BEON เกษตร-นวมินทร์

“𝐈𝐭’𝐬 𝐚𝐥𝐥 𝐚𝐛𝐨𝐮𝐭 𝐥𝐢𝐯𝐢𝐧𝐠. 𝐈𝐭’𝐬 𝐚𝐥𝐥 𝐚𝐛𝐨𝐮𝐭 𝐥𝐢𝐯𝐢𝐧𝐠 𝐚 𝐥𝐢𝐟𝐞 𝐭𝐡𝐚𝐭 𝐲𝐨𝐮 𝐥𝐨𝐯𝐞 𝐚𝐧𝐝 𝐞𝐧𝐣𝐨𝐲𝐢𝐧𝐠 𝐭𝐡𝐞 𝐦𝐨𝐦𝐞𝐧𝐭𝐬. 𝐀𝐧𝐝 𝐲𝐨𝐮𝐫 𝐡𝐨𝐦𝐞 𝐢𝐬 𝐲𝐨𝐮𝐫 𝐛𝐚𝐜𝐤𝐝𝐫𝐨𝐩 𝐟𝐨𝐫 𝐭𝐡𝐚𝐭.”

.

นี่คือคำกล่าวอมตะจาก Ralph Lauren ดีไซเนอร์ผู้เป็นตำนาน ที่ไม่ได้มองว่าบ้านเป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นพื้นที่ซึ่งสะท้อนตัวตน รสนิยม และเป็น “ฉากหลัง” (Backdrop) ให้กับละครชีวิตเรื่องสำคัญที่สุด นั่นคือ “ชีวิตของเราเอง”

.

ในโลกที่วุ่นวายภายนอก คนยุคใหม่มีหลายบทบาทในคนเดียวกัน เราอาจเป็นผู้บริหารที่เฉียบขาดในเวลางาน เป็นศิลปินที่ต้องการพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่อบอุ่น หรือเป็นนักสะสมที่ภาคภูมิใจกับของรัก บ้านที่ดีจึงต้องรองรับทุกมิติของตัวตนเหล่านี้ได้

.

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ประตูบ้าน นั่นคือเวลาที่เราควรจะได้ “เป็นตัวเอง” มากที่สุดครับ ดังนั้น บ้านจึงไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยมที่สวยงาม แต่คือผืนผ้าใบที่รอให้เราวาดลวดลายของชีวิตที่เราเลือกเอง ปรัชญานี้ที่สะท้อนอย่างชัดเจนในแนวคิดของ BEON เกษตร-นวมินทร์ โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury จาก AP Thai

.

กานต์คิดว่าคำว่า Backdrop ของ Ralph Lauren นั้นลึกซึ้งมาก ฉากที่ดีไม่ได้เรียกร้องความสนใจ แต่จะช่วยส่งเสริมให้ตัวละครเอกซึ่งก็คือตัวเราให้โดดเด่นขึ้น เช่นเดียวกับบ้านที่ดีที่ไม่ควรมาตีกรอบว่าเราต้องใช้ชีวิตอย่างไร แต่ควรจะยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนไปตามจังหวะชีวิตที่เราเลือกเอง

.

นี่คือจุดที่ BEON เกษตร-นวมินทร์ ตีโจทย์ได้อย่างน่าสนใจ ภายใต้แนวคิด “LIVING IN THE EDGE OF CONTRAST” และการนิยามพื้นที่ว่าเป็น “New Design Space”

.

BEON ไม่ได้ให้แค่พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ แต่ให้ปริมาตรของพื้นที่ที่แตกต่าง ด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง “Ultra Volume Space” และฟังก์ชันแนวคิดใหม่ คือ “Vertiplex”

.

ลองนึกภาพของบ้านที่ไม่ถูกจำกัดด้วยเพดานเตี้ยๆ หรือผนังทึบตัน แต่เป็นพื้นที่โปร่งโล่งโอ่อ่าที่เชื่อมต่อกันในแนวตั้ง สร้างมิติที่ลื่นไหล การออกแบบเช่นนี้ไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่มีผลโดยตรงต่อการเป็นตัวของตัวเองและสัมพันธภาพกับทุกคนในบ้าน

.

เพราะเมื่อพื้นที่เปิดโล่ง ความคิดก็ปลอดโปร่ง เราสามารถจัดมุมทำงานที่เชื่อมต่อกับมุมพักผ่อนส่วนตัวได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ขณะเดียวกันพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น เราก็สามารถเปลี่ยนฟังก์ชันของบ้านได้ตามต้องการ วันนี้มุมนี้อาจเป็นแกลเลอรีโชว์งานศิลปะ พรุ่งนี้อาจเป็นสตูดิโอโยคะ หรือเป็นพื้นที่ปาร์ตี้สำหรับเพื่อนสนิทก็ได้ครับ

.

การกลับบ้านจึงไม่ใช่แค่การกลับมานอนพักผ่อน แต่คือการกลับมาสู่พื้นที่ปลอดภัย ที่เราจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่เรารักอย่างแท้จริง เป็นพื้นที่ที่เราจะได้มีความสุขเป็นตัวเองในทุกช่วงขณะ

.

การที่โครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ จำกัดเอกสิทธิ์ไว้เพียง 23 ครอบครัว ไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นส่วนตัว แต่คือการคัดสรรฉากหลังที่ดีที่สุดให้กับชีวิตที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ เพราะท้ายที่สุดแล้ว “บ้าน” คือสิ่งที่สะท้อนว่า “เราเป็นใคร”

.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://apthai.ly/1m2rRz

#APThai#ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้#APHome#บ้านเดี่ยวAP#บ้านเดี่ยว

#บ้านเดี่ยวAPบ้านที่เข้าใจชีวิต#APbeyondSPACE#BEON

#BEONเกษตรนวมินทร์

หากพูดถึงทำเลที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน โซนเกษตร-นวมินทร์ และประดิษฐ์มนูธรรมหรือที่เราเรียกกันว่า เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ถือเป็นหมุดหมายอันดับต้นๆ ที่ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ การมาถึงของโครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ บนที่ตั้งถนนนวลจันทร์ จึงเป็นการปักหมุดในทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งหนึ่งของย่านนี้

ความโดดเด่นของทำเลนี้คือ “การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ” (Connectivity) ถนนนวลจันทร์ทำหน้าที่เป็นแกนกลางที่เชื่อมถนนเส้นเลือดใหญ่ถึงสองสาย ได้แก่ ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ที่ใช้มุ่งหน้าสู่แยกแยกเกษตรฯ พหลโยธิน หรือออกไปยังรามอินทรา และ ส่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ก็เป็นเส้นทางสายไลฟ์สไตล์ที่มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างเอกมัย-ทองหล่อ อโศก พระราม 9 ได้อย่างรวดเร็ว 
หัวใจสำคัญที่ทำให้ทำเลนี้กลายเป็นทำเลทองของบ้านหรู คือการเข้าถึง ทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) ที่อยู่ใกล้เพียงนิดเดียว ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้ว่าทำเลนี้จะเหมาะกับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ก็ยังมีศักยภาพในอนาคตจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีน้ำตาลที่กำลังจะเกิดขึ้น
นอกจากการเดินทางที่สะดวกสบายแล้ว จุดแข็งที่สุดของทำเลนี้คือ ความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งอำนวยความสะดวก ที่นี่คือศูนย์รวม Lifestyle Malls อย่างแท้จริง ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินทางไปยัง Central Eastville ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าหลักของย่านได้ภายใน 10 นาที หรือเลือกใช้ชีวิตในแหล่งรวมดีไซน์และร้านอาหารชั้นนำอย่าง Crystal Design Center (CDC) และ Chic Republic ได้อย่างง่ายดายเลยครับ
ยิ่งไปกว่านั้น ทำเลนี้ยังเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะในด้านการศึกษา เพราะแวดล้อมไปด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อาทิ โรงเรียนเลิศหล้า บนถนนเกษตร-นวมินทร์, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ (SISB) บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม และ NIVA American International School รวมถึงสถานพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง โรงพยาบาลนวเวช โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ฯลฯ

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ การที่ BEON เลือกตั้งอยู่บนถนนนวลจันทร์ ซึ่งไม่ได้พลุกพล่านเท่าถนนสายหลัก แต่โครงการได้มอบ “สงบและเป็นส่วนตัว” (Privacy) ซึ่งหาได้ยากในทำเลที่เจริญขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้เข้าซอยลึก หรือให้ความรู้สึกเปลี่ยวนัก ยังคงสามารถเข้าถึงความสะดวกสบายทั้งหมดที่กล่าวมาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นการสร้างสมดุลที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่างการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวและการเข้าถึงไลฟ์สไตล์เมืองได้อย่างทันท่วงที นี่คือทำเลที่ตอบโจทย์ครอบครัวระดับบนที่มองหาพื้นที่ขนาดใหญ่ ความสงบ และไม่ต้องการละทิ้งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเมือง
ทำเลของ BEON เกษตร-นวมินทร์ จึงเป็นทำเลสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ชัดเจน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่บ้านขนาดใหญ่ ต้องการความสงบเป็นส่วนตัว แต่ไม่ต้องการละทิ้งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเมือง ทั้งการเดินทางเข้า-ออกเมือง การเข้าถึงห้างสรรพสินค้า และการส่งบุตรหลานไปโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ
เมื่อขับรถเข้ามาบนถนนนวลจันทร์เพียงเล็กน้อย เราจะเห็นประตูทางเข้าด้านหน้าที่เด่นชัดด้วยสถาปัตยกรรม Modern Luxury เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายนอกที่เชื่อมต่อกับ Clubhouse ด้านหน้า
Clubhouse โดดเด่นด้วยการใช้เส้นสายและมุมมอง (Angles) ที่เฉียบคม สะท้อนการตกกระทบของแสงและเงาในมิติต่างๆ ราวกับการมองดูเหลี่ยมมุมอันสมบูรณ์แบบของอัญมณีเม็ดงาม
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายในโถงต้อนรับ สัมผัสแรกคือความโอ่อ่าและความสว่างไสวอันเป็นเอกลักษณ์ การตกแต่งภายในคือการบรรจบกันของวัสดุชั้นเลิศและศิลปะแห่งการออกแบบ ที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากความร่วมสมัยไร้กาลเวลาได้อย่างชัดเจนเลยครับ
และที่เป็นดั่งประติมากรรมเอกกลางโถง คือ บันไดวนอันโดดเด่น ที่ทอดตัวโค้งมนขึ้นสู่ชั้นบน ความอ่อนช้อยของบันไดสร้างความคอน-ทราสต์ที่น่าสนใจกับเส้นสายที่เฉียบคมของสถาปัตยกรรมจากไม้โดยรวม ทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยมิติและการเคลื่อนไหวที่ดึงดูดสายตา เป็นจุดที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบอย่างแท้จริง
จุดดึงดูดสายตาที่สำคัญที่สุดคือโคมไฟ เพราะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้แสงสว่างแต่ยังเน้นงานดีไซน์ที่สวยเก๋ดูโมเดิร์น พร้อมมุมพักผ่อนที่ให้เราได้ต้อนรับแขกภายนอกไปในตัวโดยไม่จำเป็นต้องเชิญเข้าไปภายในบ้านกระจายกันไปในหลายจุดภายใน Clubhouse เพื่อความเป็นส่วนตัว
ถัดมาเป็นพื้นที่รับรอง เป็นบาร์หินอ่อนที่ผสานสแตนเลสออกแบบมาอย่างโดดเด่น
ความหนักแน่นและลวดลายตามธรรมชาติของหินคัดพิเศษ ถูกนำมาตัดกับความแวววาวเฉียบคมของสแตนเลส สะท้อนความเป็น Modern Luxury ที่ผสมผสานความคลาสสิกของธรรมชาติเข้ากับความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
ด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำ Semi-outddor ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวโดยรอบ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดกับธรรมชาติ มี Jacuzzi Pool แยกเฉพาะที่ตั้งอยู่ด้านข้าง พร้อมจัดวาง Sunbed และ Sunken Seating เอาไว้ให้ได้พักผ่อนกันในวันสบายๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือหรือจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดก็มีความสุขทั้งนั้นครับ
สระว่ายน้ำจึงเป็นอีกหนึ่งมุมที่ให้เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเสมอไปในวันพักผ่อน แค่เพียงนอนเอกเขนกบน Sunbed เปิดหนังสือเล่มโปรดคลอเคล้าเสียงน้ำใส หรือจิบเครื่องดื่มเย็นๆ แก้วโปรด พลางปล่อยใจไปกับทิวทัศน์สีเขียวและสายลมเอื่อยๆ ที่พัดผ่าน ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ช่วงเวลาธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษครับ
ขึ้นมาชั้น 2 จะแบ่งฟังก์ชันออกเป็นหลายส่วน เริ่มจากห้องออกกำลังกาย (Fitness Center) ที่ออกแบบมาอย่างโอ่อ่า กว้างขวาง เปิดรับทัศนียภาพสีเขียวจากภายนอกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย
เราสามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ในทุกช่วงเวลาที่ต้องการเลยครับ ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานสากลครบครัน ไม่ว่าใครจะเป็นสาย Weight Training ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ, Cardio Zone ก็มีเครื่องลู่วิ่ง จักรยาน และเครื่อง Elliptical ที่ทันสมัย พร้อมหน้าจอส่วนตัวสำหรับติดตามผลการออกกำลังกาย หรือต้องการการออกกำลังกายแบบ Functional Training ตอบโจทย์การออกกำลังกายของเราได้เป็นอย่างดี
ใกล้กันเป็นห้องโยคะ (Yoga Room) ที่สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฝึกสมาธิและการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อน พื้นไม้อบอุ่น แสงสว่างที่ปรับได้ตามอารมณ์และกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนท่าทางอย่างสมบูรณ์แบบ ทืำให้เราได้ผ่อนคลายอย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าที่ต้องการพลังงาน หรือตอนเย็นที่ต้องการปลดปล่อยความเครียด ทุกช่วงเวลาคือเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดูแลตัวเอง ตลอดจน ห้องออกกำลังกายแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Digital Exercise Studio) ที่นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาผสมผสานกับการออกกำลังกาย หน้าจอ LED ขนาดใหญ่และระบบเสียงคุณภาพสูง
นอกจากนี้ ยังออกแบบให้มี Game Room เพื่อให้ทุกคนได้สร้างความสุขร่วมกัน โดยจัดวางโต๊ะพูลระดับมืออาชีพอยู่ใจกลางห้อง พร้อมพื้นที่นั่งเล่น (Banquet Seat) ช่วยสร้าง Intimate Setting ที่เชิญชวนให้นั่งคุย หัวเราะ และสนุกสนานไปด้วยกัน
จาก Clubhouse เราไปชมบ้านตัวอย่างกันบ้างครับ
โครงการดีไซน์ให้มี Pocket Garden เชื่อมต่อกันทั่วทั้งโครงการเลยครับ ถ้ามองเข้ามาเราจะเห็นว่าสถาปนิกออกแบบให้มีต้นไม้และธรรมชาติสีเขียวคอยแทรกอยู่ในทุกส่วนของโครงการ ตั้งแต่ Main Gate ไปจนถึง Courtyard ของบ้านทุกหลัง บรรยากาศของต้นไม้และไม้พุ่มสีเขียวดูร่มรื่นดีมาก ตรงตามคอนเซ็ปต์ Nature’s Cradle หรือ ต้นกำเนิดของธรรมชาติ
จาก Clubhouse เรามาดูบ้านตัวอย่างกันบ้างครับ โครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ ออกแบบโดยใช้แนวคิด Modern Luxury และ “Overscale Design” ซึ่งเป็นการดีไซน์ที่ขยายทุกตารางเมตรให้โอ่อ่า หรูหรา พร้อมเชื่อมต่อพื้นที่ภายใน-ภายนอก และเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างลงตัว
โครงการนี้นำเสนอนวัตกรรมการออกแบบ 2 ฟังก์ชันใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในบ้านเดี่ยวคือ ULTRA VOLUME SPACE การปฏิวัติพื้นที่แนวตั้ง ด้วยการสร้าง Double Volume ในทุกชั้นของบ้าน และเชื่อมต่อทุกชั้นเข้าด้วยกัน สร้างมิติความโอ่อ่าที่ต่อเนื่อง เปลี่ยนห้องนั่งเล่นธรรมดาให้เป็นโถงต้อนรับแขก (Grand Foyer) ที่หรูหรา และ VERTIPLEX นิยามใหม่ของพื้นที่ส่วนตัว ด้วยการออกแบบพื้นที่ซ้อนชั้น (Duplex-style) ภายในห้อง ที่สามารถปรับเป็น Walk-in Closet สองชั้น, แกลเลอรีส่วนตัว หรือเลานจ์ในห้องนอน มอบความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด

ดีไซน์ภายนอก (Facade) ผสานวัสดุธรรมชาติเข้ากับเส้นสายที่เรียบคมและกระจกบานใหญ่ โดยเลือกใช้ กระจกคุณภาพสูงสี Euro Grey ที่ช่วยลดแสงแดดและความร้อน ลดทอนแสงแดดสู่ตัวบ้านได้มากถึง 40-50% แต่ยังคงเชื่อมต่อมุมมองสู่พื้นที่สีเขียวภายนอกได้อย่างชัดเจน
แบบบ้านในโครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ มีทั้งหมด 3 แบบ คือ

-แบบบ้าน LYSIAN บ้านไซส์ใหญ่ ขนาดที่ดินเริ่มต้น 109 ตร.ว มีพื้นที่ใช้สอย 825 ตร.ม. ฟังก์ชัน 6 ห้องนอน, 8 ห้องน้ำ, 3 ห้องนั่งเล่น, 2 ห้องแม่บ้าน, 1 ห้องพระ, 5 ที่จอดรถ, ลิฟต์ส่วนตัวและไฮไลท์คือสระว่ายน้ำภายในบ้าน

-แบบบ้าน ELEAN ซึ่งเป็นแบบบ้านที่เราจะพามาชมกันในพาร์ทนี้ มีขนาดที่ดิน เริ่มต้น 98 ตร.ว มีพื้นที่ใช้สอย 735 ตร.ม. ฟังก์ชันจำนวนห้อง 5 ห้องนอน, 7 ห้องน้ำ, 2 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องแม่บ้าน, 4 ที่จอดรถ และลิฟต์ส่วนตัว ที่เราชอบคือออกแบบให้มี Hobby Room ที่ปรับเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ตามไลฟ์สไตล์ ทั้งยังมี Cigar Lounge และมุม Pet Station ขนาดอบอุ่นใจกลางบ้าน

-แบบบ้าน VAELIN ที่ชอบคือการออกแบบให้ทุกห้องนอนสามารถเปิดรับวิวสวนสีเขียวของต้นหยีน้ำที่ช่วยกรองฝุ่นละอองและฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้ บ้านมีขนาดที่ดิน เริ่มต้น 89 ตร.ว มีพื้นที่ใช้สอย: 635 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน, 7 ห้องน้ำ, 2 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องแม่บ้าน, 4 ที่จอดรถ และลิฟต์ส่วนตัว
เมื่อเปิดประตูเข้ามาเบื้องหน้าจะมองเห็นวิวสวนสีเขียว ช่วยเติมความสดชื่นทันทีที่กลับมาถึงบ้าน ด้านหน้ามี Shoes Storage Room ขนาดใหญ่เลือกใช้สีน้ำตาลเข้มจากไม้ เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บรองเท้า หรือจะใช้เป็นห้องเก็บของเช่นถุงกอล์ฟ หรือเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ก็ได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นบ้านสำหรับคนที่ชอบเดินทางแบบเราเลยครับ เพราะสามารถเดินทางไป-กลับสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและสนามบินนานาชาติดอนเมืองได้ไม่ไกลมาก
โครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ เสริมความหรูหรามีระดับให้กับลูกบ้านราวกับกำลังพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทส่วนตัว แม้จะอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ มองออกไปจะเห็นสวนส่วนตัวภายในบ้าน (Private Inner Court) ช้่วยเปิดพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติให้บ้านดูสดชื่นมากยิ่งขึ้น เมื่อเดินเข้าไปภายในบ้าน จะสัมผัสถึงบรรยากาศโปร่งสบายด้วยงานดีไซน์รูปแบบใหม่ ใช้แนวคิด Overscale Design เพราะโครงการไม่ใช่แค่การสร้างพื้นที่ให้ใหญ่ แต่คือการขยายทุกองค์ประกอบให้มีสัดส่วนที่สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่
อย่างเช่น ประตูทางเข้าสูงถึง 3-4.7 เมตร สร้างความประทับใจแรก ห้องรับแขกและมุมนั่งเล่นพักผ่อนแบบ Ultra Volume Space ที่เชื่อมกันถึง 3 จุด เพิ่มพื้นที่ Double Volume ภายในบ้านทุกชั้นแทนที่จะเป็นห้องๆ แยกกัน
บ้านทุกชั้นแทนที่จะเป็นห้องๆ แยกกัน
โครงการออกแบบให้พื้นที่หายใจเชื่อมต่อกันในแนวตั้ง สร้างบรรยากาศหรูหราและโอ่อ่า ทำให้ Grand Foyer สามารถกลายเป็นโถงต้อนรับแขกหรูเมื่อมีงานเลี้ยงสำคัญ สามารถรองรับแขก 40-50 คนได้อย่างสบายเลยครับ
ความสูงโปร่งและแสงสว่างจากภายนอก ทำให้อากาศไหลเวียนตามธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างมาก และแม้บ้านจะมี 3 ชั้น แต่ไม่รู้สึกอึดอัดหรือแบ่งส่วนเกินไป ครอบครัวยังคงรู้สึกอยู่ด้วยกันแม้จะอยู่คนละชั้น 
บ้านตัวอย่างของโครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ ออกแบบให้ด้านในเป็น Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ Long Table ขนาด 10 ที่นั่ง สำหรับจัดเลี้ยงต้อนรับแขกและจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ได้ โดยสามารถขยายออกเป็น Long Table ได้ เพราะมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอ โต๊ะรับประทานอาหารจัดวางไว้ในบรรยากาศที่โปร่ง โล่ง เชื่อมต่อกับ Pantry ที่สามารถปรับเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับจิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนเริ่มมื้ออาหารหลักได้ครับ 
อีกทั้งยังรายล้อมด้วยผนังกระจกใส มองออกไปเห็นวิวสวน ต้นไม้สีเขียวด้านนอก ดูสดชื่นสบายตา เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีที่ Living Area ด้านหน้า สามารถเปิดทีวีขณะที่รับประทานอาหารไปด้วยได้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองระหว่างมื้ออาหารได้ดี เราได้มีโอกาสไปถ่ายภาพตลอดทั้งช่วงเช้าถึงค่ำ ทำให้ได้เห็นการหักเหของแสงและเงาเข้าบ้านผ่านผนังกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดาน กลายเป็นเฉดที่สวยงามตามธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามาและแม้ปิดม่านก็ยังให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวสำหรับคนในครอบครัวเท่านั้น 
ถัดเข้าไปข้างในมี Wine Storage เป็นห้องที่มีชั้นเก็บไวน์ครับ สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบดื่ม ชอบเก็บสะสมไวน์ ซื้อมาหรือมีคนให้มาเป็นของกำนัลนะครับ และยังมีมุม Cigar ที่ตกแต่งมาได้อย่างเรียบ นิ่ง ดูสุขุมนุ่มลึกดีครับ ดีไซน์ไว้เป็นไอเดีย สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันตรงนี้ได้ แต่ส่วนตัวกานต์ชอบห้องนี้มากเลยครับ 
บริเวณนี้มีห้องน้ำแบบ Powder Room 1 ห้อง สำหรับรองรับการใช้งานของแขกและสมาชิกในบ้าน จะอยู่ก่อนถึงทางเข้าครัวไทยเลยครับ 
ส่วนพื้นที่ของครัวไทยจะอยู่ถัดไปด้านหลังถือว่าเป็นห้องครัวที่มีขนาดใหญ่มาก โครงการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวแบบฟูลออปชั่นมาให้แล้วดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี มีฟังก์ชันการใช้งานมาให้ครบครัน ถือว่าใส่ใจในรายละเอียดได้ดีมาก ห้องครัวไทยออกแบบให้อยู่ในทำเลที่สามารถประกอบอาหารได้สะดวก ปราศจากกลิ่นรบกวนเข้ามาในตัวบ้านและยังได้ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากจะอยู่บริเวณเดียวกับ Maid Plaza โซนทำงานของแม่บ้าน สามารถกั้นเป็นโซน Back of House คือให้เป็นทางเข้าออกของแม่บ้าน ซึ่งแยกส่วนชัดเจนออกมาจากพื้นที่หลักของตัวบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัวของเราครับ 
โครงการติดตั้งลิฟต์ส่วนตัวมาให้นะครับ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนอกเหนือจากการเดินขึ้นบันได ทำให้สะดวกมากสำหรับการขึ้นลง ลิฟต์มีขนาดใหญ่รองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์ได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุก็ไม่จำเป็นต้องจัดให้มีห้องนอนชั้นล่างเสมอไป สามารถโดยสารลิฟต์ขึ้นลงได้อย่างสะดวก
เมื่อกดลิฟต์ขึ้นมาชั้น 2 เราจะพบกับ Family Area ที่เชื่อมต่อกับ Grand Foyer ด้านล่าง ตามคอนเซปต์ Ultra Volume Space ที่เชื่อมต่อทุกชั้นเข้าด้วยกัน ทำให้ชั้นบนโดดเด่นด้วยแสงสว่างจากโคมไฟแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่ใจกลางบ้านกลายเป็นมุมที่สวยมากเลยครับ
กานต์ชอบบรรยากาศของชั้น 2 มาก นอกจากจะดูโปร่งโล่งสบายให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายทว่าหรูหราแล้ว เรายังได้เทควิวสวนภายนอกได้จากชั้นนี้และมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านล่าง เป็นการเติมเต็มความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวด้วยฟีลลิ่งที่เป็นกันเอง ทุกคนสามารถสวมชุดอยู่บ้านสบายๆ แล้วมาใช้พื้นที่กลางภายในบ้านร่วมกันได้ 
“People usually are the happiest at home.” ~ William Shakespeare วิลเลี่ยม เชคสเปียร์เคยบอกว่า “คนมักจะมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่บ้าน” กานต์เองก็คิดเช่นนั้น
เชื่อมั่นเหลือเกินว่า หากใครได้พักอาศัยในบ้านหลังใหญ่ดีไซน์สวยที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ โอบกอดเราด้วยท้องฟ้า ให้ธรรมชาติสีเขียวเยียวยาจิตใจ ฟังเสียงน้ำไหลเป็นเครื่องดนตรีคอยขับกล่อม เราว่าความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ง่าย ใกล้ๆ ตัวภายในบ้านของเราเอง 
ชั้น 2 ยังมี ห้องนอนอีก 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว สามารถใช้เป็นห้องนอนหรือห้องพักผ่อนทำกิจกรรมสำหรับสมาชิกในครอบครัว กลุ่มเพื่อนและแขกที่มาเยี่ยมเยียนได้ครับ
ห้องนอนแรกที่จะไปชม งานดีไซน์ดู Modern Timeless ด้านในยังคุมโทนสีได้ดีที่ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องนอนนี้ด้วย Facade ไม้ส่องไฟสีทองที่ซ้อนต่อกันเป็นเลเยอร์ ขับด้วยแสงไฟ ตัดกับผนังหินอ่อนสีดำ ทำให้ห้องนี้เต็มไปด้วยความเรียบหรูมากยิ่งขึ้น
จัดวางเตียงนอนส่วนพักผ่อนไว้ตรงกลาง หัวเตียงทั้ง 2 ข้างมีโต๊ะเตี้ยและโคมไฟประดับ ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีแบบแขวนพร้อมคาร์บิเนทแบบลอยตัว มีโซฟาเบดสำหรับนั่งพักผ่อน พร้อมกับมองเห็นวิวและช่องแสงขนาดใหญ่จากระเบียงด้านข้างที่สามารถออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้ ให้เราได้เป็นตัวของตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวของเรา 
เดินเข้าไปจะเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แบบ Walk-in closet ตรงกลางเป็น Island จัดเก็บนาฬิกา เนคไท เครื่องประดับต่างๆ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุด 
ห้องนอนต่อมาจะอยู่อีกฝั่งของบ้าน ห้องนอนมีขนาดใหญ่มากแบบ Junior Master Bedroom เมื่อเดินเข้าไปจะยังไม่พบกับพื้นที่พักผ่อนหรือเตียงนอนใดๆ เพราะด้านหน้าห้อง ออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่แยกสัดส่วนออกมาได้อย่างชัดเจน สามารถปรับเป็น Game Room ภายในห้อง หรือห้องซ้อมดนตรี พื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะแบบ Private Gallery ก็ได้ 
ถัดเข้าไปถึงจะเป็นส่วนของเตียงนอนที่มีขนาดกว้าง ตกแต่งแบบคุมโทนสีเช่นกัน ส่วนพักผ่อนจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางค่อนไปทางหน้าต่างที่ด้านข้าง ช่วยเปิดช่องแสงเข้ามาภายใน มีพื้นที่โดยรอบเตียงสามารถเดินได้สบายเลยครับ หัวเตียงมีโต๊ะเตี้ยสำหรับวางโคมไฟดีไซน์สวยช่วยส่องสว่างตอนก่อนนอน 
ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีขนาดใหญ่ สามารถนอนดูซีรีส์จากบนเตียงได้เลย สะดวกสบายดีมาก ส่วนมุมด้านในของห้องยังออกแบบให้เป็นชั้นวางหนังสือหรือใช้เป็นมุมโซฟาส่วนตัวสำหรับพักผ่อน 
ห้องด้านในสุดจะเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ด้วยการ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่จรดเพดานติดตั้งไว้พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ทำให้เพื่อให้เราได้ใช้พื้นที่ส่วนตัวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคนที่ชอบแต่งตัวจะสนุกกับห้องนี้มาก มีโต๊ะเครื่องแป้งเปิดรับแสงจากธรรมชาติ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ถัดเข้าไปด้านในสุด 
เราชอบการออกแบบตกแต่งภายในของบ้านตัวอย่างหลังนี้มาก โดยเฉพาะห้องนี้ ที่เล่นเรื่องการจับคู่สีน้ำเงินกับส้ม ผสมลายเส้นแบบ Strip Pattern ดูเข้ากันดีได้อย่างลงตัวเลยครับ 
ชั้น 3 เมื่อเดินออกจากลิฟต์หรือขึ้นบันไดมา เราจะพบกับความสูงโปร่งภายในที่ให้สัมผัสสบายๆ ในพื้นที่พักผ่อน เป็นพื้นที่ Grand Living สำหรับทุกคนในครอบครัว
Grand Living ออกแบบให้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีคอนเซ็ปต์การทำแปลนแบบ Connecting Here & There การออกแบบพื้นที่เน้นการเชื่อมต่อฟังก์ชันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ของพื้นที่ที่กว้างขวางและเปิดรับแสงสว่างจากภายนอก สถาปนิกออกแบบให้มีช่องแสงส่องมาจากด้านหน้าบ้านเป็นหน้าต่างบานกระจกเขียวตัดแสง เราสามารถติดตั้งม่านหรือมู่ลี่เพิ่มเติม เปิด-ปิดม่านได้หากต้องการความเป็นส่วนตัว 
เราชอบการวางแปลนบ้านที่พิถีพิถัน ทำให้พื้นที่ชั้น 3 ของบ้านมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์และการใช้งานที่ชัดเจนของแต่ละพื้นที่ภายใน
กานต์มองว่า หลักการออกแบบที่ดีต้องไม่ลืมคำนึงถึงเรื่องการเติมเต็มสุนทรียะในการพักผ่อนเข้ามาประกอบด้วย นี่เป็นเรื่องที่เราให้น้ำหนักมากเลยครับ เห็นได้จากการออกแบบให้ภายในพื้นที่มีการจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่สีเทาควันบุหรี่ที่ให้ความรู้สีกสุขุม ผ่อนคลาย สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ มุมหนึ่งของห้องมีเคาน์เตอร์บาร์ขนาดย่อมสำหรับจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด ส่วนที่โดดเด่นอีกจุดคือบนเพดานติดตั้งแชนเดอร์เลียดีไซน์เก๋เพื่อทำให้ห้องนี้ดูมีมิติที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 
อีกฝั่งหนึ่งของบนชั้น 3 เป็นส่วนพักผ่อนครับ Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก จัดวางฟังก์ชันภายในบ้านได้อย่างเป็นสัดส่วนดีครับ
บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างโปร่ง ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่รายรอบห้องและเพิ่มความสว่างด้วยกระจกใสและกระจกเงาที่ติดตั้งไว้ตามมุมต่างๆ ภายในห้อง 
Master Bedroom จัดวางเตียงนอนไว้ตรงกลาง หัวเตียงบุนวมดูหรูหรา พร้อมโคมไฟส่องสว่างแบบแขวนที่บริเวณหัวเตียง ทั้งสองด้านยังติดตั้งตู้เตี้ยบนหัวนอนสำหรับเก็บของได้ 
เข้ามาด้านในริมหน้าต่างจะเป็นมุมพักผ่อนที่เปิดมุมมองหน้ากว้างแบบพาโนรามิค จัดวางเก้าอี้บุหนังเอาไว้ให้เราสามารถเทควิวสวนได้หรือกลายเป็นมุมจิบกาแฟยามเช้า
ด้านในออกแบบให้มีพื้นที่นั่งเล่นอีกจุด สำหรับอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเบาๆ ก่อนนอน เป็นบรรยากาศของบ้านที่ดูเรียบแต่โก้มากๆ ครับ 
ไปดูในส่วนของห้องแต่งตัวต่อครับ ดีไซน์ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ติดตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเอาไว้ทั้งสองฝั่งแยกชาย-หญิงได้อย่างชัดเจน ดูหรูหราด้วยแสงไฟส่องสว่างสี Warm และฝ้าเพดานเซาะร่องที่ส่องแสงลงมาเรียกได้ว่าเข้ากันดีกับชุดเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาล ด้านในมีโต๊ะเครื่องแป้ง ตรงกลางเป็น Island เก็บเครื่องประดับแบบส่วนตัว สร้อยคอ แหวน นาฬิกา เนคไททำให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกมากขึ้น 
การออกแบบจะเน้นความโปร่งสบาย เนื่องด้วยขนาดพื้นที่ของบ้านที่กว้างใหญ่อย่างที่บอกไป ภายในห้องน้ำพร้อมออกแบบฟังก์ชันการใช้งานที่แบ่งสัดส่วนได้ดี มีพื้นที่แยกส่วนเปียกแห้ง โดดเด่นด้วยกระจกเงาบานใหญ่ มาพร้อมกับอ่างาบน้ำ อ่างล้างหน้าหินอ่อนที่ทำให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น 
ด้วยความที่ออกแบบให้ห้องแต่งตัวอยู่ติดกับห้องน้ำใช้พื้นที่ต่อเนื่องกัน ทำให้สะดวกเวลาออกจากห้องน้ำมาก็สามารถแต่งตัวต่อได้เลยจบในจุดเดียว 
เชื่อมต่อกับ Grand Living ถืือเป็นห้องนอนที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการ BEON เกษตร-นวมินทร์ เลยครับ คือการออกแบบให้เป็น VERTIPLEX คือการออกแบบที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง Vertical และ Multiplex เป็นนวัตกรรมการใช้พื้นที่ในแนวตั้งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ ที่ไม่เพียงแค่เพิ่มพื้นที่ใช้สอย แต่ยังสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ลงตัวในทุกระดับความสูง โครงการจึงออกแบบให้เป็นพื้นที่ซ้อนชั้น (Duplex-style) ภายในห้อง เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด 
เรียกได้ว่า BEON เกษตร-นวมินทร์ นำเสนอแนวคิดนี้ผ่านการออกแบบที่ชาญฉลาด โดยใช้ประโยชน์จากความสูงเพดานแบบ Double Height สร้างพื้นที่แนวตั้งที่เชื่อมโยงทั้งสองชั้นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เรียกได้ว่าเป็นนิยามใหม่ของพื้นที่ส่วนตัวในมิติที่เหนือกว่าเลยครับ 
ห้องนอนในบ้านตัวอย่างดีไซน์​สวยมาก ชอบการเล่นสีของแดง ชมพู ขาว ดูกลมกลืนกันดี ยิ่งมาเจอกับสี Warm ของไฟทำให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น เตียงนอนวางค่อนมาทางริมหน้าต่างเพื่อเปิดรับแสงแรกของวัน ส่วนด้านในเป็นมุมนั่งทำงานและการออกแบบให้มีห้องแต่งตัวสองชั้นอย่างที่บอกไป มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว 
เช่นเดียวกับชั้นบนภายในห้องที่ออกแบบให้เป็นมุมแต่งตัวขนาดใหญ่ของผู้หญิงที่โดดเด่นด้วยโต๊ะเก้าอี้สีแดงกลางห้อง สามารถจัดวางเครื่องประดับและใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ภายในตัว ติตดั้งตู้เสื้อผ้ารอบล้อมดูอลังการยิ่งนักครับ 
“An interior is the natural projection of the soul.”
— Coco Chanel

BEON เกษตร-นวมินทร์ เข้าใจว่าบ้านของเราคือการสื่อสารตัวตนของเรา โครงการจึงออกแบบพื้นที่ที่ให้เราได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ในทุกมิติของการใช้ชีวิต จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาบ้านหรูในทำเลใจกลางเกษตร-นวมินทร์ ที่ให้ความสำคัญกับ “พื้นที่” และ “ดีไซน์” ที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และฟังก์ชัน “Vertiplex” ที่โปร่งโล่งและยืดหยุ่นสูง ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดในสังคมคุณภาพเพียง 23 ครอบครัว บนทำเลศักยภาพอย่างเกษตร-นวมินทร์

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://apthai.ly/1m2rRz 
KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน