานกับการใช้โทนสี Creamy White และเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน สะท้อนกลิ่นอาย Modern Mininalist ที่ชัดเจน ภายในห้องเลือกใช้โคมไฟแขวนทรงกลมโมเดิร์นที่ให้แสงนวลตา สร้างบรรยากาศโรแมนติกและผ่อนคลาย พื้นที่ปลายเตียงกว้างขวาง สามารถวาง Bench สำหรับนั่งพัก หรือจัดเป็นมุมทำงานเล็กๆ ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ 

รายละเอียดโคมไฟผนังและกระจกทรงโค้ง

เชื่อมต่อจากโซนห้องนอนผ่านซุ้มประตูโค้ง คือพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักแฟชั่น มุมโต๊ะเครื่องแป้งถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว พร้อมกระจกเงาบานใหญ่และชั้นวางของดีไซน์โมเดิร์น 

ห้องน้ำพร้อมเคาน์เตอร์อ่างคู่ กระจกโค้งและต้นไม้

ถัดไปด้านในเป็นห้องน้ำในตัว สิ่งแรกที่เห็นอ่างล้างหน้าแบบ His&Her บนเคาน์เตอร์ลายไม้ขนาดยาวพิเศษ พร้อมกระจกเงาที่ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น ภายในห้องน้ำกั้นโซนเปียกและแห้งด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ดูแลทำความสะอาดง่าย 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงทำงานที่โต๊ะพร้อมจอหลายจอ

บนชั้น 3 ของตัวบ้าน มีห้องนอนที่สามารถปรับการใช้งานได้อีก 2 ห้อง ที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นแค่ห้องนอนเสมอไป แต่สามารถ Custom ให้เข้ากับ Passion ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร้ขีดจำกัด

กานต์ว่าบ้านนี้เหมาะสำหรับสาย Content Creator นักลงทุนหรือ Gamer เพราะบ้านอ 

มุมนั่งเล่นและทำงานพร้อมโต๊ะ จอคอมและโซฟา

บ้านตัวอย่างตกแต่งฉีกแนว INNER PEACE ออกมาสู่ความล้ำสมัยแบบ Cyberpunk อันนี้กานต์ชอบมาก ด้วยการกรุผนังสีเมทัลลิคเข้ม ตัดกับเส้นสายไฟ LED Strip Light ที่ฝังไปกับผนังและชั้นวางของ แสงไฟ Neon เส้นตรงช่วยสร้างมิติและอารมณ์ที่ปลุกเร้าพลังงานความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้องยังสามารถวางโซฟาเบดนุ่มๆ ไว้สำหรับเอนหลังพักสายตา หรือนั่งเล่นเกม Console ชิลๆ ในวันหยุด

หรือจะปรับเป็นสตูดิโอไลฟ์ขายของก็ได้เช่นกัน เพราะห้องนี้มีแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในช่วงกลางวัน ทำให้การถ่ายภาพสินค้าหรือ Live ขายของได้แสงที่สวยงามและดูแพง ผนังห้องที่มีดีไซน์เก๋ไก๋สามารถใช้เป็นฉากหลัง (Background) ที่ดูเป็นมืออาชีพได้ทันที ไม่ต้องเสียเงินเช่าสตูดิโอข้างนอก 

มุมนั่งเล่นและทำงานพร้อมชั้นโชว์และหน้าต่างบานสูง

ห้องนอนเล็กบนชั้น 3 ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งจินตนาการและการเรียนรู้สำหรับเจ้าตัวเล็ก (Little Explorer’s Haven) โดยคุมโทนด้วยสี Earth Tone และวอลเปเปอร์ธีมป่านิทานที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ภายในจัดแบ่งฟังก์ชันอย่างลงตัว ทั้งมุมกิจกรรมที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ลบเหลี่ยมมุมเพื่อความปลอดภัย และมุมพักผ่อนริมหน้าต่างสำหรับให้คุณพ่อคุณแม่ได้ใช้อ่านนิทานร่วมกับลูก ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างขวาง ห้องนี้จึงมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากห้องเด็กเล็กให้โตไปพร้อมกับพัฒนาการของลูกในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า 

รายละเอียดงานสถาปัตยกรรมหน้าต่างอาคารยามพลบค่ำ

โครงการ INNER PEACE Sathorn-Thaphra มีแบบบ้านอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ทาวน์โฮม 3 ชั้น (SOUL) ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่กระชับแต่ฟังก์ชันครบครันเหมือนบ้านเดี่ยว

SOUL คือวิถีชีวิตแบบคนเมืองที่คล่องตัวและทันสมัย (Compact & Dynamic) นี่คือพรีเมียมทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. บนขนาดที่ดินมาตรฐาน 17 ตร.ว. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำมีที่จอดรถได้ 2 คัน เป็นการทลายข้อจำกัดของทาวน์โฮมตึกแถวแบบเดิมๆ ด้วยการออกแบบ Space ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว ของสมาชิกทุกคนในบ้าน

ดีไซน์ภายนอกยังคงรักษา DNA ของโครงการด้วยเส้นสายโค้งมน (Curved Lines) บริเวณ Facade ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของตัวตึก ทำให้มองแล้วรู้สึกสบายตา แตกต่างจากทาวน์โฮมทรงสี่เหลี่ยมทั่วไป การเลือกใช้โทนสี Earth Tone ขาว-เทา-น้ำตาล ยังช่วยให้บ้านดูโมเดิร์นและอบอุ่นเหนือกาลเวลา (Timeless Design) 

ห้องนั่งเล่นพร้อมจอทีวี ชั้นโชว์และโซฟา เปิดวิวครัว

เปิดประตูเข้ามาจะพบกับความโปร่งโล่งด้วยการวางผังแบบ Open Plan เชื่อมต่อห้องนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหารเข้าด้วยกันเป็นผืนใหญ่ ทำให้บ้านดูกว้างขวางและไม่อึดอัด สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวได้ง่าย ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามใจชอบเลยครับ มาพร้อมกับห้องครัวไทยที่สามารถต่อเติมจากพื้นที่หลังบ้านและกั้นเป็นสัดส่วนได้ 

มุมห้องตกแต่งโทนนวลรับแสงธรรมชาติ

ห้องนั่งเล่นที่เปรียบเสมือนหน้าตาของบ้าน ตกแต่งในสไตล์ Japandi Modern ด้วยโทนสีครีมและน้ำตาลไม้ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่กลับถึงบ้านครับ ด้านในมีพื้นที่กว้างพอสำหรับวางโซฟาขนาดใหญ่ไว้นอนเอนกายอ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นกับเจ้าสี่ขาตัวโปรดได้อย่างสบายๆ 

มุมตู้บิวต์อินและงานตกแต่งภายใน

ประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับตัวบ้าน อีกฝั่งจะเป็นผนังติดตั้งทีวีแบบแขวนเอาไว้ให้ดูโมเดิร์น ออกแบบให้มีชั้นวางของแนวตั้งและตู้เก็บของแบบลอยตัว ช่วยประหยัดพื้นที่และซ่อนของจุกจิกให้บ้านดูเรียบร้อยตลอดเวลา 

มุมห้องริมหน้าต่างพร้อมม่านโปร่ง

ถัดจากห้องนั่งเล่นเป็นโซนรับประทานอาหาร บ้านตัวอย่่างออกแบบให้ดูเป็นไอเดียโดยใช้ที่นั่งแบบ Built-in Bench เป็นที่นั่งยาวบุฟองน้ำ ชิดผนัง แทนการใช้เก้าอี้ลอยตัวทั้งหมด ไอเดียนี้ดีนะครับ กานต์มองว่าช่วยประหยัดพื้นที่ทางเดิน ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและยังรองรับจำนวนคนได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม ประดับด้วยโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นเหนือโต๊ะอาหาร และเบาะนั่งโทนสีส้มอิฐ (Terracotta) ช่วยเพิ่มสีสัน (Pop of Color) ให้บ้านดูไม่จืดชืดจนเกินไป ได้ฟีลลิ่งเหมือนนั่งชิลในคาเฟ่เก๋ๆ 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงในครัวพร้อมสุนัขคอร์กี้ริมหน้าต่าง

ด้านในสุดเป็นพื้นที่หลังบ้านที่ลงเสาเข็มไว่้ให้ บ้านตัวอย่างต่อเติมเป็นครัวที่กั้นด้วยกระจกใส นี่เป็นจุดที่เราคิดว่าดีมากเช่นกัน เพราะจะช่วยป้องกันกลิ่นอาหารรบกวนโซนนั่งเล่น แต่ยังคงความโปร่งโล่ง มองเห็นกันได้และเปิดรับแสงจากหลังบ้านยังส่องเข้ามาถึงด้านในได้ ภายในครัวบิวท์อินเคาน์เตอร์ทรงตัวแอล (L-Shape) ลายไม้ ครบครันทั้งพื้นที่เตรียมอาหารและเตาไฟฟ้า จุดเด่นคือมีหน้าต่างระบายอากาศเหนืออ่างล้างจาน ช่วยลดความอับชื้นและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางพอให้คุณยืนปรุงอาหารมื้อใหญ่ หรือจะให้เจ้าตูบเข้ามายืนรอขนมข้างๆ ก็ไม่อึดอัด 

ครัวบิวต์อินพร้อมเตาไฟฟ้า มู่ลี่และมุมอาหาร

การวางผังของแบบบ้าน SOUL เป็นการใช้ประโยชน์จากรูปทรงลึกของทาวน์โฮมได้อย่างคุ้มค่า เส้นสายการมองเห็น (Visual Line) จากหน้าบ้านทะลุไปถึงครัวหลังบ้าน ทำให้บ้านดูกว้างกว่าความเป็นจริง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความโปร่งโล่งแต่ยังต้องการฟังก์ชันที่เป็นสัดส่วนครับ 

ห้องนอนพร้อมงานศิลปะ เตียงนอนโทนนวลและมุมนั่งเล่น

ชั้น 2 ออกแบบให้เป็น Master Bedroom เต็มฟลอร์ เป็นไฮไลท์สำคัญที่ยกระดับการพักผ่อนให้เหนือกว่าทาวน์โฮมทั่วไป ด้วยการผสานกลิ่นอาย Japandi เข้ากับฟังก์ชันที่หรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับ Penthouse ให้กับเจ้าของบ้าน โดยไม่ต้องรอเดินขึ้นไปถึงชั้น 3 ครับ 

ห้องนอนและมุมแต่งตัวพร้อมงานศิลปะและเดย์เบด

สิ่งที่ทำให้ห้องนอนนี้พิเศษกว่าห้องนอนไหนๆ และกานต์ชอบมาก ก็คือการออกแบบพื้นที่ยกระดับ (Raised Platform) บริเวณริมหน้าต่าง ให้กลายเป็นมุมจิบชาสไตล์ญี่ปุ่นส่วนตัวภายในห้องนอน 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงชงมัทฉะ บรรยากาศผ่อนคลาย

มุมนี้ ให้ความรู้สึกสงบเหมือนนอนอยู่ในเรียวกัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตื่นมานั่งจิบมัทฉะอุ่นๆ ยามเช้า หรือนั่งทำสมาธิก่อนเข้านอน 

ห้องนอนพร้อมจอทีวี ม่านโปร่งและชั้นโชว์

ด้านในเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถจัดวางเตียงขนาดคิงส์ไซส์ได้ เพราะห้องมีขนาดกว้างและโปร่งโล่ง บ้านตัวอย่างตกแต่งเน้นโทนสี “Warm Beige & Wood” ผสานกับเส้นสายไฟซ่อนบนฝ้าเพดานให้แสงนวลตา หัวเตียงตกแต่งด้วยไม้บุนวมผ้าช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นน่าทิ้งตัวนอน 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงยืดเส้นบนเตียงรับแสงเช้า

“Morning is when the mind is quiet enough to hear life clearly.”

— Haruki Murakami 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงริมหน้าต่างพร้อมงานศิลปะและต้นไม้

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับวาง Armchair ไว้นั่งอ่านหนังสือหรือนอนดูทีวีจอใหญ่ได้อย่างสบายสายตา โดยมีหน้าต่างบานใหญ่สูงเกือบถึงฝ้า คอยรับแสงเช้าที่ปลุกให้ตื่นอย่างสดใส 

ห้องนอนเชื่อมวอล์กอินโคลเซ็ตพร้อมมุมแต่งตัว

อีกฝั่งเป็นตู้เสื้อผ้าเลือกใช้หน้าบานกระจกลอนแก้วตัดด้วยกรอบอลูมิเนียมสีดำทำให้ดูทันสมัยและหรูหราและยังช่วยพรางสายตาให้ภายในดูเป็นระเบียบแต่ไม่อึดอัดทึบตัน โต๊ะเครื่องแป้งลายหินอ่อน Built-in ยาวขนานไปกับผนัง พร้อมกระจกเงาทรงมนขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนรักความงาม ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 

ภาพรวมมุมนั่งเล่นและทำงานพร้อมโซฟาและชั้นโชว์

ชั้น 3 ของแบบบ้าน SOUL ออกแบบให้มี 2 ห้องนอน ที่สามารถปรับการใช้งานได้ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แบบ Hybrid Working และการพักผ่อนที่เงียบสงบ

พื้นที่นี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ห้องหลัก ซึ่งทางโครงการได้นำเสนอไอเดียการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ โดยแบ่งเป็น “ห้องทำงาน” ในโซนด้านหน้า และ “ห้องนอนบรรยากาศรีสอร์ท” ในโซนด้านหลัง

เริ่มจากห้องด้านหน้าที่มีความกว้างและได้รับแสงธรรมชาติมากที่สุด ปรับให้เป็น Home Office หรือสตูดิโอทำงานส่วนตัวที่ดูโปร่งโล่งและทันสมัย จุดเด่นคือหน้าต่างกระจกบานสูงที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ตื่นตัวและเหมาะกับการทำงานใช้ความคิด โดยมีการติดตั้งมูลี่ปรับแสงเพื่อควบคุมความสว่างไม่ให้จ้าเกินไปในช่วงบ่าย จัดวางโต๊ะทำงานไซน์โมเดิร์น 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงที่ชั้นโชว์หนังสือพร้อมแล็ปท็อป

อีกมุมหนึ่งของห้องจัดวาง โซฟาทรงโค้ง (Curved Sofa) ดีไซน์เก๋พร้อมพรมปูพื้นทรงกลม สร้างมุมพักผ่อนเล็กๆ สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือคิดงานเงียบๆ พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้ฟอกอากาศเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสบายตา ดูแล้วน่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการ Work-Life Balance ภายในบ้านหลังเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ 

ห้องนอนพร้อมมุมโต๊ะทำงานและหัวเตียงโทนอบอุ่น

ห้องด้านหลังออกแบบให้เป็นห้องนอนที่เน้นบรรยากาศอบอุ่นและเป็นส่วนตัว (Cozy Atmosphere) เหมาะสำหรับเป็นห้องนอนแขกหรือสมาชิกในครอบครัวที่ชอบความเงียบสงบ หัวใจของห้องนี้คือการใช้แสงไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) โดยเฉพาะไฟซ่อนผนังหัวเตียงที่ส่องกระทบวอลเปเปอร์ที่มี Texture นูนต่ำ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้ามา 

ภาพไลฟ์สไตล์ผู้หญิงนั่งอ่านหนังสือที่มุมแต่งตัว

มีการบิวท์อินเคาน์เตอร์ไม้ยาวขนานผนัง ทำหน้าที่เป็นทั้งโต๊ะทำงาน โต๊ะเครื่องแป้ง และชั้นวางของในตัวเดียวกัน มุมแต่งตัวเลือกใช้ดีไซน์แบบ Open Closet โครงเหล็กโปร่งสีดำผสมงานไม้ ให้ความรู้สึกเบาสบายสไตล์ Loft Minimal หยิบจับเสื้อผ้าได้ง่ายและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น 

ภาพอาคารคอนโด INNER PEACE สาทร–ท่าพระ ดีไซน์โมเดิร์นยามพลบค่ำ

#สรุป โครงการ INNER PEACE Sathorn-Thaphra ทำให้กานต์ได้ค้นพบความสงบที่ซ่อนตัวอยู่ในเมือง

โครงการนี้กานต์มองว่าน่าจะเหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาจุดสมดุลระหว่างชีวิตทำงานในเมือง และการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว

INNER PEACE Sathorn-Thaphra คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดในย่านฝั่งธนฯ ด้วยทำเลศักยภาพในซอยเทอดไทที่เชื่อมต่อสาทรและ BTS ตลาดพลูได้เพียงอึดใจ แต่กลับมอบความเงียบสงบเสมือนรีสอร์ทส่วนตัว

โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์โมเดิร์นที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คลับเฮ้าส์ทรงโค้ง สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ไปจนถึงแบบบ้านที่คิดมาเพื่อการอยู่อาศัยจริง ไม่ว่าจะเป็น บ้านแฝดหน้ากว้างอารมณ์บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮมฟังก์ชันใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนได้ตาม Passion ของคนรุ่นใหม่

นี่คือพื้นที่ชาร์จพลังชีวิตให้เราพร้อมรับวันใหม่อยู่เสมอ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0939599362

Add LINE : https://lin.ee/VhEeb5R

Map : https://maps.app.goo.gl/4XWmTugSS8sniDDb8

คำถามที่พบบ่อย

INNER PEACE สาทร–ท่าพระ ทำเลอยู่ตรงไหน เดินทางอย่างไร?

โครงการตั้งอยู่ในซอยเทอดไท 33 แยก 9 เขตธนบุรี ฝั่งธนที่เชื่อมสาทร–ท่าพระ จุดแข็งคือใกล้รถไฟฟ้า BTS สายสีลม สถานีตลาดพลูเพียงราว 1.2 กิโลเมตร ต่อเข้าสาทร สีลม และสยามได้สะดวก ใกล้ The Mall Lifestore ท่าพระและคอมมูนิตี้ย่านท่าพระ–ตลาดพลู ด้านรถยนต์ขึ้นทางพิเศษและข้ามไปฝั่งพระนครผ่านสะพานได้ไม่ไกล ทำให้เป็นทำเลฝั่งธนที่เข้าเมืองได้คล่องตัวทั้งทางรางและทางรถ

ราคาเท่าไร และในมุมการลงทุนน่าสนใจแค่ไหน?

ราคาราว 6–12 ล้านบาท สำหรับทาวน์โฮมและบ้านแฝด 3 ชั้นพื้นที่ใช้สอยเริ่มราว 150 ตารางเมตร ในมุมการลงทุน ทำเลสาทร–ท่าพระได้แรงหนุนจากรถไฟฟ้าสายสีลมและการเป็นย่านที่อยู่อาศัยเชื่อมเข้า CBD สาทร–สีลมโดยตรง ทำให้ดีมานด์ทั้งซื้ออยู่และปล่อยเช่าแข็งแรง ทาวน์โฮมสามชั้นใกล้รถไฟฟ้าในระดับราคานี้จึงมีสภาพคล่องดี เครดิต Peace & Living ที่เน้นคุมคุณภาพงานก่อสร้างช่วยเพิ่มความมั่นใจระยะยาวให้ผู้ซื้อกลุ่มเรียลดีมานด์

จุดเด่นของโครงการคืออะไร?

จุดเด่นคือการเป็นทาวน์โฮมและบ้านแฝดสามชั้นยูนิตน้อยเพียงราว 69 หลัง ที่ให้พื้นที่ใช้สอยระดับบ้าน รองรับทั้งครอบครัวและการทำงานที่บ้าน ดีไซน์โมเดิร์นตามภาษา Peace & Living พร้อมส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัย เครดิตจาก Peace & Living แบรนด์ที่ให้น้ำหนักการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างทุกขั้นตอน ช่วยการันตีทั้งตัวบ้านและการอยู่อาศัยระยะยาว บนทำเลฝั่งธนที่เชื่อมเข้าเมืองได้สะดวก

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.