Last Updated: 12 July 2026
ENGLISH SUMMARY
SMYTH'S Kaset-Nawamin is a super-luxury detached pool-villa project by Singha Estate along the Kaset-Nawamin expressway. With only 10 homes on 102–133 sq.wah plots and 806–816 sq.m. of space designed under an Urban Twist concept, prices start around THB 120 million. KANT's review covers the architecture, layouts, location and investment value.
สรุปตรง
SMYTH’S Kaset-Nawamin คือบ้านเดี่ยวพูลวิลล่าระดับ Super Luxury ในกลุ่ม Private Estate จาก Singha Estate วางตำแหน่งเป็น Ultimate Class ของพอร์ตบ้านหรู จัดสรรเอกสิทธิ์เพียง 10 หลัง ทุกหลังเป็นแปลงมุม วางตัวเลียบทางด่วนเกษตร-นวมินทร์ บนถนนประเสริฐมนูกิจ ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษกและทางพิเศษฉลองรัช แต่ละหลังมีที่ดินราว 102-133 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยราว 806-816 ตารางเมตร มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว Mancave-Supercar Garage และลิฟต์ในบ้าน ราคาเริ่มต้นราว 120 ล้านบาท จุดยืนคือคฤหาสน์พูลวิลล่าจำนวนจำกัดสำหรับตลาดบนสุดที่เน้นความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ขนาดใหญ่ ในแง่การลงทุน คฤหาสน์พูลวิลล่าระดับ Ultimate Class เพียง 10 หลังแปลงมุมในเครือ Singha Estate ทำให้ความหายากและเครดิตผู้พัฒนากลายเป็นต้นทุนที่ตลาดร้อยล้านบาทให้ราคา
| Developer | Singha Estate |
|---|---|
| Type | บ้านเดี่ยว |
| Location | เกษตร-นวมินทร์ · กรุงเทพฯ |
| Price | เริ่ม 120 ล้านบาท |
ถ้าให้นึกถึงชื่อ SMYTH มีหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของงานออกแบบ ดีไซน์และไลฟ์สไตล์ แต่หนึ่งคนที่กานต์คิดว่าน่าสนใจคือ Matthew Patrick Smyth นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังจากนิวยอร์ก ที่มีรากฐานมาจากงานดีไซน์คลาสสิก โดยมีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งทางประวัติศาสตร์ผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ตามยุคสมัย
จะว่าไป SMYTH ยังเป็นคำพ้องเสียงที่สื่อถึงความเป็นช่างฝีมือ แบบ Craftmanship ที่สั่งสมประสบการณ์มาจากรุ่นสู่รุ่น และคำว่า Myth ยังมีความหมายถึง “ตำนาน” หรือ “เรื่องเล่าขาน” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อมาเติม S ด้านหน้า ซึ่งหมายถึง Singha จึงเป็นการตั้งชื่อที่กานต์คิดว่ามีความครีเอทมากๆ เลยครับ
เมื่อ SINGHA ESTATE เปิดตัวโครงการ Private Estate หรูแห่งใหม่ย่านเกษตร-นวมินทร์ ใช้ชื่อว่า SMYTH’S ทำให้เราเห็นภาพทันทีว่าเป็นโครงการเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของการใช้ชีวิต เป็นภาพสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น น่าสนใจ มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร สมกับวลีที่ว่า CRAFT YOUR TALE
ทำให้เราไปนึกถึง Loro Piana แบรนด์ผ้าชั้นนำจากอิตาลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตสิ่งทอด้วยการเลือกสรรวัตถุดิบชั้นเลิศและหายากที่สุดในโลกมาใช้ในการทักทอเป็นผ้าสักผืน เน้นเรื่องความยั่งยืนจากธรรมชาติ จนได้รับการยอมรับและสร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานถึงหกชั่วอายุคน สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกและสัมผัสได้คือการดีไซน์ให้บ้านมีความเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เพราะทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบมาจากความเข้าใจในตัวตน สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนที่จะมาเป็นลูกบ้านแบบ SMYTH’S ซึ่งแน่นอนว่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในกลุ่ม Young Successor ได้เป็นอย่างดี
SMYTH’S Kaset-Nawamin เป็น Private Estate ขนาด 3 ชั้น สุดหรูหราที่มาพร้อมกับ Pool Villa ภายในบ้านให้ความสำคัญกับ Lifestyle ที่มีความ Unique เฉพาะตัว แตกต่างกับโครงการบ้านเดี่ยวอื่นๆ กับการออกแบบแปลนที่ผนวกการออกแบบฟังก์ชันร่วมกับการสร้างความเป็นส่วนตัวในแต่ละพื้นที่ ทั้ง 3 ชั้นจึงถูกออกแบบให้มีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
งานดีไซน์คอนเซ็ปต์ของโครงการเป็นแบบ Urban Twist ที่ได้แรงบันดาลใจในเสน่ห์ของดีไซน์คลาสสิกของยุโรป อย่าง Federal Architecture ผสานเข้ากับองค์ประกอบของงานศิลปะสมัยใหม่ที่ลดทอนรายละเอียดอันวิจิตรชดช้อยบางอย่างออกไป นำมาตีความใหม่ในแบบร่วมสมัยเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมดีไซน์ใหม่ล่าสุดให้สามารถตอบสนองต่อวิถีชีวิตและความต้องการของเจ้าของได้อย่างโดดเด่นและแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
จุดเด่นที่เราชอบนอกจากจะเป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่แล้ว ยังเน้นให้ความสำคัญกับการใช้งานในชีวิตจริง ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในแต่ละครอบครัวซึ่งอาจจะมีความชอบและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป เราจึงได้เห็นทุกๆ ห้องในบ้านของ SMYTH’S Kaset-Nawamin ว่ามีขนาดใหญ่ สามารถพักผ่อนได้อย่างสบายไม่อึดอัด ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนห้องฟังก์ชันเยอะมากมายจนเกินไปหากแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง สามารถปรับพื้นที่ให้ตอบสนองความต้องการของสมาชิกทุกคนในบ้านได้อย่างลงตัว

โครงการ
“SMYTH’S” จาก “SINGHA ESTATE” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ ระดับ Ultra & Super Luxury มาแล้วหลายโครงการบนมาตรฐาน Best in Class ที่ใส่ใจความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุด ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย รายล้อมด้วยบรรยากาศหรูหรา มีความร่มรื่น ตอบสนองกลุ่มผู้อาศัยที่เป็น Young Successor ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว และ SINGHA ESTATE ก็มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มตลาดบนอยู่แล้ว ทำให้สามารถรังสรรค์วิลล่าหลังใหญ่ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวออกมาได้อย่างน่าสนใจ

SMYTH’S Kaset-Nawamin (สมิทธ์ เกษตร-นวมินทร์) โครงการบ้านเดี่ยวหรู Pool Villa ระดับ Super Luxury ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง มีเพียง 10 ยูนิต เป็นบ้านที่ดินใหญ่กว่า 100 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 806-816 ตร.ม. รองรับ 4-5 ห้องนอน จอดรถได้สูงสุด 6 คัน อีกทั้งติดตั้งลิฟต์โดยสารภายในบ้านมาให้เรียบร้อย ราคาเริ่มต้น 120 ล้านบาท* ในรูปแบบ Private Estate ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด ออกแบบโครงการด้วยแนวคิด “CRAFT YOUR TALE” เพื่อให้บ้านสะท้อนเรื่องราวและตัวตนของผู้อยู่อาศัยผ่านรายละเอียดต่างๆ ในการออกแบบ

โครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ ด้วยจำนวนเพียง 10 หลัง ออกแบบเป็นบ้านแปลงมุมทุกยูนิตเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว จัดผังบ้านตัวรูปตัวแอล (L-Shape) ช่วยให้เกิด Private Court ป้องกันการรบกวนจากภายนอกบ้านและให้เกิดความเป็นส่วนตัวระหว่างพักอาศัย สถาปนิกออกแบบให้หน้าบ้าน 2 ฝั่งหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทิศทางลมของไทย อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการปะทะแดดโดยตรงจากทิศตะวันตก ทำให้บ้านอยู่แล้วเย็นสบายไม่รู้สึกร้อน

ทำเล และการเดินทาง
โครงการ SMYTH’S ตั้งอยู่บนถนนประเสริฐมนูกิจหรือที่เราเรียกกันว่าถนนเกษตร-นวมินทร์ นับเป็นทำเลที่มีศักยภาพมูลค่าของที่ดินเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งยังเป็นทำเลที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งไลฟ์สไตล์และสาธารณูปโภคครบครัน อาทิ The Walk, Crystal design center (CDC), Central EastVille, The Crystal เป็นต้น
สถานพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อสร้างความอุ่นใจ ได้แก่ โรงพยาบาลนวเวช, โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์, โรงพยาบาลวิภาวดี, โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทราและโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นต้น
ส่วนโรงเรียนนานาชาติและสถานศึกษาชั้นนำที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเด็กๆ ที่จะเดินทางไปโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก ได้แก่ โรงเรียนเลิศหล้าเกษตร-นวมินทร์, Keerapat international School, NIVA American International School, Regent’s International School และ Singapore International School ฯลฯ

ทำเลนี้เดินทางสะดวก เนื่องจากใกล้ทางพิเศษฉลองรัชและวงแหวนกาญจนาภิเษก สามารถเดินทางไปโซนเลียบทางด่วนรามอินทรา รัชดาภิเษก ลาดพร้าว พระราม 9 ทองหล่อและเอกมัยได้อย่างสะดวกรวดเร็วและง่ายดาย ประกอบกับเส้นแนวรถไฟฟ้าทั้งสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่อยู่ไม่ไกล ก็ยิ่งทำให้ SMYTH’S Kaset-Nawamin มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

งานออกแบบ
Main Gate ได้รับการออกแบบมาอย่างเรียบหรูสไตล์ Quiet Luxury ด้านหน้าประดับด้วยหิน Limestone นำเข้าจากโปรตุเกสสลักชื่อโครงการ SMYTH’S เอาไว้อย่างเรียบโก้ด้านหน้า เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะสังเกตเห็นถนนที่ถูกดีไซน์ให้มีแพทเทิร์นของพื้นผิวที่ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น ด้วยความที่โครงการเน้นบ้านหลังใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ แต่ก็ยังมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Leisure Park ให้มานั่งพักผ่อนภายในสวนกันได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยภายในโครงการครบครัน ระบบ CCTV รั้วทึบและต่อระแนงสูงขึ้นไปโดยรอบโครงการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ติดสัญญาณกันขโมยให้ทั้งหลัง อีกทั้งยังเดินสายไฟร้อยท่อลงดินทั้งโครงการ ทำให้ได้ทัศนียภาพภายในที่สวยงาม ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

Urban Twist เป็นงานดีไซน์คอนเซ็ปต์ใหม่ โดยผสมผสานเสน่ห์ของดีไซน์คลาสสิกเข้ากับองค์ประกอบแบบโมเดิร์นในรูปแบบที่ดูสร้างสรรค์ทันสมัย สร้างสถาปัตยกรรมดีไซน์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ SINGHA ESTATE เพิื่อสะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำด้านที่พักอาศัยที่หรูหรามีระดับ ตอบสนองต่อวิถีชีวิตและความต้องการของเจ้าของได้อย่างโดดเด่นและแตกต่าง
SMYTH’S Kaset-Nawamin ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานดีไซน์คลาสสิกที่เรียกว่า Federal Architecture จากทางอเมริกันและยุโรป ซึ่งจะมีความงดงามในรายละเอียด มีความพิถีพิถันจากการจัดวางองค์ประกอบงานดีไซน์ ความสมมาตรและสัดส่วนที่ลงตัว มีดีเทลในงานออกแบบ เช่น ลักษณะของเสา คิ้วบัว อิฐแดง กรอบหน้าต่างหรือราวระเบียงที่ตกแต่งอย่างประณีตเพื่อแสดงออกถึงความสง่างาม

โครงการได้มีการปรับแนวคิดของ Federal Architecture ให้ร่วมสมัยขึ้นคือลดทอนรายละเอียดที่มากเกินไปเพื่อให้ได้เส้นสายที่สะอาดตาและเรียบง่าย ปรับ Elements ให้มีความ Simplify ใช้เส้นสายที่เรียบง่ายดูโมเดิร์นขึ้น เลือกใช้วัสดุที่มีพื้นผิวเป็นธรรมชาติ เช่น หิน ไม้ หรือโลหะอย่างอลูมิเนียมกันสนิมเข้ามา เพราะว่าเหมาะกับงานใช้ภายนอกเพื่อสร้างความรู้สึกสง่างามแต่ไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ แทนที่จะใช้กรอบหน้าต่างขนาดเล็กที่ประดับลวดลายซับซ้อน ปรับเป็นการใช้กระจกบานใหญ่ขึ้นเพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาได้มากขึ้น สร้างความรู้สึกโปร่งโล่งภายในบ้านและยังออกแบบโดยใช้สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) เข้ามามีส่วนสำคัญ

โทนสีของตัวบ้าน เลือกใช้เฉดสีที่สื่อถึงอบอุ่นสะท้อนถึงความหรูหราแต่ยังคงความอบอุ่นเหมาะกับการอยู่อาศัย งานดีไซน์ลงรายละเอียดไปถึงการติดตั้งกระเบื้อง Kenzai ทีละแผ่นแทนการปาดเซาะร่องทั่วไป เพื่อสร้างดีเทลที่แตกต่างให้กับดีไซน์ ตอนที่แดดส่องแสงในช่วงเวลาเช้าและยามเย็นทำให้เกิดเป็นลวดลาย หรือสาดแสงเงาเข้าไปภายในบ้านทำให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น

บ้านตัวอย่าง ชั้นล่าง
สำหรับบ้านของโครงการจะเป็นบ้านแปลงมุมทุกยูนิต มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน
-Residence I บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 111-133 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 816 ตร.ม. – ฟังก์ชัน 4-5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 5 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน / 1 Hideaway Chamber (Mancave) / 1 Safe Room / สระว่ายน้ำ / ลิฟต์โดยสาร
-Residence II บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 102-106 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 806 ตร.ม. – ฟังก์ชัน 4-5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 5 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 Hideaway Chamber (Mancave) / 1 Safe Room / สระว่ายน้ำ / ลิฟต์โดยสาร
บ้านทั้ง 2 แบบจะมีการจัดวางฟังก์ชันภายในที่มีความใกล้เคียงกัน ที่สำคัญ ยังมีเทคโนโลยีภายในบ้านอย่าง Solar Cell 5 kW., S-AIR System และ Junction Box รองรับ EV chargers ขนาด 22 kW. จำนวน 2 จุดพร้อมลิฟต์โดยสารภายในบ้านติดตั้งมาให้แล้วเรียบร้อย

ชั้น 1 Space Planning เปิดประตูเข้าสู่ภายในบ้าน เป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับสมาชิกของครอบครัวและแขกคนสำคัญ
บานประตูได้รับการดีไซน์ใหม่จาก Modern Glass ให้ความรู้สึกราวกับประตูไม้จริงให้สัมผัสธรรมชาติและยังช่วยลดความร้อนและกันเสียงสะท้อนเข้าสู่ภายในบ้าน มือจับติดตั้ง Digital Door Lock จาก Idenmatic มาให้เรียบร้อยแล้ว
ด้านหน้าทางเข้าปูพื้นด้วยหินอ่อน Rosso Luana นำเข้าจากอิตาลี ทางเข้าเป็นออกแบบให้เป็นโถงสูง Foyer ดูอลังการที่ให้ความโอ่อ่าและความเป็นส่วนตัว โถงทางเดินแบบ Juction ออกแบบเป็นแนวกว้างเชื่อมต่อกับฟังก์ชันการใช้งานชั้นล่างเข้าไว้ด้วยกัน พื้นที่เป็นสัดส่วนด้วยฟังก์ชัน โดยมีจุดเด่น คือ Guest Lounge ฟังก์ชันนี้ถูกเตรียมให้เป็นส่วนรับแขกของครอบครัวหรือแขกที่มาพูดคุยทางธุรกิจ

ภายในบ้าน 3 ชั้น ได้รับการออกแบบให้มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ความเป็น Life Master ของเจ้าของบ้าน เน้นการสร้างความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เห็นได้จากการวางฟังก์ชันของบ้านที่ตกแต่งให้ดูเป็นตัวอย่าง การออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่างๆ สามารถบอกเล่าตัวตนและยังใช้เป็นพื้นที่รับรองสำหรับเจรจาธุรกิจ สังสรรค์กับเพื่อนสนิท มิตรสหายภายในบ้านได้

ภายในบ้าน 3 ชั้น ได้รับการออกแบบให้มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ความเป็น Life Master ของเจ้าของบ้าน เน้นการสร้างความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เห็นได้จากการวางฟังก์ชันของบ้านที่ตกแต่งให้ดูเป็นตัวอย่าง การออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่างๆ สามารถบอกเล่าตัวตนและยังใช้เป็นพื้นที่รับรองสำหรับเจรจาธุรกิจ สังสรรค์กับเพื่อนสนิท มิตรสหายภายในบ้านได้

เราสามารถเชิญ Celebrity Chef มาจัด Private Dinner แบบส่วนตัวได้ภายในบ้าน เนื่องจากโครงการจัดเตรียมพื้นที่เอาไว้ให้แล้ว ด้านในสุดเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกและสมาชิกในบ้านใช้งานร่วมกัน

การตกแต่งภายในได้ฟีลของ Mid Century ที่ออกแบบบรรยากาศให้มีความผ่อนคลาย แต่สามารถใช้เป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้สังสรรค์และ Business Function เจรจาธุรกิจแบบ Casual หรือแบบ Informal ได้ อีกทั้งยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับ Living & Dinning Area โดยเราสามารถเพิ่มฟังก์ชันของเคานต์เตอร์บาร์เหมือนบ้านตัวอย่าง ด้านข้างออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับติดตั้ง Wine Cellar ได้

จาก Guest Lounge เรามองออกไปจะเห็นสวนส่วนตัวภายในบ้าน (Private Inner Court) ช้่วยเปิดพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติให้บ้านดูสดชื่นมากยิ่งขึ้น พื้นที่ภายในสวนของบ้านตัวอย่าง โครงการได้ติดตั้ง Sculpture เป็นเสือดำ Black Panter เอาไว้ วัสดุทำจากทองเหลืองรมดำที่เพิ่มความหรูหรา สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง อำนาจของผู้อยู่อาศัย เติมเต็มพลังด้านบวกให้กับผู้อยู่อาศัย และยังสะท้อนถึงภาพของความปลอดภัยระดับสูง

อีกฝั่งจะเป็นพื้นที่ของห้อง “Hideaway Chamber” (Man Cave) พื้นที่ Secret Room เป็นห้องลับสำหรับสุภาพบุรุษผู้เป็นเจ้าของบ้าน สะท้อนภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตน เป็นมุมโปรดเฉพาะบุคคลที่เตรียมพื้นที่ขนาดใหญ่ให้เป็นหลุมหลบภัยไว้แสดงออกถึงความชอบและรสนิยมส่วนตัว จึงทำให้ชั้น 1 สามารถแยกเรื่องราวของธุรกิจและความส่วนตัวได้อย่างลงตัว

บ้านตัวอย่างได้สะท้อนคาแรคเตอร์ของกลุ่มเป้าหมายที่มีความเป็นครอบครัวรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนานและมีรสนิยมที่โดดเด่น จึงแต่งออกมาให้มีความคลาสสิก

มีพื้นที่สำหรับจอดรถยนต์คันโปรด Classic Car หรือ Super Car เราสามารถติดตั้งลิฟต์จอดรถ เพิ่มเติมได้ ด้านในมีชุดโซฟาที่นั่งและเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ Gallotti&Radice โดย Euro Creations ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์หรูจากแบรนด์ Luxury ชั้นนำของยุโรป

ครั้งนี้ทางแบรนด์ SMYTH’S ได้มี Spokeperson อย่างคุณ เนม ปราการ ไรวา ที่ให้ไอเดียห้องนี้ไว้ว่า จะดีไซน์ให้เป็นมุมสำหรับดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม จิบเครื่องดื่มแก้วโปรดเบาๆ เป็นการพักผ่อนหลังจาก ทำงานแล้วกลับเข้ามาภายในบ้านโดยไม่เป็นการรบกวนสมาชิกท่านอื่นที่่กำลังพักผ่อนอยู่ชั้นบน

บริเวณทางเข้าบ้านด้านขวาออกแบบให้มี Shoe Storage ขนาดใหญ่ที่แยกไว้อย่างเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับตู้เก็บรองเท้าทรงสูงที่สามารถใช้เป็นห้องเก็บของได้ด้วย ภายในจัดวางเก้าอี้สำหรับนั่งสวมใส่รองเท้าสบายๆ

บ้านทุกหลังเป็นบ้านขนาดใหญ่ ทางโครงการจึงได้ติดตั้งลิฟต์โดยสารภายในบ้านมาให้พร้อมกันนี้แล้ว ทำให้สะดวกมากสำหรับการขึ้นลง ลิฟต์มีขนาดใหญ่รองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์ได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุก็ไม่จำเป็นต้องจัดห้องนอนชั้นล่างเสมอไป สามารถโดยสารลิฟต์ขึ้นลงได้สะดวก
หลังคาบ้านเป็นเมทัลชีทเคลือบด้วยสีจาก COLORBOND® steel ช่วยลดการยึดเกาะของสิ่งสกปรกและสะท้อนความร้อนได้ดี ส่วนออกแบบให้ผนังมีความหนาพิเศษ ช่วยกันเสียงจากภายนอก ลดเสียงรบกวนสมาชิกในบ้าน การออกแบบวางแปลนภายในจะคำนึงถึง Cross Ventilation เป็นการวางตำแหน่งของประตูหน้าต่างบนผนังห้อง ช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวกและช่วยลดความอบอ้าว ซึ่งทุกห้องภายในบ้านจะใช้หลักการไหลเวียนของลมภายในทำให้ทุกห้องมีลมผ่าน ช่วยให้บ้านอยู่แล้วเย็นสบายในทุกห้อง เมื่อเปิดประตูและหน้าต่างพร้อมกันช่วยในเรื่องการไหลเวียนของอากาศภายในห้องให้เย็นสบาย

ทุกห้องภายในบ้านยังติดตั้งระบบกรองอากาศ S-Air System โดยใช้หลักการ Positive Air Pressure หรือระบบแรงดันอากาศบวก โดยการดึงอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกผ่านตัวกรองประสิทธิภาพสูง เช่น HEPA Filter และเพิ่มแรงดันในตัวบ้านเพื่อผลักดันอากาศเสีย ฝุ่น และเชื้อโรคออกไปทางช่องระบายอากาศ กรองอากาศบริสุทธิ์เข้าบ้าน กันฝุ่นละอองและ PM2.5 ด้วย อีกทั้งยังมีระบบ Water Purifier กรองน้ำประปาให้สะอาดก่อนเข้าตัวบ้าน ช่วยเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้อีกทางหนึ่ง

ชั้นบน และพื้นที่ครอบครัว
พื้นที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ Grand Living สำหรับครอบครัวเป็นเซ็นเตอร์ของบ้านที่มีสระว่ายน้ำเป็นไฮไลท์ให้ชั้นบนเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นทุกๆ ห้องภายในบ้านจะได้รับแสงจากธรรมชาติภายนอก สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำและได้รับประสบการณ์จากมุมมองที่แตกต่างกันออกไป

Grand Living ออกแบบให้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีคอนเซ็ปต์การทำแปลนแบบ Connecting Here & There การออกแบบพื้นที่เน้นการเชื่อมต่อฟังก์ชัน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ของพื้นที่ที่กว้างขวางและเชื่อมฟังก์ชันด้วยกัน ด้วยการวางแปลนที่พิถีพิถัน ทำให้พื้นที่ชั้น 2 ของบ้านมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์และการใช้งานที่ชัดเจนของแต่ละพื้นที่ภายใน

พื้นชั้นบนปูด้วย Engineering Wood ให้สัมผัสธรรมชาติ ทั้งยังได้ความสูงโปร่งของ Double Volume ภายในเชื่อมต่อกับ Dining Area เปิดรับวิวสู่สระว่ายน้ำ กอปรกับหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับวิวสวนสีเขียวรอบบ้านดูสดชื่นดีดูงดงามราวกับเป็นภาพจิตรกรรมที่มีชีวิต ติดตั้งผ้าม่าน 2 ชั้นสูงจากพื้นจรดเพดาน ส่งผลทำให้มุมนี้ดูกว้างขวางและโปร่งสบาย

เราชอบเวลาที่มีแสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาภายใน กระทบกับโซฟาขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้าจากเนเธอร์แลนด์

อีกชิ้นที่น่าสนใจคือเก้าอี้ดีไซน์วินเทจสีดำ Cross Check Chair จากดีไซเนอร์คนโปรดของเรา Franck Gehry ที่กลายเป็น Rare Item ไปเสียแล้วในเวลานี้

กานต์ชอบบรรยากาศของชั้น 2 มาก นอกจากจะดูโปร่งโล่งสบายให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายทว่าหรูหราแล้ว เรายังได้เทควิวสระว่ายน้ำจากทุกมุมของบ้าน เป็นการเติมเต็มความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวด้วยฟีลลิ่งที่เป็นกันเอง ทุกคนสามารถสวมชุดอยู่บ้านสบายๆ แล้วมาใช้พื้นที่กลางภายในบ้านร่วมกันได้
ชั้น 2 ยังมีห้องนอนอีก 2 ห้อง ที่มากับพร้อมห้องน้ำในตัว เป็นห้องเอนกประสงค์ที่ทาง SINGHA ESTSTE มองว่า ไม่จำเป็นต้องจัดวางฟังก์ชันไว้เป็นห้องนอนเสมอไป แต่หากต้องการใช้งานก็สามารถปรับแบบได้ทันที

“People usually are the happiest at home.” ~ William Shakespeare
วิลเลี่ยม เชคสเปียร์เคยบอกว่า “คนมักจะมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่บ้าน” กานต์เองก็คิดเช่นนั้น
เชื่อมั่นเหลือเกินว่า หากใครได้พักอาศัยในบ้านหลังใหญ่ดีไซน์สวยที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ โอบกอดเราด้วยท้องฟ้า ให้ธรรมชาติสีเขียวเยียวยาจิตใจ ฟังเสียงน้ำไหลเป็นเครื่องดนตรีคอยขับกล่อม เราว่าความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ง่าย ใกล้ๆ ตัวภายในบ้านของเราเอง

โครงการวางผังบ้านโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของบ้านแต่ละหลังเรียกว่า “Sanctuary of Seclusion” โดยวางแปลนให้แต่ละบ้านมี Private Court ซึ่งได้ถูกออกแบบให้เป็นจุดนำสายตาของทุกพื้นที่ในส่วนหลักๆ ของบ้าน สร้างความเป็นส่วนตัวสูง โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการพักผ่อนทั้งในสวนและสระว่ายน้ำบนชั้น 2

จะสังเกตว่างานดีไซน์จะเป็นรูปตัวแอล (L-Shape) เพื่อให้ตัวบ้านมีพื้นที่สวนและสระว่ายน้ำที่มีความเป็นส่วนตัว ต่างจากบ้านทั่วไปที่นิยมนำสระว่ายน้ำไว้บริเวณชั้นล่าง ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถเปิดรับมุมมองสระว่ายน้ำได้จากทุกจุดภายในบ้าน โครงการยังได้นำเอาพุ่มไม้สีเขียวทรงสูงมาปลูกไว้บริเวณขอบสระว่ายน้ำ เพื่อช่วยบังสายตาจากภายนอกบ้านและให้เกิดความเป็นส่วนตัวขณะพักผ่อน

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือที่ให้มุมมองจากสระว่ายน้ำเชื่อมต่อกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้ในแทบทุกจุด นอกจากจะต่อเนื่องกับ Living Area ที่เป็น Double Volume เชื่อมต่อกับ Dining Area แล้ว ยังได้รับการออกแบบให้เปิดประตูออกไปสู่สระว่ายน้ำภายนอกได้

ชั้น 2 ยังมี ห้องนอนอีก 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว สามารถใช้เป็นห้องนอนหรือห้องพักผ่อนทำกิจกรรมสำหรับสมาชิกในครอบครัว กลุ่มเพื่อนและแขกที่มาเยี่ยมเยียนได้

บนชั้น 2 ของบ้านตัวอย่าง จะมี Junior Master Bedroom 2 ห้อง ซึ่งออกแบบให้สามารถใช้เป็นฟังก์ชันของห้องนอนตามแนวทางของบ้านทั่วไปได้เช่นกัน แต่สำหรับที่ SMYTH’S Kaset-Nawamin ได้มีการปรับฟังก์ชันใหม่ให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายหรือคนแบบ SMYTH’S

โดยห้องแรกจะเป็น Music Room ห้องซ้อมดนตรีที่มีอุปกรณ์ครบครัน เพื่อการพักผ่อน การออกแบบระบบต่างๆ ทำได้ดีมากครับ ทั้งซัปวูฟเฟอร์ดูดซับเสียงต่างๆ ติดตั้งระบบเสียงที่ทันสมัยมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว สามารถชวนเพื่อนๆ มาซ้อมดนตรีกันที่บ้านเราได้เลยครับ

ส่วนอีกห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มีแนวคิดในการออกแบบมาจากความต้องการพื้นที่เล่นสนุกให้กับเด็กๆ และเพื่อนของลูกที่มาเล่นที่บ้าน เพราะเมื่อสมาชิกผู้ใหญ่กำลังสังสรรค์กันอยู่ที่ Living Area ด้านนอก เด็กๆ ก็ควรมีพื้นที่ของตัวเองในการเอนจอยโมเมนต์กับเพื่อนๆ เช่นกัน

SMYTH’S Kaset-Nawamin จึงสร้างสรรค์บ้านตัวอย่างออกมาเป็น Play Room พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสนุกครบครัน มีฟังก์ชันของบ่อบอลขนาดใหญ่รับรองว่าถูกใจเด็กๆ อย่างแน่นอนครับ

ชั้น 3 เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ของครอบครัว มีความส่วนตัวสูงสุด ในคอนเซ็ปต์ “Penthouse Suite On Ground” พร้อม Master Bedroom ขนาดใหญ่และ Junior Master Bedroom และ พื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด

เมื่อขึ้นมาถึงจะพบกับโถงกลางบ้านเป็น Multi-purpose Area ที่มีขนาดใหญ่ จัดวางโต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือและมีเครื่องปั่นจักรยานสุดหรูจาก NOHRD Bike ติดตั้งเอาไว้ให้ได้ออกกำลังกายเบาๆ

นอกจากจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางภายในบ้านที่เชื่อมต่อห้องนอนทั้ง 2 ฝั่งแล้ว โครงการยังออกแบบให้เชื่อมต่อกันของพื้นที่ระหว่างชั้น 2 และชั้น 3 ทำให้บ้านดูสูงโปร่งด้วยโถงสูงแบบ Double Volume ซึ่งต่างจากบ้าน 3 ชั้นในโครงการอื่นที่นิยมปิดทึบระหว่างชั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ประทับใจกานต์มากที่สุดก็คือ การนำเอาหลักคิด Adaptability of Design คือทำให้กลายเป็นบ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย เปิดกว้างให้เราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันและดีไซน์ภายในบ้าน ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละครอบครัวได้ เห็นได้จากการออกแบบที่เผื่ออนาคตเอาไว้ของบ้านในโครงการ อย่างเช่นมุม Multi-purpose Area ตรงกลางของชั้น 3 ที่เชื่อมต่อกับโถงชั้น 2 หากเราอยากจะต่อเติมเพื่อทำเป็นห้องเพิ่มได้ในอนาคตก็สามารถทำได้ เนื่องจากทางโครงการออกแบบคานเพื่อรองรับน้ำหนักเพิ่มเอาไว้ให้แล้วครับ จึงทำให้บ้านทั้ง 10 ยูนิตต่างมีความโดดเด่นและสร้างออกมาได้ตรงใจ ตอบทุกโจทย์ความต้องการของสมาชิกทุกคนภายในเป็นหลัก

ห้องนอน
เรามาชม Master Bedroom กันบ้าง จะเห็นว่าภายในห้องแบ่งฟังก์ชันการใช้สอยได้หลากหลายและลงตัวดีครับ ราวกับเป็นบ้านอีกหนึ่งหลัง เมื่อเดินเข้าประตูไปจะไม่สามารถมองเห็นพื้นที่พักผ่อนได้ในทันที จะเป็นพื้นที่ของ Living Area สำหรับเจ้าของห้องได้พักผ่อนในฟีลลิ่งส่วนตัว

That’s ITH ตกแต่งห้องนี้ในสไตล์คลาสสิค ด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์โทนน้ำตาลเข้ม ขาว เทา ดำ พร้อมจัดวาง Nestle Lounge Chair สีเหลืองมัสตาร์ดเอาไว้ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีมุมบาร์เอาไว้รินเครื่องเดิมแก้วโปรดแล้วเปิดเพลงคลาสสิคจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงคลอไปเบาๆ เพื่อเสริมบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น หรือจะเพลิดเพลินไปกับหนังสือเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้จากคืนก่อน เป็นพื้นที่สำหรับพักกายพักใจให้หายเหนื่อยจากการทำงาน เพื่อให้บ้านได้ทำหน้าที่โอบกอดเราอย่างละมุนใจ

ถัดเข้าไปด้านในมีพาร์ติชั่นกั้นไว้สำหรับเป็นพื้นที่ของการพักผ่อน เตียงนอนถูกจัดเหลื่อมไว้บริเวณทางเข้าโดยหลบเข้าไปด้านใน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว

เราสามารถจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ได้เลยครับเพราะมีพื้นที่กว้างเดินได้รอบเลย ห่้องนอนมีระยะห่างมากพอที่จะติดตั้งทีวีจอใหญ่บริเวณปลายเตียง สามารถติดตั้ง Cabinet สำหรับวางทีวีขนาดใหญ่ แต่ถ้าจะแนะนำให้แขวนทีวีติดผนังจะดูเรียบกว่าช่วยให้ห้องดูโมเดิร์นขึ้น ให้เรานอนชมซีรีย์เรื่องโปรดจากบนเตียงเลยได้สบายๆ

ส่วนด้านข้างเปิดช่องแสงขนาดใหญ่ด้วยผนังกระจกแบบเข้ามุมทำให้ห้องนอนดูกว้างและโปร่งโล่ง ติดตั้งที่นั่งแบบ Bay Window เพื่อเปิดรับวิวสระว่ายน้ำที่ชั้น 2 หรือรับแสงแดดอ่อนๆ ยามตื่นนอนตอนเช้า มองเห็นวิวของตัวบ้านจากอีกฝั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านในนิวยอร์กเลยครับ

สถาปนิกออกแบบให้ห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ด้วยการ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดตั้งไว้ทั้ง 2 ฝั่ง ตรงกลางเป็น Island จัดเก็บนาฬิกา เนคไท เครื่องประดับต่างๆ ช่วงปลายห้องเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ที่แน่ๆ เราว่าเป็นห้องแต่งตัวที่ออกแบบได้สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน มีหน้าต่างกระจกใสเพื่อเปิดรับวิวและแสงจากภายนอก

ติดกันกับห้องแต่งตัวจะเป็น Master Bathroom เป็นห้องน้ำในตัวที่มีขนาดใหญ่มาก ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย มาพร้อมกับอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวดูโมเดิร์น ติดกันเป็นห้อง Shower

มีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her และติดตั้งสุขภัณฑ์จากแบรนด์ GESSI เป็นคอลเลคชั่นพิเศษ VENTI20 ซึ่งมีราคาสูง เป็นงานที่มีดีเทล สไตล์คลาสสิก เข้ากับบ้านมาให้แล้ว มีหน้าต่างสามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศและไล่ความชื้นภายในห้องน้ำได้

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องนอนรองซึ่งมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ทุกห้องนอนภายในบ้านจะเป็นแบบ En Suite คือเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว

เมื่อเราเดินเข้าไปด้านใน จะแบ่งเป็นโซนพักผ่อนและมุมส่วนตัว ภายในห้องจัดวางฟังก์ชันไว้ลงตัว โดยมีเตียงนอนแบบคู่จัดวางเอาไว้ด้านในสุด หัวเตียงกรุด้วยงานดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย ใช้สีชมพูพาสเทลเป็นผ้าคาดเตียง ช่วยทำให้ห้องนี้ดูสดใสขึ้น ส่วนปลายเตียงจัดวางเป็นโต๊ะทำการบ้านแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคั่นกลางด้วยชั้นหนังสือ เพื่อความเป็นส่วนตัวของเด็กๆ

การจัดวางตำแหน่งเตียงจะไม่ตรงกับตำแหน่งประตู ข้อดีก็คือทำให้เกิดความเป็นส่วนตัว และยังเปิดรับช่องแสงจากผนังกระจกด้านหน้าบ้านบรรยากาศดีมากทั้งกลางวันและช่วงเวลาก่อนนอน

ส่วนมุมแต่งตัว และห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุด

พื้นที่ภายในโครงการจะเปิดรับมุมมองของต้นไม้ใหญ่สีเขียวในทุกจุดรับสายตา เราสังเกตว่าฟุตบาททางเดินจะมีขนาดใหญ่กว่าโครงการอื่นเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ตามแนวทางเดินออกแบบให้มีความเป็น Green Boulevard เพื่อเติมเต็มความสดชื่นระหว่างพักอาศัย

อีกทั้งยังจัดให้มี Leisure Park เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน เดินเล่น จัดให้อยู่ในพื้นที่ที่ได้ความสงบ ส่วนตัวกระจายไปทั่วทั้งโครงการ เน้นการปลูกต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไม้โปร่ง ต้นสน พุ่มไม้ ไม้ดอก ไม้ยืนต้นฟอร์มเด่นสลับกันไปเพื่อให้เกิดร่มเงาและร่มรื่น ปลูกเอาไว้จนเต็มพื้นที่ดูแล้วได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอก เป็นการนำเอาศิลปะจากธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรม

ยิ่งช่วงนี้หน้าหนาวจะมีลมเย็นพัดมาสัมผัสเบาๆ ทำให้เรารู้สึกเย็นกายสบายใจ เป็นฟีลลิ่งดีๆ ที่ได้ใช้ชีวิตใจกลางกรุงท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวของต้นไม้ สีฟ้าจากสายน้ำและสีสันของธรรมชาตินานา

สรุป และมุมมองแบรนด์
#สรุป SMYTH’S Kaset-Nawamin เป็น Private Estate หรูแบบ Pool Villa ขนาด 3 ชั้น เป็นโครงการระดับหรูบนมาตรฐานระดับสูงจาก SINGHA ESTATE มีดีไซน์โดดเด่น เน้นฟังก์ชันการใช้งานได้จริง เป็นการออกแบบที่เน้น Quality not Quantity คือออกแบบให้มีการใช้งานที่หลากหลาย ในทุกห้องของบ้าน สามารถปรับฟังก์ชันให้ตรงตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้
ภาพรวมของโครงการออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวสูงสุดเป็นสำคัญ ทุกยูนิตจะเป็นแปลงมุม เพื่อความเป็นส่วนตัวและได้รับพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น รวมถึงเตรียมระบบรองรับนวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบ
โครงการตั้งอยู่บนถนนประเสริฐมนูกิจ ใกล้กับทางพิเศษฉลองรัชและวงแหวนกาญจนาภิเษก สะดวกต่อการเดินทางไปยังพื้นที่สำคัญต่างๆ ของกรุงเทพฯ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 1221
คำถามที่พบบ่อย
SMYTH’S เกษตร-นวมินทร์ อยู่ทำเลไหน เดินทางอย่างไร
SMYTH’S Kaset-Nawamin ตั้งอยู่เลียบทางด่วนเกษตร-นวมินทร์ บนถนนประเสริฐมนูกิจ เชื่อมต่อวงแหวนกาญจนาภิเษกและทางพิเศษฉลองรัชเข้าเมืองชั้นในได้สะดวก ทำเลเกษตร-นวมินทร์เป็นย่านบ้านหรูที่มีโครงการระดับบนและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งห้าง โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาล การวางตัวเลียบทางด่วนช่วยให้เดินทางเข้าใจกลางเมืองได้รวดเร็วแม้อยู่ในโซนชานเมืองฝั่งเหนือ
ราคาเท่าไร น่าลงทุนไหม
ราคาเริ่มต้นของ SMYTH’S Kaset-Nawamin อยู่ที่ราว 120 ล้านบาท ในระดับ Super Luxury ในเชิงการลงทุน บ้านระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไปจำนวนเพียง 10 หลังในทำเลเกษตร-นวมินทร์เป็นตลาดที่ซัพพลายจำกัดมากและกลุ่มผู้ซื้อมีกำลังซื้อสูง การถือครองบ้านแปลงมุมพร้อมสระและลิฟต์ส่วนตัวในโครงการ Ultimate Class ของ Singha Estate จึงมีความหายากในตัวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการรักษามูลค่าในระยะยาว
จุดเด่นของโครงการคืออะไร
จุดเด่นของ SMYTH’S Kaset-Nawamin อยู่ที่การเป็นพูลวิลล่าระดับ Ultimate Class ที่ทุกหลังเป็นแปลงมุมเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด พื้นที่ใช้สอยกว่า 806 ตารางเมตรต่อหลัง พร้อม Mancave-Supercar Garage สำหรับนักสะสมรถ สระว่ายน้ำและลิฟต์ส่วนตัว รวมถึง Pocket Garden เป็นพื้นที่ส่วนกลาง Singha Estate ในฐานะผู้พัฒนาที่มีพอร์ตทั้งอสังหาฯ และโรงแรมระดับโลกวาง SMYTH’S ให้เป็นเส้นบนสุดของบ้านหรูในเครือ



