Monday 27 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·13 Dec 2024

รีวิว Life Rama4 – Asoke คอนโดสวยคุ้มค่าจาก AP

Words & Photography · KANT
อาคารคอนโดไฮไรส์ Life Rama4 – Asoke เรืองแสงยามค่ำท่ามกลางเมือง

Last Updated: 12 July 2026

ENGLISH SUMMARY

Life Rama4–Asoke is a 39-storey high-rise condominium of 1,237 units by AP Thailand, completed in 2024. It sits on Rama 4 Road in Khlong Toei, steps from the MRT Queen Sirikit National Convention Centre station and Benchakitti Park, linking the Asoke and Sathorn business districts. Prices started around 4.29 million baht, averaging roughly 150,000 baht per square metre. KANT reads the project as a value-led entry point built around a genuinely central location.

สรุปตรง

Life Rama 4–Asoke เป็นคอนโดไฮไรส์จาก AP Thailand บนถนนพระราม 4 เขตคลองเตย ตัวอาคารพักอาศัยสูง 39 ชั้น พร้อมอาคารจอดรถแยกส่วน รวมยูนิตในโครงการระดับกว่าพันยูนิต จุดเด่นของทำเลคืออยู่ห่าง MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพียงราว 450 เมตร เชื่อมต่ออโศก พระราม 4 และคลองเตยที่กำลังถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ ราคาเริ่มราว 4.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 ห้องนอน ไปจนถึงระดับ 12 ล้านบาทในยูนิตใหญ่ ส่วนกลางวางสระว่ายน้ำและพื้นที่พักผ่อนไว้ชั้นบนของอาคารเพื่อเก็บวิวเมือง เชิงการลงทุน ทำเลพระราม 4–อโศกเป็นจุดตัดของเส้นทางธุรกิจสายหลัก ดีมานด์เช่าจากคนทำงานออฟฟิศและชาวต่างชาติยังหนาแน่น ทำให้คอนโดราคาจับต้องได้ติดรถไฟฟ้ามีโอกาสปล่อยเช่าและขายต่อได้ดี

Key Facts
DeveloperAP Thailand
Typeคอนโด
Locationพระราม 4 · คลองเตย · กรุงเทพฯ
Priceเริ่ม 4.49 ล้านบาท
Ready2567

Frank Lloyd Wright สถาปนิกบรมครูชาวอเมริกัน เคยพูดถึงหลักในการออกแบบของเขาซึ่งจะเป็นตัวกำหนดชีวิตที่สวยงามว่ามีอยู่ 4 องค์ประกอบ นั่นคือ

การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ (Connection to Nature) ความเรียบง่าย( Simplicity) ความสมบูรณ์ของวัสดุ (Integrity in Materials) และการสร้างพื้นที่เปิดโล่ง (Open Space)

หากใครกำลังมองหากที่อยู่อาศัยที่พร้อมด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ กานต์อยากแนะนำให้รู้จักกับ โครงการ Life พระราม 4-อโศก พื้นที่ซึ่งเติมเต็มความฝัน ตอบรับทุกจินตนาการ เพื่อเป็นทางเดินไปสู้่ความสำเร็จ เพราะที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตที่เราฝันถึง ทั้งทำเลที่สะดวก พื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ และมอบคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า

กานต์ขอเล่าใน 4 มุมมองหลังจากได้เข้าไปเยี่ยมชมโครงการมา ดังนี้ครับ

1. Life พระราม 4-อโศก นำเสนอความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัยในทำเลที่พร้อม ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตควบคู่กันไป ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง นำเราไปสู่คุณภาพชีวิตที่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การพักผ่อนหรือความบันเทิง เอาจริงๆ นะ ที่นี่มีให้ทุกอย่างที่ต้องการในการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพเลยครับ

2. โครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยแต่กำลังสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ครบทั้ง 4 คอนเซปต์คือ Work-Play-Chill-Peace ทำให้ Life พระราม 4-อโศก เป็นมากกว่าบ้าน เพราะจะเป็นชุมชนที่จะเติมเต็มทุกมิติของชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย สายกรีนชอบให้มีพื้นที่สีเขียวเยอะๆ คนที่รักสุขภาพใส่ใจการออกกำลังกาย หรือคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ไอเดียสร้างสรรค์ก็ล้วนตอบโจทย์ทั้งสิ้น

3. จุดเด่นที่เป็นไฮไลท์คือเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางที่จัดมาให้เยอะมาก ทั้งพื้นที่นั่งเล่นส่วนที่เป็นอินดอร์และกลางแจ้งกระจายกันไปในบริเวณชั้น 1 รวมไปถึง Sky Facilities ต่อเนื่องกันไป 4 ชั้นบนสุดของอาคาร ทำให้เราสามารถดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาเรื่อยไปจนถึงพื้นที่สีเขียวของบางกะเจ้า ส่วนอีกฝั่งเป็นวิวสวนเบญจกิติที่มีขนาดใหญ่กว่า 300 ไร่ ที่มีฉากหลังเป็นแสงไฟจากอาคาร City View ในเมืองกรุงดูศิวิไลซ์มากๆ

4. โครงการตั้งอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อทั้งสองเส้นทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ (พระราม 4 เชื่อมต่ออโศก สุขุมวิท) จึงโดดเด่นเรื่องการคมนาคมที่สะดวกทุกเส้นทาง ความทันสมัย สมดุลระหว่างการใช้ชีวิตแบบคนเมืองและการพักผ่อนที่ผ่อนคลายอย่างลงตัว

เรียกได้ว่า Life พระราม 4-อโศก เป็นคอนโดมิเนียมที่คิดและจัดมาให้แล้ว เป็นไปตามคอนเซปต์ “Choose Life Choose Everything … ชีวิตที่ไม่ต้องเลือก” ซึ่งต้องบอกเลยว่าเลือกไม่ถูกเลยครับเพราะ AP Thai จัดมาให้แบบแน่นๆ

อาคารคอนโดไฮไรส์ Life Rama4 – Asoke เรืองแสงยามค่ำท่ามกลางเมือง

โครงการ และแนวคิด

โครงการ Life พระราม 4–อโศก เป็นคอนโด High Rise สูง 39 ชั้น ขนาดที่ดิน 5-2-7.5 ไร่ จำนวน 1,237 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 4 ใกล้กับแยกพระราม 4 ที่เชื่อมต่อกับถนนสำคัญหลายสายเดินทางได้สะดวก

หญิงสาวบนรูฟท็อปพร้อมวิวเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ยามอาทิตย์อัสดง

โครงการนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ ครบครันด้วย Facilities ที่จัดมาให้ลูกบ้านเยอะมาก ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของโครงการเลยก็ว่าได้ครับ เรียกได้ว่านำหน้าอีกหลายโครงการที่เปิดขายกันในทำเลนี้ เพราะกานต์เองก็คิดว่าไม่น่าจะมีคอนโดมิเนียมที่ไหนในย่านพระราม 4 ที่ให้ได้เยอะเท่านี้อีกแล้ว

ห้องพักภายในโครงการ คู่รักริมระเบียงเปิดมุมมองเมือง

จะว่าไปก็ตรงกับคอนเซปต์ในการออกแบบของโครงการคือ “Choose Life Choose Everything … ชีวิตที่ไม่ต้องเลือก” นะครับ เพราะได้รับการออกแบบและจัดสรรมาให้แล้วจาก AP Thai ผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมซึ่งหยิบเอา Pain Point ของลูกบ้านและลูกค้ามาพัฒนาเป็นโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของทำเลที่สะดวกสบาย การเข้าถึงสาธารณูปโภคที่หลากหลายและครบครัน การออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่สีเขียวในโครงการแน่นๆ ดีไซน์แปลนห้องพักในฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและอยู่อาศัยได้สบายจริง

มุมรับประทานอาหารพร้อมโคมไฟระย้า คู่รักใช้เวลาร่วมกัน

ทำเล และการเดินทาง

ในส่วนของทำเลต้องบอกว่ายอมใจ AP Thai ที่หาที่ดินผืนใหญ่ใจกลางเมืองมาสร้างเป็นโครงการที่พักอาศัยได้เก่งมาก เพราะโครงการ Life พระราม 4–อโศก ถือเป็นโลเคชั่นมีความอุดมสมบูรณ์สูง แวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่มากมาย สามารถเชื่อมต่อไปยัง CBD ข้างเคียงต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสุขุมวิท, อโศก, เพลินจิต, สีลม, สาทร, เอกมัย, ทองหล่อ และพระราม 9 ใกล้กับทางด่วนเฉลิมมหานคร เพียง 1.6 กิโลเมตรเท่านั้น อีกทั้งยังอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระยะทางประมาณ 450 เมตรเท่านั้น ใช้เวลาเดินเท้าไม่ถึง 10 นาที เรียกได้ว่าสะดวกสบายมาก

ศาลาในสวนของโครงการพร้อมเด็กและงานจัดสวน

บริเวณโดยรอบโครงการยังแวดล้อมด้วยอาคารสำนักงาน เช่น The PARQ, FYI Center, Ocean Tower, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีสวนป่าเบญจกิติให้เราได้ไปออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าและในอนาคตยังจะแวดล้อมด้วยโครงการ Mix – Used ระดับหรูอีกมากมาย รอบโครงการมีโรงพยาบาล สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ตลาด ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่เก๋ๆ มีให้เลือกมากมายเลยครับ อย่างเช่นฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดสดคลองเตย ใกล้ๆ มี Big C Extra และ Tesco Lotus มีคอมมูนิตี้มอลล์ ชื่อดังอย่าง K Village, สวนเพลิน มาร์เก็ต, NiHonMaChi มีห้างสุดหรูอย่าง EM District หรือแม้แต่ One Bangkok ที่เพิ่งเปิดใหม่ก็อยู่ไม่ไกลเลยครับ

ส่วนสถานพยาบาลใกล้เคียงเพื่อสร้างความอุ่นใจในเรื่องการดูแลสุขภาพ อาทิ โรงพยาบาลเมดพาร์ค, โรงพยาบาลสวนเบญจกิติเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา, โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เป็นต้น

โครงการยังแวดล้อมด้วยสถานศึกษาชั้นนำที่จะทำให้บุตรหลานของเราเดินทางไปโรงเรียนได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์, โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, โรงเรียนนานาชาติเวล์ส ทองหล่อ, โรงเรียนนานาชาติ ASB สุขุมวิท, โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ, มศว.ประสานมิตร เป็นต้น

ภาพมุมสูงอาคาร Life Rama4 – Asoke พร้อมวิวแม่น้ำและเมือง

โครงการ Life พระราม 4–อโศก เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางได้ครบครัน รองรับได้ทุกความต้องการและการใช้งานจริง ผสานเข้ากับบรรยากาศของพื้นที่สีเขียวและวิวที่มองเห็นได้รอบทิศแบบ 360 องศา มีให้เลือกทั้งวิวของโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มองเลยไปจนถึงฝั่งบางกระเจ้าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปอดของคนกรุง ตลอดจนวิวของส่วนป่าเบญจกิติที่มีขนาดใหญ่ถึงกว่า 300 ไร่ มองออกไปจะเห็นต้นไม้ สนามหญ้า ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เติมเต็มความสดชื่นและมีฉากหลังเป็นอาคาร City View ที่ดูสวยงามให้ความรู้สึกถึงการพักอาศัยใจกลางเมืองที่แท้จริง

โลโก้ Life บนอาคารท่ามกลางพื้นที่สีเขียว

แม้โครงการจะตั้งอยู่ริมถนนใหญ่แต่กลับออกแบบให้มีพื้นที่เว้นระยะเข้าไปด้านในเล็กน้อย ผังโครงการออกแบบคล้ายรูปตัวแอล (L) กลับด้าน ทำให้ตัวอาคารมีระยะถอยร่นจากถนนหลัก ข้อดีที่เราสัมผัสได้คือความเงียบสงบใจกลางกรุง เมื่ออยู่ภายในห้องหรือใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง เราแทบจะไม่ได้ยินเสียงรถราวิ่งไปมา ทั้งยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ที่ปลูกไว้ในโครงการคอยเป็นบัฟเฟอร์กันเสียงและมลพิษอื่นๆ ให้อีกด้วย ราวกับเป็นโอเอซิสใจกลางกรุง

โครงการ Life พระราม 4–อโศก จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่กานต์มองว่านี่เป็นงานสถาปัตยกรรมที่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน การใช้แสงเงา สร้างบรรยากาศที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ส่งเสริมให้เรารู้สึกถึงความผ่อนคลายในทุกวัน

façade อาคารคอนโดไฮไรส์ตัดกับท้องฟ้า

ส่วนกลาง และการออกแบบ

เมื่อมาถึงภายในโครงการรถยนต์ของลูกบ้านจะผ่านเข้าออกด้วยระบบระบบ KATSAN จดจำป้ายทะเบียน ที่สร้างสรรค์มาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ปลอดภัยในการอยู่อาศัยของลูกบ้านแบบครบวงจร

โดยรอบโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณทางเข้า-ออกและภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านข้างจะมีประตูเล็กสำหรับลูกบ้านผ่านเข้า-ออกโครงการ โดยจะใช้ระบบ Face Scan เพื่อคัดกรองและตอบสนองต่อการรักษาความปลอดภัย

เมื่อเข้ามาด้านในจะเป็นบริเวณจุด Drop-Off ส่วนอาคารจอดรถจะวนออกไปทางด้านหลัง พื้นทางเข้าโครงการปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ทำให้ภาพรวมดูสะอาดเรียบร้อยสวยงาม เติมความสดชื่นด้วยการปลูกไม้ยืนต้นเอาไว้ตลอด 2 ฝั่งตามแนวถนน ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นมากครับ

ทางเดินในสวนพร้อมเด็กวิ่งเล่นท่ามกลางแมกไม้

โครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้หลากหลาย แต่ละจุดมีคอนเซปต์ดีไซน์ที่น่าสนใจมากๆ ครับ ซึ่งเราจะค่อยๆ พากันไปชมในแต่ละพาร์ท

เริ่มจากสวนสีเขียวด้านหน้าเรียกว่า Sylvan Park เป็นทางเดินท่ามกลางพื้นที่สีเขียวแบบเปิดโล่ง เวลาที่เหนื่อยๆ หลังเดินทางกลับมาจากข้างนอกเข้ามาแล้วจะรู้สึกทันทีถึงความสบายตาสบายใจ เป็นฟีลลิ่งของได้กลับมาอยู่ในคอนโดมิเนียมซึ่งเปรียบเสมือนเซฟโซนเป็นที่ที่เราคุ้นเคยและตกหลุมรัก

สนามหญ้าวงกลมพร้อมผู้อยู่อาศัยวิ่งออกกำลังกายในสวน

พื้นที่นี้เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สามารถวิ่งออกกำลังกายได้ท่ามกลางบรรยากาศของต้นไม้น้อยใหญ่ กานต์ว่าเป็นไอเดียที่ดีมากเพราะเอาเข้าจริงเราก็ไม่ได้อยากจะวิ่งในฟิตเนสตลอดเวลา ลงมาด้านล่างมีทางเดินออกกำลังกาย มีสนามหญ้า มี Water Feature เพิ่มความสดชื่นสบายตา มีการดีไซน์พื้นที่นั่งเล่นเป็นรูปทรง Free Form เอาไว้ให้เราได้นั่งพักเหนื่อยกันสักหนึ่งกรุบ

พื้นที่โคเวิร์กแบบพอดตกแต่งเบาะสีส้มและต้นไม้

ถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่สำหรับนั่งพูดคุยกันกลางแจ้งในวันที่อากาศเป็นใจ มีแสงแดดอ่อนๆ ลมพัดเย็นสบาย เราชวนคนรู้ใจมานั่งจิบเครื่องดื่ม อ่านแมกกาซีนเล่มโปรด บริเวณนี้จัดแบ่งออกเป็น 4 ซุ้มเพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมกับจัดวางเบาะที่นั่งเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

ระเบียงและพื้นที่สีเขียวของโครงการยามอาทิตย์อัสดง

นอกจากนี้ โครงการยังจัดให้มีพื้นที่ Semi-outddor อีกด้านของอาคารซึ่งออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งสังสรรค์พูดคุยกันท่ามกลางบรรรยากาศของสวนสีเขียวแต่ยังให้ความเป็นส่วนตัว เรียกมุมนี้ว่า Whispering Lounge พื้นที่นี้เราสามารถนัดหมายแขกจากภายนอกให้มาพบปะพูดคุยกันที่บริเวณส่วนกลางแจ้งในบรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง และยังมอบความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยไม่จำเป็นต้องไปพูดคุยกันบนห้องพัก

เลานจ์ส่วนกลางพร้อมโคมไฟวงกลมเปิดมุมมองสวน

จากพื้นที่นั่งกลางแจ้งเราพาไปชมพื่้นที่พักผ่อนของส่วนกลางภายในอาคารกันบ้างครับ แบ่งออกเป็นหลายห้องกระจายกันออกไปรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ให้ลูกบ้านสามารถใช้งานพร้อมกันได้ ส่วนการเข้าออกทุกห้องของพื้นที่ส่วนกลางจะใช้ระบบ Face Scan ทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวและป้องกันการแอบอ้างสิทธิ์จากบุคคลภายนอกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งลูกบ้านจะต้องไปลงทะเบียนใบหน้าที่สำนักงานนิติบุคคลก่อนนะครับ

กานต์พามาดูพื้นที่ส่วนกลางของชั้นหนึ่ง เราเริ่มจากห้องแรกอยู่ทางด้านขวามือของทางเข้าอาคารเรียกว่า The Parlour ความตั้งใจคือออกแบบมาให้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหรือรับรองแขก มีประตูแยกสำหรับเดินออกไปยังห้องน้ำส่วนกลางได้สะดวก จัดวางชั้นโชว์ประดับสวยงามให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนอยู่ในโรงแรม

เลานจ์พร้อมโคมไฟวงกลมและที่นั่งยาวบนพื้นหินอ่อน

ภายในจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานอยู่ 3 ส่วนหลักคือ โซฟายาวสีส้มวางอยู่ด้านในชิดผนัง สามารถมานั่งกันเป็นกลุ่มได้สบายๆ เลยครับ ส่วนถัดมาเป็นโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ซึ่งออกแบบได้สวยมาก Element ของโต๊ะกับโคมไฟทรงกลมสอดรับกันได้เป็นอย่างดี ทำให้ห้องนี้ดูน่าสนใจและเหมาะแก่การใช้รับรองแขกในการพูดคุยธุระสำคัญ

เลานจ์พร้อมกระจกสูงเปิดมุมมองสวนและผิวน้ำ

ส่วนอีกจุดที่กานต์ว่าน่าสนใจไม่แพ้กันคือการออกแบบให้ที่นั่งคู่แบบ Honeymoon Seat เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว เราสามารถนั่งด้วยกันสองคน ชี้ชวนกันชมวิวสวนสีเขียวที่อยู่ด้านนอกได้ในบรรยากาศแบบส่วนตัว

ล็อบบี้เลานจ์เปิดมุมมองสวนในยามค่ำ

ห้องต่อมาอยู่ฝั่งตรงข้ามหรือทางด้านซ้ายของ Drop-Off นั่นเองครับ ดีไซน์เป็นห้องกระจกเปิดโล่งเพื่อรับวิวพื้นที่สีเขียวภายนอกเช่นกัน การตกแต่งหรูหราไม่แพ้ The Parlour เลยครับ รองรับการใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน โครงการตั้งชื่อห้องนี้ว่า Play Fulness Bar แค่ฟังชื่อก็รู้เลยว่าเป็นห้องที่สนุกสนานกว่า เอนจอยและเป็นกันเองกว่า ก็น่าจะบ่งบอกรูปแบบการใช้งานได้นะครับ เหมาะกับการต้อนรับแขกจากภายนอกให้มาพูดคุยธุระกันที่ห้องนี้

ล็อบบี้ใหญ่พร้อมโคมไฟคริสตัล มุมรับประทานอาหาร และเสา

งานดีไซน์มีความเรียบหรูราวกับอยู่ใน Lobby ของโรงแรมซึ่งจะต่างจาก The Parlour เล็กน้อยตรงที่ The Parlour จะให้ความเป็น Exexutive Lounge มากกว่าถ้าจะเทียบกันแบบนั้น ภายในของ Play Fulness Bar โดดเด่นด้วยแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่บริเวณตรงกลางสร้างจุดนำสายตาได้ดี มีงานดีไซน์ที่ทำให้ห้องรู้สึกเคลื่อนไหวไม่อยู่นิ่งสร้างครีเอทีฟให้กับผู้พักอาศัยในการคิดงานใหม่ๆ ได้ดีมากเลยครับ

ล็อบบี้เลานจ์พร้อมชุดโซฟาและเสาเปิดมุมมองสวน

ภายในจัดวางโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ไว้ใต้แชนเดอเลียร์ที่อยู่ตรงกลางห้องดูโดดเด่นมาก เป็นมุมที่กานต์ว่าดีไซน์มาสวยและหรูหราดี Play Fulness Bar มีการแบ่งโซนนั่งเล่นกระจายตัวออกไปเป็นหลายจุด เพื่อรองรับการใช้งานหลากหลายทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม จะได้เกิดความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งแบบโต๊ะประชุมสำหรับใช้งานร่วมกันและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้บนโต๊ะ สามารถกาง Laptop นั่งทำงานได้แบบเก๋ๆ ไม่ต้องออกไปคาเฟ่ที่ไหน อีกทั้งโครงการได้ออกแบบให้มีปลั้กในแทบทุกจุดเลยครับเพื่อรองรับการใช้งานจริง

ทางเดินล็อบบี้พร้อมเสาไม้เปิดมุมมองสวน

ถัดมาเป็นชุดโซฟาสีขาวสำหรับนั่งคุยงานเบาๆ พร้อมกับมองเห็นวิวสีเขียวของสวนด้านนอก หรือหากอยากได้ความเป็นส่วนตัวพร้อมกับวิวสวนก็สามารถเลือกนั่งเป็นที่นั่งแบบคู่สไตล์ Honeymoon Seat ก็ได้เช่นกัน เพียงแต่อาจจะไม่ได้มี Partition กั้นเอาไว้ให้แต่ก็ได้รับความเป็นส่วนตัวอยู่มากพอสมควรครับ

เลานจ์พร้อมที่นั่งทรงกลมและผนังไม้เปิดวิวสวน

อีกมุมที่กานต์ชอบคือออกแบบให้มีหลุมเบาะกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ที่นั่งลักษณะเป็น Sunken Seating ซึ่งปกติเราจะเห็นอยู่เป็นที่นั่งภายนอก เอาไว้นั่งล้อมวงชิลๆ กับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว พอยกเข้ามาไว้ด้านในก็ดูเก๋ไปอีกแบบและยังเพลินใจไปกับวิวของสวนที่เปิดกว้างผ่านกระจกใสมองเห็นพื้นที่สีเขียวพร้อมความเคลื่อนไหวภายนอกด้วยครับ

เคาน์เตอร์ต้อนรับและล็อบบี้พร้อมเคาน์เตอร์หินและต้นไม้

อีกหนึ่งมุมนั่งเล่นที่กานต์ชอบจะเป็นที่นั่ง Semi-Outdoor อยู่บริเวณด้านหน้าลิฟต์พอดี ความตั้งใจของสถาปนิกก็คือต้องการให้เป็นพื้นที่รอคอยสำหรับ Visitor ที่มาพบลูกบ้าน และแน่นอนว่าไม่สามารถเข้าไปนั่งรอยัง The Parlour หรือที่ Play Fulness Bar ได้เนื่องจากตามกฎแล้วต้องใช้ระบบ Face Scan นั่นเองครับ ทำให้ลูกบ้านคนอื่นพลอยได้รับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ดังนั้น ต้องรอให้เจ้าของห้องลูกบ้านลงลิฟต์มารับแขกด้วยตัวเองก่อน

The Green Court โครงการออกแบบที่นั่งเป็นทรงเหลี่ยมตัดมุมดูกลมกลืนกับบรรยากาศภายนอกที่ดูสบายๆ จัดวางที่นั่งเอาไว้รองรับได้พร้อมกันหลายท่าน สามารถมานั่งรอชมวิวสวยๆ ของสวนสีเขียวไปพร้อมๆ กันได้

เลานจ์พร้อมโคมไฟวงกลมและมุมนั่งเล่น

ติดกันคือ The Reception แค่การตั้งชื่อก็รู้แล้วว่าออกแบบมาให้เป็นห้องรับรองแขกและใช้เป็นห้องมาติดต่อธุระต่างๆ กับทางเจ้าหน้าที่นิติบุคคล ซึ่งไม่ค่อยเห็นโครงการไหนออกแบบให้มีห้องรับรองแบบเป็นกิจลักษณะแบบนี้ เพราะบางทีอาจจะรอรับบริการหรือการประสานงานใดๆ จากทางนิติฯ อยู่ ก็จะได้มีพื้นที่นั่งรอ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของสำนักงานขายโครงการอยู่ครับ ซึ่งจะพร้อมส่งมอบทันทีหลังปิดการขายเรียบร้อย ช่วงนี้ก็จะคึกคักหน่อยเพราะมีทั้งลูกค้ามาติดต่อขอชมห้องและลูกค้าที่เริ่มทยอยโอนและย้ายเข้าอยู่กันแล้วครับ บอกแล้วว่า โครงการ Life พระราม 4–อโศก เป็นของดีที่ Rare Item จริงๆ ครับ การตอบรับของลูกค้าดีมากๆ น่าจะขายหมดในเร็วๆ นี้

รายละเอียดผนังกรุไม้ของพื้นที่ส่วนกลาง

นอกจากนี้ยังมี Smart Mail Box ห้องรับจดหมายของลูกบ้านที่ออกแบบได้เรียบร้อย ป้ายเลขที่บ้านขนาดใหญ่เรียงรายกันไป ภายในจะใช้เป็นระบบดิจิทัลที่ต้องใช้ Key Card ในการเปิดตู้เพื่อความปลอดภัย

พาวิลเลียนกระจกทรงกลมในล็อบบี้พร้อมผิวน้ำ

จากนั้นเดินออกมาทางด้านขวาเล็กน้อยเราจะพบกับ Chill Out Lab ซึ่งกานต์ชอบมาก ออกแบบอย่างสร้างสรรค์ด้วยแนวคิดที่เน้นความผ่อนคลายให้ได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติรอบตัว โครงสร้างกระจกทรงกลมรอบห้องช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและทัศนียภาพภายนอกได้ 360 องศาเปิดรับโอเอซิสจากวิวสวนอันร่มรื่น สร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายและให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ ภายในจัดวางที่นั่งสไตล์ Bean Bag แบบสบายๆ ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจีที่สะท้อนถึงความสดชื่น พร้อมกับการจัดแสงโคมไฟที่ส่องแสงระยิบระยับ เติมเต็มบรรยากาศอบอุ่นและหรูหรา ห้องนี้จึงเป็นพื้นที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบสำหรับการผ่อนคลาย ให้ความเป็นส่วนตัวและใช้เวลาร่วมกัน

เลานจ์พร้อมโซฟาโค้งสีส้มและชั้นไม้เปิดวิวเมือง

พื้นที่ส่วนกลางอีกหนึ่งห้องที่แยกออกไปยังอีกฝั่ง เรียกว่า The Green Tunnel ออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่พักผ่อนธรรมดา เพราะเป็นการผสานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว ที่นี่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสบรรยากาศของการผ่อนคลายและการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ที่ชอบก็คือการปูพื้นด้วยหินอ่อนสีฟ้าอันโดดเด่นจากลวดลายธรรมชาติ Blue Marble Tile เต็มพื้นที่ พร้อมตกแต่งด้วย Wallcovering แบรนด์ระดับโลก OMEXCO จากเบลเยียม

ภายใน The Green Tunnel ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซนที่ออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ เดินเข้าไปด้านในจะพบกับมุมส่วนตัวเล็กๆ ที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือในบรรยากาศสงบ จัดวางโซฟาดีไซน์ฟรีฟอร์มสีส้มดูสดใด ตกแต่งในบรรยากาศคล้ายกับห้องรับแขกที่บ้าน มุมนี้ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว แต่ยังคงเปิดรับแสงและมุมมองสวนจากภายนอก เหมาะสำหรับการใช้เวลาอยู่กับตัวเองและครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนแบบส่วนตัว 

คอร์ตยาร์ดสวนในร่มพร้อมต้นไม้และมุมนั่งเล่น

ถัดเข้าไปเป็นโซนที่นั่งรับแขกที่จัดวางโซฟาสีขาวครีมตลอดแนวผนังสามารถนั่งทำงานกันเป็นคู่หรือจะนั่งอ่านหนังสือคนเดียวก็ได้ ออกแบบมาโดยให้ความรู้สึกสบายและเป็นกันเอง โซนนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านแต่มีสไตล์แบบโมเดิร์น การใช้กระจกโปร่งทำให้พื้นที่นี้สามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ มองเห็นวิวสวนสีเขียวขจีภายนอกที่ไหลลื่นเข้ามาในตัวห้องอย่างกลมกลืน สร้างความรู้สึกของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในชีวิตกลางกรุงทุกวันนี้ 

เลานจ์พร้อมชั้นไม้ระแนงและเก้าอี้สีแดงตกแต่งต้นไม้

ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องประชุมที่ออกแบบอย่างหรูหรา เราสามารถเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนไอเดียหรือวางแผนการงานในบรรยากาศที่สงบและมีสมาธิ ห้องนี้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้พักอาศัย พร้อมกับการจองผ่านระบบเพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ดังนั้น กานต์มองว่า The Green Tunnel จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนที่โครงการ Life พระราม 4-อโศก รังสรรค์เอาไว้ให้ แต่การนำเอางานดีไซน์มาใช้เพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกอารมณ์ความรู้สึกและกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงนั่นเองครับ 

หญิงสาวจิบเครื่องดื่มชมวิวเมืองยามค่ำ

กดลิฟต์พาขึ้นมาชมพื้นที่ส่วนกลางชั้นบนกันบ้างครับ เรียกว่า Sky Facilities อยู่ 4 ชั้นบนสุดของโครงการ เต็มอิ่มด้วยพื้นที่สีเขียวของต้นไม้ สีสันสดใสของการตกแต่งภายใน สีฟ้าจากสระว่ายน้ำและสีสันของ Vanilla Sky ท้องฟ้ายามเย็นที่มองเห็นได้รอบทิศทางแบบพาโนรามิค

เราเริ่มจากชั้น 36 กันก่อนครับ ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยด้วยทว่าจะอยู่อีกฝั่ง ดังนั้นใครที่ซื้อชั้นนี้ก็เหมือนจะมีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกรบกวนแต่อย่างใด โครงการออกแบบให้มีโถงทางเดินเป็นแนวยาวจากลิฟต์เพื่อเชื่อมไปยัง Sky Studio และ The Circular Lounge ระหว่างทางเดินจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งบางกระเจ้าตลอดจนสีสันบรรยากาศของเมืองที่สวยงามยามต้องแสงไฟ 

สกายเลานจ์เปิดมุมมองเมืองพร้อมมุมรับประทานอาหารยามค่ำ

ส่วนแรกจะเป็นห้อง Sky Studio แบ่งออกเป็น 2 ห้องย่อย คล้ายกับเป็นห้องประชุมนั่งทำงาน ซึ่งแต่ละห้องก็มีการจัดฟังก์ชันภายในที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นห้องแรกออกแบบให้มีโต๊ะประชุมขนาดใหญ่สำหรับใช้นั่งทำงาน หรือจัดประชุมแบบส่วนตัวได้ ภายในห้องจะมีจอทีวีขนาดใหญ่ และกระดานบนผนังกระจกให้เราได้ขีดเขียนเนื้อหาการประชุมได้ด้วย 

สกายเลานจ์พร้อมโซฟาสีน้ำเงินเปิดมุมมองเมือง

อีกห้องออกแบบมาสำหรับนั่งพักผ่อนสบายๆ มากกว่า อารมณ์เหมือน Sky Lounge เพราะโครงการจัดวางชุดโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนเอาไว้ให้ เราอาจจะชวนเพื่อนมาจอยปาร์ตี้ ดูหนัง ดูซีรีย์ ดูบอล หรือนั่งเม้าท์มอยกันเพลินๆ ก็ได้ ห้องนี้จะให้ความเป็นกันเองมากกว่า แต่ทว่าวิวสวยทั้ง 2 ห้องเลยครับ 

สกายเลานจ์พร้อมฝ้าเพดานไม้โค้งและวิวเมือง

ห้องถัดมากานต์ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยครับนั่นคือ The Circular Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนในวันสบายๆ ให้ความหรูหราและโรแมนติกมากครับ โครงการเลือกใช้หินอ่อนที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่าง Black Forest Marble ที่เพิ่มความเท่ให้กับห้องนี้และ Wallcovering ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นแบรนด์ OMEXCO จากเบลเยียม 

สกายเลานจ์ทรงโค้งพร้อมผู้คนและวิวเมือง

สิ่งที่ทำให้ The Circular Lounge โดดเด่นคือการใช้กระจกสูงจรดเพดานรอบด้าน เปิดรับแสงธรรมชาติในทุกช่วงเวลาของวัน เราสามารถชมวิวกรุงเทพได้แบบ 180 องศาโดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินจะเป็นวิวที่ฟินมากจริงๆ ครับ บรรยากาศภายในโปร่งโล่งและมีชีวิตชีวา ให้อารมณ์เหมือนอยู่ใน Sky Lounge ของโรงแรมหรูใจกลางกรุง แต่จะดีกว่าแค่ไหน ถ้าเราสามารถเป็นเจ้าของวิวนี้ได้ด้วยตัวเองในทุกวันโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสักบาท ได้มาชมวิวทิวทัศน์ของเมือง บรรยากาศของแม่น้ำที่ทอดตัวอยู่ด้านนอก และวิวพระอาทิตย์ตกดิน ทำให้ห้องนี้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษ เหมาะแก่การพักผ่อนในช่วงเวลาส่วนตัวกับคนรัก ครอบครัวหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูงคนสนิท 

สกายเลานจ์พร้อมเก้าอี้สีแดงเปิดมุมมองเมืองยามอาทิตย์อัสดง

การตกแต่งภายในที่สวยงามได้รับการออกแบบด้วยความพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยโซฟาทรงกลมสีแดงกำมะหยี่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง บนพื้นหินอ่อนที่สะท้อนแสงเป็นประกายเสริมให้โซฟาดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ ชั้นโลหะสีทองที่จัดเรียงเป็นเส้นโค้งตามรูปทรงของห้องไม่เพียงแต่สร้างมิติให้กับพื้นที่ แต่ยังเพิ่มความรู้สึกของความหรูหราที่ลงตัว พื้นหินอ่อนลวดลายสวยงามเสริมบรรยากาศให้มีความกลมกลืนระหว่างความหรูหราและความอบอุ่น สามารถยืนชมวิวพระอาทิตย์ตกของกรุงเทพมหานครจากมุมนี้ได้อย่างสวยงาม 

หญิงสาวริมหน้าต่างสูงชมวิวเมืองยามค่ำ

The Circular Lounge ออกแบบให้มีการจัดวางที่นั่งหลากหลายสไตล์ ทั้งชุดเก้าอี้และโซฟารองรับทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัวสำหรับการอ่านหนังสือ มุมโต๊ะกลมสำหรับการประชุมกลุ่มเล็กในบรรยากาศสบายๆ หรือมุมโต๊ะสูงแบบพูลบาร์ที่สามารถชมวิวในมุมสูงได้ นอกจากนี้ยังมีโคมไฟระย้าดีไซน์โมเดิร์นที่ห้อยลงมาจากเพดาน ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและน่าประทับใจมองออกไปเห็นวิวสวนเบญจกิติ

กานต์มองว่า โครงการตั้งใจออกแบบให้ The Circular Lounge เป็นมากกว่าพื้นที่สังสรรค์ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ของการอยู่อาศัยในบรรยากาศที่หรูหราและสวยงามเสมือนงานศิลปะ ทุกมุมของพื้นที่จึงได้รับการออกแบบให้สะท้อนความพิถีพิถันสอดคล้องไปกับแนวคิดของการใช้ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ 

ทัศนียภาพอาคารคอนโดและเส้นขอบฟ้าของเมือง

The Circular Lounge ออกแบบให้มีการจัดวางที่นั่งหลากหลายสไตล์ ทั้งชุดเก้าอี้และโซฟารองรับทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัวสำหรับการอ่านหนังสือ มุมโต๊ะกลมสำหรับการประชุมกลุ่มเล็กในบรรยากาศสบายๆ หรือมุมโต๊ะสูงแบบพูลบาร์ที่สามารถชมวิวในมุมสูงได้ นอกจากนี้ยังมีโคมไฟระย้าดีไซน์โมเดิร์นที่ห้อยลงมาจากเพดาน ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและน่าประทับใจมองออกไปเห็นวิวสวนเบญจกิติ

กานต์มองว่า โครงการตั้งใจออกแบบให้ The Circular Lounge เป็นมากกว่าพื้นที่สังสรรค์ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ของการอยู่อาศัยในบรรยากาศที่หรูหราและสวยงามเสมือนงานศิลปะ ทุกมุมของพื้นที่จึงได้รับการออกแบบให้สะท้อนความพิถีพิถันสอดคล้องไปกับแนวคิดของการใช้ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ 

สกายเทอเรซเปิดมุมมองเมืองพร้อมม้านั่งสีแดง

ชั้นนี้ออกแบบให้มีพื้นที่นั่งเล่นแบบขั้นบันไดต่างระดับในลักษณะคล้ายอัฒจันทร์ หรือที่เรียกว่า Amphitheater จัดวางที่นั่งแบบกลางแจ้งเบาะสีแดงสดใสตัดกับสีเขียวของต้นไม้ได้ดีมาก เป็นพื้นที่ให้เราสามารถชมวิวกรุงเทพในมุมสูง มองออกไปจะเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นเรือล่องผ่านไปมาและมองเลยไปยังพื้นที่สีเขียวของบางกะเจ้าได้สบายๆ เลยครับ 

รูฟท็อปสวนพร้อมเสาสีแดงเปิดมุมมองเมือง

มุมสุดของอาคาร The Chill Corner ออกแบบให้มีบันไดต่างระดับเดินขึ้นไปอีกนิดหน่อยครับ ด้านบนจะมีที่นั่งลักษณะเป็นวงกลมล้อมรอบต้นไม้ใหญ่ ให้เรามานั่งพักผ่อนสบายใจคล่้ายกับนั่งในสวนสาธารณะ ทว่านี่คือสวนลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่มากปลูกต้นไม้ใหญ่กันจริงจังเป็นการหยิบยกเอา Vertical Garden มาใช้ในการออกแบบอย่างจริงจัง ทำให้ลูกบ้านได้สัมผัสกับธรรมชาติสีเขียวได้แม้ว่าจะอยู่ในคอนโดมิเนียมก็ตาม 

ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์คาร์ดิโอเปิดมุมมองเมือง

สระว่ายน้ำ และวิว

มาถึง Facilities ที่ชั้น 38 กันบ้างครับ เราเริ่มจากห้องฟิตเนสกันก่อนตั้งชื่อได้เท่ห์มากเลยครับ The Muscle Factory ภายในห้องมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ทางโครงการได้ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายครบทั้งแบบ Cardio และ Weight Training Machine พร้อมกับโซนฟรีเวทให้เราออกกำลังเพื่อสุขภาพได้ตามใจ กระจายอุปกรณ์ไปทั่วห้องพร้อมจัดแบ่งเป็นโซนออกกำลังกายแตกต่างกันไป ที่เราชอบคือการจัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าให้หันหน้าออกไปทางสวน ผ่านมุมมองของห้องกระจกชั้นบนที่มองเห็นบรรยากาศของวิวเมืองและโค้งน้ำเจ้าพระยา ดูแล้วสดชื่นสบายตาดีครับ พลอยให้คลายเหนื่อยลงไปได้บ้าง อีกทั้งยังออกแบบให้มีพาร์ทิชั่นกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวขณะออกกำลังกาย 

สกายเทอเรซเปิดมุมมองเส้นขอบฟ้าของเมือง

จากฟิตเนสเราเดินต่อมายังสระว่ายน้ำกันบ้างเรียกว่า The Laps Pool เป็นสระว่ายน้ำหลักของโครงการ ออกแบบให้เป็นสระแบบกลางแจ้งขนาดเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิคซึ่งมีความยาวรวมกว่า 50 เมตร สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้อย่างจริงจัง หรือจะมาแช่น้ำพักผ่อนชมวิวพระอาทิตย์ตกดินก็ได้เช่นกัน 

ภาพมุมสูงอาคารพร้อมสระว่ายน้ำรูฟท็อปและเมือง

พื้นที่ของสระว่ายน้ำ The Laps Pool จะแบ่งออก 3 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย Laps Pool สระว่ายน้ำใหญ่ มีมุม Jacuzzi ให้แช่ตัวสบายๆ และมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กซึ่งออกแบบให้อยู่ด้านในสุดพร้อมจัดวางที่นั่งสำหรับพักผ่อนริมสระ ใครอยากจะมานอนอ่านหนังสือหรือ อาบแดด นอนฟังเสียงน้ำให้สบายใจ นั่งเล่นรับลมเย็นสบายก็ได้ฟีล Happy มีความสุขมากแล้วครับ ส่วนคุณแม่ที่มารอลูกว่ายน้ำก็สามารถมานั่งบริเวณพื้นที่รับรองนี้ได้ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งแบบ Open Air 

ห้องซาวน่ากรุไม้ภายในโครงการ

อีกทั้งสระว่ายน้ำยังอยู่ใกล้กับพื้นที่ชาวเวอร์และมีห้องน้ำขนาดใหญ่แยกชาย-หญิง รองรับการใช้งานให้เพียงพอต่อความต้องการ ภายในห้องน้ำประกอบด้วย โถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ และมีตู้ล็อคเกอร์สำหรับเก็บเสื้อผ้า ภายในห้องน้ำชายจะมีห้อง Steam และห้องน้ำหญิงจะเป็น Sauna จัดมาให้เรียบร้อยแล้วครับ 

ทางเดินโค้งกรุหินอ่อน ผู้อยู่อาศัยเดินผ่าน

ถัดเข้าไปทางเดินดีไซน์เป็นซุ้มประตูโค้งทรง Arch ได้สวยงามมากเลเยอร์มีการสลับสีสลับลายกลายเป็นจุดเช็คอินที่ทำให้หลายคนชอบมาถ่ายรูปกับมุมนี้ พร้อมกับออกแบบให้มีชุดที่นั่งในร่มสำหรับรับลมเย็นๆ หรือใครอยากจะไปแช่น้ำเล่นก็มี Sundeck วางเอาไว้ในสระว่ายน้ำให้เรียบร้อย ได้ฟีลโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวดีมากๆ 

ผู้อยู่อาศัยชมวิวเมืองและแม่น้ำในบรรยากาศผ่อนคลาย

มุมมองจากสระว่ายน้ำจะเห็นวิวแบบพาโนรามิค 270 องศาเลยครับ ฝั่งที่สระว่ายน้ำหันหน้าออกไปจะเป็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มองเลยไปจนเห็นป่าที่ฝั่งบางกระเจ้า ตอนเช้าที่ว่าสวยแล้ว ตอนใกล้ค่ำท้องฟ้าเป็นสีทองมองแล้วสวยกว่ามากเลยครับ 

สระว่ายน้ำอินฟินิตี้รูฟท็อปยามอาทิตย์อัสดงเปิดวิวเมือง

แต่ขยับมามองตรงจากกลางสระว่ายน้ำในช่วงยามเย็น เราจะเห็นวิวพระอาทิตย์ตกในกรุงเทพมหานครที่มีอาคารน้อยใหญ่เป็นฉากเติมความอลังการและตอกย้ำไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เหนือว่าใคร มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกแบบส่วนตัวได้ในทุกวัน 

ภาพมุมสูงเมืองพร้อมแม่น้ำและสวนสาธารณะ

ส่วนทางด้านขวาจะเป็น City View ที่มองเห็นอาคารน้อยใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ตอนเปิดไฟช่วงใกล่้ค่ำคือสวยมาก โดยมีฉากหน้าเป็นสวนป่าเบญจกิติ เนื้อที่กว่า 300 ไร่ พร้อมกับ lake ขนาดใหญ่ คอยเติมเต็มความสดชื่นให้เรา แค่เพียงได้มองออกไปก็รู้สึกสบายใจแล้วครับ 

คาบานาและมุมพักผ่อนริมสวนของโครงการ

สุดทางเดินของสระว่ายน้ำจะมีบันไดออกแบบให้เราสามารถเดินเชื่อมต่อลงไปยังด้านล่างได้ ตั้งชื่อมุมนี้ว่า Sundown Terrace เป็นที่นั่งสำหรับหลบมุมพักใจในช่วงเวลาที่ต้องการความเงียบสงบ เพราะเอาจริงๆ นะ กานต์คิดว่าน่าจะมีคนเดินลงมาไม่เยอะมากและโครงการเองก็จัดที่นั่งพักผ่อนกระจายออกไปในหลายจุดอยู่แล้วทำให้มีพื้นที่กึ่งกลางแจ้งแบบส่วนตัวให้เราได้ใช้เวลากับตัวเอง ฟังเพลงที่ชอบพร้อมกับหนังสือเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้ 

สระว่ายน้ำอินฟินิตี้รูฟท็อปเปิดมุมมองเมืองพร้อมพื้นที่สีเขียว

ส่วนชั้นบนสุดออกแบบให้เป็นสวนสีเขียวที่แยกฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย ให้ลูกบ้านสามารถขึ้นมาเดินเล่นและชมวิวมุมสูงของโครงการได้แบบ 360 องศากันเลยทีเดียว ด้านบนลมเย็นดีมาก เหมาะสำหรับมาพักผ่อนสบายๆ แบบไม่ต้องออกไปที่ไหนไกลๆ เป็นการสร้างสรรค์การพักอาศัยผ่านงานดีไซน์ที่เน้นการผสมผสานความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติเข้ากับมุมมองอันน่าทึ่งของกรุงเทพฯ เส้นขอบฟ้าที่ทอดยาวออกไปเป็นพื้นหลังของการออกแบบสวนที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทำให้พื้นที่นี้เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือผ่อนคลายใจในช่วงเวลาที่แสนวุ่นวายของเมืองใหญ่ 

ทางเดินสวนรูฟท็อปพร้อมต้นไม้เปิดมุมมองเมือง

ยอมรับเลยว่า Life พระราม 4-อโศก เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวภายในเยอะมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่สุด เราสามารถมาเดินเล่นในสวนนั่งพักผ่อนหย่อนใจในช่วงเวลาเช้าหรือเย็นได้มีวิวที่สวยงามให้ชม ระหว่างทางเดินจะมีดอกหญ้าที่ปลูกเอาไว้คอยโบกทักทายเราไปตามสายลม นำสายตาไปยังจุดนั่งเล่นทรงกลมที่ได้รับการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ จัดวางที่นั่งอย่างกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ผสมผสานระหว่างเบาะนุ่มและพื้นหญ้าเขียวสด เติมเต็มบรรยากาศของธรรมชาติที่ลงตัวกับการใช้ชีวิตในเมือง 

ภาพรวมสวนรูฟท็อปและพื้นที่สีเขียวของโครงการ

มี The Panoramic Stack เป็นจุดชมวิวที่เปิดรับมุมมองแบบพาโนรามา ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินที่สมบูรณ์แบบ เอาจริงๆ กานต์ว่าถ้าได้นิติบุคคลมาบริหารดีๆ ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่กลางแจ้งนี้ได้มากขึ้นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโยคะยามเช้าหรือการชวนลูกบ้านมาออกกำลังกายเบาๆ รับพลังจากพระอาทิตย์ซึ่งช่วยเติมพลังและสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางความเขียวขจีและอากาศบริสุทธิ์ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้ค้นพบความสงบและความสดชื่นที่มอบให้โดยธรรมชาติแม้อยู่ใจกลางเมือง 

ภาพมุมสูงรูฟท็อปพร้อมสระว่ายน้ำและดาดฟ้าสีเขียว

ไฮไลท์คือโครงการนี้มีการออกแบบลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วยครับ ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานตามข้อบังคับความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว โดยมีการแยกสัดส่วนออกจากพื้นที่พักผ่อนเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด 

สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ หญิงสาวชมวิวเมืองยามอาทิตย์อัสดง

จากพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้นล่างและ Sky Facilities เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างของโครงการ Life พระราม 4-อโศก กันบ้าง ซึ่งมี Room Type ให้เลือกเยอะมาก ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ 

รายละเอียด façade อาคารพร้อมโลโก้ Life

ห้องตัวอย่าง

ครั้งแรกของการออกแบบห้องชุดรูปแบบใหม่ที่ Customize เป็นพิเศษเฉพาะโครงการ LIFE พระราม 4- อโศก สามารถตอบสนองความต้องการ Lifestyle ที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

1 Bedroom เหมาะกับการพักอาศัย 1–2 คนกำลังดี มีฟังก์ชันการใช้สอยครบ

ห้อง 1 Bedroom Plus จะมีพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ให้ใช้งานเพิ่มเติม และมีพื้นที่ใช้สอยในห้องให้กว้างขวางมากขึ้น

ส่วนห้องแบบ 2 Bedrooms ส่วนใหญ่เป็นห้องหน้ากว้างพื้นที่ใช้สอยเยอะให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก และยังให้ความเป็นส่วนตัว ซึ่งเราจะได้พาไปชมกันครับ 

ห้องพักพร้อมโซฟา ครัว และมุมเปิดวิวสวน

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่กานต์จะพาไปชมเป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ Type B7 ขนาด 28.5 ตร.ม. เป็นลักษณะของห้องตอนลึกที่ออกแบบฟังก์ชันการใช้งานได้ลงตัวและครบครัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายและดีไซน์ที่ทันสมัย แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ทุกจุดถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวแต่ยังคงความสะดวกสบายในทุกตารางเมตร

เมื่อเปิดประตูเข้ามาเราจะเจอกับมุมครัว ห้องตัวอย่างบิวท์อินใช้โทนสีไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นดีครับ ออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร ล้างจาน หรือเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวทุกชิ้นสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด แต่ยังคงความสะดวกในการเคลื่อนไหวใช้งาน ห้องครัวนี้เหมาะสำหรับการทำอาหารแบบง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การเตรียมอาหารเช้าทานเองในวันเร่งรีบ 

ห้องพักพร้อมผนังทีวี โซฟา และวิวเมือง

ถัดมาด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่ออกแบบมาให้รู้สึกกว้างขวางและน่าอยู่ โซฟาสีอ่อนถูกวางไว้อย่างลงตัว ประกอบกับหมอนอิงหลากสีที่เติมความสดใสให้กับห้อง การตกแต่งด้วยผนังกระจกสูงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มความสว่างให้กับห้อง มุมนั่งเล่นนี้ยังเหมาะสำหรับการพักผ่อนดูทีวี หรือใช้เวลาส่วนตัวในการนั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือเล่มโปรดและผ่อนคลายในวันหยุด 

ห้องพักพร้อมมุมทำงานและห้องน้ำ

สำหรับใครที่ Work from Home ผมว่าห้องนี้ก็ออกแบบมาได้ลงตัว เพราะยังได้จัดสรรพื้นที่โต๊ะทำงานให้มีความเป็นส่วนตัวและเหมาะสมกับการใช้งาน จัดวางเอาไว้ในมุมที่ไม่รบกวนการจัดวางของห้องหลัก ทึ่งมากเพราะไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีห้องส่วนตัวขนาดย่อมเอาไว้ให้เรานั่งทำงานได้โดยไม่รบกวนการพักผ่อนของสมาชิกอีกคน ภายในมีชั้นวางของที่ตกแต่งอย่างดีพร้อมช่องเก็บของที่สามารถจัดวางอุปกรณ์ทำงานหรือของตกแต่งต่างๆ ได้ เพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้งาน ผนังด้านหลังที่เล่นสีสันและดีไซน์เฉพาะตัว ให้บรรยากาศในการทำงานที่ไม่น่าเบื่อ 

ห้องนอนเปิดมุมมองเมืองพร้อมเครื่องนอนอบอุ่น

ด้านในสุดเป็นห้องนอน ห้องตัวอย่างจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ถูกวางไว้ริมหน้าต่างเพื่อรับแสงธรรมชาติในยามเช้า ทำให้ห้องดูสดใสและปลอดโปร่ง โทนสีที่เลือกใช้เป็นโทนสีอ่อนและผ่อนคลาย ประกอบกับผ้าห่มและหมอนมีสีสดใสเช่นกัน ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบหัวเตียงและผนังที่มีลวดลายเรียบง่าย แต่ดูมีเสน่ห์และร่วมสมัย ทำให้ห้องนอนดูอบอุ่นและมีสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร 

ห้องพัก ผู้อยู่อาศัยในมุมห้องนอนเปิดวิวเมือง

พื้นที่ด้านข้างออกแบบให้เป็นมุมแต่งตัว สามารถติดตั้งตู้เสื้อผ้าเอาไว้ที่บริเวณนี้ แต่หากใครมีเสื้อผ้าเยอะมาก อาจจะปรับมุมทำงานออกไปให้กลายเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in closet ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำก็ได้เช่นกัน เพราะเรามองว่าหัวใจหลักของงานออกแบบคือ Open Plan ที่ต้องการให้เราปรับเปลี่ยนฟังก์ชันภายในห้องได้ตามใจและตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุดนั่นเองครับ 

ครัวคอมแพกต์พร้อมเครื่องซักผ้าและมุมรับประทานอาหาร

ห้องตัวอย่างต่อมาคือห้องแบบ 1 Bedroom Type D8 ขนาด 32 ตร.ม. เป็นห้องที่กานต์ว่าดีไซน์ออกมาได้อย่างลงตัวสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองแบบไม่ต้องอึดอัด โซนครัวที่มีขนาดกะทัดรัดแต่ฟังก์ชันครบครัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนในเมืองที่มีความสะดวกสบายครบครันและทำให้ชีวิตลงตัว ครัวด้านหน้าทางเข้าเว้นพื้นที่สำหรับติดตั้งตู้จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ ทั้งเครื่องซักผ้าและอีกด้านเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางตู้เย็น นับเป็นห้องที่ดีไซน์ค่อนข้างลงตัวทำให้ชีวิตสะดวกสบายสุดๆ 

ห้องสตูดิโอผนังโทนน้ำเงิน ผู้อยู่อาศัยและโซฟาเปิดวิวเมือง

พื้นที่ส่วนรับประทานอาหารใช้โต๊ะกระจกเก๋ๆ เลือกใช้สีน้ำเงินตัดกับเก้าอี้สีแดงสด ดูทันสมัยและแอบมีความสนุก ทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวามากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับเป็นมุมทำงานเล็กๆ ได้อีกด้วยช่วยประหยัดพื้นที่และมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นออกแบบมาให้ดูผ่อนคลาย โซฟาสีเทาวางคู่กับหมอนอิงสีสดใส ทำให้บรรยากาศดูสบายๆ มีความอบอุ่น มุมนี้ยังเปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานใหญ่ แถมยังมีโต๊ะกลางสไตล์โมเดิร์นที่วางหนังสือหรือดอกไม้สวยๆ เพิ่มความสดชื่นได้อีก 

ห้องพักรวมนั่งเล่นและนอนตกแต่งสีสันสดใส

ห้องนอนจะแยกตัวออกไปแต่อยู่ติดกัน มีหัวเตียงสีน้ำเงินสดตัดกับผนังลายขาวดำน่ารักมากดูเก๋ไม่ซ้ำใคร จัดวางเอาไว้ริมผนังกระจกใสให้เราเปิดผ้าม่านโปร่งรับแสงยามเช้าได้เต็มที่ ทำให้ทุกเช้าเหมือนเริ่มต้นใหม่อย่างสดชื่น 

ห้องนอนพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งและเครื่องนอนโทนเหลือง

ด้านในเป็นมุมแต่งตัวที่จัดวางออกมาได้น่ารักและลงตัวดีมาก มีชั้นวางของสีแดงสดพร้อมกระจกบานใหญ่ที่ทำให้ห้องดูโปร่ง โต๊ะเครื่องแป้งที่ดีไซน์เรียบแต่มีสไตล์ พร้อมพื้นที่เก็บของที่ใช้งานได้จริง 

ห้องนอนพร้อมตู้เสื้อผ้าเปิดและเครื่องนอนโทนเหลือง

ติดกันเป็นห้องน้ำที่โดดเด่นด้วยการออกแบบให้ห้องน้ำภายในห้องเป็นแบบ Double Access คือสามารถเข้าออก 2 ทาง ทั้งจากห้องนั่งเล่นและห้องนอน ข้อดีก็คือไม่ต้องเดินอ้อมเข้าไปในห้องนอนเพื่อเข้าห้องน้ำเวลามีแขกมาขอใช้ หรือเมื่อเราอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวเข้านอนได้ทันทีสะดวกครบจบในจุดเดียว ส่วนงานดีไซน์ของห้องน้ำเป็นลักษณะของห้องน้ำสำเร็จรูปพร้อมติดตั้ง งานดีไซน์ดูมินิมอลแยกโซนอาบน้ำให้ดูเป็นสัดส่วน ทำให้ฟังก์ชันครบและแยกส่วนเปียกแห้งในการใช้งานออกจากกันได้อย่างชัดเจน โดยรวมแล้วห้องนี้ไม่ได้แค่เน้นการใช้งานหรือการพักอาศัย แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้บรรยากาศดูอบอุ่นและน่าอยู่ 

ห้องพักพร้อมเครื่องซักผ้า กระจกแต่งตัว และครัวเล็ก

ห้องตัวอย่างต่อมาที่เราจะพาไปชมจะเป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม. แบบห้อง E2M เป็นการออกแบบที่เน้นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ต้องการฟังก์ชันที่หลากหลายในพื้นที่ที่ไม่ใหญ่มาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายและการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 

ห้องพักรวมนั่งเล่นและนอนพร้อมทีวีและโซฟา

ภาพรวมของแปลนห้องจะคล้ายกับห้อง 1 Bedroom ที่เราพาไปชมมาแล้วก่อนหน้า แต่ห้องนี้จะพิเศษกว่าด้วยห้องอเนกประสงค์ที่ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าต่างด้านใน เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้ได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เป็นห้องทำงานที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวเมือง ห้องดูหนังฟังเพลง สตูดิโอสำหรับไลฟ์ขายของหรือห้องเลี้ยงเด็กเล็กสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดพื้นที่ 

ผู้อยู่อาศัยในครัวห้องพักพร้อมตู้เย็น

การออกแบบภายในห้องเลือกใช้โทนสีที่อบอุ่น สบายตา ด้วยการจับคู่สีเอิร์ธโทนกับสีเขียวธรรมชาติที่เป็นธีมหลักผสมผสานกับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่างขนาดใหญ่ทำให้ห้องดูปลอดโปร่งและรู้สึกกว้างขวางมากยิ่งขึ้น พื้นที่นั่งเล่นที่มีโซฟาเรียงตัวอยู่ข้างผนัง โซฟาแบบเข้ามุมขนาดกำลังดีที่มาพร้อมกับหมอนอิงหลายใบให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกับโต๊ะกลางขนาดเล็กที่สามารถใช้วางขนม เครื่องดื่ม หรือของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนหลังจากวันทำงานที่เหนื่อยล้า 

ห้องนอนตกแต่งเครื่องนอนอย่างประณีตพร้อมโคมไฟผนัง

ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอนที่เน้นความสบายและเงียบสงบ ผนังหัวเตียงตกแต่งด้วยลวดลายเส้นแนวตั้งที่ให้มิติทำให้ห้องดูมีสไตล์ใครชอบแบบไหนสามารถดีไซน์เองได้เลยครับ ห้องตัวอย่างจัดวางเตียงขนาดใหญ่จัดวางอย่างลงตัวให้เราสามารถนอนหลับพักผ่อนอย่างสบาย รอบเตียงยังมีพื้นที่ว่างสำหรับเดินผ่านและจัดวางเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ เช่น อาร์มแชร์ตู้ข้างเตียงหรือโคมไฟที่ให้แสงอบอุ่นในยามค่ำคืน 

ห้องนอนเปิดระเบียง ผู้อยู่อาศัยชมวิวเมืองพร้อมทีวี

ห้องนี้ยังคงมีผนังกระจกบานใหญ่ที่สามารถรับแสงธรรมชาติได้ตลอดทั้งวันทำให้ห้องนอนดูสว่างและโปร่งใส พร้อมให้เราตื่นเช้ามาด้วยบรรยากาศที่สดชื่น ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในห้องที่ออกแบบมาอย่างลงตัวแต่ยังมีพื้นที่ระเบียงที่ให้เราสามารถเปิดออกไปรับลมและชมวิวได้อย่างเต็มที่ ระเบียงเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เหมาะสำหรับการนั่งชิลล์จิบกาแฟยามเช้าหรือจะปลูกต้นไม้กระถางเก๋ๆ ตามสไตล์ ใข้เป็นพื้นที่ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการทำงานในตอนเย็นด้วยบรรยากาศที่แสนสงบจากธรรมชาติ 

ห้องนั่งเล่นพร้อมโซฟาทรงกลม มุมรับประทานอาหาร และทีวี

พามาชมห้องตัวอย่างสุดท้ายเป็นห้องไซส์ใหญ่แบบ 2 Bedrooms ขนาด 65.5 ตร.ม. แบบห้อง J2 ซึ่งเป็นห้องที่มีตั้งแต่ชั้น 15 ขึ้นไป ทำให้เป็นห้องที่ได้วิวสวยจากมุมสูง ดีไซน์ออกมาเป็นห้องหน้ากว้างทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกับอยู่บ้านมากกว่า ยิ่งครอบครัวไหนมีลูกเล็ก การอยู่คอนโดที่ฟังก์ชันดีๆ แบบนี้เราอาจจะใช้งานภายในห้องและพื้นที่ส่วนกลางได้คุ้มค่ากว่าโดยไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านเลยครับ 

ห้องนั่งเล่น สองสาวใช้เวลาร่วมกันเปิดมุมมองเมือง

โครงการจัดวางให้ครัวอยู่ส่วนหน้าห้องดีไซน์เป็นครัวปิดมีประตูเลื่อนกระจก 3 ตอนกันกลิ่นและควันจากการทำอาหารไม่ให้ไปรบกวนพื้นที่พักผ่อนด้านในใครชอบทำอาหารต้องถูกใจแน่นอน ติดกับครัวเมื่อเปิดประตูบานเลื่อนเข้าไปจะพบกับ Common Area ที่เป็นเหมือนหัวใจของห้อง พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางพอให้จัดโซนได้อย่างอิสระ โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนคือมุมรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่น เป็นพื้นที่สบายๆ สำหรับทุกคนในบ้าน สามารถวางโต๊ะและเก้าอี้ทานข้าวได้ 4 ที่นั่ง ด้วยความที่อยู่ใกล้กับครัวทำให้การยกอาหารมาเสิร์ฟสะดวกมากๆ สามารถทานข้าวไปพร้อมกับการดูซีรีย์เรื่องโปรดเพิ่มอรรถรสให้กับมื้อาหารได้ หรือจะไปนั่งต่อที่พื้นที่นั่งเล่น ห้องตัวอย่างจัดวางโซฟาขนาดใหญ่สีเบจดูอบอุ่นนั่งพักผ่อนได้สบายเลยครับ ห้องนี้มาพร้อมกับระเบียงขนาดใหญ่เปิดให้แสงและลมเข้ามาทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งและสดชื่น ระเบียงมีขนาดเพียงพอสำหรับออกไปนั่งเล่น รับลม ชมวิวเมืองจากมุมสูง เพิ่มความผ่อนคลายให้กับพื้นที่ภายในห้องได้ดีมากๆ 

ภาพรวมห้องนอนและห้องแต่งตัวของยูนิต

โครงการนี้ยังออกแบบให้พื้นที่ส่วนอื่นๆ ใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัว ตัวอย่างเช่น โถงทางเดินที่แยกพื้นที่ของห้องนอนและห้องน้ำออกไป ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยบริเวณนี้จะมีห้องน้ำใช้งานร่วมกันกับห้องนอนรอง 1 ห้อง ส่วนพื้นที่ใกล้กับทางเดินนี้จะเป็นห้อง Laundry มีขนาดเพียงพอต่อการซักผ้า รีดผ้า หรือใช้เป็นพื้นเก็บของได้

ห้องนอนรองจะอยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำ พื้นที่ห้องประมาณ 9 ตร.ม. ใช้เป็นห้องนอนเด็กเล็กได้กำลังดีเลยครับ ภายในห้องจัดวางเตียงนอนควีนไซส์พร้อมกับพื้นที่ข้างเตียงให้เป็นตู้เสื้อผ้า ส่วนปลายเตียงเจาะช่องสำหรับจัดเป็นโต๊ะทำการบ้านได้ แต่หากบ้านไหนไม่มีความจำเป็นต้องใช้เป็นห้องนอนสำหรับเด็ก ก็สามารถปรับห้องนอนรองให้เป็นห้องทำงานหรือห้องดูหนังได้เช่นกัน 

ห้องนอนเปิดมุมมองเมืองพร้อมเครื่องนอนอย่างประณีต

ส่วนห้องนอนหลักมีขนาดค่อนข้างใหญ่แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 2 ฝั่งคือมุมพักผ่อน จัดวางเตียงนอนไว้ด้านในทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวและปลายเตียงยังได้วิวที่สวยมากเนื่องจากมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ให้เราชมวิวมุมสูงได้จากบนเตียงเลย 

ห้องแต่งตัววอล์กอิน ผู้อยู่อาศัยเลือกเครื่องแต่งกาย

ส่วนอีกด้านเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งตรงกลาง มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควรเลยครับสามารถบิลด์อินตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่งและติดตั้งตู้เก็บของเหนือกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้งได้ มุมแต่งตัวยังออกแบบมาให้อยู่ติดกับห้องน้ำซึ่งกานต์มองว่าสะดวกดีเหมือนกัน เพราะเราสามารถอาบน้ำและแต่งตัวได้ครบจบในจุดเดียวเลยครับ 

โลโก้ Life บน façade อาคารท่ามกลางพื้นที่สีเขียว

สรุป และมุมมองแบรนด์

#โดยสรุป สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตในเมืองที่สะดวกสบายและการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ โครงการ Life พระราม 4-อโศก เป็นตัวเลือกที่ดีที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดถนนพระราม 4 ใกล้ MRT และทางด่วน ทำให้การเดินทางสะดวกสุดๆ ไม่ว่าเราจะต้องไปทำงานออฟฟิศแถวพระราม 4 อโศก สุขุมวิท นัดเจอเพื่อนที่สยามหรือ Em District หรือพักผ่อนสุดสัปดาห์ก็สามารถทำได้โดยสะดวกรวดเร็ว 

ภาพมุมสูงอาคารคอนโด Life Rama4 – Asoke ท่ามกลางเมือง

โครงการนี้ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบ Sky Facilities ที่ 4 ชั้นบนสุดซึ่งมอบวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและสวนเบญจกิติให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติในบรรยากาศสุดพิเศษ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่แต่เราก็ยังสามารถผ่อนคลายและดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ได้ทุกวัน อีกทั้งการออกแบบห้องที่มีหน้ากว้างใส่ใจเรื่องฟังก์ชันและความเป็นส่วนตัวให้ใช้งานได้สะดวกสบาย เปิดให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึงภายใน ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งโล่ง สบายตาและน่าอยู่มาก Life พระราม 4-อโศก จึงเป็นคอนโดมิเนียมที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในเมืองและเติมเต็มไลฟ์สไตล์การพักผ่อนและการอยู่อาศัยที่ครบครัน ด้วยฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่กลายเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งชีวิตเมืองและการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ 

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม https://apth.ly/fnny

คำถามที่พบบ่อย

Life Rama 4–Asoke อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานีไหน

โครงการตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 เขตคลองเตย ห่างจาก MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ประมาณ 450 เมตร เดินถึงได้สบาย เชื่อมต่อย่านอโศก สุขุมวิท และสาทรผ่านโครงข่ายถนนและรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำเลนี้อยู่กลางพื้นที่ที่กำลังถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยอาคารสำนักงาน สวนเบญจกิติ และศูนย์การค้า จึงตอบโจทย์คนทำงานในเมืองที่ต้องการลดเวลาเดินทาง

ราคาเริ่มเท่าไร และน่าลงทุนปล่อยเช่าไหม

ราคาเริ่มต้นราว 4.49 ล้านบาทสำหรับห้อง 1 ห้องนอน และขยับขึ้นไปถึงราว 12 ล้านบาทในยูนิตขนาดใหญ่ จัดเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าใจกลางเมืองที่ราคายังเข้าถึงได้เมื่อเทียบกับทำเลใกล้เคียง ในมุมการลงทุน ย่านพระราม 4–อโศกมีฐานผู้เช่าทั้งพนักงานออฟฟิศและชาวต่างชาติที่มั่นคง อัตราการเช่าจึงมีแนวโน้มสม่ำเสมอ และการที่คลองเตยถูกวางเป็นพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ระยะยาวเป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายต่อในอนาคต

จุดเด่นของ Life Rama 4–Asoke คืออะไร

จุดเด่นคือการเป็นคอนโดไฮไรส์ 39 ชั้นที่ AP วางผังให้ห้องส่วนใหญ่เก็บวิวเมืองและวางส่วนกลางไว้ชั้นบน ทั้งสระว่ายน้ำและพื้นที่พักผ่อนที่มองเห็นเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ การออกแบบเน้นฟังก์ชันสำหรับคนเมืองที่ใช้ชีวิตเร็ว ห้องขนาดกะทัดรัดแต่ใช้งานได้จริง เครดิตของ AP Thailand ในการบริหารคอนโดติดรถไฟฟ้าจำนวนมากช่วยให้มั่นใจเรื่องคุณภาพงานก่อสร้างและการดูแลนิติบุคคลหลังโอน

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.